น้ําท่วมสงขลา

เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ

เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหญ่ในภาคใต้มาฝากกันครับ เมื่อทางรัฐบาลโดยคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ นั่นก็คือการเตรียมส่งเรื่องให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

ทำไมต้องเริ่มศึกษาโครงการท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ อีกครั้ง?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องไปสร้างใหม่ ทั้งที่มีท่าเรือสงขลาอยู่แล้ว คำตอบสั้นๆ คือเรื่องของข้อจำกัดทางกายภาพครับ เนื่องจากปัจจุบันท่าเรือสงขลาเดิมนั้นไม่สามารถขยายให้รองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้ เพราะหากจะขุดลอกให้ลึกเกินกว่า 9 เมตร จะไปติดปัญหาเรื่องรากหินบริเวณ “เขาหัวแดง” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโบราณสถานสำคัญ ทำให้ไม่สามารถขุดเพิ่มได้ตามแผนที่วางไว้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่เกิดความกังวลอย่างมากว่าท่าเรือจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต

การผลักดันให้ เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการขุดท่าเรือเปล่าๆ แต่มีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นกึ่งนิคมอุตสาหกรรม โดยเน้นให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนหลัก ซึ่งรัฐบาลจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในส่วนของการวางผังเมืองและการอนุมัติโครงการเป็นหลัก เพื่อให้สอดรับกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีรายได้ต่อหัวค่อนข้างต่ำในปัจจุบัน

  • แก้ปัญหาความแออัดของท่าเรือเดิม
  • รองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่ท่าเรือเดิมเข้าไม่ได้
  • กระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในพื้นที่ภาคใต้
  • ดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนด้วยการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่อง เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ ยังต้องรอการศึกษาจากสภาพัฒน์อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของความเหมาะสมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีที่ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับการปลดล็อกข้อจำกัดทางกายภาพเพื่อปูทางสู่การเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผม โครงการนี้เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพของสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงให้กลายเป็นฮับการขนส่งและอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง หากทำสำเร็จ เราคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจภาคใต้อย่างแน่นอนครับ มารอลุ้นกันครับว่าโปรเจกต์นี้จะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป

ที่มา – เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ เหตุเขตท่าเรือสงขลา ขุดเพิ่มไม่ได้

“สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา

“สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา

เมื่อเร็วๆ นี้ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ โดยได้เดินทางไปดูการดำเนินงานโครงการขุดลอกร่องน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตรวจสอบความพร้อมของเครื่องจักรและกำลังคนของกรมเจ้าท่าเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันความตั้งใจจริงของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยในปัจจุบัน “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้ไหลผ่านคลองอู่ตะเภาได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ลดจุดตื้นเขินที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนชาวสงขลาได้

แผนงานระยะยาวเพื่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจท้องถิ่น

นอกจากโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ นายสรรเพชญยังได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาในระยะยาว โดยมีการวางแผนงบประมาณปี 2570 เพื่อสานต่อโครงการสำคัญอีก 3 โครงการ ดังนี้:

  • โครงการขุดลอกร่องน้ำคลองอู่ตะเภา: เน้นการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้น
  • โครงการขุดลอกคลอง ร.1: พัฒนาร่องชายฝั่งทะเลเพื่อเสริมระบบระบายน้ำให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง
  • โครงการขุดลอกคลอง ร.3: ขยายขีดความสามารถการไหลเวียนของน้ำ เพื่อสนับสนุนทั้งภาคการเกษตรและการสัญจรทางน้ำ

ด้วยงบประมาณกว่า 28 ล้านบาทต่อโครงการ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสียหายจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นหากไม่เตรียมการป้องกันไว้ก่อน สิ่งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าการที่ “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา เป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่น่าชื่นชม เพราะนอกจากช่วยระบายน้ำแล้ว ยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินเรือของชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย

ในฐานะประชาชน เราต่างหวังว่าการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ของกรมเจ้าท่า จะช่วยให้โครงการเหล่านี้สำเร็จลุล่วงตามแผนที่วางไว้ การเตรียมพร้อมก่อนที่ปัญหาจะมาถึง คือหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐที่ยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าความมุ่งมั่นของนายสรรเพชญในครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสงขลาได้อย่างแท้จริง การที่ “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา จึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมอย่างแท้จริง

ที่มา – “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา

สรรเพชญ สั่งขุดลอกคลอง ร.1-ร.3-อู่ตะเภา ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่

สวัสดีครับพี่น้องชาวสงขลาและชาวหาดใหญ่ทุกท่าน ช่วงนี้หลายคนอาจจะเริ่มกังวลกับสถานการณ์น้ำในช่วงปลายปีกันแล้วใช่ไหมครับ ล่าสุดคุณสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่เพื่อจัดการปัญหาที่ต้นเหตุด้วยตัวเองแล้ว กับภารกิจสำคัญคือ สรรเพชญ สั่งขุดลอกคลอง ร.1-ร.3-อู่ตะเภา แก้ร่องน้ำตื้น ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบระบายน้ำของเราจะพร้อมรับมือกับมรสุมได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

สรรเพชญ สั่งขุดลอกคลอง ร.1-ร.3-อู่ตะเภา แก้ร่องน้ำตื้น ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่

จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่าหลายจุดในคลองสายหลักมีปัญหาตะกอนทับถมเยอะมาก จนความลึกเหลือเพียงไม่กี่สิบเซนติเมตร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การระบายน้ำจากตัวเมืองหาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลาเป็นไปได้ช้า ดังนั้น สรรเพชญ สั่งขุดลอกคลอง ร.1-ร.3-อู่ตะเภา แก้ร่องน้ำตื้น ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ จึงถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ช่วยเปิดทางน้ำให้ไหลสะดวกขึ้นครับ

รายละเอียดแผนการขุดลอกคลองและเพิ่มประสิทธิภาพทางน้ำ

กรมเจ้าท่าได้วางแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำของสงขลาทำได้รวดเร็วขึ้น โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

  • คลอง ร.1: ดำเนินการขุดลอกระยะทาง 2,150 เมตร ปริมาณดินขุด 300,000 ลูกบาศก์เมตร
  • คลองอู่ตะเภา: ดำเนินการขุดลอกระยะทาง 1,000 เมตร ปริมาณดินขุด 300,000 ลูกบาศก์เมตร
  • คลอง ร.3: เร่งดำเนินการขุดลอกอีก 300,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายการระบายน้ำให้สมบูรณ์

การเดินหน้าโครงการเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่การขุดลอกทั่วไป แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยคุณสรรเพชญยังได้กำชับให้มีการบูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อวางแผนจัดการพื้นที่ดินงอกและสิ่งกีดขวางทางน้ำให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ครับ

ความเห็นจากผู้เขียน: การที่ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการระบบระบายน้ำตั้งแต่ช่วงกลางปีแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากครับ เพราะการขุดลอกคลองไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับภูมิทัศน์และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว หากการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เราได้เห็น ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวหาดใหญ่คงจะอุ่นใจกับฤดูมรสุมในปีนี้มากขึ้นแน่นอนครับ

ที่มา – “สรรเพชญ” สั่งขุดลอกคลอง ร.1-ร.3-อู่ตะเภา แก้ร่องน้ำตื้น ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่

วางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่

เชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่คนไทยทุกภาคส่วนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ล่าสุด คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุม กรอ. เพื่อเดินหน้าวางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ อย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการน้ำให้เป็นเอกภาพ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในวงกว้าง

วางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อความปลอดภัย

การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลให้ความใส่ใจ โดยนำเทคโนโลยีและงานวิจัยเชิงลึกเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างแม่นยำและรวดเร็วที่สุด การวางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางโครงสร้างใหม่เพื่อให้หน่วยงานรัฐและเอกชนทำงานสอดประสานกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ความร่วมมือภาครัฐและเอกชนในการป้องกันอุทกภัย

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการเชิญ 3 สถาบันภาคเอกชน หรือ กกร. มาร่วมระดมสมอง โดยเป้าหมายหลักคือการยกระดับมาตรการรับมือใน 3 ด้านหลัก ดังนี้:

  • การป้องกัน: ใช้ข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีเพื่อคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้า
  • การช่วยเหลือ: เตรียมแผนการกระจายความช่วยเหลือสู่ประชาชนอย่างทันท่วงที
  • การอำนวยความสะดวก: จัดเตรียมพื้นที่และช่องทางสนับสนุนด้านต่างๆ ในช่วงเกิดภัย

การนำบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่มาประยุกต์ใช้ คือหัวใจสำคัญของการทำงานในครั้งนี้ แม้ภัยธรรมชาติอาจอยู่นอกเหนือการควบคุม แต่การเตรียมความพร้อมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเสียหายได้อย่างมหาศาล การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการวางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าเรากำลังเดินหน้าสู่การจัดการวิกฤตที่ยั่งยืนขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาจับคู่กับประสบการณ์ในอดีต คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านจากสถานการณ์วิกฤตสู่การจัดการภัยพิบัติแบบเชิงรุก หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยมีความมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ

ที่มา – นายกฯ ถก กรอ. วางแผนรับมืออุทกภัย ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ เน้นจัดการเป็นเอกภาพ รับมือทันท่วงที

“มาร์ค” ขอคนใต้ทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐล้มน้ำท่วม

ในค่ำคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 หน้าลานโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คึกคักไปด้วยพี่น้องชาวใต้กว่า 10,000 คน ที่มาร่วมฟังเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมโดย “มาร์ค” หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 1 เขากลับมาทำการเมืองอีกครั้งหลังเว้นวรรค 2 ปี เพื่อทวงคืนการเมืองสุจริตให้แผ่นดินไทย โดยเฉพาะภาคใต้ที่ผูกพันกันมานานกว่า 30 ปี

“มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า

“มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า อย่างชัดเจนในการปราศรัย เขาเล่าว่าตลอดชีวิตการเมืองมีพรรคเดียวคือประชาธิปัตย์ เหมือนเชียร์ทีมฟุตบอลทีมเดียว แม้มีคนทักว่า “อย่ากลับมา การเมืองไทยกลายเป็นเรื่องเงิน ทุนเทา ทุนดำ” แต่เขายืนยันว่าจะไม่ยอมให้การเมืองถูกครอบงำ ต้องกลับมาทวงคืนเพื่อประชาชนและชาติบ้านเมือง

“มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต จากประสบการณ์ 30 ปี

พรรคประชาธิปัตย์ยืนเคียงข้างคนใต้นาน 30 ปี ไม่เคยทิ้งกัน แม้อำนาจเงินกดดัน แต่ชาวใต้ไม่ยอม “มาร์ค” จวกบางพรรคโจมตีว่าภาคใต้มี ส.ส. ประชาธิปัตย์นานแต่ไม่พัฒนา ทั้งที่ ส.ส. ทำหน้าที่พิจารณางบและประสานงาน เช่น ผลักดันรถไฟรางคู่ตอนดูแลคมนาคม 2 ปี แต่บางพรรคคุมมานานไม่ทำ กลับขู่ “ไม่เลือกไม่มีโครงการ” ซึ่งคนใต้ไม่ยอมรับ การเมืองแบบนี้ต้องเปลี่ยน

ปัญหาการพัฒนาภาคใต้เป็นประเด็นร้อนมานาน ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่รวมถึงการกระจายงบประมาณที่โปร่งใส พรรคประชาธิปัตย์เน้นการเมืองสุจริต เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์จริง ไม่ใช่แลกเปลี่ยนคะแนน

รัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วมหาดใหญ่–เยียวยาล่าช้า

“มาร์ค” ลงพื้นที่หาดใหญ่ช่วงน้ำท่วมใหญ่ พบความสับสนในการบริหาร สื่อสารไม่มีเอกภาพ ติดต่อหน่วยงานไม่ได้ ช่วยเหลือล่าช้า ขาดศูนย์สั่งการเดียว ประกาศฉุกเฉินยิ่งสับสน หลังน้ำลด ภาคธุรกิจรอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นฟู แต่ยุบสภา ทำให้งบเยียวยาติด กกต. ชาวบ้านเดือดร้อนซ้ำ นายกฯ บอกยุบสภาเพราะไม่อยากตายคาสภา แต่เคยคิดถึงคนหาดใหญ่ไหม? ถ้าขออนุมัติงบ “มาร์ค” พร้อมสนับสนุน ให้เงินถึงมือเร็ว

หากประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล จะเร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ทั้งระบบ:

  • ฟื้นกายภาพ เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว การค้า
  • ดึงทุกกระทรวงแก้ปัญหา
  • โครงการระยะยาว: ระบายน้ำลงทะเล วางผังเมืองพื้นที่สูง
  • ยกระดับหน่วยงานภัยพิบัติ: เอกภาพ เบอร์ชัด แผนอพยพซ้อมจริง

การเมืองสุจริตคือรากฐานเศรษฐกิจดี พรรคประชาธิปัตย์ผลักดันโปร่งใส โครงการเกิดประโยชน์สูงสุด ชาวใต้พิสูจน์พลังอีกครั้งในการเลือกตั้ง

จากเหตุการณ์นี้ เห็นชัดว่าปัญหาการเมืองไทยต้องการผู้นำสุจริตอย่าง “มาร์ค” ที่กล้าพูดกล้าแก้ คุณคิดว่าคนใต้จะร่วมทวงคืนการเมืองสุจริตได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า

ด่วน! **สอบท้องถิ่น 68** เลื่อนสอบศูนย์ภาคใต้

อัปเดตล่าสุด “สอบท้องถิ่น 68” คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติเลื่อนสอบเฉพาะศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ออกไปจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่สภาวะปกติ สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 68 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้เผยแพร่ข่าวสำคัญเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น 68 โดยระบุว่าในการประชุมครั้งที่ 11/2568 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงศูนย์สอบจากจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดพัทลุงและจังหวัดตรังแทน เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งบ้านเรือน โรงเรียน ส่วนราชการ และถนนหนทางได้รับความเสียหาย ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันและการเดินทางของผู้เข้าสอบ นอกจากนี้ ผู้เข้าสอบในศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 ส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งอาจประสบปัญหาในการเตรียมตัวสอบแข่งขันที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568

**สอบท้องถิ่น 68** เลื่อนจริง!

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในการประชุมครั้งที่ 12/2568 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นจึงมีมติให้เลื่อนกำหนดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข) เฉพาะศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

แล้วกำหนดการใหม่ของ **สอบท้องถิ่น 68** คือเมื่อไร?

คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นจะประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบใหม่ให้ทราบต่อไป ผู้ที่สมัครสอบในเขตพื้นที่ดังกล่าวโปรดติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากช่องทางทางการของ กสถ.

ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการใหม่สำหรับการสอบในพื้นที่ภาคใต้ เขต 1 และ 2 การเลื่อนสอบครั้งนี้เป็นผลมาจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการเตรียมตัวของผู้เข้าสอบ การตัดสินใจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความรับผิดชอบของ กสถ. ต่อผู้เข้าสอบทุกคน

สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การสอบจะยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนดการเดิม อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและประกาศจาก กสถ. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

เตรียมตัวอย่างไรในช่วงเลื่อนสอบ:

  • ใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นทบทวนเนื้อหา
  • ฝึกทำข้อสอบเก่าเพิ่มเติม
  • ติดตามข่าวสารจาก กสถ. อย่างใกล้ชิด
  • รักษาสุขภาพกายและใจให้พร้อมสำหรับการสอบ

การสอบท้องถิ่น 68 เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการรับราชการในหน่วยงานท้องถิ่น ขอให้ทุกคนใช้ช่วงเวลาที่เลื่อนสอบนี้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการสอบ

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน การเลื่อนสอบครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เข้าสอบเป็นสำคัญ ขอให้ทุกคนเข้าใจและให้ความร่วมมือกับ กสถ. ในการดำเนินการต่างๆ

ที่มา – อัปเดตล่าสุด “สอบท้องถิ่น 68” ประกาศเลื่อนสอบ “ศูนย์สอบภาคใต้” เขต 1 และเขต 2

ม.อ.หาดใหญ่ งดเรียนสอบ ถึง 7 ธ.ค. 68

ประกาศด่วน! มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (ม.อ.หาดใหญ่) ประกาศขยายเวลา งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68 อันเนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ยังคงส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ทางเพจเฟซบุ๊ก Prince of Songkla University ได้เผยแพร่ประกาศสำคัญจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ใจความสำคัญคือ การขยายเวลา งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของนักศึกษาและบุคลากรทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68

ทางฝ่ายทะเบียนและประมวลผล สำนักการศึกษาและนวัตกรรมการเรียนรู้ จะทำการปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษาของภาคการศึกษาที่ 2/2568 และจะแจ้งรายละเอียดให้นักศึกษาและบุคลากรทราบอีกครั้งหนึ่ง ขอให้นักศึกษาติดตามข่าวสารจากทางมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด

สำหรับรายละเอียดในประกาศ เรื่องการเรียน การสอน และการสอบในช่วงอุทกภัย (ฉบับที่ 5) ได้ระบุไว้ว่า ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ออกประกาศฉบับที่ 4 โดยให้มีการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ และงดการสอบไปจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2568

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจึงขอยกเลิกประกาศฉบับที่ 4 และประกาศให้ งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 โดยจะมีการปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษาและแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้แทนประกาศฉบับก่อนหน้าที่มีเนื้อหาขัดแย้งกัน

ผลกระทบต่อนักศึกษาและแนวทางการปรับตัว

การประกาศ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของตารางการเรียนและแผนการสอบที่ต้องมีการปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยได้พยายามอย่างเต็มที่ในการหาแนวทางแก้ไขและลดผลกระทบให้น้อยที่สุด

สิ่งที่นักศึกษาควรทำในช่วงนี้คือ การติดตามข่าวสารจากทางมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด หมั่นตรวจสอบอีเมลและประกาศต่างๆ บนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษาและแนวทางการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ นอกจากนี้ นักศึกษาควรใช้เวลาว่างในช่วงที่งดการเรียนการสอน ทบทวนบทเรียน และเตรียมตัวสำหรับการสอบที่จะมาถึง เพื่อให้พร้อมสำหรับการกลับมาเรียนอีกครั้ง

สถานการณ์อุทกภัยเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือการปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์อย่างมีสติ ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนนักศึกษาและบุคลากรทุกคน ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

ขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาและบุคลากร ม.อ. หาดใหญ่ ทุกท่าน ปลอดภัยจากอุทกภัย และกลับมาเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

ที่มา – ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ ประกาศงดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68

สรุปไทม์ไลน์ “น้ำท่วมภาคใต้” อัปเดตล่าสุด

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากฝนตกหนักจนถึงขั้นวิกฤติ จนระดับน้ำท่วมสูงกว่าทุกครั้ง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แม้จะอยากอพยพ แต่ก็ทำได้ด้วยความยากลำบาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และกู้ภัยได้พยายามเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ล่าสุด (27 พ.ย. 68) เราได้รวบรวมไทม์ไลน์อัปเดตเหตุการณ์สำคัญของอุทกภัย “น้ำท่วมภาคใต้” ดังนี้

สรุปไทม์ไลน์ “น้ำท่วมภาคใต้” 27 พ.ย. 2568 อัปเดตล่าสุด จุดวิกฤติระดับน้ำเริ่มลด

14.19 น. อาสาสมัคร 2 พันคน ผนึกกำลังเคลียร์ “หาดใหญ่” เริ่มปฏิบัติการฟื้นฟูทำบ้านเรือน – สิ่งของทันทีหลังน้ำลด

14.10 น. ภาพล่าสุด เขต 8 หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง ชาวบ้านบางส่วน ทยอยลุยน้ำออกมาเอง เพื่อมาขอความช่วยเหลือ และเติมเสบียง

14.09 น. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ. โรงพยาบาลสะบ้าย้อย แนะแนวทางรับมือหลัง “น้ำท่วมลด” ต้องรีบวางระบบ “การจัดการศพ” และนิติเวช ชี้การรายงานตัวเลขความสูญเสียสำคัญ ต้องเป็นความจริงเท่านั้น เพื่อวางแผนลดความเสี่ยงในอนาคต

14.04 น. ปภ. สรุปสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ 9 จังหวัด วันนี้ (27 พ.ย. 68) เสียชีวิตแล้ว 25 ราย ประชาชนได้รับกระทบ 2,953,206 คน และมี 1,078,617 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน เร่งนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ 6จังหวัด ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น

14.00 น. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4  ยันข่าวปลอม ทหารไม่มีถูกยิงดับ ขณะช่วยน้ำท่วม แต่มีชาวบ้านในพื้นที่ยิงขู่อาสาสมัคร พร้อมสั่งทุกกลุ่มต้องรายงานตัว ศป.กฉ. ส่วนหน้าก่อนเข้าพื้นที่

13.55 น. ไทยฮอนด้า พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ บริการตรวจเช็ก–ซ่อมจักรยานยนต์ฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 68 ครอบคลุมเครือข่าย Wing Center, Honda BigWing และ CUB House

13.45 น.  “เทศบาลนครหาดใหญ่” กลับมาตอนน้ำลด โพสต์ขอโทษประชาชนปมแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ประสบภัยล่าช้า โดนทัวร์ลงฉ่ำ

13.42 น. หาดใหญ่น้ำเริ่มลด กฟภ. ระดมทีมกู้ระบบไฟ ตั้งเป้าจ่ายคืน 70% ของพื้นที่วันนี้ พร้อมเตือน “เช็กก่อนเปิด” ห้ามยืนแช่น้ำในขณะตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย

12.39 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ สั่งนำบะหมี่หม้อร้อนในตัว 1,200 หม้อ  ไม่ต้องใช้น้ำร้อน ที่ได้รับสนับสนุนจากภาคเอกชน ส่งถึงมือชาวบ้านน้ำท่วม รับมือขาดแคลนอาหาร ไฟฟ้าดับ

11.51 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ประชุมเยียวยาช่วยผู้ประกอบการ-นักธุรกิจ-คนหาดใหญ่-จังหวัดภาคใต้ประสบภัยน้ำท่วม เตรียมมาตรการ 3 ระยะ เร่งประสานบริษัทประกันจ่ายชดเชยเร็วที่สุด ลั่น รอช้าไม่ได้ บ่ายนี้จ่อบินลงหาดใหญ่

11.50 น. สภาความมั่นคงแห่งชาติ ชี้แจง ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จ.สงขลา เพื่อลดขั้นตอนกฎหมาย ช่วยแก้ปัญหาได้รวดเร็ว มีเอกภาพ กันคนร้ายก่อเหตุ ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ปัดควบคุมสื่อเสนอข่าวสาร

11.37 น. หลัง “หาดใหญ่” ระดับน้ำเริ่มลดลง บางจุดเห็นพื้นถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอหงส์ อัปเดตเส้นทางน้ำลด จุดไหนรถผ่านได้ทุกชนิด จุดไหนยังผ่านไม่ได้

11.34 น. สทนช. ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำ “คลองอู่ตะเภา” จ.สงขลา คาดระดับน้ำทุกสถานีจะทยอยลดลง “ต่ำกว่าตลิ่ง” ภายในวันนี้ 27 พ.ย. 68

11.20 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ถกด่วนทุกหน่วย เคลียร์รถกีดขวางสะพานข้ามคลองอู่ตะเภา เหตุเป็นเส้นทางลำเลียงเข้าสู่ชุมชนได้ ลุยส่งอาหารวันละ 2 หมื่นกล่อง ดูแลผู้ประสบภัยเขต 8 พร้อมเดินหน้าแผนฟื้นฟูหาดใหญ่

11.18 น. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการตั้งศูนย์อำนวยการเครือข่ายวายุภักษ์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เร่งด่วนบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู

10.46 น. กระทรวงพาณิชย์จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้อย่างใกล้ชิด เชื่อมโยงการทำงานกับ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ของรัฐบาล และทุกหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ พร้อมเร่งเติมสินค้าบรรเทาความเดือดร้อน และเตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจทันที

10.41 น. กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ศป.กฉ. คาดการณ์ 3 วันหลังจากนี้ ปริมาณฝน จังหวัดสงขลา ลดลง เตือน 3 จังหวัดชายแดนใต้มีฝนอยู่ในเกณฑ์ 20-50 มิลลิเมตร

10.40 น. ศป.กฉ. รับมอบความช่วยเหลือภาคเอกชนร่วมส่งต่อถุงยังชีพและของใช้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ รัฐบาลย้ำระดมทุกภาคส่วน ด้านกรมปศุสัตว์ส่งหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยอพยพสัตว์เลี้ยง เตรียมแผนฟื้นฟู

10.09 น. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม ภาพรวมเมื่อวานช่วยได้ 1,000 คน คุยผู้ว่าฯ สงขลา น้ำลดลงมาก ลั่น อยู่ระหว่างตรวจสอบปมชาวบ้านไล่ยิงกู้ภัย

09.00 น. เฮลิคอปเตอร์กองทัพเรือ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร นำข้าวกล่องจากโรงครัวพระราชทานส่งให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ และผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามจุดต่างๆ ในจังหวัดสงขลา หน่วยซีล ลุยช่วยคนติดค้างตั้งแต่เมื่อคืน

07.46 น. “เปิ้ล นาคร” โพสต์ข้อความสะเทือนใจบอก 5 ร่างลอยอยู่ในบ้าน เกินกำลังที่จะเอาออกมาได้ ทำโซเชียลหดหู่ ภาวนาให้เหตุการณ์วิกฤตผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว

สถานการณ์ปัจจุบันของ”น้ำท่วมภาคใต้”

สถานการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” ในปัจจุบันยังคงน่าเป็นห่วง แม้ว่าบางพื้นที่จะเริ่มมีน้ำลดลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ยังคงจมอยู่ใต้น้ำ และประชาชนยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง การประสานงานและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย

เหตุการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติให้มากยิ่งขึ้น การวางแผนป้องกัน การสร้างระบบเตือนภัย และการให้ความรู้แก่ประชาชน เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติในอนาคตได้

ที่มา – สรุปไทม์ไลน์ “น้ำท่วมภาคใต้” 27 พ.ย. 2568 อัปเดตล่าสุด จุดวิกฤติระดับน้ำเริ่มลด

ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ จริงหรือ? ฟัง มทภ.4!

จากกรณีข่าวลือบนโลกออนไลน์เรื่อง ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ ที่หาดใหญ่นั้น ทำให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน ล่าสุด พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมายืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว

พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่า ข่าวลือเรื่อง ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ เป็นข่าวปลอม โดยไม่มีทหารนายใดถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ามีกลุ่มอาสาสมัครภาคเอกชนที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยถูกยิงข่มขู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม มทภ.4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานและกลุ่มอาสาสมัครที่ประสงค์จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ต้องรายงานตัวต่อศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ส่วนหน้า (ศป.กฉ. ส่วนหน้า) กองบิน 56 จังหวัดสงขลา ก่อนลงพื้นที่ทุกครั้ง เพื่อประสานงานและรับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ รวมถึงการประสานงานกับผู้แทนชุมชนและผู้บังคับบัญชาหน่วยงานในแต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบ

ทหารช่วยน้ำท่วม

ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ จริงหรือไม่?

การรายงานตัวก่อนลงพื้นที่นั้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ:

  • ความปลอดภัย ของทีมช่วยเหลือ: เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถให้ข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่
  • การประสานงานที่มีประสิทธิภาพ: เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือและเพื่อให้ความช่วยเหลือตรงจุดและทันท่วงที
  • การจัดการทรัพยากร: เพื่อให้การแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

นอกจากนี้ มทภ.4 ยังกล่าวถึงมาตรการในการควบคุมอาวุธปืนในพื้นที่ที่ประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน โดยจะมีการหารือในที่ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป

ข้อควรระวังสำหรับประชาชน

ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่ไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อป้องกันความสับสนและตื่นตระหนก นอกจากนี้ ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยของตนเองและส่วนรวม หากพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ เป็นข่าวที่สร้างความเข้าใจผิด ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์จึงสำคัญมากเสมอ

สิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้คือการร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ด้วยความสามัคคีและความเสียสละ เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอน

ที่มา – ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ มทภ.4 สั่งทุกกลุ่ม รายงานตัวก่อนลงพื้นที่

Scroll to top