ประกันสังคม

สภาองค์การนายจ้างเกษตรฯ ส่ง “ศุภานัน” ชิงบอร์ดประกันสังคม

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ล่าสุด สภาองค์การนายจ้างเกษตรฯ ส่ง “ศุภานัน” ชิงบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง สู้กลุ่มการเมือง เพื่อหวังจะนำเสียงของนายจ้างตัวจริงเข้าไปร่วมตัดสินใจในกองทุนประกันสังคมที่มีความสำคัญต่อภาคธุรกิจและแรงงานไทยอย่างยิ่ง

สภาองค์การนายจ้างเกษตรฯ ส่ง “ศุภานัน” ชิงบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง สู้กลุ่มการเมือง

การแถลงข่าวเปิดตัว ดร.ศุภานัน ปลอดเหตุ ในฐานะผู้สมัครบอร์ดประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจต้องการความโปร่งใสและการบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้ ดร.ศุภานัน เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านแรงงานและระบบไตรภาคี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนสวัสดิการสังคม

ทำไมนายจ้างถึงต้องหันมาสนใจบอร์ดประกันสังคม

ปัจจุบันหลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมืองในกองทุนประกันสังคม การที่ สภาองค์การนายจ้างเกษตรฯ ส่ง “ศุภานัน” ชิงบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง สู้กลุ่มการเมือง จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าผู้ประกอบการต้องการตัวแทนที่เข้าใจปัญหาหน้างานจริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ โดยนโยบายหลักได้แก่:

  • การปฏิรูประบบการบริหารกองทุนให้เกิดความโปร่งใส 100%
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • ผลักดันสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับผู้ประกอบการ SME รวมถึงตัวนายจ้างเอง

ดร.ศุภานัน ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า กองทุนประกันสังคมควรเป็นที่พึ่งของทุกฝ่าย ไม่ใช่ภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นายจ้างคือผู้ส่งเงินสมทบที่แท้จริง ดังนั้นการมีสวัสดิการที่เหมาะสมและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การผลักดันอย่างเร่งด่วน

หากเราต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน นายจ้างทุกคนควรเล็งเห็นความสำคัญของการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดตั้งขึ้นมา การปล่อยให้ปัญหาหมักหมมหรือการเมืองกินรวบกองทุน จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภาคแรงงานไทยในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สรุปแล้ว การเลือกผู้แทนที่มีประสบการณ์และมีความเข้าใจในกลไกไตรภาคีอย่างลึกซึ้ง คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้นายจ้างได้รับความเป็นธรรม และช่วยรักษาสมดุลของระบบประกันสังคมไทยให้เดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงในอนาคต

ที่มา – สภาองค์การนายจ้างเกษตรฯ ส่ง “ศุภานัน” ชิงบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง สู้กลุ่มการเมือง

ประกันสังคมแจงปมเช่าเชื่อมโยงเครือข่ายสัญญาณเดือนละ 8.5 แสน ไม่ใช่ 24 ล้าน

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวที่สร้างความตกใจเกี่ยวกับประเด็นค่าใช้จ่ายของภาครัฐกันมาบ้าง โดยเฉพาะล่าสุดที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตของหน่วยงานรัฐ ล่าสุดทางสำนักงานประกันสังคมได้ออกมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับประเด็น ประกันสังคมแจงปมเช่าเชื่อมโยงเครือข่ายสัญญาณเดือนละ 8.5 แสน ไม่ใช่ 24 ล้าน เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนเกิดความสบายใจและเข้าใจถึงที่มาที่ไปของงบประมาณก้อนนี้ครับ

ประกันสังคมแจงปมเช่าเชื่อมโยงเครือข่ายสัญญาณเดือนละ 8.5 แสน ไม่ใช่ 24 ล้าน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากมีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ว่า ประกันสังคมจ่ายค่าเช่าระบบเน็ตเวิร์กที่เรียกว่า Dark Fiber สูงถึงเดือนละ 24 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าสูงมากจนประชาชนเกิดความสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทางสำนักงานประกันสังคมจึงได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลทางการว่า ตัวเลข 24 ล้านนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ข้อเท็จจริงคือ งบประมาณที่ได้รับอนุมัติสำหรับโครงการนี้นั้นอยู่ที่ 7,713,000 บาท ซึ่งเมื่อหารออกมาเป็นรายเดือนแล้วจะตกอยู่ที่เดือนละ 857,000 บาทเท่านั้น สำหรับระยะเวลาสัญญาทั้งสิ้น 9 เดือน ดังนั้นการที่แชร์ข้อมูลผิดพลาดว่าต้องจ่ายสูงถึง 24 ล้านบาท จึงเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างร้ายแรงครับ

เหตุผลความจำเป็นในการเช่าเครือข่ายสัญญาณ

ทำไมหน่วยงานระดับมหภาคถึงต้องให้ความสำคัญกับระบบเครือข่ายมากขนาดนี้? การดำเนินการของประกันสังคมไม่ได้เป็นแค่เรื่องของอินเทอร์เน็ตทั่วไป แต่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์คอมพิวเตอร์หลักที่นนทบุรีและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองที่ระยอง ซึ่งมีระยะทางห่างกันเกือบ 300 กิโลเมตร โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้ครับ:

  • การสำรองข้อมูล (Data Backup): เพื่อป้องกันข้อมูลของผู้ประกันตนสูญหาย หากเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินที่ศูนย์แห่งใดแห่งหนึ่ง ระบบจะยังคงทำงานได้ต่อเนื่อง
  • ความเสถียรและความปลอดภัย: การใช้ Dark Fiber ซึ่งเป็นสายใยแก้วนำแสงส่วนตัว มีความหน่วงที่ต่ำมากและมีความปลอดภัยสูงกว่าการใช้อินเทอร์เน็ตสาธารณะ เพราะเป็นการเชื่อมต่อตรงแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point)
  • การป้องกันการรั่วไหล: ด้วยความที่เป็นเครือข่ายส่วนตัว ข้อมูลของผู้ประกันตนจึงถูกส่งผ่านช่องทางที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้ ป้องกันการถูกโจมตีทางไซเบอร์ที่มีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน

ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราทุกคนย่อมต้องการเห็นความโปร่งใส ซึ่งการที่หน่วยงานออกมาชี้แจงข้อมูลเรื่อง ประกันสังคมแจงปมเช่าเชื่อมโยงเครือข่ายสัญญาณเดือนละ 8.5 แสน ไม่ใช่ 24 ล้าน ได้ทันท่วงทีแบบนี้ ถือเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการรักษาสิทธิและเงินสมทบของผู้ประกันตนให้ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เราควรช่วยกันตรวจสอบและติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันการตื่นตระหนกจากข่าวลือที่บิดเบือนข้อเท็จจริงครับ

ที่มา – ประกันสังคมแจงปมเช่าเชื่อมโยงเครือข่ายสัญญาณเดือนละ 8.5 แสน ไม่ใช่ 24 ล้าน

ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง ปลูกถ่ายไขกระดูกฟรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนทุกคน วันนี้เรามีข่าวดีและข้อมูลที่สำคัญมากสำหรับใครที่กำลังกังวลเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะกรณีโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งครับ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง ให้สามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาที่ทันสมัยและค่าใช้จ่ายสูง อย่างการปลูกถ่ายไขกระดูกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยครับ

ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง เข้าถึงสิทธิปลูกถ่ายไขกระดูกฟรี

การเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากทั้งในด้านร่างกายและค่าใช้จ่าย ทางสำนักงานประกันสังคมจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและมอบสิทธิพิเศษนี้ให้กับผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคทางระบบเลือดและไขกระดูก โดยเฉพาะการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ซึ่งหากต้องจ่ายเองจะมีราคาสูงมาก แต่ภายใต้สิทธินี้ ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง อย่างเต็มที่ครับ

เงื่อนไขและโรคที่ครอบคลุมภายใต้สิทธิ

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง ในกรณีการปลูกถ่ายไขกระดูก จะต้องเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนด โดยเน้นในกลุ่มโรคหลักๆ ดังนี้ครับ:

  • มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ (มัยอีลอยด์และลิมโฟบลาส)
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • ไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง
  • ไขกระดูกผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง
  • มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอีโลม่า
  • ไขกระดูกผิดปกติชนิดเป็นพังผืด

หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเหล่านี้ สามารถยื่นคำร้องที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สะดวกได้เลย หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว คุณจะได้รับการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่ทำความตกลงไว้ 13 แห่งทั่วประเทศ อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, รามาธิบดี, ศิริราช, และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ระดับจังหวัดที่ได้มาตรฐาน เพื่อเข้ารับการรักษามีคุณภาพโดยที่คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหลักแสนหรือหลักล้านบาท

ในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้จ่ายค่ารักษาในส่วนนี้ไปมากกว่า 111 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสำนักงานประกันสังคมพร้อมยืนเคียงข้างผู้ป่วยมะเร็งอย่างแท้จริง การเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียมคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกันตนทุกคนพึงได้รับ ดังนั้นหากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการป่วย อย่าละเลยสิทธิประโยชน์ของตัวเองนะครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ที่มา – “ประกันสังคม” ดูแล “ผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง” เข้าถึงสิทธิปลูกถ่ายไขกระดูกฟรี

ประกันสังคม แนะผู้ประกันตนสถานะ โสด ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวประกันสังคมทุกคน วันนี้มีเรื่องสำคัญที่อยากจะมาแชร์กันครับ โดยเฉพาะใครที่เป็นโสดหรือยังไม่มีครอบครัว ต้องอ่านบทความนี้ด่วนเลย เพราะทาง ประกันสังคม แนะผู้ประกันตนสถานะ ‘โสด’ ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยสิ่งนี้ถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยครับ

ทำไม ประกันสังคม แนะผู้ประกันตนสถานะ ‘โสด’ ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า ถึงสำคัญ

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องทำหนังสือระบุตัวบุคคลไว้ด้วย? คำตอบง่ายๆ คือ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม หากผู้ประกันตนเสียชีวิตและไม่ได้ทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินสงเคราะห์กรณีตายจะถูกแบ่งให้ทายาทตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเฉลี่ยให้พ่อ แม่ พี่น้อง หรือบุตรในสัดส่วนที่เท่ากัน แต่สำหรับคนโสดที่อาจจะไม่มีทายาทเหล่านี้ หรือต้องการระบุบุคคลที่ดูแลเราเป็นพิเศษให้เป็นผู้รับประโยชน์แทน การทำหนังสือแสดงเจตจำนงล่วงหน้าจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ

วิธีเตรียมตัวและขั้นตอนดำเนินการ

สำหรับใครที่ตัดสินใจแล้วว่าต้องการทำหนังสือระบุชื่อผู้รับประโยชน์ในฐานะผู้ประกันตนสถานะโสด ให้ปฏิบัติดังนี้ครับ:

  • จัดทำหนังสือระบุรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินให้ชัดเจน
  • กรอกเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับสิทธิให้ถูกต้อง
  • อย่าลืมให้พยานลงนามให้เรียบร้อยเพื่อความสมบูรณ์ของเอกสาร
  • เก็บรักษาเอกสารไว้ด้วยตัวเองให้ดี เพื่อให้คนข้างหลังนำมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันเวลา

การทำเช่นนี้จะช่วยให้กระบวนการจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีตายของ ประกันสังคม แนะผู้ประกันตนสถานะ ‘โสด’ ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า เป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาให้กฎหมายต้องมาคอยจัดสรรตามเกณฑ์ปกติเลยครับ

นอกเหนือจากเงินสงเคราะห์แล้ว อย่าลืมนะครับว่าเมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต ผู้จัดการศพยังได้รับค่าทำศพ 50,000 บาทอีกด้วย ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานที่มาพร้อมกับสมทบเงินครบตามกำหนดเวลา ดังนั้นหากใครยังไม่มั่นใจในสถานะหรือเงื่อนไขของตัวเอง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

การวางแผนจัดการทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์ตัวเองไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือเรื่องลางร้ายอะไรเลยครับ แต่มันคือการแสดงความรับผิดชอบและดูแลความมั่นคงให้กับคนที่คุณรักในวันที่คุณไม่อยู่แล้ว ฝากไว้นะครับว่าอย่าละเลยสิทธิ์ของตัวเอง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายครับ

ที่มา – “ประกันสังคม” แนะผู้ประกันตนสถานะ “โสด” ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า

ประกันสังคมตรวจสอบแล้ว ยาต้านไวรัส HIV ไม่ขาดแคลน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวคราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้สิทธิรักษาพยาบาลมาฝากกันครับ โดยเฉพาะใครที่ใช้สิทธิประกันสังคมและกังวลเรื่องการรับยาต่อเนื่อง วันนี้เราจะมาเจาะลึกประเด็นที่ว่า ประกันสังคมตรวจสอบแล้ว ยาต้านไวรัส HIV ไม่ขาดแคลน หลังจากที่มีกระแสข่าวผู้ประกันตนได้รับยาไม่ครบจนเกิดความลำบากครับ

ประกันสังคมตรวจสอบแล้ว ยาต้านไวรัส HIV ไม่ขาดแคลน จริงหรือ?

หลายคนอาจจะตกใจกับข่าวที่แชร์กันในโซเชียลมีเดียว่าผู้ประกันตนรายหนึ่งต้องเดินทางมาโรงพยาบาลถึง 7 รอบเพื่อให้ได้รับยาต้านไวรัสให้ครบตามสั่ง แต่ล่าสุดทางสำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงชัดเจนแล้วว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากเรื่องยาขาดแคลนระดับประเทศ แต่คาดว่าเป็นปัญหาจากการบริหารจัดการภายในของบางโรงพยาบาลเท่านั้นครับ

รายละเอียดการตรวจสอบ ประกันสังคมตรวจสอบแล้ว ยาต้านไวรัส HIV ไม่ขาดแคลน

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าโดยปกติแล้วการจัดสรรยาในระบบประกันสังคมนั้นยังคงดำเนินไปได้ด้วยดีครับ ไม่มีการขาดแคลนยาอย่างที่เป็นข่าวลือ การที่ผู้ป่วยบางรายได้รับยาไม่ครบอาจเกิดจากความผิดพลาดในระบบการจัดการของสถานพยาบาลคู่สัญญาในบางแห่ง ซึ่งทางรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังเร่งปรับปรุงแก้ไขจุดนี้อยู่ เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนได้รับยาอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยที่สุดครับ

  • หากท่านพบปัญหาการรับยา สามารถติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่ สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์กลุ่มงานยา โทร 02-956-2500
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดแคลนยา เพราะระบบยังคงจัดส่งยาได้ตามปกติ
  • รัฐบาลยืนยันในการลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ติดเชื้อใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

รัฐบาลไทยยืนยันเสมอครับว่าจะเดินหน้ารณรงค์ยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV และดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียม ผ่านทั้งสิทธิประกันสังคมและกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนจะเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุด หากใครมีความกังวลหรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงนะครับ เพื่อสิทธิประโยชน์ของตัวท่านเอง

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐออกมาตรวจสอบรวดเร็วแบบนี้เป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะช่วยลดความตื่นตระหนกและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยว่าพวกเขาจะยังคงได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังต่อสู้และดูแลสุขภาพตัวเองอยู่ครับ

ที่มา – ประกันสังคมตรวจสอบแล้ว “ยาต้านไวรัส HIV” ไม่ขาดแคลน คาดเกิดจากการบริหารจัดการจ่ายยา

เปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่

เปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่

วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่ผู้ประกันตนและนายจ้างไม่ควรพลาด! กับการเริ่มต้นกิจกรรมเพื่อกำหนดอนาคตของเงินกองทุนที่เราจ่ายสมทบกันมาตลอด นั่นคือการเปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ซึ่งเปิดให้ดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จนถึง 15 กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อให้ได้ตัวแทนไปทำหน้าที่บริหารจัดการเงินกองทุนให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุด

นายเซีย จำปาทอง ได้ออกมาเชิญชวนให้ทุกคนที่มีสิทธิ์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่เราจะได้มีส่วนร่วมในการวางรากฐานของกองทุนประกันสังคมให้มีความมั่นคงและยั่งยืนสำหรับแรงงานทุกคน การเปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่เราควรได้รับอย่างคุ้มค่าจากตัวแทนที่เราเลือกเองกับมือ

ช่องทางและเงื่อนไขการ เปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่

สำหรับการเตรียมตัวลงทะเบียน คุณสามารถตรวจสอบเงื่อนไขเบื้องต้นได้ดังนี้:

  • ผู้ประกันตนและนายจ้างสัญชาติไทย
  • ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันประกาศเลือกตั้ง
  • ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในเวลา 6 เดือนก่อนเดือนประกาศเลือกตั้ง

คุณสามารถลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ได้ผ่านช่องทางเหล่านี้:

  • เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th (ตลอด 24 ชั่วโมง)
  • แอปพลิเคชัน SSO Plus (สำหรับผู้ประกันตน)
  • สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ (08.30 – 16.30 น.)

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายมากครับ เพราะตัวแทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนจะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในทิศทางของนโยบายกองทุน การที่เราออกไปใช้สิทธิ์คือการยืนยันว่าเราต้องการเห็นความโปร่งใสและต้องการให้เงินสมทบของเราถูกจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่าปล่อยให้การตัดสินใจเรื่องสวัสดิการของคุณตกอยู่ในมือคนอื่นเพียงฝ่ายเดียว มาช่วยกันรักษาสิทธิ์และเลือกคนที่เข้าใจปัญหาของแรงงานอย่างแท้จริงไปเป็นตัวแทนกันเถอะครับ!

ที่มา – เริ่มวันนี้ เปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ชวนผู้ประกันตนกำหนดอนาคตกองทุน

ประกันสังคมยืนยันดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังทุกระยะ

ในปัจจุบัน เราพบว่าจำนวนผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลใจให้กับหลายครอบครัว แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะทางสำนักงานประกันสังคมยืนยันดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังทุกระยะแม้ผู้ประกันตนป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าจะได้รับสิทธิการรักษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ประกันสังคมยืนยันดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังทุกระยะแม้ผู้ประกันตนป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

การเข้าถึงการรักษาเป็นหัวใจสำคัญของผู้ป่วยโรคไต ทางสำนักงานประกันสังคมจึงได้อัปเดตสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแม้สถานการณ์ผู้ป่วยจะสูงขึ้น แต่ ประกันสังคมยืนยันดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังทุกระยะแม้ผู้ประกันตนป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยครอบคลุมตั้งแต่การฟอกเลือด การล้างช่องท้อง ไปจนถึงการปลูกถ่ายไต เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนอุ่นใจได้ในทุกขั้นตอนการรักษา

รายละเอียดสิทธิประโยชน์เพื่อผู้ป่วยโรคไต

สำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ท่านสามารถใช้สิทธิบำบัดทดแทนไตได้ตามรายการดังนี้:

  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม: เบิกค่าฟอกเลือดได้ครั้งละไม่เกิน 1,500 บาท (สูงสุด 4,500 บาทต่อสัปดาห์) พร้อมยาฉีดอิริโธรปัวอิตินและค่าเตรียมหลอดเลือด
  • การล้างช่องท้องถาวร: ได้รับสิทธิไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท พร้อมค่าวางท่อและยาฉีด
  • การล้างไตทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ: รับสิทธิเบิกจ่ายสูงสุดถึง 32,700 บาทต่อเดือน
  • การปลูกถ่ายไต: ครอบคลุมการรักษาตลอดกระบวนการตั้งแต่ก่อนผ่าตัด จนถึงการดูแลหลังผ่าตัดและยากดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต

นอกจากนี้ สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี ทางประกันสังคมยังให้สิทธิการล้างไตที่สูงขึ้นตามความเหมาะสมอีกด้วย ถือเป็นความใส่ใจที่ต้องการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกันตนทุกคนอย่างแท้จริง

หากคุณมีความประสงค์จะใช้สิทธิเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือต้องดำเนินการยื่นเรื่องขออนุมัติล่วงหน้า พร้อมเอกสารประกอบ ณ สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ หรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความรวดเร็วในการเข้ารับบริการ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถโทรสอบถามสายด่วน 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลใกล้บ้านได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมมองว่านโยบายการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังแบบครบวงจรของประกันสังคม เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวที่เปราะบางได้มหาศาล การมีระบบรองรับที่ดีแบบนี้ช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาวครับ

ที่มา – ประกันสังคมยืนยันดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังทุกระยะแม้ผู้ประกันตนป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ

ในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับแรงงานไทยทั้ง 24 ล้านคนเลยทีเดียว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อกำหนดทิศทางใหม่ที่ชัดเจน ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลและความต้องการของนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ทุกคน

รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ

นายจุลพันธ์ เน้นย้ำนโยบายหลัก 3 องค์ประกอบ แต่ที่เด่นชัดคือ 4 ภารกิจสำคัญ ที่จะเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนระบบประกันสังคมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกู้ความเชื่อมั่น ขยายความคุ้มครองสู่แรงงานยุคใหม่ หรือยกระดับบริการทุกมิติ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องแรงงานได้อย่างแท้จริง

รายละเอียด 4 ภารกิจสำคัญจากนโยบายประกันสังคม

มาดูกันว่า รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ มีอะไรบ้าง โดยสามารถสรุปได้ดังนี้:

  • ภารกิจที่ 1: ฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความโปร่งใส – แม้กองทุนโดยรวมยังบริหารดี แต่ภาพลักษณ์กระทบจากข่าวสาร สั่งให้สื่อสารเชิงรุก ตรวจสอบได้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกันตน
  • ภารกิจที่ 2: ขยายความคุ้มครองผู้ประกันตน – เปิดประตูให้ Platform Worker และ Gig Worker เช่น ไรเดอร์กว่า 3 แสนคน ที่คาดว่าจะพุ่งถึง 1 ล้านคนใน 3-5 ปี รวมถึงแรงงานข้ามชาติ โดยบูรณาการกับกรมการจัดหางาน ให้ถูกกฎหมายและสอดคล้องพันธกรณีสากล
  • ภารกิจที่ 3: ยกระดับมาตรการความปลอดภัย อาชีวอนามัย การป้องกันโรคและอุบัติเหตุ – รวมระบบฟื้นฟูสมรรถนะแรงงาน ให้กลับสู่การทำงานได้เร็ว ลดค่ารักษาพยาบาลระยะยาว
  • ภารกิจที่ 4: ยกระดับการให้บริการให้ครอบคลุมทุกมิติ – เร่ง Quick Wins เช่น สิทธิรักษาพยาบาล สวัสดิการเพิ่มเติม โดยไม่กระทบเสถียรภาพกองทุน แก้ปัญหา SSO Core ที่ค้างอยู่ และรับฟังสูตร CARE จากทุกฝ่ายก่อนตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังพูดถึงการปฏิรูปโครงสร้าง สปส. ให้อิสระจาก politics ยกระดับมืออาชีพด้านลงทุน และเดินหน้าการเลือกตั้งบอร์ดตามระเบียบ โดยกำหนดโรดแมปชัดเจน กระทรวงแรงงานยืนยันพร้อมร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อระบบที่มั่นคง โปร่งใส ทันสมัย

นโยบายนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นแนวทางปฏิบัติจริง ที่จะช่วยให้ประกันสังคมเป็นที่พึ่งพิงได้ ในยุคที่แรงงานเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Gig Economy เติบโต แรงงานข้ามชาตินับล้าน การขยายฐานผู้ประกันตนจะช่วยกระจายความเสี่ยง ลดปัญหาสุขภาพจากการทำงานหนัก โดยเฉพาะไรเดอร์ที่เสี่ยงอุบัติเหตุสูง สปส. กำลังเร่งแก้ระบบดิจิทัลให้ลื่นไหล ผู้ประกันตนจะเข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้น

สำหรับสูตร CARE ที่เป็นประเด็นร้อน รมว.ยืนยันรับฟังทุกความเห็น ก่อนเสนอครม. และรับผิดชอบเต็มตัว ส่วนการเลือกตั้งผู้แทนนายจ้าง-ลูกจ้าง จะประชุม 12 พ.ค. 2569 เพื่อโรดแมปต่อไป

โดยรวมแล้ว นโยบายชุดนี้แสดงวิสัยทัศน์ชัดเจน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยให้มั่นคงยั่งยืน คุณคิดว่านโยบายเหล่านี้จะเปลี่ยนระบบประกันสังคมได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ แรงงานได้รับรู้สิทธิประโยชน์ใหม่ๆ กันนะครับ!

ที่มา – รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ

ประกันสังคมย้ำสิทธิค่าทดแทนรายเดือนเจ็บป่วยงาน

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างทุกคนต้องรู้จักกันดีเลยนะคะ โดยเฉพาะ ค่าทดแทนรายเดือน จากกองทุนเงินทดแทนของสำนักงานประกันสังคม ที่ช่วยเหลือเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ประชาสัมพันธ์สิทธิ์นี้เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่าถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

สิทธิ ค่าทดแทนรายเดือน นี้ ลูกจ้างจะได้รับเงินชดเชยจำนวน 70% ของค่าจ้างรายเดือนปกติ โดยมีขั้นต่ำไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายในพื้นที่ที่ทำงาน และสูงสุดไม่เกิน 14,000 บาทต่อเดือน ถ้าคุณเป็นลูกจ้างที่จ่ายประกันสังคมอยู่ ก็เตรียมรับสิทธิ์นี้ได้เลยถ้าเข้าหลักเกณฑ์

ค่าทดแทนรายเดือน ประกันสังคม ลูกจ้างเจ็บป่วย

ค่าทดแทนรายเดือน

สิทธิ ค่าทดแทนรายเดือน แบ่งออกเป็น 4 กรณีหลักๆ ที่ลูกจ้างสามารถรับได้ ดังนี้เลยค่ะ มาดูรายละเอียดกันเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์สำคัญ

กรณีที่ 1: หยุดพักรักษาตัวตามใบรับรองแพทย์

ถ้าแพทย์ให้หยุดงานเพื่อรักษาตัวจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน คุณมีสิทธิได้รับ ค่าทดแทนรายเดือน 70% ของค่าจ้าง ตั้งแต่วันแรกที่หยุด แต่ไม่เกิน 1 ปี นะคะ ต้องมีใบรับรองแพทย์ชัดเจน และหยุดตามที่หมอสั่งเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณล้มในที่ทำงาน บาดเจ็บขา แพทย์ให้พัก 3 เดือน ก็รับเงินชดเชยเต็มๆ ไปเลย

กรณีที่ 2: สูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน

หลังรักษาเสร็จ ถ้าสมรรถภาพร่างกายลดลง เช่น มือไม่ค่อยดีเท่าเดิม จะประเมินหลังสิ้นสุดการรักษา หรือ 1 ปีหลังเกิดเหตุ แล้วรับ ค่าทดแทนรายเดือน 70% ไม่เกิน 10 ปี ช่วยให้คุณมีรายได้ต่อเนื่องแม้ไม่สามารถทำงานเต็มที่

กรณีที่ 3: ทุพพลภาพถาวร จะได้เงิน 70% ตลอดชีวิตเลยค่ะ สิทธิ์นี้สำคัญมากสำหรับคนที่บาดเจ็บหนัก

กรณีที่ 4: ถ้าถึงแก่ความตายหรือสูญหาย ครอบครัวจะได้รับแทนเป็นเวลา 10 ปี

  • หยุดพักรักษา: ไม่เกิน 1 ปี
  • สูญเสียสมรรถภาพ: ไม่เกิน 10 ปี
  • ทุพพลภาพ: ตลอดชีวิต
  • ถึงแก่ความตาย: 10 ปี

นอกจากนี้ การสมัครสิทธิ์ทำได้ง่ายๆ ที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน หรือส่งเอกสารทางออนไลน์ ต้องเตรียมใบรับรองแพทย์ เอกสารนายจ้างยืนยัน และบัตรประชาชน อย่าลืมตรวจสอบว่าตัวเองอยู่ในระบบประกันสังคมด้วยนะคะ

สิทธิ ค่าทดแทนรายเดือน นี้ไม่ใช่แค่เงินชดเชย แต่เป็นเกราะป้องกันให้ลูกจ้างกล้าทำงานโดยไม่กลัวเสี่ยง โดยเฉพาะอาชีพเสี่ยงสูงอย่างก่อสร้าง โรงงาน หรือขับรถ ถ้าคุณเป็นนายจ้าง ก็ควรแจ้งลูกน้องให้รู้สิทธิ์นี้ด้วย จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน

ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน สิทธิประกันสังคมแบบนี้ยิ่งสำคัญ ช่วยลดภาระครอบครัวได้มาก เราเห็นเคสจริงหลายคนที่ได้รับเงินนี้แล้วลุกขึ้นมาใหม่ได้ อย่าปล่อยให้สิทธิ์หลุดมือ ถ้าคุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ

ชวนทุกคนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือไปที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน รู้สิทธิ์ = มีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น!

ที่มา – “ประกันสังคม” ย้ำสิทธิ “ค่าทดแทนรายเดือน” เมื่อลูกจ้างเจ็บป่วยจากการทำงาน

Scroll to top