'สุริยะ' ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง เพราะไม่ให้หลานเข้าพบ ยันต้องการคนคล่องตัว ไม่ใช่คนใกล้เกษียณ

สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง ต้องการคนคล่องตัว

ข่าว สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง กำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองและเกษตรกรรมไทย เมื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาชี้แจงกรณีการโยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงแทน สาเหตุที่ถูกพูดถึงคือการไม่รับโทรศัพท์จากหลานของนายสุริยะ แต่ท่านรัฐมนตรียืนยันว่าไม่ใช่เรื่องนี้เลย

สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง

สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง โดยย้ำชัดว่าการตัดสินใจโยกย้ายมาจากความเหมาะสมในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอย่างที่ถูกกล่าวหา วันที่ 29 เมษายน 2569 หลังครม.มีมติโยกย้าย นายราเชนได้ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย ว่าอาจเพราะไม่รับสายหลานนายสุริยะ ขณะที่กำลังลงพื้นที่ปราบไฟป่า แต่สุริยะชี้แจงว่าประเด็นเล็กน้อยเช่นนี้ไม่สมควรนำไปโยงกับการโยกย้าย และตนไม่เคยใช้อำนาจแบบนั้นตั้งแต่เข้าสู่การเมืองปี 2545

สาเหตุที่แท้จริงเบื้องหลังสุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง

สุริยะ ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง โดยชี้ว่ากระทรวงเกษตรต้องรับมือปัญหาเร่งด่วนของเกษตรกรรากหญ้า เช่นภัยแล้ง ไฟป่า และน้ำท่วม ซึ่งต้องการบุคลากรที่คล่องตัว อายุน้อย และมีพลังงานเต็มเปี่ยม ไม่ใช่ผู้ใกล้เกษียณที่อาจทำงานไม่เต็มที่ ยอมรับว่าปัจจัยอายุเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา และกำลังดูตำแหน่งอื่นๆ ที่มีข้าราชการใกล้เกษียณเช่นกัน

ส่วนประเด็นหลานชาย สุริยะยืนยันว่าหลานโทรขอเข้าพบจริง แต่ยังไม่มีการพูดคุยอะไร หากเป็นการของานถือว่าผิดกฎหมาย และเป็นไปไม่ได้ที่จะย้ายเพราะเรื่องนี้ ที่ผ่านมาสมัยเป็น รมว.คมนาคม ก็ย้ำให้ทุกอย่างโปร่งใสตามกฎเกณฑ์

เรื่องงบประมาณและนโยบายพรรคเพื่อไทย

นายราเชนยังกล่าวถึงการขอข้อมูลงบประมาณปี 2570 ที่ย่านรัชดา สุริยะปฏิเสธว่าไม่ได้ไปเอง และพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตั้งอยู่นั้น มอบหมายนายสรวุฒิ เนื่องจำนง เลขานุการรัฐมนตรีไปแทน เพื่อตรวจสอบให้สอดคล้องกับนโยบายพรรคและกรอบสำนักงบประมาณ เน้นช่วยเหลือเกษตรกรรากหญ้าให้ตรงจุด

  • ปัญหาหลักที่กระทรวงเกษตรต้องแก้:ภัยแล้งและฝนหลวง
  • การจัดการไฟป่าและภัยพิบัติทางเกษตร
  • ปรับโครงสร้างน้ำและการบินเกษตร
  • เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณให้ถึงรากหญ้า
  • ส่งเสริมคนรุ่นใหม่เข้าทำงานภาครัฐ

กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีบทบาทสำคัญในการทำฝนเทียม สนับสนุนเกษตรกรกว่า 10 ล้านรายทั่วประเทศ การมีผู้นำที่คล่องตัวจะช่วยเร่งโครงการ เช่น การปฏิบัติการฝนหลวงในฤดูแล้ง หรือดับไฟป่าด้วยเครื่องบินเกษตร ซึ่งต้องการความรวดเร็วและนวัตกรรม

การโยกย้ายครั้งนี้สะท้อนนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างบุคลากร เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในกระทรวงที่ใกล้ชิดประชาชน สุริยะยังยินดีให้อดีตอธิบดีเข้าพูดคุยเพื่อรับฟังความเห็น แสดงถึงความโปร่งใส

มุมมองและข้อคิดเห็น: การนำคนรุ่นใหม่มาทำงานแก้ปัญหาเกษตร ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องในยุคดิจิทัลและ气候เปลี่ยนแปลง แต่ต้องระวังไม่ให้กระทบขวัญกำลังใจข้าราชการอาวุโสด้วย หากปรับสมดุลได้ จะช่วยยกระดับภาคเกษตรไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? การโยกย้ายเพื่อความคล่องตัวจำเป็นหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวเกษตรอัปเดตได้ที่นี่!

ที่มา – “สุริยะ” ปฏิเสธย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง เพราะไม่ให้หลานเข้าพบ ยันต้องการคนคล่องตัว ไม่ใช่คนใกล้เกษียณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: