นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนและนายจ้างทุกท่าน วันนี้มีข่าวอัปเดตสำคัญเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของเราทุกคนครับ สำหรับใครที่รอคอยการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ต้องห้ามพลาดข่าวนี้เลย เพราะทางสำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. กำลังเดินหน้าปรับปรุงกฎเกณฑ์สำคัญเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมกันมากขึ้นครับ

สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

ล่าสุดทางสำนักงานประกันสังคม ได้ประกาศเปิดให้ประชาชนทั่วไป นายจ้าง และผู้ประกันตน สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อ สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงระเบียบกระทรวงแรงงานฯ พ.ศ. 2564 ให้มีความทันสมัยและเป็นธรรมยิ่งขึ้น โดยสาระสำคัญคือการยกเลิกการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่มีสิทธิทุกคนสามารถใช้เสียงของตัวเองในการเลือกผู้แทนได้อย่างทั่วถึงและไม่มีอุปสรรคครับ

ทำไมต้องติดตามสปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในครั้งนี้?

การปรับปรุงระเบียบในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ และคำวินิจฉัยของศาลปกครอง เพื่อให้การเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม (ชุดที่ 15) ที่กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 นี้ เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุด ดังนั้น การที่ทาง สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม จึงเป็นโอกาสทองที่พวกเราในฐานะเจ้าของเงินสมทบจะได้ร่วมแสดงความเห็นผ่านทางเว็บไซต์ www.law.go.th ครับ

  • ช่วงเวลาการแสดงความคิดเห็น: ตั้งแต่วันที่ 17 – 24 สิงหาคม 2569
  • ช่องทางการร่วมแสดงความคิดเห็น: เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th)
  • วันเลือกตั้งจริง: วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรืออยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิของตนเอง สามารถติดต่อไปที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 9 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ

ในมุมมองของผม การที่หน่วยงานภาครัฐเปิดโอกาสให้เราได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นก่อนที่จะมีการประกาศใช้กฎระเบียบจริง เป็นสิ่งที่น่ายกย่องมากครับ เพราะเสียงของเราแต่ละคนคือพลังที่จะช่วยให้สวัสดิการสังคมของเราดียิ่งขึ้น อย่าลืมไปร่วมแสดงความคิดเห็นกันเยอะๆ นะครับ เพราะนี่คืออนาคตของพวกเราทุกคน

ที่มา – สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เปิดโอกาสให้ใช้สิทธิอย่างทั่วถึง

“สหัสวัต” ถก “จุลพันธ์” แก้ปัญหาวีซ่าแรงงานเก็บเบอร์รี่สแกนดิเนเวียถูกปฏิเสธ

“สหัสวัต” ถก “จุลพันธ์” แก้ปัญหาวีซ่าแรงงานเก็บเบอร์รี่สแกนดิเนเวียถูกปฏิเสธ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อ นายสหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน ได้จับมือกับคณะก้าวหน้า เข้าหารือกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อหาทางออกให้กับแรงงานไทยที่กำลังประสบวิกฤตจากการถูกปฏิเสธวีซ่าในการไปทำงานเก็บเบอร์รี่ที่กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย โดยเฉพาะฟินแลนด์และสวีเดน ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของพี่น้องเกษตรกรไทยในช่วงนอกฤดูเพาะปลูก

จากการรายงานพบว่า สถานการณ์ในปีนี้ค่อนข้างวิกฤต เนื่องจากยอดการอนุมัติวีซ่าลดลงอย่างน่าตกใจ เหลือเพียงประมาณ 200 คนเท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสในการสร้างรายได้มหาศาลของแรงงานไทย การที่ “สหัสวัต” ถก “จุลพันธ์” แก้ปัญหาวีซ่าแรงงานเก็บเบอร์รี่สแกนดิเนเวียถูกปฏิเสธ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศปลายทางอีกครั้ง

สาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต

ปัญหาหลักที่ทำให้ “สหัสวัต” ถก “จุลพันธ์” แก้ปัญหาวีซ่าแรงงานเก็บเบอร์รี่สแกนดิเนเวียถูกปฏิเสธ เกิดจากความกังวลเรื่องการค้ามนุษย์ ปัญหาค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมในอดีต และความสับสนในสัญญาจ้าง ซึ่งทางกระทรวงแรงงานได้เตรียมมาตรการรับมือไว้หลายด้าน ดังนี้:

  • จัดทำสมุดพกแรงงาน: เพื่อรวบรวมหลักฐานและประวัติการทำงานที่โปร่งใส
  • ออกสัญญากลาง: สร้างมาตรฐานสัญญาที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย
  • ผลักดันระบบ G2G: ปรับรูปแบบการส่งแรงงานให้เป็นแบบรัฐต่อรัฐเพื่อลดขั้นตอนและความเสี่ยง

ทางรัฐมนตรีจุลพันธ์มีความมุ่งมั่นที่จะเดินทางไปเจรจาด้วยตนเองที่ฟินแลนด์และสวีเดนในต้นเดือนหน้า เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของแรงงานไทย ในขณะที่นายสหัสวัตยังคงเน้นย้ำถึงการปฏิรูประบบบริษัทจัดหางานและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม

หากภาครัฐสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างสำเร็จ แรงงานไทยนับหมื่นคนจะกลับมามีโอกาสสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอีกครั้ง ซึ่งเราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่

ที่มา – “สหัสวัต” ถก “จุลพันธ์” แก้ปัญหาวีซ่าแรงงานเก็บเบอร์รี่สแกนดิเนเวียถูกปฏิเสธ

จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว เพื่อแรงงานต่างด้าว

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มีข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าวมาฝากกัน หลังจากที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาประกาศนโยบายเชิงรุกเพื่อลดขั้นตอนการทำงานให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยมีประเด็นสำคัญคือเรื่อง จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอยครับ

จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง

จากนโยบายล่าสุด ภาครัฐต้องการยกระดับการให้บริการให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยการออกประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เป้าหมายคือการแก้ปัญหา ‘ช่องว่าง’ ระหว่างการรอใบอนุญาตทำงานจริง ทำให้แรงงานที่ได้รับอนุญาตแล้วสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจโดยไม่ผิดกฎหมาย

ทำไมถึงต้องมีใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว?

หลายๆ ครั้งที่ผ่านมากระบวนการดำเนินงานอาจมีความล่าช้าในบางขั้นตอน ทำให้เกิดผลกระทบต่อทั้งตัวแรงงานและนายจ้าง ดังนั้นการที่ จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง จึงเข้ามาตอบโจทย์ในจุดนี้โดยตรง ด้วยการใช้ ‘แบบ บต. 62’ เป็นเอกสารยืนยันสิทธิชั่วคราวในระหว่างขั้นตอนการออกใบอนุญาตตัวจริง

  • ข้อมูลครบถ้วน: เอกสารระบุรายละเอียดชัดเจน ทั้งข้อมูลตัวบุคคล นายจ้าง สถานที่ทำงาน และสิทธิการรักษาพยาบาล
  • ลดขั้นตอน: ลดภาระทางปกครอง ทำให้นายจ้างไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาแรงงานผิดกฎหมายในระหว่างรอเอกสารตัวจริง
  • ความต่อเนื่อง: แรงงานต่างด้าวสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัดขั้นตอนทางกฎหมาย

นอกจากนี้ การดำเนินการตามมาตรการนี้ยังส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เพราะเมื่อธุรกิจเดินหน้าได้ไม่สะดุด นายจ้างก็มีความมั่นใจในการทำธุรกิจมากขึ้น และแรงงานเองก็ได้รับความคุ้มครองอย่างถูกต้องตามระเบียบของกรมการจัดหางาน

สรุปแล้ว นโยบายนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อความทันสมัยและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง การที่กระทรวงแรงงานขยับตัวในทิศทางนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใสมากขึ้น หากใครที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการยื่นเรื่องหรือรอใบอนุญาต อย่าลืมศึกษาข้อมูลเรื่อง จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง เพิ่มเติมเพื่อปกป้องสิทธิของทั้งตัวนายจ้างและแรงงานเองนะครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง

จุลพันธ์เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม

เชื่อว่าหลายท่านที่เป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจในไทย คงจะกำลังหายใจคล่องขึ้น หลังจากที่มีข่าวดีล่าสุดเกี่ยวกับมาตรการบริหารจัดการกำลังคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกประเด็นที่ จุลพันธ์เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจกันครับ

จุลพันธ์เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม เพื่ออุ้มภาคธุรกิจ

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) ครั้งล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีมติเห็นชอบในหลักการเพื่อต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงาน 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ออกไปอีก 1 ปี ซึ่งข่าวการที่ จุลพันธ์เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม ครั้งนี้ ถือเป็นความหวังใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด

รายละเอียดการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน

สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับสิทธิ์นี้ คือแรงงานข้ามชาติที่เคยได้รับอนุญาตตามมติ ครม. เดิมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งกำลังจะหมดอายุในวันที่ 11 ธันวาคม 2569 โดยการขยายเวลาครั้งนี้จะอนุญาตให้แรงงานอยู่และทำงานได้จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับภาคธุรกิจและนายจ้างที่มีความต้องการแรงงานอย่างต่อเนื่อง

  • กลุ่มแรงงาน: ลาว เมียนมา และเวียดนาม
  • ระยะเวลาขยาย: เพิ่มอีก 1 ปี รวมเป็นถึง ธันวาคม 2570
  • สถานะปัจจุบัน: รอเสนอ ครม. เห็นชอบก่อนมีผลบังคับใช้

หลายท่านที่กำลังกังวลใจเกี่ยวกับสถานะแรงงานในสถานประกอบการของตนเอง ขอให้ใจเย็นๆ นะครับ เพราะตอนนี้กรมการจัดหางานกำลังเร่งดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด ซึ่งเมื่อมีการประกาศกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงานออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว นายจ้างจึงจะสามารถเริ่มยื่นดำเนินการได้ตามขั้นตอนครับ

ผมขอแนะนำให้นายจ้างทุกคนคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.doe.go.th หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 2 ครับ การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว จะช่วยให้ท่านวางแผนการดำเนินงานได้อย่างไม่ติดขัด และถือเป็นการรักษาธุรกิจของท่านให้เติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงครับ

ที่มา – “จุลพันธ์”เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม อุ้มภาคธุรกิจ

จุลพันธ์เผย ครม. ไฟเขียว เดินหน้าความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ

เชื่อว่าแรงงานไทยหลายท่านที่กำลังวางแผนไปทำงานต่างประเทศ คงเบาใจขึ้นไม่น้อย เมื่อล่าสุดท่านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ออกมาเปิดเผยข่าวดีว่า ครม. มีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วม Abu Dhabi Dialogue (ADD) ครั้งที่ 8 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของจุลพันธ์เผย ครม. ไฟเขียว เดินหน้าความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องแรงงานไทยในต่างแดน

จุลพันธ์เผย ครม. ไฟเขียว เดินหน้าความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ

การเดินหน้าในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างมาตรฐานใหม่ในการคุ้มครองสิทธิ สวัสดิการ และการจัดการแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถือเป็นตลาดแรงงานหลักของแรงงานไทย

เหตุใดความร่วมมือนี้จึงสำคัญต่ออนาคตแรงงานไทย?

การที่จุลพันธ์เผย ครม. ไฟเขียว เดินหน้าความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลงนามในเอกสารทั่วไป แต่เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่ภายใต้กรอบการทำงาน 4 ด้านหลักที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจโลก ดังนี้:

  • การรับมือกับสภาพภูมิอากาศ: ดูแลความปลอดภัยของแรงงานในพื้นที่เสี่ยงจากอากาศเปลี่ยนแปลง
  • เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy): สนับสนุนการปรับเปลี่ยนทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่
  • Gig Workers: การบริหารจัดการระบบแรงงานแพลตฟอร์มให้เป็นธรรม
  • การยกระดับทักษะแรงงาน: เพิ่มผลิตภาพแรงงานเพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นและมั่นคง

นอกจากนี้ ในฐานะของภาครัฐ การวางรากฐานเหล่านี้จะช่วยให้กระบวนการจัดส่งแรงงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ลดปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับแรงงานไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน นับเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่น่าชื่นชมในการปกป้องสวัสดิภาพของคนไทยในแดนไกล

ในมุมมองส่วนตัว ผมเชื่อว่าหากรัฐบาลสามารถขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศนี้ให้เป็นรูปธรรมได้อย่างรวดเร็ว จะส่งผลดีต่อตัวเลขรายได้ส่งกลับจากแรงงานไทยอย่างมหาศาล และถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ในการหาประสบการณ์ในตลาดแรงงานระดับสากลที่มีมาตรฐานสูงขึ้นครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” เผย ครม. ไฟเขียว เดินหน้าความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ

จุลพันธ์ สั่งดูแลครอบครัวแรงงานไทย ช็อกตายกะทันหันที่เกาหลีใต้

จุลพันธ์ สั่งดูแลครอบครัวแรงงานไทย ช็อกตายกะทันหันที่เกาหลีใต้

เหตุการณ์น่าเศร้าที่เกิดขึ้นกับพี่น้องแรงงานไทยในต่างแดนกลายเป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสนใจ เมื่อ รมว.แรงงาน อย่างคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ออกมาสั่งการด่วนให้เร่งช่วยเหลือครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันในแคมป์คนงานที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ การดูแลสวัสดิภาพของแรงงานถือเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงแรงงานต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าใครก็ตามที่ไปแสวงหาโอกาสในต่างแดนจะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ที่สุด

เหตุการณ์ จุลพันธ์ สั่งดูแลครอบครัวแรงงานไทย ช็อกตายกะทันหันที่เกาหลีใต้ ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณี นายวิษณุ แลเชอร์ แรงงานหนุ่มวัย 32 ปี จากจังหวัดเชียงราย ที่เดินทางไปทำงานด้วยวีซ่า E9 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับมาเสียชีวิตแบบไม่คาดฝันในที่พัก ซึ่งเบื้องต้นทาง สนร.กรุงโซล ได้ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ญาติผู้เสียชีวิตในการดำเนินการส่งร่างกลับไทย

สิทธิประโยชน์และการเยียวยาที่คุณควรรู้

หลายคนอาจสงสัยว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันในขณะทำงานต่างประเทศ เราจะมีหลักประกันอย่างไรบ้าง ซึ่งในกรณีของ จุลพันธ์ สั่งดูแลครอบครัวแรงงานไทย ช็อกตายกะทันหันที่เกาหลีใต้ ครั้งนี้ ทางภาครัฐได้ยืนยันความพร้อมในการช่วยเหลือ ดังนี้:

  • ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ภายใต้กฎหมายเกาหลีใต้
  • การเยียวยาจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
  • การสนับสนุนด้านการประสานงานนำร่างผู้เสียชีวิตกลับสู่ภูมิลำเนา

สำหรับสมาชิกกองทุนฯ ทุกท่านสามารถเบาใจได้ในระดับหนึ่งว่า หากเกิดกรณีที่น่าเศร้าเช่นนี้ กรมการจัดหางานมีระเบียบที่รองรับและพร้อมจะพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัวที่สูญเสียเสาหลักของบ้านไป

ในฐานะแรงงานไทย สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวและทำความเข้าใจสิทธิของตนเองก่อนเดินทางไปทำงานต่างแดน การสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยให้คุณและครอบครัวมั่นใจได้ว่าจะได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม สุดท้ายนี้เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนายวิษณุ และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามความคืบหน้าให้ดีที่สุด

ที่มา – “จุลพันธ์” สั่งดูแลครอบครัวแรงงานไทย ช็อกตายกะทันหันที่เกาหลีใต้

จุลพันธ์ ลุยจัดระเบียบแรงงานต่างชาติ ตรวจเข้มภูเก็ต

เชื่อว่าเพื่อนๆ คงได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวจากกระทรวงแรงงานกันมาบ้างแล้วนะครับ ช่วงนี้ท่านรัฐมนตรี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ลุยงานหนัก เร่งเครื่องจัดระเบียบแรงงานต่างชาติในจังหวัดท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างภูเก็ต เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย งานนี้ถือเป็นการประกาศจุดยืนชัดเจนเลยครับว่า “กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย” โดยเฉพาะในประเด็นการ **จุลพันธ์ ลุยจัดระเบียบแรงงานต่างชาติ ตรวจเข้มภูเก็ต** ที่เพิ่งมีผลลัพธ์ปรากฏออกมาให้เห็น

จุลพันธ์ ลุยจัดระเบียบแรงงานต่างชาติ ตรวจเข้มภูเก็ต

การลงพื้นที่ตรวจเข้มของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันเล่นๆ นะครับ เพราะเป้าหมายหลักคือการรักษาสมดุลระหว่างความต้องการแรงงานของภาคธุรกิจ กับการคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล ซึ่งการดำเนินการของภาครัฐในครั้งนี้ ทำให้สามารถตรวจพบแรงงานต่างชาติที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวนถึง 69 ราย ทั้งในร้านอาหารและไซต์งานก่อสร้างใหญ่ๆ ในจังหวัดภูเก็ต นี่ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังผู้ประกอบการที่คิดเลี่ยงกฎหมายว่าอย่าทำผิดเด็ดขาด

รายละเอียดการลงพื้นที่ตรวจสอบแรงงานต่างชาติ

จากการปฏิบัติงานจริงเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ตได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เข้ากวาดล้างและตรวจสอบกลุ่มแรงงานที่ลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย โดยเราสามารถสรุปเหตุการณ์สำคัญได้ดังนี้:

  • พบแรงงานสัญชาติซูดานใต้ 1 ราย ทำงานในร้านอาหารกลางเมืองภูเก็ตโดยไม่มีใบอนุญาต
  • พบแรงงานเมียนมา 56 ราย และแรงงานจีน 12 ราย ในไซต์งานก่อสร้างตำบลเชิงทะเล
  • เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายทันที
  • มีการประสานพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการกับนายจ้างหรือผู้ประกอบการที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายด้วย

นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ยังเน้นย้ำเสมอว่า การที่รัฐบาลเข้ามาจัดการเรื่องนี้ เพื่อต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบหรือเข้ามาแย่งอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดนั่นเองครับ

ช่องทางแจ้งเบาะแสการจ้างงานผิดกฎหมาย

หากเพื่อนๆ พบเห็นการจ้างงานผิดปกติ หรือมีแรงงานต่างชาติที่สงสัยว่าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต สามารถช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสได้ที่:

  • กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 02 354 1729
  • สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ
  • สายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2

สุดท้ายนี้ ผมมองว่ากิจกรรม จุลพันธ์ ลุยจัดระเบียบแรงงานต่างชาติ ตรวจเข้มภูเก็ต ในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้ตลาดแรงงานในประเทศไทยมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศและเศรษฐกิจในระยะยาว เชื่อว่าหากนายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยลดปัญหาการจ้างงานผิดประเภท และทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” ลุยจัดระเบียบแรงงานต่างชาติ ตรวจเข้มภูเก็ต พบแรงงานผิดกฎหมาย 69 ราย

จุลพันธ์ หารือเอกอัครราชทูตอิตาลี เร่งเครื่องความร่วมมือแรงงาน

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงกำลังจับตามองข่าวดีสำหรับพี่น้องแรงงานไทยที่อยากไปทำงานต่างประเทศ ล่าสุดมีประเด็นที่น่าสนใจมาก เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ออกมาเคลื่อนไหวเชิงรุกด้วยการเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ระดับประเทศ โดยมีหัวข้อหลักคือ จุลพันธ์ หารือเอกอัครราชทูตอิตาลี เร่งเครื่องความร่วมมือแรงงาน เพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับแรงงานไทยในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

จุลพันธ์ หารือเอกอัครราชทูตอิตาลี เร่งเครื่องความร่วมมือแรงงาน

การพบกันระหว่างนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ถือเป็นการปูทางที่สำคัญมากครับ โดยเป้าหมายหลักคือการขับเคลื่อนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการเคลื่อนย้ายแรงงานไทยไปทำงานในประเทศอิตาลีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นข่าวดีเพราะอิตาลีได้บรรจุประเทศไทยไว้ในรายชื่อประเทศที่จะได้รับโควตาภายใต้กฤษฎีกาการนำเข้าแรงงานต่างชาติ (Flows Decree 2026-2028) อีกด้วย

โอกาสทองของแรงงานไทยจากการหารือความร่วมมือ

จากการที่ จุลพันธ์ หารือเอกอัครราชทูตอิตาลี เร่งเครื่องความร่วมมือแรงงาน ในครั้งนี้ ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจดังนี้:

  • ขยายตลาดงาน: แรงงานไทยจะมีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานอิตาลีในหลากหลายสาขา เช่น เกษตรกรรม บริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และงานด้านสุขภาพ
  • ความปลอดภัย: เน้นการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
  • การยกระดับทักษะ: ฝ่ายไทยเตรียมเรียนรู้ระบบการศึกษาทวิภาคีและมาตรฐานความปลอดภัยในที่ทำงานจากอิตาลี เพื่อนำมาปรับใช้และพัฒนาแรงงานของเราให้เป็นที่ต้องการมากขึ้น

นอกจากเรื่องแรงงานแล้ว ทางกระทรวงแรงงานยังได้ขอความร่วมมืออิตาลีช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งจะส่งผลดีต่อศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมในระยะยาวอีกด้วย การดำเนินการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มโควตาการจ้างงาน แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ยั่งยืน

ในมุมมองของผม นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล ไม่ใช่แค่การไปทำงานหาเงิน แต่คือการได้เรียนรู้วิทยาการและมาตรฐานการทำงานจากประเทศระดับโลก เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเรา นับเป็นนโยบายที่น่าสนับสนุนและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดครับว่า MOU ฉบับนี้จะสำเร็จและเปิดรับสมัครแรงงานได้เมื่อไหร่ ใครที่สนใจสายงานบริการหรือภาคเกษตร เตรียมขัดเกลาทักษะและติดตามข่าวสารจากกระทรวงแรงงานไว้อย่างต่อเนื่องได้เลยครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” หารือเอกอัครราชทูตอิตาลี เร่งเครื่องความร่วมมือแรงงาน

“จุลพันธ์” ลั่น นำไรเดอร์เข้าประกันสังคม 2569

“จุลพันธ์” ลั่น พร้อมนำ “ไรเดอร์” เข้าสู่ระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2569 เป็นข่าวดีที่สร้างความหวังให้กับเหล่าไรเดอร์และมอเตอร์ไซค์รับจ้างกว่า 2 แสนคนที่อยู่นอกระบบประกันสังคมในปัจจุบัน อาชีพนี้แม้จะสุจริตและเป็นการดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ แต่กลับเต็มไปด้วยความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนนตลอดเวลา

“จุลพันธ์” ลั่น พร้อมนำ “ไรเดอร์” เข้าสู่ระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2569

วันที่ 30 เมษายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เป็นประธานเปิดงาน “SAFE DRIVE SAFE LIFE” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระอย่างไรเดอร์และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง นอกจากนี้ยังเป็นเวทีในการสื่อสารนโยบายสำคัญที่รัฐมนตรีท่านนี้ได้ยืนยันชัดเจน

นายจุลพันธ์ กล่าวเน้นย้ำว่ากลุ่มอาชีพนี้มีมากกว่า 2 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากระบบประกันสังคม แม้จะเป็นงานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ชีวิตต้องผจญภัยบนท้องถนนทุกวัน จึงขอให้ทุกคนระมัดระวังและขับขี่อย่างปลอดภัยเสมอ

ความเสี่ยงสูงของอาชีพไรเดอร์

อาชีพไรเดอร์ต้องเผชิญกับอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นการถูกรถชน สภาพอากาศแปรปรวน หรือการส่งของดึกๆ ทำให้สถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูง รัฐมนตรีจึงมองว่าการนำเข้าสู่ระบบประกันสังคมเป็นทางออกที่จำเป็น เพื่อให้มีหลักประกันเมื่อเกิดเหตุร้าย

แผนผลักดันเข้าประกันสังคมสิ้นปี 2569

ในฐานะรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ ขอยืนยันว่าจะผลักดันให้กลุ่มนี้เข้าสู่ระบบประกันสังคมให้ได้ก่อนสิ้นปี 2569 โดยจะประสานงานกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วและครอบคลุม นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงถึงความใส่ใจต่อแรงงานนอกระบบ

ประโยชน์ที่ไรเดอร์จะได้รับจากระบบประกันสังคม

การเข้าสู่ระบบนี้จะช่วยให้ไรเดอร์ได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน ดังนี้

  • ประกันการเจ็บป่วย: ได้รับค่าชดเชยเมื่อป่วยหรือบาดเจ็บจากการทำงาน
  • ประกันการคลอดบุตร: สิทธิสำหรับสมาชิกหญิงและครอบครัว
  • ประกันชราภาพ: เบี้ยบำนาญเมื่อเกษียณ ช่วยให้มีรายได้ยามแก่เฒ่า
  • ประกันว่างงาน: กรณีตกงานชั่วคราวจากปัจจัยภายนอก
  • ประกันอุบัติเหตุ: คุ้มครองโดยตรงจากความเสี่ยงบนท้องถนน

นอกจากสิทธิเหล่านี้ ยังช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลและสร้างความมั่นคงในชีวิต ทำให้ไรเดอร์สามารถทำงานได้อย่างสบายใจมากขึ้น

ในงานวันนั้น นายจุลพันธ์ ยังได้มอบหมวกกันน็อกให้ผู้เข้าร่วม ปล่อยขบวนรถมอเตอร์ไซค์กว่า 200 คัน และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการจากหน่วยงานและบริษัทต่างๆ กว่า 10 บูธ ซึ่งเต็มไปด้วยความรู้เรื่องความปลอดภัยและอุปกรณ์ป้องกัน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในงาน SAFE DRIVE SAFE LIFE

การผลักดัน “จุลพันธ์” ลั่น พร้อมนำ “ไรเดอร์” เข้าสู่ระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2569 ถือเป็นนโยบายที่ตรงใจแรงงานอิสระยุคดิจิทัล ผู้ประกอบการเหล่านี้สมควรได้รับการคุ้มครองเต็มรูปแบบ หากคุณเป็นไรเดอร์หรือรู้จัก ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์แชร์บทความนี้เพื่อให้ข่าวดีแพร่กระจาย!

ที่มา – “จุลพันธ์” ลั่น พร้อมนำ “ไรเดอร์” เข้าสู่ระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2569

Scroll to top