นโยบายพรรค

ปชน. ยอมรับความพ่ายแพ้ ปัดเดินหมากพลาดดึง “สุรพล” นั่งที่ปรึกษา

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองเมื่อพรรคประชาชน หรือ ปชน. ยอมรับความพ่ายแพ้ ปัดเดินหมากพลาดดึง “สุรพล” นั่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ในการเลือกตั้งสนาม กทม. และเมืองพัทยาที่ผ่านมา แม้ผลจะออกมาไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่แกนนำของพรรคยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์การทำงานที่เน้นสร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวมากกว่าตัวเลขคะแนนเสียงในแต่ละสนาม

ปชน. ยอมรับความพ่ายแพ้ ปัดเดินหมากพลาดดึง “สุรพล” นั่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยแกนนำคนสำคัญ ได้ร่วมกันแถลงถึงทิศทางการเมืองหลังจากนี้ โดยมองว่าความสำเร็จที่แท้จริงคือการผลักดันวาระก้าวหน้าให้กับสังคมไทย ต่อประเด็นเรื่องการดึงตัวนายสุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นที่ปรึกษานั้น ทางพรรคแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ใช่ความผิดพลาดในการตัดสินใจ แต่เป็นการพยายามเปิดพื้นที่ให้บุคคลที่มีความเห็นต่างได้มาร่วมงานเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

บทเรียนทางการเมืองของ ปชน. ยอมรับความพ่ายแพ้ ปัดเดินหมากพลาดดึง “สุรพล” นั่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.

ทางด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า แม้ผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบนี้ แต่พรรคก็น้อมรับทุกคำวิจารณ์จากพี่น้องประชาชน โดยเป้าหมายหลักของการดึงบุคลากรจากหลากหลายที่มาคือการโอบรับแนวคิดที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ทางพรรคยอมรับว่าอาจจะต้องมีความประณีตในการสื่อสารและการทำความเข้าใจกับผู้สนับสนุนให้มากขึ้นในอนาคต เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและสร้างความเป็นเอกภาพในการทำงานเชิงนโยบาย

หากวิเคราะห์จากมุมมองของพรรคประชาชน ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเมืองยุคใหม่ประกอบด้วย:

  • การผลักดันวาระเชิงนโยบายที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง
  • การสร้างความเข้าใจทางความคิดกับโหวตเตอร์อย่างต่อเนื่อง
  • การตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารด้วยเหตุผลและประโยชน์ของประชาชน
  • การสร้างความเข้มแข็งในระดับท้องถิ่นผ่านสมาชิกสภาฯ ในเขตต่างๆ

แม้หลายคนจะมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเครื่องชี้วัดความนิยมที่ลดลง แต่สำหรับแกนนำพรรคแล้ว พวกเขายังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานในฐานะฝ่ายค้านและผู้ตรวจสอบที่เข้มข้นต่อไป โดยหวังว่านโยบายที่นำเสนอจะยังคงมีโอกาสถูกนำไปผลักดันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในระยะยาว

บทสรุปของสถานการณ์นี้คือการที่พรรคเลือกจะก้าวต่อด้วยความใจเย็น การทำงานเมืองไม่ใช่แค่การคว้าชัยชนะในคูหา แต่คือการพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นถึงความจริงใจในการแก้ปัญหา สำหรับสมาชิกและแฟนคลับของพรรค นี่อาจจะเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องทบทวนและปรับจูนแนวทางการสื่อสารใหม่ เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของประชาชนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นในทุกๆ สนามเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

ที่มา – ปชน. ยอมรับความพ่ายแพ้ ปัดเดินหมากพลาดดึง “สุรพล” นั่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.

พรรคพลังประชารัฐยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง ส.ส.เสมอภาค

พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย เป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนในช่วงนี้ หลังจากมีข้อกล่าวหาจากนายสนธิญา สวัสดี ที่ร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าพรรคมีการเลือกปฏิบัติในการสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นคำร้องยุบพรรคได้ พรรคพลังประชารัฐได้ออกหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ

พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย

พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมืองตามอุดมการณ์และนโยบายที่ชัดเจน การเป็นสมาชิกพรรคหรือผู้สมัคร ส.ส. ถือเป็นงานอาสาสาธารณะที่ต้องอาศัยความเสียสละจากทุกคน โดยพรรคจะสนับสนุนผู้สมัครผ่านช่องทางต่างๆ อย่างเสมอภาค ภายใต้กรอบกฎหมาย ข้อบังคับพรรค มติพรรค และศักยภาพด้านงบประมาณในแต่ละช่วงเวลา

รูปแบบการสนับสนุนจะพิจารณาตามความเหมาะสม โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันและดุลพินิจเชิงบริหารภายในพรรค เช่น การประชาสัมพันธ์ผลงาน นโยบาย และจุดยืนทางการเมืองผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ ซึ่งผู้สมัครทุกคนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ในเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคได้ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้สมัครสามารถสื่อสารนโยบายไปยังประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อกล่าวหาไม่มีมูล พรรคยึดหลักนิติธรรม

พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรืองดเว้นการสนับสนุนโดยมิชอบ ข้อกล่าวหาจากนายสนธิญายังขาดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่จะพิสูจน์การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง พรรคจึงขอให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการที่โปร่งใสและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย

หลักเกณฑ์การสนับสนุนผู้สมัครของพรรค

  • ตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค: ทุกการสนับสนุนต้องอยู่ในกรอบพระราชบัญญัติพรรคการเมือง
  • เสมอภาค: ผู้สมัครทุกรายได้รับการประชาสัมพันธ์ผลงานพรรคเท่าเทียม
  • ตามศักยภาพ: พิจารณางบประมาณและสถานการณ์ในแต่ละช่วง
  • โปร่งใส: มีการบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้

นอกจากนี้ พรรคพลังประชารัฐยังมีประวัติการทำงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศ เช่น นโยบายเศรษฐกิจ สวัสดิการประชาชน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งผู้สมัคร ส.ส. ได้นำไปรณรงค์หาเสียงอย่างต่อเนื่อง การชี้แจงครั้งนี้ช่วยยืนยันภาพลักษณ์ของพรรคที่ยึดหลักธรรมาภิบาลทางการเมือง

ในบริบทของการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การมีข้อกล่าวหาเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่พรรคเลือกตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงและเอกสารชัดเจน แทนการโต้เถียงโดยไร้สาระ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความมุ่งมั่นในการรักษาความเชื่อมั่นจากประชาชน

สุดท้าย พรรคพลังประชารัฐขอเชิญชวนประชาชนติดตามข่าวสารและนโยบายของพรรคอย่างใกล้ชิด หากคุณมีข้อสงสัยหรือเห็นต่าง สามารถแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เรายินดีรับฟังทุกมุมมองเพื่อพัฒนาการเมืองให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย

พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่

พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่ เป็นข่าวสำคัญในวงการการเมืองไทยล่าสุด ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการประชุมนี้

พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ของพรรครักชาติ สาขาลำดับที่ 3 ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 ณ โรงแรมเมเจอร์แกรนด์ ตำบลไชยสอ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ภายใต้แนวคิด “เพราะรักชาติ ไม่ใช่แค่คำพูด พร้อมดึงพลังคนรุ่นใหม่ บ้านเมืองโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน” โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน รวมถึงทีมบริหารพรรคชั้นนำ เช่น นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค, นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค, นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค, นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค และอื่นๆ

ประเด็นสำคัญจากที่ประชุม

ในที่ประชุม สมาชิกพรรคได้สะท้อนปัญหาหลักที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจ ค่าน้ำมันแพงที่ทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “พรรครักชาติ จะเป็นกลไกสำคัญในการเข้าไปช่วยขับเคลื่อนและเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้”

  • ปัญหาเศรษฐกิจ: ค่าน้ำมันแพง สินค้าอุปโภคบริโภคราคาสูง
  • ยุทธศาสตร์พรรค: ขยายฐานสมาชิกทั่วประเทศ สร้างเครือข่ายเข้มแข็ง
  • ดึงพลังคนรุ่นใหม่: สร้างการเมืองโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน

นอกจากนี้ พรรครักชาตียังมุ่งเน้นการขยายฐานสมาชิกเพื่อเตรียมรับศึกเลือกตั้ง โดยนายชัยวุฒิ ประกาศชัดเจนว่าจะเดินหน้าหาสมาชิกใหม่และสร้างเครือข่ายครอบคลุมทุกจังหวัด เพื่อให้พรรคมีพลังในการผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่น การแก้ปัญหาปากท้อง พัฒนาเศรษฐกิจ และกำจัดคอร์รัปชัน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการนำคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมือง เพื่อสร้างบ้านเมืองที่โปร่งใสและยั่งยืน พรรคตั้งเป้าที่จะเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชนที่เบื่อหน่ายกับปัญหาเก่าๆ โดยจะเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน เช่น ลดค่าครองชีพ ส่งเสริมอาชีพ สร้างโอกาสให้เยาวชน

จากประสบการณ์ในอดีต พรรครักชาติได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถรวบรวมพลังจากทุกภาคส่วนได้ดี โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นฐานเสียงสำคัญ การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความเห็น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายอิทธิพลทั่วประเทศ ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่าการดึงคนรุ่นใหม่จะช่วยให้พรรคมีภาพลักษณ์สดใหม่ แตกต่างจากพรรคใหญ่ๆ ที่ถูกมองว่าล้าสมัย

ในยุคที่ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง พรรครักชาติกำลังวางรากฐานที่แข็งแกร่ง หากสมาชิกและเครือข่ายขยายตัวได้ตามแผน พรรคมีโอกาสก้าวสู่เวทีการเมืองระดับชาติได้แน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับยุทธศาสตร์ของพรรครักชาติ? มาร่วมแสดงความเห็นและติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่

เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยันไร้ดราม่าตีกลับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีเรื่องเด่นที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2567 พรรคเพื่อไทยแสดงพลังความสามัคคีแบบเต็มสูบ นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พวกเขาควงกันยกทีม สส.แบบแบ่งเขต ขึ้นรถบัสไฟฟ้า EV สุดหรูจากที่ทำการพรรค ตรงดิ่งไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อรายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภา

บรรยากาศคึกคักมากๆ เลยครับ ทันทีที่มาถึง พวกเขาก็ไม่พลาดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา เพื่อความเป็นสิริมงคล ไม่ว่าจะเป็นพระสยามเทวาธิราช, พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระภูมิชัยมงคล และศาลตาศาลยาย เรียกว่าเริ่มต้นด้วยพลังบวกเต็มเปี่ยม ก่อนจะเข้ารายงานตัวกันอย่างเรียบร้อย

เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยัน ไม่มีเรื่องรายชื่อ “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกตีกลับ

หลังจากรายงานตัวเสร็จ นายยศชนัน ก็ให้สัมภาษณ์แบบชัดเจนเลยครับ ว่า เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ครั้งนี้ เพื่อแสดงความปึกแผ่นของพรรค พวกเขาพร้อมที่จะเริ่มทำงานเพื่อประชาชนทันที รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การเมืองกำลังร้อนระอุเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

ที่หลายคนสงสัยกันมาก คือข่าวลือเรื่องรายชื่อบุคคลสำคัญอย่าง “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกพรรคภูมิใจไทยตีกลับ ไม่ให้เป็น รมต. นายจุลพันธ์ ปัดทันควัน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้เลย! พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งรายชื่อใดๆ ไป และข่าวที่ออกมานั้นไม่มีมูล เป็นแค่กระแสลือจากช่วงสูญญากาศทางการเมืองเท่านั้นเอง พวกเขายังคุยกันภายในเพื่อเตรียมพร้อมในทุกรูปแบบ ไม่ได้แบ่งกระทรวงกันแล้ว

หลังเพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ความสามัคคีไร้คลื่นใต้น้ำ

นายจุลพันธ์ ยังชี้แจงเพิ่มว่า อำนาจจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วม ก็รอให้พรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทยดำเนินการก่อน การหารือจะเน้นนโยบายและความถนัดของแต่ละพรรคเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าภายในพรรคไม่มีปัญหาคลื่นใต้น้ำ ทุกคนมาพร้อมหน้า สส.เขตและบัญชีรายชื่อ แสดงความพร้อมให้สังคมเห็นชัดๆ

น่าสนใจมากคือ พรรคเตรียมยื่นกฎหมายเข้าสภา 20 ฉบับทันทีที่เปิดประชุม! นายยศชนัน บอกว่าทำการบ้านทุกกระทรวงไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะอว. (อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) หรือกระทรวงอื่นๆ ปัดข่าวเผือกร้อนอย่างเกษตรฯ หรือแรงงาน ว่าไม่มีกระทรวงเกรด A B C ทุกที่สำคัญหมด

  • ไฮไลต์สำคัญ: ใช้รถบัส EV สุดทันสมัย สะท้อนภาพลักษณ์พรรคสีเขียว
  • ยืนยันคุยกับแกนนำภูมิใจไทยแล้ว ข่าวลือไม่มีจริง
  • บุคลากรคุณภาพสูง สุริยะ ประเสริฐ และคนอื่นๆ พร้อมพิสูจน์ตัวเอง
  • เตรียมประชุมพรรคหารือกฎหมายและนโยบายรัฐบาลร่วม

ปิดท้ายด้วยโมเมนต์น่ารัก นักข่าวแซว “หนิมได้คุยกับหนูแล้วหรือยัง” (หมายถึงนางสาวแพทองธาร?) นายจุลพันธ์ ยิ้มรับ พยักหน้าเลยครับ บรรยากาศอบอุ่นมาก!

โดยรวมแล้ว เหตุการณ์ เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ครั้งนี้ สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมมากสำหรับบทบาทนิติบัญญัติและบริหารประเทศ ไม่มีดราม่าภายในหรือภายนอกอย่างที่ลือกัน ผมมองว่ามันเป็นสัญญาณดีของการเมืองไทยที่กำลังเดินหน้าสู่รัฐบาลใหม่ที่มั่นคง คุณล่ะครับ คิดว่าการจัดสรรเก้าอี้ครม. จะออกมายังไง? รัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาประชาชนได้จริงมั้ย? ลองคอมเมนต์แชร์ความเห็นใต้โพสต์นี้เลยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดแบบเรียลไทม์!

ที่มา – เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยัน ไม่มีเรื่องรายชื่อ “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกตีกลับ

ตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทินอย่างไม่มีเงื่อนไข รอเพียงการรับรองผลจาก กกต. เท่านั้น ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่นักการเมืองและประชาชนจับตามองอย่างใกล้ชิด

ตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 (ย่อจาก 2569 ในข่าว) นางสาวตรีนุช เทียนทอง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยยืนยันว่าตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน ซึ่งเป็นจุดยืนที่พรรคยึดถือมาตั้งแต่แรก เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุด จึงสมควรเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ตรีนุช เน้นย้ำว่ายังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ ในการเจรจา และต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งก่อน จึงจะเข้าสู่การหารือเรื่องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ แม้พรรคพลังประชารัฐจะมี ส.ส. เพียง 5 เสียง แต่ก็พร้อมสนับสนุน โดยเรื่องจำนวนเก้าอี้จะขึ้นอยู่กับพรรคใหญ่

บริบทการประชุมพรรคพลังประชารัฐ

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคครบกำหนด 60 วันตามกฎหมาย พรรคจึงต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมใหญ่สามัญในเดือนหน้า ตรีนุช ชี้แจงถึงกระแสวิจารณ์จากผู้สมัคร ส.ส. บางส่วนที่เรียกร้องให้บิ๊กป้อมกลับมา ว่า พรรคมีนโยบายและอุดมการณ์ชัดเจน แม้ช่วงเปลี่ยนผ่านจะไม่ลงพื้นที่ทั่วถึง แต่ทุกคนที่ร่วมงานตกลงใจกันแล้ว

จุดยืนต่อกระแสตั้งรัฐบาลแข่ง

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวการตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ตรีนุช ปัดตอบและย้ำให้เกียรติพรรคที่ได้คะแนนสูงสุดก่อน โดยตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทินเต็มที่ โดยฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก ไม่ปิดประตูเจรจากับพรรคอื่นแบบสิ้นเชิง แต่ขณะนี้โฟกัสที่พรรคแกนนำ

  • ไม่มีเงื่อนไขชัดเจน: เจรจาเบื้องต้นแล้ว แต่รอ กกต. รับรอง
  • ยึดผลเลือกตั้ง: ภูมิใจไทยได้คะแนนสูงสุด สมควรนำ
  • จำนวน ส.ส. จำกัด: 5 เสียง แต่พร้อมต่อรองเก้าอี้
  • เตรียมประชุมใหญ่: หลังประวิตรลาเก้าอี้ 60 วัน
  • ตอบโต้กระแส: ไม่ปิดประตูพรรคอื่น แต่ให้เกียรติก่อน

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคพลังประชารัฐในการเคารพผลการเลือกตั้ง หาก กกต. รับรองผลเร็ว รัฐบาลใหม่น่าจะเกิดขึ้นโดยเร็ว สร้างเสถียรภาพให้ประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน การยืนยันจุดยืนของตรีนุชนี้เป็นสัญญาณดีต่อการเมืองไทยที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง หลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่จำเป็น คุณคิดอย่างไรกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – “ตรีนุช” ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน ยังไม่มีเงื่อนไข รอคุยเก้าอี้หลัง กกต. รับรองผล

แกนนำเพื่อไทยประสานเสียงยกสารพัดเหตุผลรวมรัฐบาลภูมิใจไทย

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุ แกนนำเพื่อไทยประสานเสียงยกสารพัดเหตุผลรวมรัฐบาลภูมิใจไทย ได้กลายเป็นประเด็นที่คนไทยทุกสารทุ่นจับตามอง หลังจากที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจตอบรับคำเชิญจากพรรคภูมิใจไทยในการร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องพลิกผัน แต่มาจากการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

แกนนำเพื่อไทยประสานเสียงยกสารพัดเหตุผลรวมรัฐบาลภูมิใจไทย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้นำทีมแกนนำอย่างนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค ร่วมแถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 หลังหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยนายประเสริฐย้ำชัดว่าประเทศไทยต้องการรัฐบาลที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ เพื่อเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไป การร่วมรัฐบาลครั้งนี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่แกนนำเพื่อไทยประสานเสียงยกสารพัดเหตุผลรวมรัฐบาลภูมิใจไทย คือ ความเชื่อมั่นจากมวลชน นายประเสริฐมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนผู้สนับสนุนพรรคจะเข้าใจเจตนาดีของพรรค เพราะการเป็นรัฐบาลจะช่วยผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้มากกว่าการนั่งเป็นฝ่ายค้าน การร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล ลดความเสี่ยงจากการเมืองที่แตกแยก

แกนนำเพื่อไทยประสานเสียงยกสารพัดเหตุผลรวมรัฐบาลภูมิใจไทย: มุมมองกฎหมายและนโยบาย

นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ชี้แจงประเด็นทางกฎหมายที่เคยเป็นข้อกังวล โดยยืนยันว่าทุกอย่างจะดำเนินการตามหลักยุติธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงจะรับผิดชอบดูแลส่วนของตน พรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนสิ่งที่ถูกต้อง ไม่เกรงใจใคร หากมีประเด็นพิพาทเก่าๆ จะแก้ไขด้วยกระบวนการที่โปร่งใส

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เผยว่าจากการสำรวจความเห็นสมาชิกพรรคและว่าที่ ส.ส. พบว่าส่วนใหญ่สนับสนุนการร่วมรัฐบาล เพราะจะได้นำนโยบายพรรคไปปฏิบัติจริง สร้างผลงานให้ประชาชนในพื้นที่ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา สุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา

  • รัฐบาลเข้มแข็ง: ลดความไม่แน่นอนทางการเมือง
  • ผลักดันนโยบาย: นำสิ่งที่พรรครับปากไปปฏิบัติจริง
  • ประโยชน์ประชาชน: สร้างผลงานจับต้องได้ในทุกพื้นที่
  • ความโปร่งใส: ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ละเลยประเด็นเก่า
  • มวลชนเข้าใจ: เจตนาดีเพื่อชาติมากกว่าอำนาจส่วนตัว

การตัดสินใจครั้งนี้ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องการแบ่งกระทรวงหรือเก้าอี้รัฐมนตรี แต่จะเจรจาต่อในรอบถัดไป ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่าการรวมพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยจะช่วยสร้างสมดุลในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพมากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายเศรษฐกิจหลังโควิดและปัญหาภายในประเทศ

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของแกนนำเพื่อไทยประสานเสียงยกสารพัดเหตุผลรวมรัฐบาลภูมิใจไทย ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของพรรคที่ยึดประโยชน์ชาติเป็นหลัก ไม่ยึดติดกับอุดมการณ์แบบเดิมๆ ในยุคที่การเมืองไทยต้องการความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาเรื้อรัง เช่น หนี้ครัวเรือน ความเหลื่อมล้ำ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทย คุณคิดอย่างไรกับการร่วมรัฐบาลครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดทุกมุมมองสำคัญ

ที่มา – แกนนำเพื่อไทยประสานเสียงยกสารพัดเหตุผลรวมรัฐบาลภูมิใจไทย

“ซาบีดา” หาเสียงนครสวรรค์ คนแห่ถ่ายรูป-ถามหาพ่อชาดา

“ซาบีดา” หาเสียงนครสวรรค์ คนแห่ถ่ายรูป-ถามหาพ่อชาดา สร้างกระแสฟีเวอร์สุดคึกคักในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เดินทางลงพื้นที่ตลาดวัดหนองกลับ-หนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อช่วยนายมารุต ศรีผึ้ง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 เบอร์ 2 พรรคภูมิใจไทย

การหาเสียงครั้งนี้เน้นแนวทางออแกนิคตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำหนดไว้ โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อรวบรวมคะแนนให้ผู้สมัครทั้งเขตและบัญชีรายชื่อของพรรค บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น พ่อค้าแม่ค้าประชาชนแห่มาทักทาย ขอถ่ายรูปกับ “ซาบีดา” จนเกิดกระแสฟีเวอร์ หลายคนยังสอบถามถึงนายชาดา ไทยเศรษฐ์ บิดาของเธอ ผู้สมัคร ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย โดยบอกว่า “หน้าเหมือนพ่อมาก คิดถึงคุณพ่อชาดา”

“ซาบีดา” หาเสียงนครสวรรค์ คนแห่ถ่ายรูป-ถามหาพ่อชาดา

นอกจากกระแสยอดนิยมแล้ว นางสาวซาบีดายังได้นำเสนอนโยบายเด่นของพรรคภูมิใจไทยที่จะสานต่อหากได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและสวัสดิการประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในชุมชน การศึกษาเท่าเทียมพลัส สร้างแพลตฟอร์มเรียนฟรีทั่วประเทศให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษา quality สูง สูงวัยพลัส จัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน และ หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งพยาบาลอาสา จ้างงาน 100,000 อัตรา เงินเดือน 15,000 บาท เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุข基层

นโยบายภูมิใจไทยที่ซาบีดานำเสนอในนครสวรรค์

  • คนละครึ่งพลัส: ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มกำลังซื้อประชาชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้หมุนเวียน
  • การศึกษาเท่าเทียมพลัส: พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เรียนฟรี ครอบคลุมทุกวิชา ทุกพื้นที่ แม้แต่ในชนบทห่างไกล
  • สูงวัยพลัส: สร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใกล้บ้าน ลดภาระครอบครัว เพิ่มคุณภาพชีวิตวัยชรา
  • หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งพยาบาล: จ้างพยาบาลอาสา 1 แสนตำแหน่ง เงินเดือน 15,000 บาท สร้างงาน สร้างสุขภาพชุมชน

นโยบายเหล่านี้ตอบโจทย์ชีวิตคนไทยจริงๆ โดยเฉพาะในพื้นที่อย่างนครสวรรค์ที่เป็นหัวใจเศรษฐกิจลุ่มน้ำเจ้าพระยา การลงพื้นที่ของซาบีดาไม่เพียงช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครท้องถิ่น แต่ยังจุดประกายความหวังให้ประชาชนเห็นภาพรัฐบาลที่ใส่ใจประชาชน

จากประสบการณ์การหาเสียงของซาบีดา เราจะเห็นถึงพลังของดาราหน้าใหม่ในวงการการเมืองที่ผสมผสานระหว่างความน่ารัก สดใส และนโยบาย实质 ทำให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิด การที่คนแห่ถ่ายรูปและถามหาพ่อชาดา แสดงถึงฐานเสียงครอบครัวไทยเศรษฐ์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงคะแนนโค้งสุดท้าย

ในยุคที่การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน พรรคภูมิใจไทยภายใต้นโยบายประชาชนใจถึงใจ กำลังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม การหาเสียงแบบนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคให้ดูทันสมัย เข้าถึงเยาวชนและครอบครัว หากคุณกำลังมองหาพรรคที่พร้อมสานต่อโครงการดีๆ เหล่านี้ ลองติดตามการหาเสียงของซาบีดาและพรรคภูมิใจไทยต่อไป คะแนนของคุณอาจเปลี่ยนประเทศไทยได้

สุดท้ายนี้ การเมืองไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่คือการเลือกอนาคต หากนโยบายเหล่านี้ตรงใจ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนะครับ

ที่มา – “ซาบีดา” หาเสียงนครสวรรค์ คนแห่ถ่ายรูป-ถามหาพ่อชาดา

“ยศชนัน” ประกาศพร้อมนายกฯ “เต้น” ชี้ก๊กแดงรอด

สวัสดีครับพี่น้องทุกท่านที่ชื่นชอบข่าวการเมืองร้อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นสุดฮอตกันเลย “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง พรรคเพื่อไทยปิดทัวร์อีสานสุดมันส์ 3 วัน 8 จังหวัด 16 เวที แฟนๆ เสื้อแดงแห่ต้อนรับแน่นขนัด ลุ้นโค้งสุดท้ายเลือกตั้งใหญ่!

“ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 4 ก.พ. 2569 ที่โรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางมาพบปะพี่น้องประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 2-5 ทั้งเบอร์ 5,7,1,5 กันเลยครับ บรรยากาศคึกคักมาก

ยศชนันปราศรัยสุดซึ้ง บอกว่า “วันนี้เอาหัวใจมาหล่นที่สุรินทร์เรียบร้อย รักสุรินทร์มาก ทุกคนมารอ ตนคือตัวแทนที่ทุกคนรอคอย มีทั้งเสื้อแดงที่ต่อสู้ด้วยกัน เลือดใหม่เพื่อไทย สายเลือดไทยรักไทย พลังประชาชน ยืนหยัดมาตลอดชีวิต เพียงแต่ไม่ค่อยออกหน้า วันนี้พร้อมเต็มที่เป็นนายกฯ คนที่ 33” ว้าว! ประกาศกร้าวแบบนี้ แฟนคลับแดงต้องกรี๊ดแน่ๆ

ยศชนัน ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ ที่สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยหาเสียงอีสาน

ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ นะครับ ยศชนันสัญญาจะคืนน้ำประปา ถนนดีๆ ให้สุรินทร์ ดูแลราคาพืชผล ปศุสัตว์ ท่องเที่ยว โดยเฉพาะช้างสุรินทร์ที่พร้อมผลักดันเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ “พ่อแม่พี่น้องไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลเอง เติมความฝันจากไทยรักไทยสู่เพื่อไทย นโยบายยากแค่ไหน จิตใจเราไม่เปลี่ยน หัวใจคือประชาชน”

ปิดทัวร์อีสานสุดท้ายที่ร้อยเอ็ด นโยบายน้ำ-ยาเสพติดเด็ดขาด

หลังสุรินทร์ คณะยศชนันบุกต่อที่ร้อยเอ็ด 2 อำเภอ วิทยาลัยเทคนิคเกษตรวิสัย และโรงเรียนสุวรรณภูมิวิทยาลัย ปิดจ็อบทัวร์ 8 จังหวัด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบล ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ระหว่าง 2-4 ก.พ.2569

ที่ร้อยเอ็ด ยศชนันโชว์แผนบริหารน้ำทั้งระบบ แก้น้ำท่วม-แล้งที่อีสานเจอหนัก “กรมชลประทานดูปกติ แต่ท่วมไม่มีใครดู คลองส่ง-คลองระบายต้องเปลี่ยนทั้งระบบ” ยังเน้นปราบยาเสพติด 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด เริ่ม 8 ก.พ.ทันที ปราบสแกมเมอร์ทุนเทาไม่เลิก ด้วยรัฐบาลดิจิทัล

นโยบายสุดเด็ด เศรษฐีเงินล้าน หาเงินนอกระบบเข้าท้องถิ่น ลดอำนาจรัฐ คืนท้องถิ่น ดูแลคนจน เติมเงิน 3,000 บาท กระตุ้นค้าขาย ปักหมุดท่องเที่ยวร้อยเอ็ด “กาเพื่อไทยทั้ง 8 เขต เสียง 1 เสียงเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนประเทศ ไม่มีเวลาแล้ว ช่วยหาเสียงทั้งคนทั้งพรรค!”

ยศชนัน ปราศรัยร้อยเอ็ด โชว์แผนน้ำ พรรคเพื่อไทย

“ณัฐวุฒิ เต้น” ลั่นแดงไม่ใช่ส้ม ไม่ยกนายกฯ ให้อนุทิน

ไฮไลต์อีกมุม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ “เต้น” ขึ้นเวทีบอกชัด การเลือกตั้งนี้สามก๊กสามสี แดง(เพื่อไทย) น้ำเงิน(เพื่อแผ่นดิน?) ส้ม(ภูมิใจไทย) “โค้งสุดท้ายเหลือก๊กเดียว สีแดงเข้าเส้นชัย ถ้าเพื่อไทยที่ 1 จัดตั้งรัฐบาล ยศชนันนายกฯ ไม่มีคนอื่น นายกฯหนูไม่ต้องคอย ถ้าได้ที่ 1 ไม่ยกมือให้อนุทิน นี่แดงไม่ใช่ส้ม!”

เต้นย้ำต้องกาบัตรใบแดง เบอร์ 9 สีชมพู + ส.ส.เขตเพื่อไทยทั้งหมด “อย่าเชื่อพรรคอื่นที่บอกกาเพื่อไทย แต่ส.ส.กาพวกเรา แล้วยกมือให้ คล้ายหลอกเด็ก พรรคเพื่อไทยไม่มีสาขา กาเพื่อไทยทั้งสองใบ”

ฮาขนลุกตอนเล่าเช้าที่ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทยเวทีห่าง 3 กม. “ทางนี้เบอร์ 9 ทางนั้น 37 ชาวบ้านคิด 9+3+7=19 ป็อก 9 กินรอบ! ทุ่มสุดตัว พวกนั้นตกใจ หนีมาโกยสุรินทร์ ท่านนายกฯหนู ต้มได้แค่สีส้ม” สุดยอด!

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัย เต้น บอกก๊กแดงรอด พรรคเพื่อไทย
เวทีหาเสียงเพื่อไทย สุรินทร์ ร้อยเอ็ด
ยศชนัน กับแกนนำเพื่อไทย อีสาน
ประชาชนต้อนรับยศชนัน พรรคเพื่อไทยหาเสียง

นโยบายเด่นพรรคเพื่อไทย ทำได้จริง ไม่ขายฝัน

  • จัดการน้ำ: แก้ระบบทั้งประเทศ ท่วมแล้งหมดปัญหา
  • ปราบยาเสพติด: 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด เริ่มทันที
  • ปราบสแกม-ทุนเทา: รัฐบาลดิจิทัล จบไม่เลิก
  • เศรษฐีเงินล้าน: เงินนอกระบบสู่ท้องถิ่น ลดอำนาจกลาง คืนประชาชน
  • ดูแลเกษตร-ท่องเที่ยว: ราคาพืชผลดี ช้างสุรินทร์ดังโลก
  • สวัสดิการ: เติมเงินคนจน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นโยบายแบบนี้แหละที่ประชาชนรอคอย ถามเงินมาจากไหน? จากเศรษฐีเงินล้านนี่แหละ เงินเราต้องอยู่กับเรา!

เห็นด้วยมั้ยครับว่า “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง ทำให้พรรคเพื่อไทยดูแข็งแกร่งสุดๆ ในอีสานฐานเสียงหลัก โค้งสุดท้ายลุ้นระทึก แต่เชื่อว่าสีแดงนำแน่ ในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง ผมมองว่านี่คือสัญญาณบวก นโยบายตอบโจทย์ชีวิตจริง

คุณคิดยังไงกับการหาเสียงครั้งนี้? สนใจนโยบายไหน ชอบยศชนันหรือเต้นมั้ย? คอมเมนต์ด้านล่างแชร์ความเห็น ลุ้นผลเลือกตั้งไปด้วยกัน กาเพื่อไทยเปลี่ยนไทยให้ดีขึ้น!

ที่มา – “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง

“อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงคลิปหลุด ไม่กลัวเสียฐานเสียง

ช่วงใกล้เลือกตั้ง สส. ทุกพรรคต่างลุ้นระทึก โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่กำลังมาแรงในหลายพื้นที่ ล่าสุดมีดราม่าคลิปเสียงหลุดของ “ศักดิ์ดา” วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย แต่ “อนุทิน” ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคกลับชิลล์สุดๆ บอกขอรอให้เจ้าตัวแจงเอง และยืนยันชัดว่า “อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงเองคลิปเสียงหลุด ไม่กลัวกระทบฐานเสียงภูมิใจไทย วันนี้เรามาเจาะลึกเรื่องนี้กันแบบเป็นกันเองเลยนะ

“อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงเองคลิปเสียงหลุด ไม่กลัวกระทบฐานเสียงภูมิใจไทย

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 1 ก.พ. 2569 เวลา 18.00 น. ที่ตลาดสามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แข่งขันดุเดือดของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งท้องถิ่นนี้ โดยบอกว่าทุกพื้นที่ล้วนดุเดือด แต่พรรคคาดหวังทั้งปทุมธานีและทั่วประเทศ

พอถามถึงคลิปเสียงที่คล้ายเสียงนายศักดิ์ดา สนทนากับนักการเมืองท้องถิ่นกาญจนบุรี เนื้อหาเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง พูดถึงพรรคสีน้ำเงิน (น่าจะภูมิใจไทย) ที่มีโอกาสตั้งรัฐบาลได้แบบไม่วุ่นวาย สีส้มตั้งแล้วอาจมีปฏิวัติ สีแดงอาจไม่ได้ตั้งเพราะนายใหญ่ติดคุก อนุทินตอบแบบนิ่งๆ ว่า “มีคนส่งมาให้ฟังแล้ว มันย้อนแย้งในตัว รอเจ้าของคลิปชี้แจงเอง ไม่รู้จริงหรือปลอม มีคนบอกว่าตนใจดำ ก็ยังงงอยู่” เขาบอกว่าจะถามศักดิ์ดาตอนเจอ แต่ตอนนี้ศักดายังหาเสียงสัปดาห์สุดท้าย พรรคต้อง “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” ตามสไตล์ภูมิใจไทย

คลิปเสียงหลุด “ศักดิ์ดา” มีอะไรน่าสนใจ

คลิปนี้กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เพราะเนื้อหาดูเหมือนคาดเดาการเมืองหลังเลือกตั้ง พรรคสีน้ำเงินถูกมองว่ามีลุ้นตั้งรัฐบาลใหญ่ สีส้มเสี่ยงรัฐประหาร สีแดงอ่อนแอจากผู้นำติดคดี แต่หลายคนตั้งคำถามว่าคลิปนี้จริงหรือตัดต่อ? อนุทินเลือกไม่เล่นตามเกม แต่รอให้ศักดาแจงเอง แสดงถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคที่ไม่สาดโคลนตอบโต้

  • เนื้อหาคลิปย้อนแย้ง: พูดถึงสถานการณ์รัฐบาลอนาคตแบบไม่ชัดเจน
  • อนุทินไม่ตื่นตระหนก: บอกพรรคยืนหยัดเรื่องนโยบาย ไม่พาดพิงใคร
  • ช่วงสัปดาห์สุดท้าย: คาดมีโจมตีเพิ่ม แต่ภูมิต้านทานคือประชาชน

อนุทินมั่นใจฐานเสียงพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 ติดกระแสตา

แม้เลือกตั้งล่วงหน้าจะมีปัญหา แต่ อนุทินไม่กังวล เพราะเป็นเรื่องกกต. และประชาชนเข้าใจดี พรรคจับเบอร์ 37 ซึ่งดังมาก “ไม่เคยมีใครถามเบอร์อะไร ทุกคนบอกเบอร์ 37 ทันที” เคยกังวลแต่ตอนนี้หายแล้ว เรื่องซื้อเสียงหรือสาดโคลน ก็เป็นเรื่องปกติของคนแพ้ “ทุกคนพยายามป้ายสี แต่พรรคเราพูดแต่สิ่งที่ทำได้จริงให้ประชาชน”

นี่แสดงให้เห็นกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยที่เน้นนโยบายเป็นหลัก เช่น การแก้ปัญหายาเสพติด สุขภาพ การเกษตร ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ในปทุมธานีซึ่งแข่งขันสูง พรรคยังมั่นใจเพราะฐานเสียงเหนียวแน่น อนุทินย้ำว่าไม่กลัวคะแนนหลุด เพราะคนจำพรรคและเบอร์ได้หมด

การเมืองไทยช่วงนี้ตึงเครียด คลิปหลุดแบบนี้มักถูกใช้โจมตี แต่พรรคภูมิใจไทยเลือกทางสายกลาง ไม่ออกอาการตื่นตระหนก สะท้อนความเป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง หากเทียบกับพรรคอื่นที่อาจตอบโต้รุนแรง ก็ดูแตกต่างชัดเจน

นอกจากนี้ อนุทินยังพูดถึงสัปดาห์ปล่อยของสุดท้าย ว่าจะมีดราม่าเพิ่ม แต่พรรคไม่หวั่น เพราะยึดหลักพูดเรื่องประชาชน ไม่วิจารณ์คู่แข่ง นี่คือจุดแข็งที่ทำให้ฐานเสียงเหนียวแน่น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างปทุมธานี

จากประสบการณ์เลือกตั้งครั้งก่อน พรรคภูมิใจไทยเติบโตเร็วเพราะนโยบายจับต้องได้ เช่น กัญชาเสรี การดูแลผู้ป่วยโควิด ทำให้ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมาก ครั้งนี้แม้มีคลิปหลุด แต่ดูท่าไม่กระทบ เพราะอนุทินจัดการได้เนียนๆ

สรุปแล้ว “อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงเองคลิปเสียงหลุด ไม่กลัวกระทบฐานเสียงภูมิใจไทย คือทัศนคติที่ทำให้พรรคดูน่าเชื่อถือ คุณคิดว่าคลิปนี้จะส่งผลจริงไหม? หรือพรรคภูมิใจไทยจะกวาดที่นั่งเพิ่ม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้!

ที่มา – “อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงเองคลิปเสียงหลุด ไม่กลัวกระทบฐานเสียงภูมิใจไทย

Scroll to top