นายกรัฐมนตรีอนุทิน

“อนุทิน” โชว์ลูกคอร้องเพลง “ขอพบในฝัน”

อนุทิน โชว์ลูกคอร้องเพลง “ขอพบในฝัน” ในงานเปิดโครงการประกวดร้องเพลงเยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย ครั้งที่ 3 ปี 2569 จัดโดยสำนักงานพระคลังข้างที่ สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานอย่างมาก นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้ไม่เพียงแค่มาร่วมงาน แต่ยังโชว์พลังเสียงร้องเพลงลูกกรุงสุดคลาสสิกของชรินทร์ นันทนาคร ศิลปินแห่งชาติ เพื่อเปิดม่านงานอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน

อนุทิน โชว์ลูกคอร้องเพลง “ขอพบในฝัน” เปิดงานประกวด

อนุทิน โชว์ลูกคอร้องเพลง “ขอพบในฝัน” เปิดงานประกวดร้องเพลง

เหตุการณ์สุดประทับใจเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องเกียรติคุณพรรณนา 2 อาคารเกียรติคุณพรรณนา สำนักงานพระคลังข้างที่ ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเวทีร้องเพลง “ขอพบในฝัน” ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้มาร่วมงาน หลังจากนั้นยังหยอดหวานว่าตนจะกลับไปหัดร้องเพลง “ไม่เคยรักใครเท่าเธอ” ให้คนที่บ้านฟังอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงด้านอบอุ่นและใกล้ชิดของผู้นำรัฐบาล

อนุทิน ร่วมงานประกวดร้องเพลงเยาวชน

รายละเอียดโครงการเยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย

โครงการนี้จัดขึ้นในประเภทเพลงลูกกรุง ลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัย โดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่สืบสานวัฒนธรรมผ่านบทเพลงไทยแท้ๆ นายอนุทินกล่าวยกย่องโครงการนี้ว่ามีคุณค่าต่อชาติ สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ไทย ช่วยให้เยาวชนเรียนรู้ความรัก ความภาคภูมิใจ และคุณค่าดีๆ จากเพลงเก่าแก่

ท่านนายกฯ ยังเล่าถึงความประทับใจจากรอบชิงปีที่แล้ว ที่เห็นพลังและความสามารถของเยาวชนทั่วประเทศ ชื่นชมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน วงการดนตรี ศิลปิน ผู้ฝึกสอน สื่อ และหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะสำนักงานพระคลังข้างที่ที่เป็นแกนนำ

อนุทิน โชว์ลูกคอร้องเพลง “ขอพบในฝัน

ความสำคัญของเพลงไทยในการสืบสานวัฒนธรรม

อนุทิน โชว์ลูกคอร้องเพลง “ขอพบในฝัน” ไม่ใช่แค่การแสดง แต่เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาเยาวชนและวัฒนธรรมไทยอย่างเต็มที่ ท่านระบุว่าเพลงไทยสมัยเก่าเป็นเครื่องมือสอนชีวิต สอนความรับผิดชอบชั่วดี สร้างสติปัญญาและความละเมียดละมุนให้ผู้ฟัง นอกจากนี้ยังชื่นชอบผู้จัดงานที่เป็นครูบาอาจารย์ด้านดนตรี ทำให้รู้สึกว่าทำงานนี้ด้วยใจรัก ไม่ใช่แค่นโยบาย

  • ส่งเสริมเอกลักษณ์ไทยผ่านเพลงลูกกรุง ลูกทุ่ง
  • สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน
  • เชื่อมโยง世代เก่า-ใหม่
  • พัฒนาทักษะร้องเพลงและวัฒนธรรม
  • ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเต็มรูปแบบ
ภาพงานแถลงข่าวโครงการเพลงไทย

นายอนุทินยืนยันว่าจะเข้าร่วมรอบชิงชนะเลิศวันที่ 31 ตุลาคม หากยังอยู่ในตำแหน่งนายกฯ แสดงถึงความมุ่งมั่นต่อเนื่อง โครงการนี้ไม่เพียงรักษาเพลงไทย แต่ยังสร้างคุณค่าทางสังคม สอนให้เยาวชนนำเนื้อเพลงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรม

การที่นายกฯ โชว์ร้องเพลงแบบนี้ ทำให้ภาพลักษณ์ผู้นำดูเข้าถึงง่าย สร้างรอยยิ้มและความผูกพันกับประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่วัฒนธรรมไทยกำลังถูกท้าทายจากกระแสต่างชาติ โครงการนี้จึงเป็นแสงสว่างสำคัญในการอนุรักษ์

หากคุณชื่นชอบเพลงไทยและข่าวการเมืองที่น่าสนใจ ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สุดพิเศษแบบนี้!

ที่มา – “อนุทิน” โชว์ลูกคอร้องเพลง “ขอพบในฝัน” เปิดงานประกวดร้องเพลง หยอดหวานจะกลับไปร้องให้คนที่บ้านฟัง

นายกฯ ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เตรียมเพาะนาเอง

นายกฯ ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เตรียมนำไปเพาะในแปลงนาของตัวเอง เป็นข่าวที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนชาวไทยจำนวนมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะหลังจากพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีสำคัญที่แสดงถึงพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายกฯ ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เตรียมนำไปเพาะในแปลงนาของตัวเอง

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางตรงไปยังบริเวณแปลงนาสาธิตทันที ที่นั่นมีการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานลงดิน นายกฯ ไม่รอช้า ร่วมกับประชาชนทั่วไปในการเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกเหล่านั้น ใส่ถุงที่เตรียมไว้อย่างเรียบร้อย

ภาพเหตุการณ์นี้ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อหลายแห่ง แสดงให้เห็นนายกฯ ยืนก้มเก็บเมล็ดข้าวอย่างตั้งใจ ท่ามกลางผู้คนที่มาร่วมพิธี ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง นายกฯ ยังกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "เป็นครั้งแรกที่ได้มาเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เมื่อก่อนไม่เคยได้ทำ" และยืนยันว่าจะนำเมล็ดเหล่านี้ไปเพาะปลูกในแปลงนาส่วนตัว เพื่อให้เติบโตเป็นสิริมงคล โดยไม่เปิดเผยว่าอยู่ที่ไหน เพื่อความเป็นส่วนตัว

นายกฯ ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน

ประชาชนตื่นเต้น ทักทายนายกฯ แบบใกล้ชิด

ระหว่างนั้น ประชาชนที่มาร่วมพิธีต่างเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรีอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายกฯ ก็ยินดีร่วมถ่ายภาพหมู่ สร้างความประทับใจให้ทุกคน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแสดงถึงความถ่อมตนของผู้นำประเทศ แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของพระราชพิธีที่เชื่อมโยงราชสำนักกับประชาชน

นายกฯ ถ่ายรูปกับเกษตรกร

มาตรการรัฐบาลรับมือภัยแล้งปีนี้

นอกจากกิจกรรมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานแล้ว นายกฯ ยังได้กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในปีที่คาดว่าจะมีภัยแล้งรุนแรง โดยรัฐบาลได้วางแผนบูรณาการหลายหน่วยงาน เช่น

  • สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกรมชลประทาน จัดหาน้ำบาดาล น้ำใต้ดิน
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง
  • กักเก็บน้ำให้มากที่สุดตามพยากรณ์อากาศ

เพื่อให้เกษตรกรไม่เดือดร้อน การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยรักษาผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย

นายกฯ กล่าวถึงมาตรการภัยแล้ง

พระราชพิธีพืชมงคลนี้ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการเริ่มต้นฤดูเพาะปลูก นายกฯ ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เตรียมนำไปเพาะในแปลงนาของตัวเอง จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำที่ใกล้ชิดประชาชนและเข้าใจวิถีเกษตรกร การกระทำนี้ยังกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตรยั่งยืน

ในฐานะนักข่าวการเมือง เรามองว่ากิจกรรมนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลให้ดูเข้าถึงได้มากขึ้น หากคุณเป็นเกษตรกรหรือสนใจข่าวสารเกษตร ลองติดตามมาตรการรัฐบาลเพิ่มเติม และอย่าลืมแบ่งปันบทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – นายกฯ ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เตรียมนำไปเพาะในแปลงนาของตัวเอง

คอบอลเฮ “อนุทิน” ยัน คนไทยได้ดูถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026” แน่

ข่าวดีมาสำหรับคอฟุตบอลชาวไทย เมื่อคอบอลเฮ “อนุทิน” ยัน คนไทยได้ดูถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026” แน่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเรายืนยันชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้แฟนบอลพลาดการเชียร์ทีมโปรดในศึกใหญ่ระดับโลกนี้แน่นอน

คอบอลเฮ “อนุทิน” ยัน คนไทยได้ดูถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026” แน่

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนโยบายถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดการแข่งขันที่สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา โดยตอบแบบชัดเจนว่า “ก็ต้องทำให้มี ทุกรัฐบาลก็ทำให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก รัฐบาลนี้จะไปมีข้อยกเว้นได้หรือ ส่วนวิธีการเดี๋ยวค่อยว่ากัน” คำตอบนี้ทำให้แฟนบอลไทยโล่งใจและดีใจกันถ้วนหน้า

ทำไมฟุตบอลโลก 2026 ถึงสำคัญสำหรับคนไทย

ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีทีมเข้าร่วมถึง 48 ทีม แข่งขันทั้งหมด 104 นัด ครอบคลุม 16 เมืองใน 3 ประเทศเจ้าภาพ การถ่ายทอดสดให้คนไทยได้รับชมฟรีหรือราคาถูก ถือเป็นประเพณีที่รัฐบาลไทยทำมาตั้งแต่สมัยฟุตบอลโลก 1998 จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นไทยรัฐทีวีหรือช่องฟรีทีวีอื่นๆ ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงกีฬาชาติภักดิ์ได้

ในอดีต รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่เคยละเลยเรื่องนี้ เช่น ในปี 2018 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ทำให้คนไทยดูได้ครบทุกนัด ปี 2022 ก็เช่นกัน แม้จะมีปัญหาลิขสิทธิ์แต่สุดท้ายก็แก้ไขได้ ดังนั้นคอบอลเฮ “อนุทิน” ยัน คนไทยได้ดูถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026” แน่ จึงเป็นการย้ำถึงความต่อเนื่องของนโยบายประชานิยมที่แฟนบอลรอคอย

รัฐบาลอนุทินจะทำอย่างไรให้คนไทยดูฟุตบอลโลกได้

แม้รายละเอียดวิธีการยังไม่ชัดเจน แต่จากคำพูดของนายกฯ อนุทิน คาดว่ารัฐบาลจะเจรจากับผู้ถือลิขสิทธิ์อย่าง FIFA และบริษัทเอกชน เช่น True Visions หรือ beIN Sports ที่มักได้สิทธิ์ถ่ายทอดในภูมิภาคเอเชีย รัฐบาลอาจอุดหนุนค่าลิขสิทธิ์บางส่วน หรือบังคับให้ถ่ายทอดทางช่องฟรีทีวีตาม พ.ร.บ.กสทช. ซึ่งเคยใช้ในอดีต

  • ประสานงานกับ กสทช. เพื่อกำหนดช่องถ่ายทอดฟรี
  • เจรจาลิขสิทธิ์กับ FIFA ล่วงหน้า
  • สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนกีฬาแห่งชาติ
  • จัดกิจกรรมเชียร์บอลทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ฟุตบอลโลก 2026 ยังน่าสนใจเพราะมีทีมเอเชียเข้ารอบเยอะขึ้น ไทยเองแม้ทีมชาติยังไม่แข็งแกร่ง แต่แฟนบอลไทยชื่นชอบทีมดังอย่างอาร์เจนตินา ฝรั่งเศส หรือบราซิล การได้ดูสดจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย เช่น ร้านอาหาร ผับบาร์ที่เปิดดูบอลรวมกัน

สำหรับคอบอลตัวยง การรอคอย 4 ปีครั้งนี้ยาวนาน แต่ข่าวจากนายกฯ ทำให้ตื่นเต้นล่วงหน้า คุณคิดว่ารัฐบาลจะจัดการอย่างไร? ทีมไหนจะเป็นแชมป์? เมสซี่ยังโลดแล่นได้ไหม? ข่าวนี้ยิ่งทำให้คอบอลเฮ “อนุทิน” ยัน คนไทยได้ดูถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026” แน่ กลายเป็นหัวข้อฮอตในโซเชียล

ในมุมมองของผม นี่คือสัญญาณดีว่ารัฐบาลเข้าใจหัวใจประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและเยาวชนที่ฟุตบอลคือความสุขเรียบง่าย สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะทีมชาติไทยไปบอลโลกได้หรือไม่ การได้เชียร์ไปด้วยกันคือสิ่งสำคัญที่สุด

CTA: ติดตามข่าวอัปเดตฟุตบอลโลก 2026 และนโยบายรัฐบาลได้ที่บล็อกนี้ แชร์ให้เพื่อนคอบอลด้วยนะ!

ที่มา – คอบอลเฮ “อนุทิน” ยัน คนไทยได้ดูถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026” แน่

“นายกฯ อนุทิน” ให้กำลังใจคนไทย พรุ่งนี้ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น

วันนี้เรามาพูดถึงโมเมนต์สุดอบอุ่นที่เกิดขึ้นในงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ปี 2569 กันค่ะ ซึ่ง“นายกฯ อนุทิน” ให้กำลังใจคนไทย พรุ่งนี้ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ดีขึ้น นี่แหละที่กลายเป็นประโยคฮิตติดปากของหลายคน นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดกับประชาชนอย่างแท้จริง มาดูกันว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้าง

“นายกฯ อนุทิน” ให้กำลังใจคนไทย พรุ่งนี้ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ดีขึ้น

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 26 เมษายน 2569 หลังจากเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดงอย่างเป็นทางการที่โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้าแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่รอช้า นำคณะผู้บริหารเดินเท้าไปยังเวทีหลักริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทางราวครึ่งกิโลเมตร แม้จะเหนื่อยแต่ท่านนายกฯ ก็ยิ้มแย้ม สร้างความประทับใจให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานจำนวนมาก

บรรยากาศคึกคักสุดๆ มีทั้งการแสดงดนตรีพื้นบ้าน การละเล่นน้ำสาดกันอย่างสนุกสนาน และของกิน街ข้างทางที่หอมกรุ่น นายกฯ ขึ้นเวที ลั่นฆ้องเปิดงานอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะทักทายทุกคนว่า “พอทราบว่ามีพี่น้องประชาชนสนุกสนานกันอยู่เยอะแยะ ซึ่งไม่ได้อยู่ในโปรแกรม ตนจึงขอมาเจอพ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย” คำพูดนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนผู้นำที่ใส่ใจประชาชนจริงๆ

นายกฯ อนุทิน ส่งกำลังใจชาร์จแบตเตอรี่ให้ชาวพระประแดง

ท่านนายกฯ กล่าวต่อว่า “วันนี้ขอให้พวกเราเต็มที่ ถึง 2 ทุ่ม เต็มที่ สุดซอย ขอให้สนุกสนานกันเต็มที่และเราก็จะได้มีกำลังวังชา ถือว่า 2 ทุ่มวันนี้แบตเตอรี่เราเต็มหมด แล้วพรุ่งนี้เราไปทำงาน ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น” นี่คือ“นายกฯ อนุทิน” ให้กำลังใจคนไทย พรุ่งนี้ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ดีขึ้น ที่เรารู้สึกได้ถึงพลังบวกเต็มเปี่ยม เหมือนชาร์จแบตให้ทุกคนพร้อมลุยวันใหม่

ไม่ใช่แค่นั้น ท่านยังอวยพรปีใหม่ไทยให้ทุกคนด้วยนะคะ “พวกผมทุกคนไม่สามารถทนเห็นพี่น้องทั้งมีไม่มีความสุขได้ แต่ต้องทำทุกอย่างให้พวกเราทุกคนรักษารอยยิ้มอย่างนี้ไปทั้งตลอดกาลเลย และเนื่องในโอกาสปีใหม่ ขอให้พวกเรามีแต่ความสุข มีแต่ความสำเร็จ ร่ำรวยเงินทอง สุขภาพแข็งแรง คิดอะไรให้สมหวังทุกสิ่ง อายุยืนยาว และรักกันนานๆ อย่างนี้ตลอดไป” คำอวยพรนี้ฟังแล้วใจฟูเลยใช่มั้ยคะ

ผู้ร่วมงานระดับบิ๊กที่มาร่วมสร้างสีสัน

  • นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
  • นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  • นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
  • นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ
  • นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ
  • นายสุนทร ปานแสงทอง นายก อบจ.สมุทรปราการ
  • นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง

งานนี้มีบิ๊กๆ มาร่วมเพียบ แสดงให้เห็นว่างานสงกรานต์พระประแดงเป็นเทศกาลใหญ่ที่ดึงดูดทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ประเพณีนี้มีเอกลักษณ์ด้วยการละเล่นผีดิบผีโข่ง การรำวงยิ่งใหญ่ริมน้ำเจ้าพระยา ทำให้สมุทรปราการคึกคักช่วงสงกรานต์ทุกปี

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ข่าวการเมือง แต่เป็นตัวอย่างของผู้นำที่เข้าถึงประชาชน สร้างกำลังใจในช่วงที่ทุกคนอาจเหนื่อยล้า คำว่า“นายกฯ อนุทิน” ให้กำลังใจคนไทย พรุ่งนี้ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ดีขึ้น กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราคิดบวก ลุกขึ้นสู้ต่อไป ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม

ในมุมมองของเรา คำพูดนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นความสุขประชาชนเป็นหลัก เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมจะดีขึ้นแน่นอนถ้าทุกคนร่วมมือกัน คุณล่ะคะ ได้รับกำลังใจจากท่านนายกฯ หรือยัง? ลองแชร์ประสบการณ์สงกรานต์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านพลังบวกกันนะคะ สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยต่อไป!

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” ให้กำลังใจคนไทย พรุ่งนี้ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ดีขึ้น

“อนุทิน” พยักหน้ารับ เพดานหนี้ 70% เป็น 75%

ในวงการการเมืองและเศรษฐกิจไทยกำลังจับตามอง 움직ไหวล่าสุดของนายกรัฐมนตรี “อนุทิน” พยักหน้ารับ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75% ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงท่าทีเห็นด้วยชัดเจน ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเตรียมงบประมาณปี 2570 ที่อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศ

“อนุทิน” พยักหน้ารับ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75%

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ณ อิมแพค เมืองทองธานี โดยก่อนเริ่มประชุม นายกฯ ยังคงยิ้มแย้มและทำท่ารูดซิปปากเมื่อสื่อถามถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยตอบสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวไปเชียงใหม่ก่อน” แสดงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ต่อมา เวลา 11.06 น. ขณะเดินทางไปท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง สื่อมวลชนสอบถามถึงข้อเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เล็งปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% ของ GDP เป็น 75% นายกรัฐมนตรีหยุดฟังและพยักหน้ารับอย่างชัดเจน ก่อนเดินเข้าห้องรับรองเพื่อบินลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งท่าทีนี้ตีความได้ว่ารัฐบาลเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว

เพดานหนี้สาธารณะคืออะไร และทำไมต้องขยาย?

เพดานหนี้สาธารณะถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2566 ที่จำกัดไม่ให้เกิน 70% ของ GDP เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลัง แต่ในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่ฟื้นตัวช้า โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น โครงการ Eastern Economic Corridor (EEC) หรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลต้องการพื้นที่งบประมาณเพิ่มเติม การขยายเป็น 75% จะช่วยให้สามารถกู้เงินได้อีกประมาณ 5% ของ GDP ซึ่งเท่ากับหลายแสนล้านบาท

  • ข้อดี: เพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างงาน ส่งเสริมการเติบโต GDP
  • ข้อเสีย: เสี่ยงหนี้สินพอกพูน ดอกเบี้ยสูงขึ้น ภาระรุ่นหลัง
  • ตัวอย่างประเทศอื่น: ญี่ปุ่นหนี้เกิน 200% แต่เศรษฐกิจมั่นคง สิงคโปร์ควบคุมต่ำ 50%

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและประชาชน

หาก “อนุทิน” พยักหน้ารับ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75% ได้รับอนุมัติ จะช่วยให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณปี 2570 ได้คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่ช่วยฟื้นฟูหลังโควิด-19 เช่น การท่องเที่ยว การเกษตรดิจิทัล และพลังงานสะอาด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเตือนว่าต้องควบคุมการใช้จ่ายให้ดี มิเช่นนั้นอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อหรืออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

นอกจากนี้ ในมุมปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่นายกฯ จะลงพื้นที่เชียงใหม่ พบว่าปีนี้ค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานหลายเท่า สาเหตุหลักจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง รัฐบาลต้องเร่งมาตรการทั้งระยะสั้น เช่น แจกหน้ากากอนามัย และระยะยาว เช่น ส่งเสริมพลังงานทดแทน

มุมมองอนาคต: รัฐบาลอนุทินจะจัดการอย่างไร?

การตัดสินใจขยายเพดานหนี้ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับรัฐบาลอนุทิน หากบริหารจัดการได้ดี จะช่วยพาประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจเข้มแข็ง แต่หากพลาดพลั้ง อาจกลายเป็นวิกฤตหนี้สาธารณะ คุณคิดเห็นอย่างไรกับนโยบายนี้? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเศรษฐกิจการเมืองอัปเดตทุกวันเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

สุดท้าย การขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะอาจเป็นกุญแจสู่การฟื้นตัว แต่ต้องอาศัยความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่เข้มแข็งเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน

ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75%

นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อหารือหน่วยงานความมั่นคงและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ โดยมีคณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารชั้นนำร่วมเดินทางด้วย

นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หารือหน่วยงานความมั่นคง

การเดินทางเริ่มต้นจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะบินตรงไปยังสนามบินนราธิวาส โดยมีรัฐมนตรีสำคัญหลายท่านร่วม เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงพล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เมื่อถึงพื้นที่ นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยเริ่มที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อมอบนโยบายแก้ปัญหาตามแนวทางรัฐบาล และตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ จากนั้นเดินทางไปบ้านศรียะลา ต.สุเตง อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อหารือสำคัญกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการเชื่อมโยงรัฐบาลกับชุมชนท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรีหารือที่บ้านศรียะลา

ประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงที่ กอ.รมน. ภาค 4

ต่อมา คณะเดินทางไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ณ ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมติดตามความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยหารือเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน มาตรการป้องกัน และแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความมั่นคง

  • มอบนโยบายแก้ปัญหายั่งยืน
  • ตรวจเยี่ยมกำลังพลและหน่วยงานความมั่นคง
  • ประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดน

ตรวจพื้นที่ชายแดนและเปิดงานท่องเที่ยวชุมพร

กำหนดการยังรวมถึงการตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดน อ.แว้ง จ.นราธิวาส ณ สะพานเชื่อมบูเก๊ะตา (ไทย) – บูกิต บุหงา (มาเลเซีย) เพื่อติดตามการป้องกันชายแดนและความร่วมมือกับเพื่อนบ้าน ก่อนบินต่อไปเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ชายหาดบางเบิด ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

นายกฯ ตรวจพื้นที่ชายแดน

การนายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และการเชื่อมโยงชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางหลักของรัฐบาลในการสร้างความสงบสุขยั่งยืน ปัญหาในภาคใต้เป็นประเด็นเรื้อรังมานาน แต่ด้วยการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและการหารือกับผู้นำท้องถิ่น รัฐบาลมุ่งหวังว่าจะเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ การรวมคณะรัฐมนตรีจากหลายกระทรวงแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลาโหม ยุติธรรม มหาดไทย คมนาคม และศึกษาธิการ เพื่อแก้ปัญหาแบบองค์รวม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเยี่ยมชมชายแดนและการส่งเสริมท่องเที่ยวจะช่วยเสริมภาพลักษณ์บวกให้กับพื้นที่ ลดความขัดแย้ง และดึงดูดนักลงทุน

ในมุมมองของผู้เขียน การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลแสดงความจริงใจต่อประชาชนภาคใต้ หากดำเนินการต่อเนื่องและฟังเสียงจากทุกฝ่าย จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้ ลองติดตามข่าวสารและพัฒนาการเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หารือหน่วยงานความมั่นคง ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่

“อนุทิน” โพสต์ภาพครอบครัวชาญวีรกูลแบบพร้อมหน้า

เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจให้กับชาวโซเชียลอย่างมาก เมื่อ “อนุทิน” โพสต์ภาพครอบครัวชาญวีรกูลแบบพร้อมหน้า เผยโมเมนต์อบอุ่นในวันเกิดของคุณแม่ที่ตรงกับวันผู้สูงอายุพอดี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 20.25 น. โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แชร์ภาพครอบครัวลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว ทำให้แฟนๆ และประชาชนทั่วไปได้เห็นด้านมนุษย์ของผู้นำประเทศคนนี้

“อนุทิน” โพสต์ภาพครอบครัวชาญวีรกูล

ภาพที่นายอนุทินโพสต์นั้นเป็นภาพครอบครัวใหญ่ตระกูลชาญวีรกูลที่มารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งอดีตรองนายกรัฐมนตรี นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา พี่น้องอย่างนายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) นางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ กรรมการบริษัท เอสที พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด และนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยาของนายอนุทิน ภาพนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของครอบครัวนักธุรกิจและนักการเมืองชื่อดังตระกูลนี้

สมาชิกครอบครัวชาญวีรกูลในภาพ “อนุทิน” โพสต์ภาพครอบครัวชาญวีรกูล

  • นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล: บิดา อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้มีบทบาทสำคัญในวงการการเมืองไทย
  • นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล: มารดา ผู้ที่วันเกิดตรงกับวันผู้สูงอายุแห่งชาติ (13 เมษายน)
  • นายมาศถวิน ชาญวีรกูล: น้องชาย กรรมการบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ Sino-Thai
  • นางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์: พี่สาว ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์
  • นางสาวธนนนท์ นิรามิษ: ภริยา สมกับเป็นคู่ชีวิตที่คอยสนับสนุน

ครอบครัวชาญวีรกูลถือเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจและการเมืองมานาน โดยเฉพาะบริษัทซิโน-ไทยที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการใหญ่ๆ มากมายในประเทศไทย พ่อของนายอนุทินยังเคยเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ทำให้ตระกูลนี้มีอิทธิพลทั้งในแวดวงธุรกิจและการเมือง

แคปชั่นสุดน่ารักจาก “อนุทิน” โพสต์ภาพครอบครัวชาญวีรกูล

สิ่งที่ทำให้โพสต์นี้ไวรัลยิ่งขึ้นคือแคปชั่นที่นายอนุทินเขียนไว้ว่า “แม่เกิดตรงกับวันผู้สูงอายุพอดี เลยได้มากราบอวยพรแบบ Hybrid ทุกปี Happy Birthday Mommieee” คำว่า ‘Hybrid’ น่าจะหมายถึงการรวมตัวทั้งแบบเจอตัวและออนไลน์ เพราะทุกปีลูกๆ จะมาร่วมอวยพรคุณแม่ในวันพิเศษนี้ แสดงให้เห็นถึงความเคารพและรักใคร่ต่อผู้ใหญ่ตามประเพณีไทย แม้จะยุ่งกับหน้าที่นายกรัฐมนตรี

วันผู้สูงอายุแห่งชาติตรงกับวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในการดูแลผู้สูงอายุ การที่วันเกิดคุณแม่ทัศนีย์ตรงกับวันนี้ ทำให้ครอบครัวชาญวีรกูลมีประเพณีพิเศษในการเฉลิมฉลองแบบไฮบริด สะท้อนวัฒนธรรมไทยที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและผู้ใหญ่

นอกจากนี้ โพสต์ดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากนักการเมืองและดาราหลายคนที่เข้ามาคอมเมนต์อวยพรคุณแม่ของนายอนุทิน ทำให้แฮชแท็ก #ครอบครัวชาญวีรกูล #วันเกิดแม่อนุทิน ติดเทรนด์ในโซเชียลมีเดียทันที ในยุคที่นักการเมืองมักถูกมองในแง่การเมืองล้วนๆ โพสต์นี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านบวกให้กับนายอนุทินได้อย่างดีเยี่ยม

ตระกูลชาญวีรกูลยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โครงการอสังหาฯ หรือแม้แต่การเมืองที่มุ่งเน้นนโยบายเพื่อประชาชน นายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและนายกรัฐมนตรี ก็มักเน้นย้ำเรื่องครอบครัวและความสามัคคีเสมอ

สุดท้ายนี้ การที่ “อนุทิน” โพสต์ภาพครอบครัวชาญวีรกูลเช่นนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำที่ยังคงรักษาคุณค่าครอบครัวไทยไว้ท่ามกลางความรับผิดชอบหนักหน่วงของชาติ มันทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดและไว้วางใจมากขึ้น คุณล่ะเคยโพสต์ภาพครอบครัวในวันสำคัญแบบนี้บ้างไหม? ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองและไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” โพสต์ภาพครอบครัวชาญวีรกูลแบบพร้อมหน้า เผยวันเกิดแม่ตรงกับผู้สูงอายุพอดี

นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน สงกรานต์พักเต็มที่

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคนตื่นเต้นกับการสาดน้ำ เล่นสนุกกับครอบครัว แต่หลายคนกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่ผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ล่าสุด นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน ชวนประชาชนพักผ่อนให้เต็มที่ รัฐบาลดูแลให้หมดแล้ว

นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 11 เมษายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยย้ำว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข พักผ่อนกันให้เต็มที่

“นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน เรามีให้บริการอย่างแน่นอน แต่ขอให้ใช้อย่างประหยัดตระหนัก” นายอนุทินกล่าว พร้อมชวนให้เล่นน้ำ สาดน้ำตามประเพณีไทยอย่างสนุกสนาน แต่ต้องอารมณ์เย็น ไม่ให้ใครเดือดร้อน โดยเฉพาะเรื่องสำคัญคือ ดื่มสุราแล้วไม่ขับขี่ ไม่ว่ารถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

รัฐมนตรีทำงานต่อเนื่อง นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน

นายกรัฐมนตรียังเผยแผนการของตัวเองว่าจะลงพื้นที่ตรวจสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อดูแลประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาล ขณะที่วันหยุดยาว ตนจะตระเวนตรวจความเรียบร้อยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ส่วนรัฐมนตรีทุกคนก็ไม่หยุดนิ่ง มีหน้าที่ดูแลพื้นที่ของตัวเอง โดยส่วนใหญ่เป็น ส.ส. ที่คุ้นเคยกับท้องถิ่น

แม้เทศกาลสงกรานต์ไทยจะหยุดยาว แต่ประเทศอื่นยังทำงานต่อ นายกฯ จึงต้องมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เช่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะใช้โอกาสนี้เดินทางไปเจรจาปุ๋ยและน้ำมันในต่างประเทศ เพื่อหาทางเลือกให้ประเทศ

  • รัฐบาลมั่นใจน้ำมันเพียงพอ ไม่ต้องกังวล
  • รัฐมนตรีทำงานต่อเนื่อง แม้ประชาชนหยุด
  • เน้นความปลอดภัย "ดื่มไม่ขับ"
  • เล่นสงกรานต์สนุก แต่เคารพผู้อื่น

สถานการณ์น้ำมันโลกตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยปรับขึ้น แต่รัฐบาลไทยมีแผนสำรองชัดเจน ทั้งการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่ม และเจรจากับพันธมิตรต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก

นอกจากนี้ นายกฯ ยังฝากถึงสื่อมวลชนให้ไปพักผ่อนสนุกเช่นกัน แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ ภาพรวมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนจริงจัง ทำงานเบื้องหลังเพื่อความสุขของทุกคนในเทศกาล

เคล็ดลับสงกรานต์ปลอดภัย จากคำแนะนำนายกฯ

  • ใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง สวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง
  • เตรียมน้ำดื่มและยาแก้เมาค้าง เผื่อกรณีฉลองหนัก
  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทางไกล เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้เรียบร้อย
  • ช่วยกันรักษาความสะอาด สาดน้ำแล้วเก็บขยะ

เทศกาลสงกรานต์คือช่วงเวลาดี ๆ ที่เราจะได้อยู่กับคนที่รัก สนุกกับประเพณีเก่าแก่ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย พักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน เพราะรัฐบาลจัดการให้แล้ว

สุดท้ายนี้ ขอให้สงกรานต์ปีนี้เป็นปีที่ทุกคนมีความสุข รอยยิ้มเต็มใบหน้า และไม่มีอุบัติเหตุ ติดตามข่าวสารการเมืองและเทศกาลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน ปชช. พักผ่อนช่วงสงกรานต์ให้เต็มที่ ลั่น รมต. ทำงานต่อเนื่อง

นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ 10 บาท คุ้ม 1 แสน สงกรานต์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไทยทุกคน! ช่วงเทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนเที่ยวสนุก ราดน้ำกันให้เพลิน แต่ก็อย่าลืมเรื่องความปลอดภัยนะครับ วันนี้มีข่าวดีจากนายกรัฐมนตรี ที่ นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ จ่าย 10 บาท คุ้มครองหนึ่งแสนบาท ช่วงสงกรานต์ เพื่อให้ประชาชนมีเกราะป้องกันอุบัติเหตุแบบราคาประหยัดสุดๆ

จากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ พ.ศ. 2569 และในงานนั้นท่านนายกฯ ได้รณรงค์ให้ประชาชนวางแผนเดินทางล่วงหน้า เตรียมความพร้อม รวมถึงชื่นชมโครงการไมโครอินชัวรันส์ที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง

นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ จ่าย 10 บาท คุ้มครองหนึ่งแสนบาท ช่วงสงกรานต์

โครงการนี้จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับพันธมิตรต่างๆ โดยมีประกันภัยรายย่อย 2 แบบหลักๆ ที่น่าสนใจมาก เหมาะสำหรับช่วงสงกรานต์ที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุสูง ทุกปีมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากจากถนนลื่น เมาแล้วขับ หรือเล่นน้ำแบบไม่ระวัง

ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)

แบบนี้ครอบคลุมทั้งชีวิตและค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ คุ้มค่าแบบสุดๆ

  • เบี้ย 10 บาท: วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท
  • เบี้ย 20 บาท: วงเงินสูงสุด 250,000 บาท

ระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. – 30 มิ.ย. 2569 ผู้เอาประกันต้องเป็นคนไทย อายุ 15-70 ปี ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลที่แพงหูฉี่ในยามฉุกเฉิน

ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ

สำหรับคนที่ทิ้งบ้านไปเที่ยว แบบนี้ก็เจ๋งไม่แพ้กัน

  • เบี้ยเพียง 10 บาท: คุ้มครองทรัพย์สินในบ้านสูงสุด 30,000 บาท จากเหตุไฟไหม้ น้ำท่วม ลักทา

ระยะเวลา 30 วันเช่นกัน สบายใจได้เมื่อไปสาดน้ำข้างนอก

ไมโครอินชัวรันส์คืออะไร? คือประกันภัยขนาดเล็ก เบี้ยถูก วงเงินคุ้ม ทำผ่านดิจิทัลหรือเคาน์เตอร์ง่ายๆ เหมาะกับคนที่ไม่เคยทำประกันมาก่อน ในช่วงสงกรานต์ที่สถิติอุบัติเหตุพุ่งสูง เช่น ปีก่อนๆ มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 ราย บาดเจ็บหลักหมื่น การมีประกันช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมหาศาล

วิธีซื้อก็สะดวกมาก สามารถซื้อได้ที่บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือแพลตฟอร์มออนไลน์พันธมิตร ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็ได้กรมธรรม์ทันที นโยบาย นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ จ่าย 10 บาท คุ้มครองหนึ่งแสนบาท ช่วงสงกรานต์ นี้ ไม่เพียงช่วยประชาชน แต่ยังผลักดันอุตสาหกรรมประกันให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม สร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญรณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัย” จากนายกฯ ที่เชิญชวนดื่มไม่ขับ สวมหมวกกันน็อก วางแผนเส้นทาง แม้มีประกันแล้ว แต่ป้องกันยังดีที่สุด การรวมประกันเข้ากับการขับขี่ปลอดภัย จะทำให้เทศกาลนี้สนุกสุดเหวี่ยงโดยไม่ต้องกลัว

สรุปแล้ว โครงการนี้แจ่มมาก เพียง 10-20 บาท ได้ความคุ้มครองหลักแสน คุ้มยิ่งกว่าซื้อน้ำราดเพื่อนอีก! ถ้าคุณกำลังจะเดินทางช่วงสงกรานต์ อย่าพลาด รีบไปซื้อเลยวันนี้ เพื่อความอุ่นใจเต็มร้อย สงกรานต์นี้เที่ยวให้สนุก ปลอดภัยทุกเส้นทาง

คำแนะนำจากเรา: เลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับตัวเอง และแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ ช่วยกันมีประกัน=ช่วยกันรอด!

ที่มา – นายกฯ หนุนไมโครอินชัวรันส์ จ่าย 10 บาท คุ้มครองหนึ่งแสนบาท ช่วงสงกรานต์

Scroll to top