บ้านน็อกดาวน์

ศุภมาส ชูบทบาทใหม่ สคบ. พลัส เชิงรุกช่วยผู้บริโภค

ศุภมาส ชูบทบาทใหม่ สคบ. พลัส เชิงรุกช่วยผู้บริโภค

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคผ่านแนวทางใหม่ที่เรียกว่า “ศุภมาส” ชูบทบาทใหม่ สคบ. พลัส เผยผลงาน 2 เดือน เชิงรุก-บูรณาการช่วยเหลือผู้บริโภค โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการตั้งรับเรื่องร้องเรียน มาเป็นการรุกเข้าถึงปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในยุคที่การซื้อขายสินค้าออนไลน์ทำได้ง่ายขึ้น แต่ก็แฝงมาด้วยภัยร้ายที่เสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบ

ก้าวสำคัญด้วยแนวทาง สคบ. พลัส

แนวคิด “สคบ. พลัส” ที่นางสาวศุภมาสได้ประกาศออกมานั้น ยึดหลักการทำงานที่ต้อง “รวดเร็ว เชิงรุก เด็ดขาด และพึ่งพาได้” ซึ่งเห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนในกรณีที่เป็นกระแสสังคม เช่น ปัญหาการร้องเรียนรถยนต์ EV ยี่ห้อ Volvo EX30 หรือการผิดสัญญาซื้อขายบ้านน็อกดาวน์ ซึ่ง สคบ. ไม่ได้เพียงแค่รับเรื่อง แต่ได้ประสานงานและดำเนินการฟ้องคดีแพ่งเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้บริโภคทั้งในส่วนของเงินค่าสินค้า ดอกเบี้ย รวมถึงค่าเสียหายจากการลงโทษผู้ประกอบการที่เอาเปรียบ

รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้การคุ้มครองสิทธิเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปากท้องหรือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน สคบ. ภายใต้การกำกับดูแลของนางสาวศุภมาสได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อให้การจัดการปัญหาเป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จและรวดเร็วที่สุด

  • เชิงรุก: เดินหน้าตรวจสอบและเข้าถึงปัญหาโดยไม่ต้องรอให้ประชาชนร้องเรียนเพียงอย่างเดียว
  • เด็ดขาด: ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบธุรกิจที่ทุจริตหรือทำผิดสัญญาอย่างจริงจัง
  • พึ่งพาได้: สร้างระบบที่ผู้บริโภครู้สึกปลอดภัยและมีที่พึ่งยามถูกเอาเปรียบ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมผลักดัน “กฎหมาย Lemon Law” เพื่อเข้ามาดูแลสินค้าชำรุดบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือรถยนต์ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับประชาชน ทั้งในเรื่องการเปลี่ยนสินค้า การซ่อมแซม และการเชื่อนระยะเวลาชำระหนี้ในกรณีที่เป็นสินค้าเช่าซื้อ นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า “ศุภมาส” ชูบทบาทใหม่ สคบ. พลัส เผยผลงาน 2 เดือน เชิงรุก-บูรณาการช่วยเหลือผู้บริโภค คือความตั้งใจจริงที่จะเปลี่ยนโฉมการคุ้มครองสิทธิในประเทศไทยให้เหนือระดับไปอีกขั้น

ในฐานะผู้บริโภค เราควรหมั่นศึกษาข้อมูลและสิทธิของตนเองไว้เสมอ และหากพบความไม่ปกติในการซื้อขายสินค้า อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะปัจจุบันภาครัฐได้เปิดช่องทางที่รวดเร็วและพร้อมให้คำปรึกษาแก่ทุกคนแล้ว การที่ “ศุภมาส” ชูบทบาทใหม่ สคบ. พลัส เผยผลงาน 2 เดือน เชิงรุก-บูรณาการช่วยเหลือผู้บริโภค ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลกำลังเดินมาถูกทางในการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย

ที่มา – “ศุภมาส” ชูบทบาทใหม่ สคบ. พลัส เผยผลงาน 2 เดือน เชิงรุก-บูรณาการช่วยเหลือผู้บริโภค

สั่งฟันผู้รับเหมา บ้านน็อกดาวน์เก๊ สูญ 30 ล้านบาท

เชื่อว่าหลายคนคงเคยฝันอยากมีบ้านหลังเล็กๆ สุดน่ารักอย่าง บ้านน็อกดาวน์เก๊ ที่ดูในรูปสวยงาม ราคาสบายกระเป๋า แต่ล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อมีผู้เสียหายกว่า 50 ราย ถูกผู้รับเหมาหลอกจนสูญเงินรวมกว่า 30 ล้านบาท งานนี้รัฐมนตรีศุภมาสสั่งการ สคบ. เร่งเอาผิดสถานหนักเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

สั่งฟันผู้รับเหมา บ้านน็อกดาวน์เก๊ เสียหายรวมกว่า 30 ล้าน ส่ง สคบ. ตรวจสอบ-ดำเนินคดี

เหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อรีวิวและเพจโฆษณาบ้านน็อกดาวน์ทรงไทยสวยงามในจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อโอนเงินมัดจำไปแล้วกลับได้เพียงโครงบ้านทิ้งร้าง หรือบางรายไม่ได้รับอะไรเลย จนนำมาสู่การรวมตัวร้องเรียน และกลายเป็นคดีใหญ่ที่ภาครัฐต้องลงมาจัดการ เพราะพฤติกรรม บ้านน็อกดาวน์เก๊ แบบนี้ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างร้ายแรง

วิธีป้องกันตัวเองจากการเป็นเหยื่อ บ้านน็อกดาวน์เก๊

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อบ้านสำเร็จรูป เรามีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมาฝากกันครับ:

  • ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทผ่านช่องทางออนไลน์และรีวิวที่เป็นกลาง
  • ขอดูสถานที่จริงหรือผลงานที่สร้างเสร็จแล้วก่อนทำสัญญา
  • อ่านรายละเอียดในสัญญาให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องวัสดุที่ใช้และงวดงาน
  • ห้ามโอนเงินก้อนใหญ่ก่อนเห็นความคืบหน้าของหน้างานอย่างเด็ดขาด

หากคุณพบว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อ อย่ามัวแต่นิ่งเฉยครับ ทาง สคบ. ยืนยันแล้วว่าพร้อมเป็นที่พึ่งให้กับผู้บริโภค โดยการรับเรื่องร้องทุกข์ ไกล่เกลี่ย หรือแม้กระทั่งดำเนินคดีแพ่งแทนผู้เสียหายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การที่ภาครัฐตัดสินใจ สั่งฟันผู้รับเหมา บ้านน็อกดาวน์เก๊ ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ต่อไปนี้ผู้ประกอบการที่คิดไม่ซื่อจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

หากใครกำลังประสบปัญหาลักษณะนี้ สามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน สคบ. 1166 หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect ได้ทันทีครับ การเป็นผู้บริโภคยุคใหม่ต้องรู้เท่าทันและรักษาสิทธิ์ของตัวเองให้ดี เพื่อที่หยาดเหงื่อแรงกายของเราจะได้ไม่ตกไปอยู่ในมือของคนทุจริตครับ

ที่มา – สั่งฟันผู้รับเหมา “บ้านน็อกดาวน์เก๊” เสียหายรวมกว่า 30 ล้าน ส่ง สคบ. ตรวจสอบ-ดำเนินคดี

“ทักษิณ” มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาว

“ทักษิณ ชินวัตร” ส่ง “สมคิด” มอบเงินสด 100,000 บาท ให้ลูกชายชาวลาวที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมมอบบ้านน็อกดาวน์ให้ชาวบ้านที่บ้านเสียหายอีก 2 ชุด เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและการช่วยเหลือของอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายวัชรพล เชื้อคง พร้อมคณะ เป็นตัวแทนของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบเงินสด 100,000 บาท ให้กับ นายอ่อนศรี โจรสา อายุ 60 ปี ลูกชายของ นางฮุ่ง โจรสา ชาวลาว ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีปลัดอำเภอน้ำยืนและผู้ใหญ่บ้านร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบ การมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาวครั้งนี้ถือเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่สำคัญ

“ทักษิณ” มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาว

นายสมคิด กล่าวว่า วันนี้มาเป็นตัวแทน นายทักษิณ ชินวัตร มอบเงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยานางฮุ่งจำนวน 100,000 บาท กับทายาทของนางฮุ่ง ที่บ้านกุดเชียงมุน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน นายสมคิดบอกอีกว่า นายทักษิณมีความตั้งใจที่จะดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต อีกเรื่องที่จะทำวันนี้คือ การไปมอบบ้านน็อกดาวน์ให้ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายชุดที่ 2 โดยไม่เกี่ยวกับเงินงบประมาณ 100 ล้านบาท

รายละเอียดการมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาว

  • ผู้รับมอบ: นายอ่อนศรี โจรสา (ลูกชายของนางฮุ่ง โจรสา ผู้เสียชีวิต)
  • จำนวนเงิน: 100,000 บาท
  • สถานที่: บ้านกุดเชียงมุน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน
  • ผู้มอบ: นายสมคิด เชื้อคง (ตัวแทน นายทักษิณ ชินวัตร)
  • พยาน: ปลัดอำเภอน้ำยืนและผู้ใหญ่บ้าน

การมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาวในจังหวัดอุบลราชธานีครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องของนายทักษิณ ชินวัตร ต่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน นอกจากเงินช่วยเหลือแล้ว การมอบบ้านน็อกดาวน์เพิ่มเติมยังเป็นการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิต การกระทำเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น ได้สร้างความสูญเสียและความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาวในครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย

การช่วยเหลือของนายทักษิณในครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การมอบเงินช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมอบบ้านน็อกดาวน์ให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายอีกด้วย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือในระยะยาวที่สามารถช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขมากยิ่งขึ้น การช่วยเหลือในหลากหลายรูปแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของประชาชน และความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบาก การมีน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สามารถช่วยบรรเทาความทุกข์และสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบได้เป็นอย่างดี

ที่มา – “ทักษิณ” มอบเงิน 1 แสนบาท เยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาว ที่ จ.อุบลราชธานี

2 รมต. มอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยอุบลฯ

“ภูมิธรรม” มอบ “ทวี-ธีรรัตน์” ลงพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี มอบบ้านน็อกดาวน์เพื่อคนไทย ช่วยผู้ประสบภัยหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อดำเนินการมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัย

การมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยจากความขัดแย้งและการปะทะกันรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้บ้านพักได้รับความเสียหายจากเหตุยิงระเบิด จำนวน 4 ครอบครัว และเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด โดยมีการมอบบ้านเพื่อคนไทยแบบน็อกดาวน์สำเร็จรูปจำนวน 11 หลัง

สำหรับวันที่ 12 สิงหาคม ในเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ทวี พร้อม น.ส.ธีรรัตน์ และคณะ จะลงพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก ในโอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้มอบหมายให้กรมราชทัณฑ์นำผู้ต้องขังชั้นดีจากเรือนจำกลางอุบลราชธานี ออกช่วยเหลือซ่อมแซมและรื้อถอนบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสทำประโยชน์เพื่อสังคม

ทางด้าน น.ส.ธีรรัตน์ จะติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านน็อกดาวน์ให้แก่ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยในระยะแรกมีการดำเนินการก่อสร้างบ้านเพื่อคนไทยแบบน็อกดาวน์สำเร็จรูปพร้อมประกอบ จำนวน 11 หลัง เพื่อส่งมอบให้ประชาชนที่บ้านพักได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด โดยวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ส่งมอบจำนวน 4 ครอบครัว

  • หลังที่ 1 ของนายณัฐกิตติ์ ตาดี มีผู้อยู่อาศัยจำนวน 4 คน
  • หลังที่ 2 ของนายอาทิตย์ พันธ์โชติ มีผู้อยู่อาศัยจำนวน 5 คน
  • หลังที่ 3 ของนางออม อบชา มีผู้อยู่อาศัยจำนวน 2 คน
  • หลังที่ 4 ของนายพัชราพร อบชา ในที่ดินมีบ้าน 2 หลัง มีผู้อยู่อาศัยรวมจำนวน 4 คน

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนในพื้นที่ อ.น้ำยืน ได้รับความเสียหายจำนวน 82 หลังคาเรือน แบ่งเป็นความเสียหายเล็กน้อย ปานกลาง และเสียหายทั้งหลัง รัฐบาลได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมร่วมมือกันเร่งรัดดำเนินงานซ่อมแซมบ้านพักที่ชำรุดเสียหายหรือก่อสร้างบ้านน็อกดาวน์แบบสำเร็จรูปให้กับประชาชนที่บ้านเสียหายทั้งหลัง เพื่อฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ในระหว่างการลงพื้นที่ โดย พ.ต.อ.ทวี และ น.ส.ธีรรัตน์ จะพบปะประชาชนในพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน.

2 รมต. มอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา

ความสำคัญของการมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัย

การมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความตั้งใจของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต การมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยจึงเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้พวกเขาสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

โครงการมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างบ้านเท่านั้น แต่เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย ให้พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และยังมีความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – 2 รมต. ไปอุบลฯ 12 ส.ค. มอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา

Scroll to top