นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

“อนุทิน” ผนึก “สุริยะ” แก้ปัญหาราคาปุ๋ยทันฤดู

สวัสดีครับเพื่อนๆ เกษตรกรและคนรักการเกษตรทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวดีมาบอกกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เรื่องที่เกษตรกรหลายท่านกำลังกังวลใจเรื่องอนุทิน ผนึก สุริยะ แก้ปัญหาราคาปุ๋ยนี่แหละ รัฐบาลเคลื่อนไหวแล้ว! นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้จับมือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเร่งหาทางออกให้พี่น้องเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะปัญหาปุ๋ยที่ราคาแพงและขาดแคลน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญก่อนเข้าฤดูเพาะปลูกที่จะมาถึง

อนุทิน ผนึก สุริยะ แก้ปัญหาราคาปุ๋ย

จากที่ได้มีการหารือกันเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายกฯ อนุทิน ย้ำชัดว่าต้องโฟกัส 2 เรื่องหลัก คือ “ราคาต้องถูก-ของต้องมี” เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้เกษตรกรที่กำลังลำบากหนักในช่วงนี้ ปุ๋ยเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ขาดไม่ได้ ถ้าราคาแพงหรือหาซื้อยาก ผลผลิตก็อาจเสียหาย เกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของภาคเกษตรไทยจะเดือดร้อนหนักแน่นอน

นายสุริยะเองก็เป็นห่วงมาก ได้เร่งหาข้อสรุปใน 2 ประเด็นสำคัญนี้ รัฐบาลตั้งใจบริหารจัดการให้ดีที่สุด ไม่ปล่อยให้เกษตรกรต้องเผชิญปัญหาแบบเดิมๆ อีกต่อไป

อนุทิน ผนึก สุริยะ แก้ปัญหาราคาปุ๋ย: 2 ปัจจัยหลักที่ต้องเร่งด่วน

มาดูกันแบบละเอียดว่ามีแผนอะไรบ้างครับ

  • ด้านราคาปุ๋ย: จะหามาตรการที่เหมาะสมเพื่อกดราคาให้อยู่ในระดับที่เกษตรกรจ่ายไหว ลดภาระต้นทุนการผลิตลงให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันราคาปุ๋ยพุ่งสูงจากปัจจัยภายนอกอย่างราคาวัตถุดิบโลกที่ผันผวน สงครามในยูเครนทำให้ก๊าซธรรมชาติแพง นำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศซึ่งไทยพึ่งพามากถึง 80% จึงกระทบหนัก
  • ด้านปริมาณและการกระจาย: จัดการสต็อกปุ๋ยให้เพียงพอต่อความต้องการ และกระจาย送到มือเกษตรกรทันท่วงที ไม่ให้เกิดการขาดแคลน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล นายกฯ อนุทิน ยังย้ำว่า “เราต้องหาปุ๋ยเข้ามาให้ได้ หากประเมินแล้วไม่พอ รัฐบาลพร้อมเพิ่มกำลังการผลิตปุ๋ยในประเทศทันที” นี่คือคำมั่นสัญญาที่น่าเชื่อถือมากๆ เลยครับ

ปัญหาปุ๋ยแพงกระทบเกษตรกรอย่างไร

เพื่อให้เข้าใจชัดขึ้น ปุ๋ยแพงส่งผลรุนแรงต่อเกษตรกรไทยยังไงบ้าง? ต้นทุนการปลูกพืชหลักอย่างข้าว ยางพารา ผลไม้ เพิ่มขึ้น 20-30% โดยตรง ทำให้ผลกำไรหายวับ เกษตรกรรายย่อยที่ดินน้อยทุนจ้าง ต้องลดปริมาณใส่ปุ๋ย ส่งผลให้ผลผลิตคุณภาพต่ำ ผลผลิตน้อยลง สุดท้ายราคาขายในตลาดก็แพงตามไปด้วย สร้างปัญหาให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ด้วย นอกจากนี้ยังเสี่ยงปัญหาการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงฤดูสูง

รัฐบาลจึงกำชับหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันการกักตุนหรือเก็งกำไร

ความมั่นใจจากนายกรัฐมนตรี

เมื่อนักข่าวถามว่านายกฯ มั่นใจแค่ไหนที่เกษตรกรจะได้ปุ๋ยทันฤดู นายอนุทิน ตอบหนักแน่นว่า “รัฐบาลมีหน้าที่แก้ปัญหาทุกอย่างของพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นไปได้” ชัดเจนแบบนี้ เกษตรกรหลายท่านคงโล่งใจบ้างแล้วนะครับ นี่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการลงมือทำจริงจัง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมองแผนระยะยาว เช่น ส่งเสริมโรงงานปุ๋ยในประเทศ ลดการพึ่งพานำเข้า พัฒนาปุ๋ยชีวภาพราคาถูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเกษตรกรไทยยั่งยืนในอนาคต

สรุปแล้ว การที่อนุทิน ผนึก สุริยะ แก้ปัญหาราคาปุ๋ย แบบนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจฐานรากเศรษฐกิจไทยจริงๆ มันจะช่วยให้เกษตรกรผลิตได้เต็มที่ สร้างอาหารให้ประเทศอย่างมั่นคง ผมเชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหานี้จะคลี่คลายได้แน่นอน

คำแนะนำสำหรับเกษตรกร: ติดตามประกาศจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างใกล้ชิด หากมีปัญหาในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ หรือคอมเมนต์บอกเราด้านล่าง ว่าคุณคิดยังไงกับมาตรการนี้ เราอยากฟังเสียงจากทุกท่าน!

ที่มา – “อนุทิน” ผนึก “สุริยะ” เร่งแก้ปัญหาราคาปุ๋ย มั่นใจเกษตรกรมีใช้ทันฤดูกาลเพาะปลูก

สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม

พายุฤดูร้อนที่พัดถล่มหลายพื้นที่ในไทย สร้างความเสียหายหนักให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะ สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม ในจังหวัดจันทบุรี ที่ทุเรียนใกล้เก็บเกี่ยวร่วงหล่นเต็มพื้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกคำสั่งทันทีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ทันท่วงที

สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม

สถานการณ์พายุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสวนทุเรียนในภาคตะวันออก โดยเฉพาะจันทบุรีซึ่งเป็นแหล่งปลูกทุเรียนสำคัญของประเทศ ลูกทุเรียนที่ใกล้สุกกำลังดีร่วงหล่นจำนวนมาก ทำให้ชาวสวนขาดทุนมหาศาล นายสุริยะ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าสำรวจความเสียหายทันที และรายงานข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ติดตามและเตือนภัยพิบัติทางเกษตร เพื่อประเมินความเสียหายและจัดสรรงบประมาณช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ชูมาตรการรับซื้อผลร่วงหล่น สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร สุริยะ สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม โดยมอบหมายให้จัดตั้งจุดรับซื้อผลผลิตในพื้นที่ประสบภัยทันที ประสานงานกับเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อรับซื้อทุเรียนที่ร่วงหล่นแต่ยังมีคุณภาพดี ส่งเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า เช่น ทุเรียนทอดกรอบ ทุเรียนกวน หรือทุเรียนชิพ ที่สามารถขายได้ราคาดีในตลาดทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังกำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ป้องกันไม่ให้ทุเรียนอ่อนหรือทุเรียนด้อยคุณภาพหลุดเข้าไปสู่ตลาด ซึ่งอาจทำลายชื่อเสียงของทุเรียนไทย

  • ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายครอบคลุมพืชผล ประมง และปศุสัตว์
  • จัดจุดรับซื้อทุเรียนร่วงหล่นในพื้นที่เสี่ยง เช่น จันทบุรี
  • ประสานสหกรณ์แปรรูปผลผลิตเป็นทุเรียนทอดและกวน
  • เฝ้าระวังและแจ้งเตือนเกษตรกร 24 ชั่วโมง ในภาคเหนือ อีสาน กลาง และตะวันออก
  • สกัดกั้นทุเรียนอ่อนไม่ให้วางขาย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นพืชผลที่เสียหาย ประมงที่เรือล่ม หรือปศุสัตว์ที่คอกพัง นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมรับมือพายุต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

ผลกระทบของพายุต่อสวนทุเรียนและแนวทางฟื้นฟู

ทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจตัวสำคัญของไทย โดยเฉพาะในจันทบุรีที่ผลิตทุเรียนส่งออกคุณภาพสูง การที่พายุถล่มทำให้ผลร่วงหล่น สร้างความสูญเสียทางเศรษฐรฐกิจหลายร้อยล้านบาท ชาวสวนหลายรายเผชิญปัญหาขาดรายได้ในฤดูเก็บเกี่ยว แต่ด้วยมาตรการจากนายสุริยะ จะช่วยลดความสูญเสียได้มาก โดยการแปรรูปผลร่วงหล่นไม่เพียงช่วยเกษตรกรได้เงินก้อน แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตที่เหลือใช้ไม่ได้ขายสด เช่น ทำทุเรียนอบแห้งหรือน้ำทุเรียน ซึ่งเป็นทางเลือกยอดนิยมในตลาดสุขภาพ

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเตรียมงบประมาณช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น ประกันภัยพืชผล เมล็ดพันธุ์ใหม่สำหรับปลูกทดแทน และเทคโนโลยีป้องกันภัย เช่น ตาข่ายกันลม หรือระบบเตือนภัยอัตโนมัติ เพื่อให้ชาวสวนทุเรียนมีเครื่องมือรับมือภัยธรรมชาติในอนาคต

ช่องทางขอความช่วยเหลือสำหรับเกษตรกร

เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถขอความช่วยเหลือได้ง่ายๆ ผ่านศูนย์บริการเกษตรกร “พิรุณราช” (One Stop Service) ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งให้บริการครบวงจรในจุดเดียว ไม่ว่าจะขอเงินช่วยเหลือ สำรวจความเสียหาย หรือคำปรึกษาการแปรรูป นอกจากนี้ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันกระทรวงเกษตรฯ เพื่อติดตามข้อมูลภัยพิบัติ ข่าวสารช่วยเหลือ และยื่นขอรับสิทธิ์ออนไลน์ได้ทันที

  • ติดต่อศูนย์พิรุณราชใกล้บ้าน
  • ใช้แอปพลิเคชันเกษตรติดตามสถานการณ์
  • แจ้งความเสียหายผ่านสายด่วนเกษตร

แผนการช่วยเหลือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อเกษตรกรตัวจริง โดยเฉพาะในช่วงฤดูผลไม้ที่สำคัญ หากชาวสวนทุเรียนรีบแจ้งความเสียหายและนำผลร่วงส่งแปรรูป จะช่วยลดขาดทุนและเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างแน่นอน

CTA: ชาวสวนทุเรียนที่ประสบภัยรีบติดต่อศูนย์พิรุณราชหรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านทันที เพื่อรับความช่วยเหลือและเข้าร่วมโครงการรับซื้อแปรรูป อย่าปล่อยให้ผลผลิตเสียเปล่า!

สุดท้าย แผนนี้ไม่เพียงช่วยเกษตรกรในระยะสั้น แต่ยังเสริมความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมทุเรียนไทยในระยะยาว โดยลดของเสียและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แปรรูป

ที่มา – “สุริยะ” สั่งเร่งช่วยชาวสวนทุเรียนหลังพายุถล่ม ชูแผนรับซื้อผลผลิตร่วงหล่นมาแปรรูป

สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง ต้องการคนคล่องตัว

ข่าว สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง กำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองและเกษตรกรรมไทย เมื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาชี้แจงกรณีการโยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงแทน สาเหตุที่ถูกพูดถึงคือการไม่รับโทรศัพท์จากหลานของนายสุริยะ แต่ท่านรัฐมนตรียืนยันว่าไม่ใช่เรื่องนี้เลย

สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง

สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง โดยย้ำชัดว่าการตัดสินใจโยกย้ายมาจากความเหมาะสมในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอย่างที่ถูกกล่าวหา วันที่ 29 เมษายน 2569 หลังครม.มีมติโยกย้าย นายราเชนได้ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย ว่าอาจเพราะไม่รับสายหลานนายสุริยะ ขณะที่กำลังลงพื้นที่ปราบไฟป่า แต่สุริยะชี้แจงว่าประเด็นเล็กน้อยเช่นนี้ไม่สมควรนำไปโยงกับการโยกย้าย และตนไม่เคยใช้อำนาจแบบนั้นตั้งแต่เข้าสู่การเมืองปี 2545

สาเหตุที่แท้จริงเบื้องหลังสุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง

สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง โดยชี้ว่ากระทรวงเกษตรต้องรับมือปัญหาเร่งด่วนของเกษตรกรรากหญ้า เช่นภัยแล้ง ไฟป่า และน้ำท่วม ซึ่งต้องการบุคลากรที่คล่องตัว อายุน้อย และมีพลังงานเต็มเปี่ยม ไม่ใช่ผู้ใกล้เกษียณที่อาจทำงานไม่เต็มที่ ยอมรับว่าปัจจัยอายุเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา และกำลังดูตำแหน่งอื่นๆ ที่มีข้าราชการใกล้เกษียณเช่นกัน

ส่วนประเด็นหลานชาย สุริยะยืนยันว่าหลานโทรขอเข้าพบจริง แต่ยังไม่มีการพูดคุยอะไร หากเป็นการของานถือว่าผิดกฎหมาย และเป็นไปไม่ได้ที่จะย้ายเพราะเรื่องนี้ ที่ผ่านมาสมัยเป็น รมว.คมนาคม ก็ย้ำให้ทุกอย่างโปร่งใสตามกฎเกณฑ์

เรื่องงบประมาณและนโยบายพรรคเพื่อไทย

นายราเชนยังกล่าวถึงการขอข้อมูลงบประมาณปี 2570 ที่ย่านรัชดา สุริยะปฏิเสธว่าไม่ได้ไปเอง และพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตั้งอยู่นั้น มอบหมายนายสรวุฒิ เนื่องจำนง เลขานุการรัฐมนตรีไปแทน เพื่อตรวจสอบให้สอดคล้องกับนโยบายพรรคและกรอบสำนักงบประมาณ เน้นช่วยเหลือเกษตรกรรากหญ้าให้ตรงจุด

  • ปัญหาหลักที่กระทรวงเกษตรต้องแก้:ภัยแล้งและฝนหลวง
  • การจัดการไฟป่าและภัยพิบัติทางเกษตร
  • ปรับโครงสร้างน้ำและการบินเกษตร
  • เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณให้ถึงรากหญ้า
  • ส่งเสริมคนรุ่นใหม่เข้าทำงานภาครัฐ

กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีบทบาทสำคัญในการทำฝนเทียม สนับสนุนเกษตรกรกว่า 10 ล้านรายทั่วประเทศ การมีผู้นำที่คล่องตัวจะช่วยเร่งโครงการ เช่น การปฏิบัติการฝนหลวงในฤดูแล้ง หรือดับไฟป่าด้วยเครื่องบินเกษตร ซึ่งต้องการความรวดเร็วและนวัตกรรม

การโยกย้ายครั้งนี้สะท้อนนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างบุคลากร เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในกระทรวงที่ใกล้ชิดประชาชน สุริยะยังยินดีให้อดีตอธิบดีเข้าพูดคุยเพื่อรับฟังความเห็น แสดงถึงความโปร่งใส

มุมมองและข้อคิดเห็น: การนำคนรุ่นใหม่มาทำงานแก้ปัญหาเกษตร ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องในยุคดิจิทัลและ气候เปลี่ยนแปลง แต่ต้องระวังไม่ให้กระทบขวัญกำลังใจข้าราชการอาวุโสด้วย หากปรับสมดุลได้ จะช่วยยกระดับภาคเกษตรไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? การโยกย้ายเพื่อความคล่องตัวจำเป็นหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวเกษตรอัปเดตได้ที่นี่!

ที่มา – “สุริยะ” ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง เพราะไม่ให้หลานเข้าพบ ยันต้องการคนคล่องตัว ไม่ใช่คนใกล้เกษียณ

นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน สงกรานต์พักเต็มที่

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคนตื่นเต้นกับการสาดน้ำ เล่นสนุกกับครอบครัว แต่หลายคนกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่ผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ล่าสุด นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน ชวนประชาชนพักผ่อนให้เต็มที่ รัฐบาลดูแลให้หมดแล้ว

นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 11 เมษายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยย้ำว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข พักผ่อนกันให้เต็มที่

“นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน เรามีให้บริการอย่างแน่นอน แต่ขอให้ใช้อย่างประหยัดตระหนัก” นายอนุทินกล่าว พร้อมชวนให้เล่นน้ำ สาดน้ำตามประเพณีไทยอย่างสนุกสนาน แต่ต้องอารมณ์เย็น ไม่ให้ใครเดือดร้อน โดยเฉพาะเรื่องสำคัญคือ ดื่มสุราแล้วไม่ขับขี่ ไม่ว่ารถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

รัฐมนตรีทำงานต่อเนื่อง นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน

นายกรัฐมนตรียังเผยแผนการของตัวเองว่าจะลงพื้นที่ตรวจสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อดูแลประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาล ขณะที่วันหยุดยาว ตนจะตระเวนตรวจความเรียบร้อยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ส่วนรัฐมนตรีทุกคนก็ไม่หยุดนิ่ง มีหน้าที่ดูแลพื้นที่ของตัวเอง โดยส่วนใหญ่เป็น ส.ส. ที่คุ้นเคยกับท้องถิ่น

แม้เทศกาลสงกรานต์ไทยจะหยุดยาว แต่ประเทศอื่นยังทำงานต่อ นายกฯ จึงต้องมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เช่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะใช้โอกาสนี้เดินทางไปเจรจาปุ๋ยและน้ำมันในต่างประเทศ เพื่อหาทางเลือกให้ประเทศ

  • รัฐบาลมั่นใจน้ำมันเพียงพอ ไม่ต้องกังวล
  • รัฐมนตรีทำงานต่อเนื่อง แม้ประชาชนหยุด
  • เน้นความปลอดภัย "ดื่มไม่ขับ"
  • เล่นสงกรานต์สนุก แต่เคารพผู้อื่น

สถานการณ์น้ำมันโลกตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยปรับขึ้น แต่รัฐบาลไทยมีแผนสำรองชัดเจน ทั้งการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่ม และเจรจากับพันธมิตรต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก

นอกจากนี้ นายกฯ ยังฝากถึงสื่อมวลชนให้ไปพักผ่อนสนุกเช่นกัน แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ ภาพรวมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนจริงจัง ทำงานเบื้องหลังเพื่อความสุขของทุกคนในเทศกาล

เคล็ดลับสงกรานต์ปลอดภัย จากคำแนะนำนายกฯ

  • ใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง สวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง
  • เตรียมน้ำดื่มและยาแก้เมาค้าง เผื่อกรณีฉลองหนัก
  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทางไกล เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้เรียบร้อย
  • ช่วยกันรักษาความสะอาด สาดน้ำแล้วเก็บขยะ

เทศกาลสงกรานต์คือช่วงเวลาดี ๆ ที่เราจะได้อยู่กับคนที่รัก สนุกกับประเพณีเก่าแก่ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย พักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน เพราะรัฐบาลจัดการให้แล้ว

สุดท้ายนี้ ขอให้สงกรานต์ปีนี้เป็นปีที่ทุกคนมีความสุข รอยยิ้มเต็มใบหน้า และไม่มีอุบัติเหตุ ติดตามข่าวสารการเมืองและเทศกาลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน ปชช. พักผ่อนช่วงสงกรานต์ให้เต็มที่ ลั่น รมต. ทำงานต่อเนื่อง

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทยลุยสภาฯ ชู 4 กฎหมายเปลี่ยนประเทศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวเด็ดมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย กำลังเคลื่อนไหวแรงมาก หลังจากโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 โดยประกาศพร้อมลุยงานในสภาให้สุดพลัง ชู 4 ร่างกฎหมายสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไทยไปเลยทีเดียว แถมยังมีข่าวสะพัดว่าโควตารัฐมนตรีลงตัวแล้วด้วย มาฟังรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย

หลังการประชุมใหญ่ร่วมกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้โพสต์ข้อความสุดฮึกเหิม บอกว่าพรรคพร้อมเริ่มทำงานทันทีที่สภาเปิดเซสชัน โดยย้ำชัดว่างานนิติบัญญัติคือ “กระดูกสันหลัง” ของการเปลี่ยนแปลงประเทศจริงๆ ครับ ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ นะ

ที่เจ๋งสุดคือ ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย เตรียมยื่นร่างกฎหมาย 4 เรื่องใหญ่โตเลย มาดูกันว่ามันคืออะไรบ้าง และจะช่วยคนไทยยังไง

4 กฎหมายเปลี่ยนประเทศจากยศชนัน นำทัพเพื่อไทย

  • New Growth Engine: สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ด้วยนวัตกรรม ช่วยให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แก้ปัญหาการเติบโตแบบเก่าที่ชะงักงัน
  • Modern Security: ความมั่นคงในทุกมิติของโลกยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ทหาร แต่รวมถึงไซเบอร์ ความมั่นคงอาหาร พลังงาน ครอบคลุมหมด
  • Transparent Rules: ออกแบบกติกาสังคมที่โปร่งใสและทันสมัย ลดคอร์รัปชัน ให้ประชาชนตรวจสอบได้ง่าย
  • Infrastructure for All: โครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะอยู่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด เช่น รถไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โรงพยาบาล

กฎหมายเหล่านี้ไม่ใช่แค่นโยบายลอยๆ แต่เป็นแผนที่ชัดเจน จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของไทยในยุคใหม่ได้จริงๆ ครับ ถ้าผ่านสภาได้ น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่เลย

สะพัดโควตา รมต.ลงตัว พรรคเพื่อไทยได้ 8 เก้าอี้

นอกจากเรื่องกฎหมายแล้ว ยังมีข่าวร้อนว่าในการร่วมรัฐบาลรอบนี้ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นหัวหอก พรรคเพื่อไทยได้โควตารัฐมนตรีรวม 8 ตำแหน่งเลยนะครับ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 5 ตำแหน่งหลักๆ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงแรงงาน, และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

ตัวผู้เล่นหลักชัดเจนมาก น่าจะเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ คือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ บวกด้วย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯพรรค และ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำรุ่นใหญ่ กำลังพิจารณาวางตัวลงกระทรวงไหนให้เหมาะสม

ส่วนรัฐมนตรีช่วย (รมช.) 3 ตำแหน่ง คาดเกษตรฯ 2 และศึกษาฯ 1 พรรคเน้นคัด ส.ส. พื้นที่เกรดเอ ที่รู้ปัญหาชาวบ้านจริงๆ เช่น นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม 5 สมัย อดีต รมช. ประสบการณ์เพียบ, น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผลงานเด่นโคราช, นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร 4 สมัย บ้านใหญ่สุดในพื้นที่, นายศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี ตัวแทนปริมณฑล, และ ส.ส.จากอุดรธานีที่กวาดเก้าอี้เพียบ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย แสดงให้เห็นว่าพรรคจริงจังกับการบริหารประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสัญญาที่หาเสียงไว้ให้เกิดผลจริง กู้คะแนนนิยมกลับมาให้ปึ้ก สำหรับเลือกตั้งรอบหน้าแน่นอนครับ

ในมุมมองผมเองนะครับ การชู 4 กฎหมายนี้ถือเป็นจุดเด่นที่ฉลาดมาก เพราะตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของชาติ ถ้าทำได้จริง ไทยเราจะก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดเลย ฝากติดตามกันต่อนะครับว่าสุดท้ายจะลงเอยยังไง คุณคิดเห็นยังไงกับแผนนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างเลย!

ที่มา – “ยศชนัน” นำทัพเพื่อไทยลุยงานสภาฯ ชู 4 กฎหมายเปลี่ยนประเทศ สะพัดโควตา รมต.ลงตัว

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย เป็นประเด็นร้อนหลังผลการเลือกตั้งทั่วไปล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 (ตามข้อมูล) ที่พรรคเพื่อไทยได้อันดับ 3 สร้างความสนใจให้กับนักการเมืองและประชาชนอย่างมาก วันนี้เราจะมาสรุปสถานการณ์และคำให้สัมภาษณ์สำคัญๆ กัน

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

บรรยากาศที่ทำการพรรคเพื่อไทยคึกคักตั้งแต่เช้า แกนนำพรรคทยอยเข้ามา เช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้า, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ, นายภูมิธรรม เวชยชัย และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ใช้ประตูหลังเพื่อประชุมประเมินสถานการณ์หลังเลือกตั้ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เปิดเผยตอน 13.59 น. ว่า ยังไม่มีการติดต่อจากพรรคภูมิใจไทยเรื่องร่วมรัฐบาล เพียงแค่มา

คุยกันเฉยๆ

ชูศักดิ์ย้ำต้องคิดให้หนักก่อนร่วมรัฐบาล

เวลา 15.06 น. นายชูศักดิ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร วิเคราะห์ผลเลือกตั้งที่ต่ำกว่าคาดจากหลายปัจจัย มีทั้งข้อดีข้อเสียของการร่วมรัฐบาล ต้องฟังทุกฝ่ายรวมถึงกองเชียร์ เพราะมีผลต่ออนาคตการเมืองครั้งหน้า ย้ำว่าต้องตัดสินใจดีๆ ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ต่อมา 15.50 น. นายจุลพันธ์ยอมรับเสียใจผลเลือกตั้งเล็กน้อย แต่ตั้งหลักได้แล้ว พรรคมี ส.ส.เกือบ 80 คน ไม่ใช่น้อย จะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อ สำหรับข่าวลือพรรคภูมิใจไทยทาบทาม พรรคเพื่อไทยยังไม่ถูกทาบ และรอให้พรรคเสียงมากสุดนำจัดตั้ง จุดยืนเปิดกว้าง หากตรงอุดมการณ์-นโยบาย อะไรก็เกิดขึ้นได้

วิเคราะห์ผลเลือกตั้งและบทเรียนพรรคเพื่อไทย

นายจุลพันธ์ชี้ว่าผลต่ำกว่าคาดเพราะตั้งเป้าสูงเพื่อประชาชน แต่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน แม้มีอุปสรรคจากการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก่อนหน้า แต่ฐานเสียงยังอยู่ โดยเฉพาะ ส.ส.เกือบ 80 ที่จะทำงานต่อ ในพื้นที่เชียงใหม่ที่แคนดิเดตนายกฯ 2 คนไม่ได้ที่นั่ง ไม่ใช่ปิดฉาก แต่ต้องปรับปรุงนโยบาย ตัวบุคคล ให้ตอบโจทย์มากขึ้น พรรคเพื่อไทยไม่สูญพันธุ์ เป็นสถาบันการเมืองที่พร้อมสู้ครั้งหน้า

ส่วนปัจจัยแพ้ เช่น กระแสชาตินิยมช่วยภูมิใจไทย คลิปอังเคิลกระทบ หรือยกจังหวัดในพื้นที่แข็ง นายจุลพันธ์บอกมีหลายองค์ประกอบ จะลงพื้นที่ถอดบทเรียนกับเลขาฯประเสริฐ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ย้ำให้รอหัวหน้าพรรค

  • ยังไม่มีการทาบทามจากภูมิใจไทย
  • ตัดสินใจจากอุดมการณ์-นโยบายเป็นหลัก
  • พรรคเพื่อไทยตั้งหลักได้ รักษาฐานเสียง
  • เตรียมถอดบทเรียนเพื่อเลือกตั้งหน้า

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งนี้ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนนำ จะเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยในฐานะอันดับ 3 มีบทบาทสำคัญหากถูกเชิญ แต่จุลพันธ์ย้ำ “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย ทำให้อนาคตยังเปิดกว้าง

มุมมองอนาคต: พรรคเพื่อไทยจะกลับมาแข็งแกร่ง?

จากประสบการณ์การเมืองไทย พรรคที่ปรับตัวดีมักคัมแบ็คได้ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายประชาชนศูนย์กลาง หากถอดบทเรียนได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่แดนไทบ้านอย่างเชียงใหม่ และจัดการปัจจัยภายนอก น่าจะกลับมานำในอนาคต ในมุมนี้ การไม่รีบตัดสินใจร่วมรัฐบาลแสดงถึงความรอบคอบ

ติดตามพัฒนาการการจัดตั้งรัฐบาลได้ที่บล็อกนี้ เราจะอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดเพื่อคุณ! ความเห็นส่วนตัว: การเมืองไทยต้องเน้นนโยบายที่ชัดเจนเพื่อประชาชนจริงๆ ถึงจะยั่งยืน

ที่มา – “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

Scroll to top