ประกาศเตือนภัย

ปภ. แจ้ง 54 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้มีข่าวสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ปภ. แจ้ง 54 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วงวันที่ 14-18 พฤษภาคม 2569 นี้ จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่บอกว่าฝนจะตกหนักมากในหลายภาค ทำให้มีโอกาสเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะทะเลอันดามันและอ่าวไทย

ปภ. แจ้ง 54 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกแจ้งเตือนแล้วนะครับ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากกรมอุตุฯ ออกประกาศฝนตกหนักฉบับที่ 1 (61/2569) ซึ่งคาดว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ จะเจอฝนฟ้าคะนองหนัก บางพื้นที่อาจน้ำท่วมฉับพลันได้ง่ายมาก

สำหรับคลื่นลม แถบทะเลอันดามันคลื่นสูง 2-3 เมตร ถ้ามีฝนฟ้าคะนองอาจเกิน 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2 เมตรขึ้นไป ปภ. จึงประสานงาน 54 จังหวัดให้เตรียมพร้อม เจ้าหน้าที่เครื่องจักรกลพร้อมลุยช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมงเลยครับ

รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง

  • ภาคเหนือ (17 จังหวัด): แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, อุทัยธานี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (12 จังหวัด): เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง (11 จังหวัด): กาญจนบุรี, ราชบุรี, สุพรรณบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์
  • ภาคใต้ (14 จังหวัด): ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, สตูล

พื้นที่เสี่ยงคลื่นลมแรงในภาคใต้

  • ระนอง (อ.เมืองระนอง, สุขสำราญ, กะเปอร์)
  • พังงา (อ.เกาะยาว, ตะกั่วทุ่ง, ท้ายเหมือง, ตะกั่วป่า, คุระบุรี)
  • ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
  • กระบี่ (อ.เมืองกระบี่, คลองท่อม, เกาะลันตา, เหนือคลอง, อ่าวลึก)
  • ตรัง (อ.กันตัง, สิเกา, ปะเหลียน, หาดสำราญ)
  • สตูล (อ.เมืองสตูล, ละงู, ท่าแพ, ทุ่งหว้า)

เพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ อย่าประมาทนะครับ ปภ. กำชับให้จังหวัดจัดทีมเฝ้าระวัง ปฏิบัติการพร้อมเครื่องสูบน้ำ จักรกลหนัก และประชาสัมพันธ์เตือนภัยล่วงหน้า ประชาชนควรติดตามข่าวจากทางราชการ สภาพอากาศ ปริมาณฝน สถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

เคล็ดลับรับมือน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน

1. หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: อย่าเข้าใกล้ทางลาดเชิงเขา คันกั้นน้ำ หรือพื้นที่ต่ำ
2. เตรียมเสบียง: น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา ประจำตัว ไฟฉาย พกไว้ในที่สูง
3. ย้ายของมีค่า: ขึ้นชั้นสูง กันน้ำท่วมบ้าน
4. ติดตามข้อมูล: ใช้แอป “THA DISASTER ALERT” หรือไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784”
5. แจ้งเหตุทันที: โทรสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม.
6. สำหรับเรือ: เลี่ยงทะเลอันดามัน อ่าวไทย ถ้าจำเป็นต้องลอยตัวให้เรือ
7. เด็กและผู้สูงอายุ: วางแผนอพยพก่อนฝนตกหนัก

การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายได้เยอะเลยครับ สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในฤดูฝน ถ้าเราระวังดี ก็อยู่รอดปลอดภัยทั้งครอบครัว

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะครับ ติดตามข่าวสารต่อเนื่อง และแชร์ข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างด้วย หากมีเหตุร้ายโทร 1784 ทันที อย่ารอช้า!

ที่มา – ปภ. แจ้ง 54 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 14 – 18 พ.ค. 69

“สงขลา” แจ้งเตือนรับมือน้ำท่วม จากฝนตกหนัก ช่วง 14-18 พ.ค. 69

“สงขลา” แจ้งเตือนรับมือน้ำท่วม จากฝนตกหนัก ช่วง 14-18 พ.ค. 69 นี้ ถือเป็นข่าวสำคัญที่ชาวสงขลาและภาคใต้ต้องไม่ละเลย โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

“สงขลา” แจ้งเตือนรับมือน้ำท่วม จากฝนตกหนัก ช่วง 14-18 พ.ค. 69

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา (ปภ.สงขลา) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ให้เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 (61/2569) หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง จะเคลื่อนปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ที่มีฝนตกหนักบางแห่ง

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันในสงขลา

ประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเป็นพิเศษ เช่น ในอำเภอเมืองสงขลา หาดใหญ่ รัตภูมิ และจะนะ ที่มักได้รับผลกระทบจากฝนสะสม โดยเฉพาะหาดใหญ่ที่เป็นแอ่งกระทะธรรมชาติ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้ง่ายหากฝนตกหนักต่อเนื่อง

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันช่วง 14-18 พ.ค. 69 จะสูง 2-3 เมตร และสูงเกิน 3 เมตรในที่ฝนฟ้าคะนอง ส่วนอ่าวไทยตอนบนสูง 2 เมตร เกิน 2 เมตรในฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

มาตรการเตรียมความพร้อมจาก ปภ.สงขลา

  • แจ้งเตือนประชาชน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง
  • แจ้งเตือนชาวเรือ เพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์ทันทีทางโทรศัพท์/โทรสารหมายเลข 0 7431 6380 หรือสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม.

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการ ปภ.จังหวัด ได้สั่งการให้ทุกอำเภอและหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

เคล็ดลับรับมือน้ำท่วมสำหรับประชาชน

เพื่อความปลอดภัย ประชาชนควรเตรียมกระเป๋าเผชิญภัยส่วนตัว เก็บเอกสารสำคัญในที่สูง ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้าน และหลีกเลี่ยงการข้ามทางลอดหรือสะพานน้ำท่วม หากเกิดน้ำท่วมฉับพลันให้อพยพไปยังที่สูงทันที นอกจากนี้ ติดตั้งแอปพลิเคชันเตือนภัยจากกรมอุตุฯ เพื่อรับข้อมูลเรียลไทม์

จากประสบการณ์น้ำท่วมในสงขลาที่ผ่านมา เช่น พ.ศ. 2560 ที่หาดใหญ่จมน้ำนานหลายสัปดาห์ ทำให้เห็นว่าการเตรียมตัวล่วงหน้าสำคัญมาก สภาพอากาศไทยในยุคโลกร้อนยิ่งแปรปรวน ฝนตกหนักบ่อยครั้ง ดังนั้น “สงขลา” แจ้งเตือนรับมือน้ำท่วม จากฝนตกหนัก ช่วง 14-18 พ.ค. 69 จึงเป็นสัญญาณเตือนที่ทุกคนต้องจริงจัง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าภาคใต้ต้องเร่งพัฒนาระบบจัดการน้ำ เช่น ขุดลอกคลองและสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่ม เพื่อป้องกันภัยซ้ำซาก สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้ชาวสงขลาติดตามข่าวสารจาก ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด หากมีเหตุฉุกเฉินโทรสายด่วน 1784 ทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – “สงขลา” แจ้งเตือนรับมือน้ำท่วม จากฝนตกหนัก ช่วง 14-18 พ.ค. 69

สหรัฐฯ สั่งอพยพ สถานทูตในจอร์แดน จากภัยคุกคามปริศนา

สหรัฐฯ สั่งอพยพ สถานทูตในจอร์แดน จากภัยคุกคามปริศนา สร้างความตื่นตัวในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อสถานทูตสหรัฐฯ ในจอร์แดนประกาศอพยพบุคลากรทั้งหมดชั่วคราว เนื่องจากภัยคุกคามที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นจากเหตุการณ์ในคูเวตและการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

สหรัฐฯ สั่งอพยพ สถานทูตในจอร์แดน จากภัยคุกคามปริศนา: รายละเอียดเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ได้ดำเนินการอพยพบุคลากรทั้งหมดออกจากสถานที่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยอ้างถึง “ภัยคุกคาม” ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันตัวตนหรือลักษณะที่ชัดเจน ข้อมูลจากวิดีโอที่แพร่กระจายในกลุ่ม WhatsApp ของชาวจอร์แดน เผยให้เห็นเสียงประกาศเตือนภัยจากลำโพงของสถานทูต ทั้งภาษาอาหรับและอังกฤษ โดยมีข้อความว่า “ก้มตัวลง หาที่กำบัง และออกห่างจากหน้าต่าง รอคำแนะนำเพิ่มเติม” สร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่ใกล้เคียง

ภัยคุกคามปริศนาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในคูเวต

การตัดสินใจ สหรัฐฯ สั่งอพยพ สถานทูตในจอร์แดน จากภัยคุกคามปริศนา เกิดขึ้นหลังจากรายงานข่าวว่าสถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตถูกโจมตีในวันอาทิตย์และจันทร์ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทิ้งระเบิดของอิหร่านในพื้นที่นั้น แม้แหล่งข่าวยังไม่ยืนยันว่าสถานทูตเป็นเป้าหมายโดยตรง แต่ประกาศเตือนภัยจากสถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตเมื่อวันจันทร์ระบุชัดเจนว่า “ยังคงมีภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน (UAV) เหนือน่านฟ้าคูเวต”

ในประกาศดังกล่าว สถานทูตแนะนำประชาชนและบุคลากรว่า “อย่ามาที่สถานทูต หาที่กำบังในชั้นล่างสุดของที่พัก อยู่ห่างจากหน้าต่าง และอย่าออกไปข้างนอก” ขณะที่บุคลากรของสถานทูตกำลังหลบภัยอยู่ นอกจากนี้ สถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตยังยกเลิกการนัดหมายขอวีซ่าและบริการพลเมืองอเมริกันทั้งหมด จนกว่าจะมีประกาศใหม่ เนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาคที่กำลังดำเนินอยู่

  • เสียงประกาศเตือนภัยจากสถานทูตจอร์แดน: ก้มตัวลง หาที่กำบังทันที
  • เหตุโจมตีสถานทูตคูเวต: อาจเชื่อมโยงอิหร่านและขีปนาวุธ
  • ผลกระทบ: ยกเลิกบริการวีซ่าและอพยพบุคลากร
  • สถานการณ์ภูมิภาค: ความเสี่ยงจากโดรนและ UAV เพิ่มสูง

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความเปราะบางของสถานทูตสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งมักตกเป็นเป้าของกลุ่มติดอาวุธหรือความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน พื้นหลังของสถานการณ์เริ่มจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะหลังการโจมตีของอิหร่านต่อเป้าหมายในภูมิภาค สหรัฐฯ จึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องบุคลากรและพลเมืองอเมริกัน

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ว่า ภัยคุกคามปริศนาอาจมาจากการสอดแนมทางไซเบอร์ การวางแผนโจมตีด้วยระเบิด หรือแม้แต่โดรนที่ไม่ได้รับการตรวจจับ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบมากในช่วงหลัง สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบจอร์แดนและคูเวต แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพในอิรัก ซีเรีย และเลบานอน ที่มีฐานทัพสหรัฐฯ กระจายอยู่

ในมุมมองของเรา สถานการณ์แบบนี้เตือนใจว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจลุกลามได้ทุกเมื่อ สหรัฐฯ ต้องเร่งเจรจาทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียด หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ ควรตรวจสอบประกาศเตือนภัยจากสถานทูตไทยและสหรัฐฯ อย่างสม่ำเสมอ

CTA: ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดจากเรา เพื่ออัปเดตสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณพบว่ามีประโยชน์!

ที่มา – สหรัฐฯ สั่งอพยพ สถานทูตในจอร์แดน จากภัยคุกคามปริศนา

“ศศิน” แนะรัฐบาลทบทวน แต่งตั้งเลขาธิการ สทนช.

“ศศิน เฉลิมลาภ” ร่างจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล เรียกร้องให้ทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. พร้อมเร่งปรับปรุงประกาศเตือนภัยพิบัติของ ปภ. โดยเชื่อว่ายังมีโอกาสปิดจุดอ่อนเชิงระบบที่สามารถแก้ไขได้ทันที และมีผลต่อชีวิตคนนับล้าน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายศศิน เฉลิมลาภ กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เป็นร่างจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ โดยมีใจความสำคัญคือ ขอให้รัฐบาลทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. และเร่งปรับปรุงกติกาการประกาศภัยพิบัติของ ปภ. ให้ทันสมัย

นายศศินฯ ระบุว่า ในฐานะประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการจัดการน้ำของประเทศไทย เชื่อว่ารัฐบาลปัจจุบันยังมีโอกาส “ปิดจุดอ่อนเชิงระบบ” ที่แก้ได้ทันทีและมีผลต่อชีวิตผู้คนนับล้าน

“ศศิน” แนะรัฐบาลทบทวน แต่งตั้งเลขาธิการ สทนช.

ข้อเสนอของนายศศินฯ มี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่:

  1. การทบทวนการนำคนนอกวงการน้ำมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สทนช. นายศศินฯ มองว่าตำแหน่งนี้เป็นหัวใจของการบูรณาการข้อมูล และบัญชาการน้ำระดับประเทศ ต้องการประสบการณ์จริงมากกว่าการบริหารทั่วไป ประเทศไทยได้รับบทเรียนอย่างหนักจากการประเมินสถานการณ์ช้า การสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่สะดุด การกลัวผิดจนไม่กล้าประกาศเตือนภัย การขาดความเข้าใจเชิงระบบระหว่างน้ำหลาก–น้ำล้นตลิ่ง–น้ำทุ่ง หากแต่งตั้งคนนอกวงการน้ำเข้ามา จะยิ่งซ้ำเติมรอยร้าวนี้ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ภาคสนามทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่พายุและฝนสุดขั้วกำลังกลายเป็นเรื่องปกติใหม่

เสนอหลักเกณฑ์ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สทนช.

นายศศินฯ เสนอให้รัฐบาลพิจารณาผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเชิงระบบ เป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่สุด และเสนอให้คณะรัฐมนตรีออกหลักคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นเลขาธิการ สทนช. อย่างเป็นทางการ เช่น มีประสบการณ์ด้านบริหารจัดการน้ำอย่างน้อย 20 ปี เคยรับผิดชอบข้อมูลน้ำ/บัญชาการน้ำระดับประเทศ เข้าใจโครงสร้าง สทนช.–ชป.–กรมอุตุ–ปภ.–ชลประทานจังหวัด ผ่านการทำงานร่วมกับพื้นที่จริง ไม่ใช่งานเอกสารอย่างเดียว

  1. การแก้ไขระเบียบของ ปภ. เพื่อให้อำนาจประกาศภัยพิบัติ ‘ก่อนภัยเกิด’ นายศศินฯ ชี้ว่า นี่คือจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ทำให้ประเทศไทยแพ้ภัยธรรมชาติตั้งแต่ยังไม่เริ่มปฏิบัติการ ระเบียบปัจจุบันกำหนดให้ “ต้องเกิดเหตุแล้ว” จึงประกาศภัยได้ ซึ่งขัดกับหลักสากลของระบบ Early Warning System

ประเทศที่จัดการน้ำดี เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม ล้วนให้รัฐประกาศเตือนภัยล่วงหน้าได้ตามข้อมูลคาดการณ์แบบ Nowcast และ Forecast เพื่อให้ชาวบ้านรู้ตัว ก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดเริ่มเตรียมแผนเคลื่อนย้าย ปภ. กระจายทรัพยากรล่วงหน้าได้ กรมอุตุ–สสน.–ชป. มี command ที่ชัดเจนร่วมกัน

นายศศินฯ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (อนุทิน) มีอำนาจ “แก้ระเบียบนี้ได้ทันที” โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย การทำให้ไทยประกาศภัยก่อนภัยมา จะเป็น “ผลงานระดับประเทศ” และช่วยชีวิตประชาชนจริงในฤดูพายุทุกปี

นายศศินฯ สรุปว่า นี่คือโอกาสที่รัฐบาลจะแสดง ‘ภาวะผู้นำเชิงนโยบาย’ โดยสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงตำแหน่งที่ลงตัวทางการเมือง แต่ต้องการ “ระบบจัดการน้ำที่ทันสมัย ปลอดภัย และกล้ารับผิดชอบ” รัฐบาลสามารถส่งสัญญาณเชิงนำได้ทันทีด้วย 3 ข้อ ได้แก่:

  • เลือกเลขาธิการ สทนช. ที่เหมาะสมจริง
  • แก้ระเบียบ ปภ. เพื่อประกาศภัยล่วงหน้าได้
  • ออกเกณฑ์คุณสมบัติผู้บริหารน้ำระดับประเทศแบบโปร่งใส

ทั้งสามเรื่องนี้ “ไม่ขัดการเมือง” และจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งเจ้าหน้าที่–ผู้ว่าราชการจังหวัด–ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ

จดหมายเปิดผนึกนี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของประชาชนต่อระบบการจัดการน้ำของประเทศ และเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. และปรับปรุงระบบเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

การทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. และการปรับปรุงระบบเตือนภัย ถือเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลควรให้ความสนใจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ที่มา – “ศศิน” แนะรัฐบาลทบทวน แต่งตั้งเลขาธิการ สทนช.-ปรับการเตือนภัย เชื่อปิดจุดอ่อนเชิงระบบได้

พายุบัวลอย ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น ฝนถล่ม 28-30 ก.ย. 68

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 4 พายุบัวลอย แล้ว โดยพายุโซนร้อน “บัวลอย” ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นอย่างเป็นทางการ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในรูปแบบฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 28 ถึง 30 กันยายน 2568 ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 27 กันยายน 2568 พายุ “บัวลอย” (BUALOI) ที่เคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นไต้ฝุ่น โดยล่าสุดเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ที่ละติจูด 15.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 29 กันยายน 2568 และจะค่อยๆ อ่อนกำลังลงตามลำดับ

ผลกระทบจากพายุบัวลอย ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น

อิทธิพลจากพายุนี้ ทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะฝนตกหนักมากในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่รับมรสุมโดยตรง

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และที่ราบน้ำท่วมขัง แนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น

คลื่นลมและคำเตือนสำหรับชาวเรือ

นอกจากฝนแล้ว คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังมีกำลังปานกลางถึงแรง ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ในบริเวณฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงเกินในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2568

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

วันที่ 28 กันยายน 2568:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย บึงกาฬ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

วันที่ 29 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ
  • ภาคตะวันออก: ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

วันที่ 30 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักมากจากพายุบัวลอย

วันที่ 28 กันยายน 2568:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: สกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

วันที่ 29 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงราย พะเยา น่าน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม
  • ภาคตะวันออก: นครนายก จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

วันที่ 30 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี ตราด

จากประสบการณ์ในอดีต พายุไต้ฝุ่นอย่างนี้มักนำมาซึ่งความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานที่เคยเผชิญน้ำท่วมใหญ่ หากประชาชนเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น จัดกระเป๋าเสบียง ตรวจสอบระบบระบายน้ำ และติดตามข่าวสาร จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

ขอแนะนำให้ทุกท่านติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง การเตรียมพร้อมวันนี้คือกุญแจสู่ความปลอดภัยพรุ่งนี้

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 “พายุบัวลอย” ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น เช็กจังหวัดฝนถล่ม 28-30 ก.ย. 68

Scroll to top