นราธิวาส

นายกฯลั่นลอบยิงกมลศักดิ์ ส.ส.ฯเป็นเรื่องการเมือง

นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง เหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ สร้างความฮือฮาในวงการเมืองไทย โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวมุ่งหวังเอาชีวิตและเชื่อมโยงกับเรื่องการเมืองอย่างชัดเจน ทำให้ทุกฝ่ายจับตามองสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่า การทำร้ายร่างกายที่มุ่งหวังเอาชีวิต ส.ส. ถือเป็นเรื่องการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย การกระทำนี้ถือเป็นเรื่องอุกอาจมาก โชคดีที่ผู้บาดเจ็บรอดชีวิตมาได้ แต่ก็สร้างความเสียหายและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง: รายละเอียดคำให้สัมภาษณ์

นายอนุทิน เน้นย้ำว่า ตนได้สอบถามความสถานการณ์จากนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติแล้ว โดยได้รับแจ้งว่านายกมลศักดิ์ปลอดภัย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นใกล้บ้านพักในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของเขา นายกฯ ย้ำชัดเจนว่าจะเร่งรัดเจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

  • มุ่งหวังเอาชีวิต: นายกฯ เชื่อว่าคนร้ายตั้งใจสังหาร ส.ส.กมลศักดิ์อย่างแท้จริง
  • ถือเป็นเรื่องการเมือง: การโจมตี ส.ส. ถือเป็นการแทรกแซงทางการเมืองโดยตรง
  • เร่งดำเนินคดี: สั่งการเจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวผู้ต้องหา
  • สอบถามพรรคประชาชาติ: ติดต่อนายซูการ์โน ยืนยัน ส.ส.ปลอดภัย
  • ไม่ทราบรายละเอียดท้องถิ่น: นายกฯ ระบุยังไม่ทราบเจาะจงว่าเป็นการเมืองท้องถิ่นหรือไม่

บริบทเหตุการณ์ลอบยิงในพื้นที่ชายแดนใต้

จังหวัดนราธิวาสเป็นหนึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังคงมีปัญหาความไม่สงบมาอย่างยาวนาน พรรคประชาชาติซึ่งมี ส.ส.ส่วนใหญ่จากพื้นที่นี้ เป็นพรรคที่เน้นนโยบายแก้ปัญหาเฉพาะท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นมุสลิมและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับรัฐ เหตุการณ์ลอบยิงครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่นายกมลศักดิ์กำลังเดินทางกลับบ้านพักใกล้จุดเกิดเหตุ ทำให้เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นหรืออุดมการณ์ที่รุนแรง แม้ตำรวจจะยังไม่สรุปสาเหตุ แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่นักการเมืองในพื้นที่ต้องเผชิญ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิด ลอบยิง หรือข่มขู่บุคคลสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การเมืองไทยโดยรวม รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับ ส.ส. และนักการเมืองในพื้นที่เสี่ยงให้มากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิด และประสานงานระหว่างหน่วยงานความมั่นคง

ผลกระทบและมาตรการที่ควรดำเนินการ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสะเทือนใจให้ครอบครัวผู้บาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะในสภาที่พรรคเล็กอย่างประชาชาติมีบทบาทสำคัญในการโหวตประเด็นสำคัญ รัฐบาลควรออกมาตรการเร่งด่วน เช่น

  • จัดตั้งหน่วยงานพิเศษสืบสวนคดีนักการเมืองถูกลอบโจมตี
  • เพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดใต้
  • ส่งเสริมการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่น
  • ปกป้องสิทธิ ส.ส.ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังควรมีการประชุมหารือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อหาทางออกระยะยาวในการดับไฟใต้ให้สงบสุขอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมืองนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองไทยยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้ง รัฐบาลต้องแสดงความเด็ดขาดในการปกป้องประชาธิปไตยและชีวิตนักการเมืองทุกคน คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง

พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในวงการการเมืองไทย เมื่อพรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์อย่างหนัก หลังเกิดการโจมตีด้วยอาวุธปืนสงครามในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พรรคได้เชิญชวนสมาชิกและประชาชนร่วมกันดุอาอ์อ้อนวอนให้ ส.ส.และคณะปลอดภัยทุกคน เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและความห่วงใยอย่างยิ่ง

พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

วันที่ 20 มีนาคม 2569 เกิดเหตุร้ายอุกอาจขึ้นในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อคนร้ายไม่ทราบฝ่ายใช้อาวุธปืนสงครามประกบยิงรถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 สังกัดพรรคประชาชาติ ช่วงเวลา 01.09 น. หลังจากที่ ส.ส.คนดังกล่าวเดินทางกลับจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

รถของ ส.ส.กมลศักดิ์ ถูกยิงถล่มอย่างเมามัน กระสุนฝ่าฟันรถหลายนัด ทำให้ผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ที่ติดตามได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดย ส.ส.กมลศักดิ์ซึ่งนั่งด้านหลัง สามารถนอนหมอบลงกับเบาะได้ทัน รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง

รายละเอียดผู้บาดเจ็บจากเหตุยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

  • นายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี ผู้ขับรถ ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนหลายนัด สภาพสาหัส
  • ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตาม ส.ส. ถูกกระสุนเจาะร่างกายหลายจุด อาการหนักเช่นกัน

ทั้งสองรายกำลังรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยแพทย์ระบุว่าต้องผ่าตัดด่วนเพื่อเอาดอกกระสุนออก ขณะที่ตำรวจและชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มที่มีความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้

การตอบสนองทันทีของพรรคประชาชาติ

หลังทราบเหตุร้าย พรรคประชาชาติได้โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ โดยพรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์อย่างถึงที่สุด ระบุว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ กระทบต่อความสงบสุขของสังคม และเชิญชวนทุกคนร่วมดุอาอ์ให้ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และคณะทุกคนปลอดภัย พรรคยังเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคงเร่งสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

พรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคที่เน้นการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้และสิทธิของชาวมุสลิมไทย ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการปกป้องสมาชิก โดยหัวหน้าพรรคและ ส.ส.ท่านอื่นๆ ได้ติดต่อประสานงานช่วยเหลือครอบครัวผู้บาดเจ็บทันที เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นการโจมตีบุคคล แต่ยังเป็นการท้าทายประชาธิปไตยและความปลอดภัยของผู้แทนราษฎร

บริบทความไม่สงบในนราธิวาส

จังหวัดนราธิวาสเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งมานานกว่า 20 ปี จากปัญหาความไม่ไว้วางใจระหว่างชาวมุสลิมปัตตานีกับรัฐไทย แม้จะมีการเจรจาสันติภาพ แต่เหตุการณ์ยิงและวางระเบิดยังเกิดขึ้นเป็นระยะ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ทำงานเพื่อชาวบ้านในเขต 5 มาอย่างยาวนาน การถูกลอบยิงครั้งนี้อาจเชื่อมโยงกับการเมืองท้องถิ่นหรือประเด็นอื่นๆ ที่ยังไม่ชัดเจน

ในช่วงที่ผ่านมา พรรคประชาชาติมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายเพื่อพื้นที่ชายแดนใต้ เช่น การศึกษา การค้า และความยุติธรรมทางศาสนา เหตุการณ์นี้จึงยิ่งเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ ส.ส. ในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ ชาวเน็ตและนักการเมืองจากพรรคอื่นๆ ก็แสดงความเห็นอกเห็นใจจำนวนมาก โดยบางคนเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิเศษเพื่อหาความจริง ขณะที่ประชาชนในนราธิวาสต่างรวมพลังดุอาอ์ตามที่พรรคเชิญชวน

เหตุการณ์พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความรุนแรงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้ง เราต้องร่วมมือกันหยุดยั้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

ในฐานะนักข่าวและนักวิเคราะห์ การเมืองชายแดนใต้ต้องได้รับการแก้ไขจากรากเหง้า ไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องฟังเสียงชาวบ้านและสร้างโอกาสเท่าเทียม หากปล่อยไว้ ความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยจะยิ่งสั่นคลอน

เรียกร้องให้คุณ: ช่วยแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลและสร้างกระแสเรียกร้องความยุติธรรม ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเรา และแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้

ที่มา – พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ “สส.กมลศักดิ์” ร่วมกันดุอาอ์ให้ทุกคนปลอดภัย

เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก

เหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ยังคงเป็นที่กังวลของประชาชน โดยล่าสุดเกิดกรณี เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยทั้งประเทศ กรณีนี้เกิดขึ้นกับนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ถูกลอบโจมตีขณะเดินทางกลับบ้านพัก

เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 คนร้ายไม่ทราบกลุ่มใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ลอบยิงรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำของ สส.กมลศักดิ์ บริเวณหน้าบ้านพัก ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้ผู้ติดตามและคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี (คนขับ) และ ดาบตำรวจหริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี (ผู้ติดตาม) โชคดีที่ สส.กมลศักดิ์ ปลอดภัยดี

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) พบว่าคนร้ายใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู สีขาว ดักซุ่มรอ ก่อนลงมือยิงถล่มใส่รถเป้าหมายที่กำลังกลับจากปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ชัดเจนในการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบและหวังทำลายชีวิต โดยไม่สนใจผลกระทบต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่

รายละเอียดพฤติการณ์คนร้ายและการตอบสนองของเจ้าหน้าที่

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดในพื้นที่รีบเข้าระงับสถานการณ์ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที พร้อมปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน เช่น ปลอกกระสุนและร่องรอยยานพาหนะของคนร้าย หน่วยความมั่นคงได้เพิ่มกำลังพลดูแลความปลอดภัยรอบพื้นที่อย่างเข้มงวด รวมถึงมาตรการพิเศษสำหรับ สส.กมลศักดิ์ และบุคคลสำคัญอื่นๆ ในจังหวัดนราธิวาส

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามสร้างความหวาดกลัวในชุมชน ซึ่งสะท้อนปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ที่ยังคงต้องแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลข่าวกรองเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้เร็วที่สุด

สถานการณ์ความมั่นคงในภาคใต้และบทเรียนจากเหตุการณ์

เหตุการณ์ลอบยิงรถ สส.กมลศักดิ์ นี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่บุคคลสำคัญในพื้นที่ถูกโจมตี ในอดีตเคยมีกรณีคล้ายกันหลายครั้ง ซึ่งมักเกิดกลางดึกเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ปัจจุบัน จ.นราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียงยังคงมีความเสี่ยงสูงจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้หน่วยงานรัฐต้องเสริมมาตรการ เช่น การลาดตระเวน 24 ชั่วโมง และระบบแจ้งเตือนประชาชน

  • คนร้ายใช้รถกระบะสีขาวดักซุ่ม – เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบทะเบียนและเจ้าของรถ
  • อาวุธปืนที่ใช้ยิง – คาดเป็นปืนขนาดใหญ่ สร้างบาดแผลสาหัส
  • ผู้บาดเจ็บ 2 ราย – ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน สภาพดีขึ้น
  • มาตรการป้องกัน – เพิ่มจุดตรวจและเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย

ประชาชนในพื้นที่ควรตื่นตัว สังเกตพฤติกรรมน่าสงสัย และหลีกเลี่ยงการเดินทางคนเดียวในช่วงดึก เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุรุนแรงแบบนี้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก แสดงให้เห็นว่าความรุนแรงยังคงเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี การร่วมมือกันระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่คือกุญแจสำคัญในการสร้างสันติภาพยั่งยืน หากคุณมีเบาะแสเกี่ยวกับคนร้าย โปรดแจ้งสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 ทันที เพื่อช่วยปกป้องชุมชนและหยุดยั้งความรุนแรง

ที่มา – เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก

ด่วน! คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ”

ด่วน! เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 20 มีนาคม 2569 ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส กลางดึกหน้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ ผู้บาดเจ็บทั้งสองรายสาหัสแต่ปลอดภัยแล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้านและชี้ให้เห็นปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ที่ยังไม่สิ้นสุด

ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส

รายละเอียดเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 01.09 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถกระบะสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ประกบยิงรถของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อายุ 59 ปี ส.ส.พรรคประชาชาติ เขต 5 นราธิวาส ขณะนั่งรถโตโยต้า อัลฟาร์ด สีดำ เดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่หลังประชุมสภา

สถานที่เกิดเหตุด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส

จุดเกิดเหตุอยู่หน้าบ้านพัก ถ.เพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ชาวบ้านใกล้เคียงรีบช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ นำส่ง รพ.บาเจาะ ก่อนย้ายไป รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ อาการดีขึ้นแล้ว

ผู้บาดเจ็บคือ นายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี ชาว ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ คนขับรถ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี ชาว ต.บาเจาะ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ติดตาม ถูกยิงหลายนัดตามร่างกาย

ส่วน ส.ส.กมลศักดิ์ ที่นั่งด้านหลัง ได้ยินเสียงปืนแล้วนอนหมอบ รอดชีวิตหวุดหวิด โชคดีที่รถมีโครงสร้างแข็งแรง

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยพฤติกรรมคนร้าย

กล้องวงจรปิดหน้าบ้านบันทึกชัดเจน เวลา 01.09 น. รถกระบะสีขาวแซงรถ ส.ส. แล้วถอยหลัง ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มกว่า 10 นัด ก่อนหลบหนีมุ่งหน้าเข้าอ.บาเจาะ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเพื่อติดตามตัวคนร้าย

  • รถคนร้าย: กระบะสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบทะเบียน
  • อาวุธ: ปืนสงคราม
  • จำนวนนัด: มากกว่า 10 นัด
  • ทิศทางหลบหนี: เข้าอ.บาเจาะ

เหตุการณ์ ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส นี้ไม่ใช่ครั้งแรกในพื้นที่ชายแดนใต้ นายกมลศักดิ์เป็น ส.ส.ที่ทำงานเพื่อชาวมุสลิมในเขต 5 มีบทบาทสำคัญในการผลักดันสันติภาพและพัฒนาพื้นที่

บริบทความรุนแรงใน จ.นราธิวาส

จังหวัดนราธิวาสยังคงเผชิญเหตุรุนแรงจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดน เหตุยิง ส.ส.ครั้งนี้สร้างความกังวลให้ประชาชนและนักการเมือง ตำรวจชุดสืบสวน เร่งคลี่คลายคดี ตรวจสอบภาพกล้องทุกจุดและเบาะแสจากชาวบ้าน

จากสถิติปีที่ผ่านมา พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีเหตุการณ์ยิงและระเบิดบ่อยครั้ง รัฐบาลต้องเร่งมาตรการรักษาความปลอดภัย ส.ส.และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในยามดึก

  • เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจ
  • ใช้เทคโนโลยีกล้อง CCTV ทั่วพื้นที่
  • ประสานชุมชนช่วยแจ้งเบาะแส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านใน ต.บาเจาะ รู้สึกหวาดกลัวแต่ให้กำลังใจ ส.ส.กมลศักดิ์ ให้สู้ต่อไปในการพัฒนาเขตเลือกตั้ง

อัปเดตอาการผู้บาดเจ็บล่าสุด

ทั้งนายอุชลัมห์และ ด.ต.หริรักษ์ อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แพทย์แจ้งว่าสามารถฟื้นตัวได้ดี ขอบคุณการช่วยเหลือทันท่วงทีจากชาวบ้าน

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาความมั่นคงที่ยังค้างคาในภาคใต้ แม้จะมีกระบวนการสันติภาพ แต่ความรุนแรงยังเกิดขึ้น รัฐต้องเร่งแก้ไข根本เพื่อความสงบสุขถาวร

ติดตามข่าวสารและอัปเดตคดีล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ สนับสนุนการต่อสู้เพื่อสันติภาพในชายแดนใต้

ที่มา – ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส

ชาวไทย-มาเลย์ เฮ เพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่นราธิวาส

เฮกันถ้วนหน้าเลยนะชาวไทยและชาวมาเลย์! หลังจากที่รอคอยมานานในที่สุดก็มีข่าวดี เมื่อมีการเพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่นราธิวาส เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวชายแดนใต้ให้คึกคักยิ่งขึ้น เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ด่านเหล่านี้ถูกปรับเวลาเปิดให้สั้นลงตั้งแต่สมัยโควิดระบาด ตอนนี้กลับมาเปิดยาวเหมือนเดิมแล้ว ดีใจแทนพี่น้องชายแดนจริงๆ

เพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่นราธิวาส ชาวไทย-มาเลย์เฮสุดๆ

เมื่อเช้าวันที่ 15 มีนาคม 2569 หรือตรงกับวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อดูความพร้อมในการเปิดด่านที่เชื่อมต่อกับด่านรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ของมาเลเซีย จังหวัดนราธิวาสได้ประสานงานผ่านกระทรวงมหาดไทยและสถานกองสุลใหญ่ที่โกตาบารู จนในที่สุดรัฐบาลมาเลเซียก็ตอบรับ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสตรวจเยี่ยมด่านสุไหงโก-ลก

รายละเอียดคือ ด่านทั้ง 3 แห่งจะเปิดตั้งแต่เวลา 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งตรงกับ 06.00 น. ตามเวลามาเลเซีย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แต่เวลาใกล้จะต่างกันนิดหน่อยนะ ด่านสุไหงโก-ลกจะปิดเวลา 21.00 น. ส่วนด่านเปิงกาลันกูโบร์ที่อำเภอตากใบ และด่านบูกิตบุหงาที่อำเภอแว้ง จะปิดเวลา 18.00 น. ทุกวัน ไม่มีวันหยุด เรียกว่าเปิดเต็มสูบเลย

ด่านพรมแดน 3 แห่งที่ได้ประโยชน์จากการเพิ่มเวลาเปิด

  • ด่านสุไหงโก-ลก – เชื่อมด่านรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ที่สุดคึกคัก ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยวเพียบ
  • ด่านเปิงกาลันกูโบร์ – ตรงข้ามอำเภอตากใบ สะดวกสำหรับชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่น
  • ด่านบูกิตบุหงา – ตรงข้ามอำเภอแว้ง ช่วยให้การค้าขายข้ามแดนไหลลื่นยิ่งขึ้น
เจ้าหน้าที่และประชาชนที่ด่านพรมแดน

ก่อนหน้านี้ ด่านเหล่านี้เปิดช้ากว่าปกติเพราะโควิด ตั้งแต่ปลายปี 2562 ทำให้การค้าหยุดชะงัก เศรษฐกิจชายแดนซบเซา แต่ตอนนี้กลับมาเปิดเช้าแบบเดิมแล้ว ประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่กันเข้าออกด่านตั้งแต่เช้ามืด นายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโก-ลก พ.ต.อ.พลูศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตม.จังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น สร้างความพึงพอใจให้ทุกฝ่าย

ประโยชน์ที่ชัดเจนจากการเพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่นราธิวาสนี้ ไม่ใช่แค่เปิดนานขึ้น แต่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลย์ให้กลับมาครึกครื้น ชาวบ้านค้าขายได้มากขึ้น นักท่องเที่ยวข้ามไปมาเลเซียช้อปปิ้งที่กลันตันหรือเพอร์ลิสได้สะดวก สินค้าเกษตร ผลไม้ อาหารทะเลไหลเวียนดี ยังส่งเสริมความสัมพันธ์สองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนชายแดนใต้

หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวชายแดนหรือทำธุรกิจข้ามแดน ตอนนี้แหละเวลาดี! รีบเช็คเอกสารเดินทางให้พร้อม แล้วไปใช้บริการด่านใหม่กันเถอะ ใครมีประสบการณ์ข้ามด่านมาเล่าให้ฟังในคอมเมนต์ด้วยนะ ช่วยกันแชร์ข่าวดีนี้ให้เพื่อนๆ รู้ จะได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนให้ปังยิ่งขึ้น!

ที่มา – ชาวไทย-มาเลย์ เฮ เพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่นราธิวาส กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า ท่องเที่ยว

ป่วนนราธิวาส คืนเดียว 3 อำเภอ ตัดสายไฟฟ้า-เผากล้องวงจรปิด

เมื่อคืนวันที่ 4 มีนาคม 2567 เกิดเหตุป่วนนราธิวาส คืนเดียว 3 อำเภอ ตัดสายไฟฟ้า-เผากล้องวงจรปิด ทำให้กล้องวงจรปิดเสียหายใช้งานไม่ได้นับสิบตัว สร้างความเสียหายต่อระบบเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่และกระทบความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันในอำเภอจะแนะ ระแงะ และศรีสาคร โดยกลุ่มคนร้ายใช้วิธีการวางเพลิงและตัดสายไฟอย่างเป็นระบบ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต่างตื่นตัวกับพฤติกรรมของคนร้ายที่พยายามทำลายหลักฐานการก่อเหตุ

ภาพเหตุป่วนนราธิวาส คืนเดียว 3 อำเภอ ตัดสายไฟฟ้า-เผากล้องวงจรปิดที่อำเภอจะแนะ

ป่วนนราธิวาส คืนเดียว 3 อำเภอ ตัดสายไฟฟ้า-เผากล้องวงจรปิด

เหตุการณ์ป่วนนราธิวาส คืนเดียว 3 อำเภอ ตัดสายไฟฟ้า-เผากล้องวงจรปิดเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงค่ำ โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุหลายจุดติดต่อกัน พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจเพิ่มความเข้มงวดทันที

รายละเอียดเหตุการณ์ในอำเภอจะแนะ

เวลา 19.40 น. พ.ต.อ.วีระศักดิ์ เพอแสละ ผกก.สภ.จะแนะ รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงกล้องวงจรปิดบนเสาไฟฟ้า 3 จุดใน ม.2 ต.จะแนะ ทำให้กล้องเสียหายรวม 10 ตัว ดังนี้

  • จุดที่ 1: ข้างกำแพงโรงเรียนบ้านจะแนะ กล้องมหาดไทยเสีย 3 ตัว สภ.จะแนะเสีย 2 ตัว
  • จุดที่ 2: ทางแยกเข้าหมู่บ้านตือกอ กล้องมหาดไทยเสีย 2 ตัว
  • จุดที่ 3: ทางแยกเข้าหมู่บ้านบือแต กล้องมหาดไทยเสีย 3 ตัว

ที่เกิดเหตุ พบเพลิงลุกไหม้กล้องและลุกลามไปสายไฟ เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงและกันพื้นที่ไว้ จากการตรวจกล้องใกล้เคียง พบคนร้าย 6 คน ขี่รถ จยย. 3 คัน มาจอดที่สามแยก 4 คนคุมเชิง อีก 2 คนใช้ท่อนไม้ยาว 3 เมตร ชุบน้ำมันจุดไฟเผากล้อง ก่อนหลบหนีคนละทิศทาง เจ้าหน้าที่กำลังไล่กล้องติดตามเส้นทางหลบหนี

เหตุการณ์ป่วนในอำเภอระแงะ

ในอำเภอระแงะ คืนเดียวกัน คนร้ายลอบเผายางรถยนต์กองกลางถนน 2 จุด แต่เพลิงมอดสนิท ไม่มีทรัพย์สินเสียหายและการสัญจรปกติ

  • จุดที่ 1: บ้านทำนบ ม.1 ต.เฉลิม
  • จุดที่ 2: ถนนบ้านบาโงอาแซ ม.6 ต.เฉลิม

แม้ไม่รุนแรง แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่

ภาพจุดเกิดเหตุป่วนนราธิวาส คืนเดียว 3 อำเภอ ตัดสายไฟฟ้า-เผากล้องวงจรปิด

ความเสียหายหนักสุดที่อำเภอศรีสาคร

ช่วง 20.00-01.40 น. กลุ่มคนร้ายก่อเหตุ 14 จุดใน ต.ศรีสาคร และ ต.ศรีบรรพต กล้องเสียหาย 28 ตัว โดยแยกเป็น

  • ตัดสายไฟฟ้า 10 จุด 20 ตัว: สามแยกบ้านบาตูกาเต๊าะ ม.1 ต.ศรีสาคร, สามแยกบ้านสกูปา ม.8, สามแยกในสกูปา ม.8, สามแยกบ้านอีนอ ม.8, สามแยกบ้านไอร์แยง ม.3, หน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านไอร์แยง ม.3, สามแยกบ้านไอร์จูโจ๊ะ ม.7, บ้านปาหนัน ม.4, สามแยกบ้านไอร์กือเนาะ ม.5 ต.ศรีบรรพต, แยกบ้านลาเต๊าะปีแน ม.2 ต.ศรีบรรพต
  • เผากล้อง 4 จุด 8 ตัว: สามแยกบ้านไอร์กือเนาะ ม.5 ต.ศรีบรรพต, สามแยกบ้านไอร์กือเด ม.4, แยกสะพานปลากือเราะ ม.1, แยกบ้านไอร์บือแก ม.9 ต.ศรีสาคร

มาตรการรับมือเหตุป่วนนราธิวาส คืนเดียว 3 อำเภอ

ผบก.ภ.จว.นราธิวาส สั่งการ ผกก.และ สว.ทุก 15 สถานีใน 13 อำเภอ ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจยานพาหนะและบุคคลจุดสำคัญ รวมฐานปฏิบัติการล่อแหลม เพื่อป้องกันและตอบโต้ทันที ลดความสูญเสีย

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ที่กลุ่มคนร้ายยังคงใช้วิธีทำลายกล้อง CCTV เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับภาพ แม้เจ้าหน้าที่จะมีกล้องสำรอง แต่การซ่อมแซมต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมาก ชาวนราธิวาสควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงค่ำ และช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสคนต้องสงสัย

คำแนะนำ: หากคุณพบเห็นเหตุการณ์น่าสงสัย โทรแจ้งสายด่วน 191 หรือ 1155 ทันที เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้กระทำผิดให้ได้เร็วที่สุด แชร์ข่าวนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และติดตามอัปเดตคดีจากเรา

ที่มา – ป่วนนราธิวาส คืนเดียว 3 อำเภอ ตัดสายไฟฟ้า-เผากล้องวงจรปิดเสียหาย ใช้งานไม่ได้ อื้อ

คนร้ายลอบบึม สังหารเจ้าหน้าที่ ฉก.นราฯ แต่เดาเส้นทางผิด ทหารรอดตาย

เหตุการณ์ คนร้ายลอบบึม สังหารเจ้าหน้าที่ ฉก.นราฯ แต่เดาเส้นทางผิด ทหารรอดตาย สร้างความฮือฮาในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา คนร้ายวางแผนร้ายอย่างแนบเนียน แต่พลาดท่าเพราะคาดเดาเส้นทางของเจ้าหน้าที่ทหารผิด ทำให้ระเบิดที่ฝังไว้กลายเป็นแค่หลุมใหญ่กลางถนน โดยไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โชคดีมากสำหรับเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราฯ) ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่มอบธงชาติให้โรงเรียนในพื้นที่

คนร้ายลอบบึม สังหารเจ้าหน้าที่ ฉก.นราฯ แต่เดาเส้นทางผิด ทหารรอดตาย

รายละเอียดของเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณถนนมุ่งหน้าเชิงเขาหมู่บ้านไอร์จะเซ็ง ม.6 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เวลาประมาณ 11.50 น. คนร้ายได้เจาะผิวถนนฝังระเบิดแสวงเครื่องที่บรรจุในถังแก๊สปิกนิกขนาด 25 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่และสายไฟยาวเข้าไปในป่ารกทึบสองข้างทาง แผนการคือดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังเดินทางไปมอบธงชาติไทยให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่

แต่เจ้าหน้าที่ฉก.นราฯ ซึ่งตระหนักถึงความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนใต้ ได้เลือกใช้เส้นทางอื่นที่ปลอดภัยกว่าตอนไป และตอนกลับก็ยังไม่ใช่เส้นนี้ คนร้ายที่ซุ่มรอเห็นไม่มีเป้าหมายจึงตัดสินใจกดชนวนทิ้ง สร้างหลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้าง 3 เมตร กลางถนนแทน เจ้าหน้าที่อย่าง พ.อ.ณัฎฐพล สุนทรนนท์ ผบ.ฉก.ทพ.49 และ พ.ต.อ.วีระศักดิ์ พอแสละ ผกก.สภ.จะแนะ ร่วมกับทีมเก็บกู้ระเบิดและกองพิสูจน์หลักฐาน รุดตรวจสอบในวันถัดไป (22 ก.พ.) หลังเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยก่อน

สาเหตุที่คนร้ายพลาดเป้าและทหารรอดตาย

พ.ต.อ.วีระศักดิ์ เปิดเผยว่า คนร้ายน่าจะเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ชอบลอบโจมตีเจ้าหน้าที่รายวัน การวางระเบิดครั้งนี้แสดงถึงความซับซ้อนในการประกอบและติดตั้ง แต่ความผิดพลาดในการคาดเดาเส้นทางทำให้แผนล้มเหลว เจ้าหน้าที่เก็บเศษระเบิดและชิ้นส่วนถังแก๊สเป็นหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดต่อไป

  • ระเบิดแสวงเครื่อง 25 กก. ในถังปิกนิก
  • จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่และสายไฟยาว
  • หลุมระเบิดขนาดใหญ่แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ
  • เจ้าหน้าที่ใช้เส้นทางปลอดภัย ทำให้รอดตาย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงสถานการณ์ความมั่นคงในภาคใต้ที่ยังตึงเครียด แม้เจ้าหน้าที่จะรอดตาย แต่ก็สะท้อนถึงภัยคุกคามที่ยังคงมีอยู่ การทำงานของทหารและตำรวจต้องอาศัยความระมัดระวังสูงสุด เช่น การเปลี่ยนเส้นทางและการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังพบว่าพื้นที่ป่ารกทึบสองข้างทางเป็นจุดเสี่ยงที่คนร้ายอาจซุ่มโจมตีเพิ่ม เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การใช้โดรนลาดตระเวนและหน่วยทหารพรานกองร้อย 4902 เข้าเคลียร์พื้นที่

บทเรียนจากเหตุคนร้ายลอบบึมครั้งนี้

จากกรณี คนร้ายลอบบึม สังหารเจ้าหน้าที่ ฉก.นราฯ แต่เดาเส้นทางผิด ทหารรอดตาย ทำให้เห็นว่าความฉลาดในการวางแผนของเจ้าหน้าที่เป็นกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอด ผู้บัญชาการและทีมงานสมควรได้รับการยกย่อง นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ควรแจ้งเบาะแสเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบ

สุดท้ายนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ และหวังว่าสถานการณ์ในภาคใต้อาจดีขึ้นในอนาคต หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที หรือติดตามข่าวสารความมั่นคงจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – คนร้ายลอบบึม สังหารเจ้าหน้าที่ ฉก.นราฯ แต่เดาเส้นทางผิด ทหารรอดตาย

ประกันสังคม รายงานเหตุลอบวางระเบิดชายแดนใต้

เหตุการณ์ลอบวางระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความเสียหายและความหวาดกลัวให้กับประชาชนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาแสดงความห่วงใยและยืนยันว่าจะดูแลสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ ล่าสุด ประกันสังคม รายงานเหตุลอบวางระเบิดชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. รวม 11 จุด ในจังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33

ประกันสังคม รายงานเหตุลอบวางระเบิดชายแดนใต้

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวแสดงความห่วงใยต่อผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ โดยสำนักงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกกรณีตามกฎหมายประกันสังคม ประกันสังคม รายงานเหตุลอบวางระเบิดชายแดนใต้ โดยละเอียดดังนี้

เหตุการณ์ในจังหวัดยะลา

จังหวัดยะลามีจุดเกิดเหตุ 4 แห่ง ได้แก่ สถานี ปตท. บ้านบันนังดามา อ.กาบัง, สถานี ปตท. บันนังสตา อ.บันนังสตา, สถานี ปตท. บูเกะคละ ริมถนนสายยะลา-รามัน ต.บุดี อ.เมือง, และสถานี ปตท. ถนนสาย 418 ขาเข้าตัวเมืองยะลา ต.ทำสาป มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ น.ส.โนรีซัน เจะมะสอง และ น.ส.ซูไมยะห์ เจะมะสอง ทั้งคู่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 โชคดีที่อาการปลอดภัยและกลับบ้านพักฟื้นแล้ว

เหตุการณ์ในจังหวัดนราธิวาส

นราธิวาสหนักสุด มีจุดเกิดเหตุ 5 จุด ได้แก่ สถานี ปตท. สาขาบ้านโคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง, สาขาปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก, สาขาตันหยงมัส อ.ระแงะ, สาขาดุซงญอ อ.จะแนะ, และสาขาแว้ง อ.แว้ง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายอารีมี เจ๊ะแว อายุ 20 ปี และนางสาวแวรุสรี แวมามะ อายุ 33 ปี ทั้งสองเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลแว้ง

เหตุการณ์ในจังหวัดปัตตานี

ปัตตานีเกิดเหตุ 2 จุด คือ สถานี ปตท. บานา อ.เมืองปัตตานี และสาขากะพ้อ อ.กะพ้อ ผู้บาดเจ็บ 3 ราย ได้แก่ นายรอมซี แวนาแว, นางสาวอิบติซัม เซ็งสะ (กลับบ้านแล้ว), และนางสาวรอฮานี หามะ (อาการดีขึ้น) ทั้งหมดเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

นอกจากผู้บาดเจ็บแล้ว ยังมีสถานประกอบการเสียหายหลายแห่ง ทำให้มีการหยุดงานชั่วคราวและเลิกจ้างผู้ประกันตนถึง 139 คน สำนักงานประกันสังคมจึงเร่งให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิว่างงาน โดยจ่ายเงินทดแทน 60% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 180 วัน

สิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนจากประกันสังคม รายงานเหตุลอบวางระเบิดชายแดนใต้

สำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบ ประกันสังคม รายงานเหตุลอบวางระเบิดชายแดนใต้ ยังครอบคลุมสิทธิจากกองทุนเงินทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากงาน ซึ่งให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 1 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น

  • ค่ารักษาพยาบาล: ถ้ารักษาในโรงพยาบาลรัฐ จ่ายจริงจนหายสนิท ถ้าเอกชน สูงสุด 65,000 – 1,000,000 บาท ตามระยะเวลา
  • ค่าทดแทนการขาดรายได้: 70% ของค่าจ้างรายเดือน ไม่เกิน 1 ปี
  • ค่าทดแทนสูญเสียอวัยวะหรือสมรรถนะ: ตามสัดส่วนที่กำหนด
  • กรณีทุพพลภาพถาวร: 70% ของค่าจ้างตลอดชีวิต

ประกันสังคมมาตรา 33 เหมาะสำหรับลูกจ้างประจำที่นายจ้างหักสมทบเงินให้ เหมาะกับสถานการณ์ไม่แน่นอนในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่มีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ความรุนแรง หากคุณทำงานในพื้นที่เหล่านี้ ควรตรวจสอบสถานะผู้ประกันตนให้ชัวร์ เพื่อรับสิทธิเต็มที่

นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมยังมีบริการอื่นๆ เช่น สิทธิสปา สิทธิคลอดบุตร สิทธิชราภาพ ที่ช่วยลดภาระครอบครัว ในยุคที่เศรษฐกิจยากลำบากและความมั่นคงยังเปราะบาง ประกันสังคมคือเครื่องมือสำคัญที่รัฐจัดให้ประชาชน

จากข้อมูล ประกันสังคม รายงานเหตุลอบวางระเบิดชายแดนใต้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานในการคุ้มครองแรงงาน หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบ อย่าลังเลที่จะติดต่อสำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสายด่วน 1506 เพื่อขอคำปรึกษาและยื่นสิทธิทันที ตรวจสอบสิทธิประกันสังคมของคุณวันนี้ เพื่อความอุ่นใจในวันพรุ่งนี้

ประกันสังคมไม่ใช่แค่ประกัน แต่คือเกราะป้องกันชีวิตที่มั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยแบบนี้ การมีสิทธิครบถ้วนช่วยให้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

ที่มา – ประกันสังคม รายงานเหตุลอบวางระเบิด 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมดูแลผู้ประกันตนเต็มที่

ผลเลือกตั้ง 2569 นราธิวาส พรรคกล้าธรรมนำ 3 เขต

สวัสดีครับชาวบล็อก! วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนแรงจากแวดวงการเมืองภาคใต้กันเลยทีเดียว นั่นคือ ผลเลือกตั้ง 2569 นราธิวาส “พรรคกล้าธรรม” ปักธงเขียว 3 เขต นับแล้ว 95% เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00.30 น. คะแนนอย่างไม่เป็นทางการนับไปแล้วถึง 95% พรรคกล้าธรรมที่ใช้สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ สามารถกวาดที่นั่ง ส.ส. ได้ 3 เขตจากทั้งหมด 5 เขตในจังหวัดนราธิวาส ส่วนที่เหลือตกเป็นของพรรคภูมิใจไทย 1 เขต และพรรคประชาชาติ 1 เขต นี่ถือเป็นชัยชนะที่สะท้อนถึงกระแสความนิยมของพรรคท้องถิ่นในพื้นที่ชายแดนใต้เลยนะครับ

ผลเลือกตั้ง 2569 นราธิวาส “พรรคกล้าธรรม” ปักธงเขียว 3 เขต นับแล้ว 95%

การเลือกตั้งครั้งนี้ในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นตัววัดความนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ ในพื้นที่ที่การเมืองมีความซับซ้อน ทั้งประเด็นความมั่นคง สันติภาพ และการพัฒนาเศรษฐกิจ พรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคท้องถิ่นที่เน้นนโยบายใกล้ชิดประชาชน สามารถคว้าคะแนนนำในเขต 1, 2 และ 3 ได้อย่างขาดลอย ขณะที่เขต 4 และ 5 มีเซอร์ไพรส์จากพรรคใหญ่เข้ามาชิงชัย

ผลเลือกตั้ง 2569 นราธิวาส รายเขตละเอียดยิบ

  • เขต 1: นายลุตฟี หะยีอีแต เบอร์ 4 พรรคกล้าธรรม ได้คะแนน 37,621 โหวต คิดเป็น 95% ของการนับ นำแบบไม่มีลุ้น!
  • เขต 2: นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ เบอร์ 2 พรรคกล้าธรรม 40,265 คะแนน (95%) คะแนนสูงสุดในบรรดาทั้ง 5 เขตเลยครับ
  • เขต 3: นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เบอร์ 2 พรรคกล้าธรรม 36,053 คะแนน (95%) ยืนยันปักธงเขียวเขตนี้ได้แน่นอน
  • เขต 4: นายซาการียา สะอิ เบอร์ 5 พรรคภูมิใจไทย 42,262 คะแนน (95%) พรรคสีเหลืองบุกมาแซงโค้งที่นี่
  • เขต 5: นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เบอร์ 1 พรรคประชาชาติ 43,282 คะแนน (95%) คะแนนสูงสุดของวัน ปิดท้ายด้วยพรรคสีน้ำเงิน

จากผลที่ออกมาจะเห็นได้ชัดว่าพรรคกล้าธรรมครองใจชาวนราธิวาสได้ดีในเขตหลักๆ ซึ่งอาจมาจากนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาท้องถิ่น เช่น การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมอาชีพฮาลาล นอกจากนี้ ยังมีการลงประชามติควบคู่ไปด้วย แต่ผลยังไม่สรุปชัดเจนครับ

วิเคราะห์กระแสผลเลือกตั้ง 2569 นราธิวาส

ทำไมพรรคกล้าธรรมถึงปักธงเขียวได้ 3 เขต? ในมุมมองของผม นี่คือผลจากฐานเสียงที่เหนียวแน่นของผู้นำท้องถิ่นและเครือข่ายมัสยิดในพื้นที่ นราธิวาสเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่ประชากรชาวมลายูมุสลิมเป็นหลัก ทำให้พรรคที่เข้าใจบริบทท้องถิ่นได้เปรียบ พรรคภูมิใจไทยและประชาชาติที่ได้เขต 4-5 แสดงให้เห็นว่าพรรคใหญ่ยังมีบทบาทในเขตที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะเขต 5 ที่คะแนนทะลุ 43,000 โหวต ถือเป็นสัญญาณว่าการเมืองภาคใต้อาจมีการกระจายอำนาจมากขึ้น ไม่ใช่พรรคใหญ่ครองหมด

นอกจากนี้ ผลเลือกตั้ง 2569 นราธิวาส “พรรคกล้าธรรม” ปักธงเขียว 3 เขต นับแล้ว 95% ยังสะท้อนถึงอัตราการเลือกตั้งที่สูงในพื้นที่ แม้จะมีปัญหาความไม่สงบในอดีต แต่ประชาชนยังให้ความสำคัญกับการเมืองระดับชาติ หากนับคะแนนเสร็จ 100% เราอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เช่น พรรคกล้าธรรมอาจกลายเป็นคีย์แมนในการจัดตั้งรัฐบาลผสมในอนาคต

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจการเมืองภาคใต้ ลองคิดดูนะครับว่าผลนี้จะส่งผลต่อนโยบายชายแดนใต้อย่างไรบ้าง? การชนะของพรรคท้องถิ่นแบบนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการตัวแทนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ชื่อดังจากส่วนกลาง

ติดตามอัพเดทผลอย่างเป็นทางการและข่าวการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับผลเลือกตั้ง 2569 นราธิวาสนี้ครับ! ความเห็นของคุณสำคัญมากเลยนะ

ที่มา – ผลเลือกตั้ง 2569 นราธิวาส “พรรคกล้าธรรม” ปักธงเขียว 3 เขต นับแล้ว 95%

Scroll to top