สหรัฐฯ สั่งอพยพ สถานทูตในจอร์แดน จากภัยคุกคามปริศนา สร้างความตื่นตัวในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อสถานทูตสหรัฐฯ ในจอร์แดนประกาศอพยพบุคลากรทั้งหมดชั่วคราว เนื่องจากภัยคุกคามที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นจากเหตุการณ์ในคูเวตและการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
สหรัฐฯ สั่งอพยพ สถานทูตในจอร์แดน จากภัยคุกคามปริศนา: รายละเอียดเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ได้ดำเนินการอพยพบุคลากรทั้งหมดออกจากสถานที่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยอ้างถึง “ภัยคุกคาม” ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันตัวตนหรือลักษณะที่ชัดเจน ข้อมูลจากวิดีโอที่แพร่กระจายในกลุ่ม WhatsApp ของชาวจอร์แดน เผยให้เห็นเสียงประกาศเตือนภัยจากลำโพงของสถานทูต ทั้งภาษาอาหรับและอังกฤษ โดยมีข้อความว่า “ก้มตัวลง หาที่กำบัง และออกห่างจากหน้าต่าง รอคำแนะนำเพิ่มเติม” สร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่ใกล้เคียง
ภัยคุกคามปริศนาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในคูเวต
การตัดสินใจ สหรัฐฯ สั่งอพยพ สถานทูตในจอร์แดน จากภัยคุกคามปริศนา เกิดขึ้นหลังจากรายงานข่าวว่าสถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตถูกโจมตีในวันอาทิตย์และจันทร์ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทิ้งระเบิดของอิหร่านในพื้นที่นั้น แม้แหล่งข่าวยังไม่ยืนยันว่าสถานทูตเป็นเป้าหมายโดยตรง แต่ประกาศเตือนภัยจากสถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตเมื่อวันจันทร์ระบุชัดเจนว่า “ยังคงมีภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน (UAV) เหนือน่านฟ้าคูเวต”
ในประกาศดังกล่าว สถานทูตแนะนำประชาชนและบุคลากรว่า “อย่ามาที่สถานทูต หาที่กำบังในชั้นล่างสุดของที่พัก อยู่ห่างจากหน้าต่าง และอย่าออกไปข้างนอก” ขณะที่บุคลากรของสถานทูตกำลังหลบภัยอยู่ นอกจากนี้ สถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตยังยกเลิกการนัดหมายขอวีซ่าและบริการพลเมืองอเมริกันทั้งหมด จนกว่าจะมีประกาศใหม่ เนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาคที่กำลังดำเนินอยู่
- เสียงประกาศเตือนภัยจากสถานทูตจอร์แดน: ก้มตัวลง หาที่กำบังทันที
- เหตุโจมตีสถานทูตคูเวต: อาจเชื่อมโยงอิหร่านและขีปนาวุธ
- ผลกระทบ: ยกเลิกบริการวีซ่าและอพยพบุคลากร
- สถานการณ์ภูมิภาค: ความเสี่ยงจากโดรนและ UAV เพิ่มสูง
เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความเปราะบางของสถานทูตสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งมักตกเป็นเป้าของกลุ่มติดอาวุธหรือความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน พื้นหลังของสถานการณ์เริ่มจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะหลังการโจมตีของอิหร่านต่อเป้าหมายในภูมิภาค สหรัฐฯ จึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องบุคลากรและพลเมืองอเมริกัน
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ว่า ภัยคุกคามปริศนาอาจมาจากการสอดแนมทางไซเบอร์ การวางแผนโจมตีด้วยระเบิด หรือแม้แต่โดรนที่ไม่ได้รับการตรวจจับ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบมากในช่วงหลัง สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบจอร์แดนและคูเวต แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพในอิรัก ซีเรีย และเลบานอน ที่มีฐานทัพสหรัฐฯ กระจายอยู่
ในมุมมองของเรา สถานการณ์แบบนี้เตือนใจว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจลุกลามได้ทุกเมื่อ สหรัฐฯ ต้องเร่งเจรจาทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียด หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ ควรตรวจสอบประกาศเตือนภัยจากสถานทูตไทยและสหรัฐฯ อย่างสม่ำเสมอ
CTA: ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดจากเรา เพื่ออัปเดตสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณพบว่ามีประโยชน์!

