ในสถานการณ์ที่พี่น้องเกษตรกรไทยกำลังเผชิญความเดือดร้อนหนักจากราคาพืชผลตกต่ำและต้นทุนผลิตสูงลิ่ว ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ กล้าธรรมเดือด รัฐบาลปิดประตูเกษตรกร เมื่อฝ่ายรัฐบาลลงมติคว่ำญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขราคาพืชผลทางการเกษตร นี่คือการกระทำที่ปิดกั้นโอกาสในการแก้ปัญหาจากต้นตออย่างแท้จริง
กล้าธรรมเดือด รัฐบาลปิดประตูเกษตรกร คว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล
นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก พรรคกล้าธรรม ได้แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของรัฐบาลในวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรควรเป็นเวทีสะท้อนปัญหาประชาชน ไม่ใช่เครื่องมือปิดกั้นการตรวจสอบ ปัญหาเกษตรกรในปัจจุบันรุนแรงมาก ราคาข้าวยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ต่างๆ ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาปุ๋ย น้ำมันดีเซล และยาฆ่าแมลงพุ่งสูง ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนย่อยยับ หลายรายต้องทิ้งนา ทิ้งสวน
ทำไมกล้าธรรมเดือด รัฐบาลปิดประตูเกษตรกรถึงเป็นปัญหาใหญ่
การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นกลไกสำคัญของสภาในการศึกษาปัญหาอย่างละเอียด ฟังความเห็นจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก และหน่วยงานรัฐ เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่แจกเงินเยียวยาชั่วคราว แต่รัฐบาลเลือกคว่ำญัตติ ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลกลัวการตรวจสอบหรือมีอะไรปิดบัง พรรคกล้าธรรมซึ่งก่อตั้งมาเพื่อเกษตรกร ยืนยันสนับสนุนฝ่ายค้านเต็มที่ เพราะเราเห็นความเดือดร้อนจริงๆ ของพี่น้องชาวนาชาวสวน
ปัญหาราคาพืชผลไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยิ่งรุนแรงขึ้นจากปัจจัยหลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ผลผลิตลดลง การแข่งขันในตลาดโลกที่ไทยเสียเปรียบคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินเดีย รวมถึงนโยบายรัฐที่ยังไม่ช่วยเหลือตรงจุด เช่น การขาดการควบคุมราคาปุ๋ยผูกขาด หรือการส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรให้มีอำนาจต่อรอง
- ราคาข้าวโพดและข้าวเปลือกตกต่ำต่ำกว่า 10 บาท/กก.
- ยางพาราราคาต่ำกว่า 60 บาท/กก. ขาดทุนสะสม
- ทุเรียน มังคุด ลำไย ผลผลิตล้นตลาด ราคาดิ่งเหว
- ต้นทุนผลิตเพิ่ม 30-50% จากราคาน้ำมันและปุ๋ย
นายปิยวัฒน์ย้ำว่า แม้เสียงข้างมากจะชนะ แต่พรรคกล้าธรรมจะไม่ยอมแพ้ เราจะเดินหน้าสะท้อนปัญหาในสภาและนอกสภา รัฐบาลควรเปิดโอกาสให้ กมธ.วิสามัญทำงาน เพื่อหาทางออกที่เป็นธรรมให้เกษตรกร
แนวทางแก้ปัญหาที่พรรคกล้าธรรมเสนอ
นอกจากการตั้ง กมธ.วิสามัญ พรรคกล้าธรรมมีนโยบายชัดเจน เช่น สนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืน ลดต้นทุนด้วยเทคโนโลยีใหม่ สร้างตลาดรับซื้อที่มั่นคง และพัฒนาการส่งออกให้แข่งขันได้ หากรัฐบาลเปิดใจ ไทยจะแก้ปัญหานี้ได้ไม่ยาก
เหตุการณ์ กล้าธรรมเดือด รัฐบาลปิดประตูเกษตรกร นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ารัฐต้องรับฟังประชาชน สภาต้องทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เกมการเมือง
ในฐานะนักข่าวการเมืองและผู้สนใจปัญหาเกษตร เรามองว่าการกระทำของรัฐบาลครั้งนี้อาจนำไปสู่ความไม่พอใจในหมู่เกษตรกร ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของประเทศ หากไม่แก้ไขด่วน ผลกระทบจะลุกลามไปสู่ความมั่นคงอาหารและเศรษฐกิจฐานราก
คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? หากเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อช่วยเกษตรกร แชร์บทความนี้ สนับสนุนพรรคที่ยืนเคียงข้างชาวนา และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ปัญหาถูกปิดประตูอีก
ที่มา – กล้าธรรม เดือด รัฐบาลปิดประตูใส่ความทุกข์เกษตรกร คว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล


