ในวงการการเมืองและเศรษฐกิจไทยกำลังจับตามอง 움직ไหวล่าสุดของนายกรัฐมนตรี “อนุทิน” พยักหน้ารับ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75% ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงท่าทีเห็นด้วยชัดเจน ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเตรียมงบประมาณปี 2570 ที่อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศ
“อนุทิน” พยักหน้ารับ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75%
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ณ อิมแพค เมืองทองธานี โดยก่อนเริ่มประชุม นายกฯ ยังคงยิ้มแย้มและทำท่ารูดซิปปากเมื่อสื่อถามถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยตอบสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวไปเชียงใหม่ก่อน” แสดงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ต่อมา เวลา 11.06 น. ขณะเดินทางไปท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง สื่อมวลชนสอบถามถึงข้อเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เล็งปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% ของ GDP เป็น 75% นายกรัฐมนตรีหยุดฟังและพยักหน้ารับอย่างชัดเจน ก่อนเดินเข้าห้องรับรองเพื่อบินลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งท่าทีนี้ตีความได้ว่ารัฐบาลเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว
เพดานหนี้สาธารณะคืออะไร และทำไมต้องขยาย?
เพดานหนี้สาธารณะถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2566 ที่จำกัดไม่ให้เกิน 70% ของ GDP เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลัง แต่ในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่ฟื้นตัวช้า โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น โครงการ Eastern Economic Corridor (EEC) หรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลต้องการพื้นที่งบประมาณเพิ่มเติม การขยายเป็น 75% จะช่วยให้สามารถกู้เงินได้อีกประมาณ 5% ของ GDP ซึ่งเท่ากับหลายแสนล้านบาท
- ข้อดี: เพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างงาน ส่งเสริมการเติบโต GDP
- ข้อเสีย: เสี่ยงหนี้สินพอกพูน ดอกเบี้ยสูงขึ้น ภาระรุ่นหลัง
- ตัวอย่างประเทศอื่น: ญี่ปุ่นหนี้เกิน 200% แต่เศรษฐกิจมั่นคง สิงคโปร์ควบคุมต่ำ 50%
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและประชาชน
หาก “อนุทิน” พยักหน้ารับ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75% ได้รับอนุมัติ จะช่วยให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณปี 2570 ได้คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่ช่วยฟื้นฟูหลังโควิด-19 เช่น การท่องเที่ยว การเกษตรดิจิทัล และพลังงานสะอาด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเตือนว่าต้องควบคุมการใช้จ่ายให้ดี มิเช่นนั้นอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อหรืออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ ในมุมปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่นายกฯ จะลงพื้นที่เชียงใหม่ พบว่าปีนี้ค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานหลายเท่า สาเหตุหลักจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง รัฐบาลต้องเร่งมาตรการทั้งระยะสั้น เช่น แจกหน้ากากอนามัย และระยะยาว เช่น ส่งเสริมพลังงานทดแทน
มุมมองอนาคต: รัฐบาลอนุทินจะจัดการอย่างไร?
การตัดสินใจขยายเพดานหนี้ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับรัฐบาลอนุทิน หากบริหารจัดการได้ดี จะช่วยพาประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจเข้มแข็ง แต่หากพลาดพลั้ง อาจกลายเป็นวิกฤตหนี้สาธารณะ คุณคิดเห็นอย่างไรกับนโยบายนี้? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเศรษฐกิจการเมืองอัปเดตทุกวันเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
สุดท้าย การขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะอาจเป็นกุญแจสู่การฟื้นตัว แต่ต้องอาศัยความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่เข้มแข็งเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน
ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ เล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75%


