ปล่อยตัวชั่วคราว

ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ คดีเว็บพนัน 29 ก.ย. นี้

ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ คดีเว็บพนัน 29 ก.ย. นี้

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อล่าสุดมีข่าวว่าศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ คดีเว็บพนัน 29 ก.ย. นี้ ซึ่งนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.พรรคกล้าธรรม จ.สงขลา ได้ตกเป็นจำเลยในคดีการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และขั้นตอนทางกฎหมายจะเป็นอย่างไรต่อไป เรามาสรุปข้อมูลให้เข้าใจง่ายๆ กันครับ

เปิดรายละเอียดคดี ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ คดีเว็บพนัน 29 ก.ย. นี้

ย้อนกลับไปในช่วงวันที่ 8-24 กุมภาพันธ์ 2565 พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องว่าจำเลยได้ร่วมกับพวกที่ยังหลบหนี จัดทำเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีการโฆษณาชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเล่นพนันผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายการพนันอย่างชัดเจน

สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายครั้งนี้ ประกอบด้วย:

  • พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567
  • นายชนนพัฒฐ์ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่และให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน
  • ล่าสุดอัยการนำตัวส่งฟ้องต่อศาลแขวงสงขลาเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ศาลรับฟ้องแล้ว จำเลยได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างนี้ โดยมีการนัดสอบคำให้การอีกครั้งในวันที่ 29 กันยายน 2569 นี้ครับ

ก้าวต่อไปของคดีที่สังคมจับตามอง

การที่ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ คดีเว็บพนัน 29 ก.ย. นี้ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น ในฐานะประชาชนเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการพิจารณาคดีจะเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ยังสะท้อนถึงการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างจริงจังในปัจจุบัน

บทเรียนจากคดีนี้ย้ำเตือนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีตำแหน่งอะไร กฎหมายย่อมมีบรรทัดฐานที่ชัดเจน หากมีการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการพนัน ย่อมต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลตามขั้นตอนปกติครับ

ที่มา – ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง “ชนนพัฒฐ์” คดีเว็บพนันฯ นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.นี้

นิโกลาส์ ซาร์โกซี พ้นคุก! หลังถูกขัง 3 สัปดาห์

นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีต ปธน.ฝรั่งเศส ออกจากคุกแล้ว หลังถูกขัง 3 สัปดาห์ จากทั้งหมด 5 ปี เนื่องจากศาลอนุญาตให้ออกมาอยู่นอกเรือนจำระหว่างรอการอุทธรณ์คดีได้ ข่าวนี้สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองฝรั่งเศสและทั่วโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายนิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว หลังจากถูกจำคุกมาเป็นเวลา 3 สัปดาห์ จากทั้งหมด 5 ปี ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดก่ออาชญากรรม หลังศาลอุทธรณ์กรุงปารีสให้การอนุญาตภายใต้เงื่อนไขหลายข้อ รวมถึงห้ามออกนอกประเทศ ทำให้ นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีต ปธน.ฝรั่งเศส ออกจากคุกแล้ว หลังถูกขัง 3 สัปดาห์ กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

นายซาร์โกซี วัย 70 ปี ถูกส่งเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 21 ต.ค. หลังศาลกรุงปารีสตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 5 ปี ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดระดมทุนอย่างผิดกฎหมายสำหรับการหาเสียงเลือกตั้งในปี 2550 ของเขาด้วยเงินจาก มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำเผด็จการลิเบียที่เสียชีวิตไปแล้ว นี่คือหนึ่งในคดีอื้อฉาวที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอดีตประธานาธิบดี

อดีตผู้นำฝรั่งเศสรายนี้ปฏิเสธการกระทำผิดมาตลอด หลังได้ยื่นอุทธรณ์เพื่อคัดค้านคำตัดสินดังกล่าวแล้ว โดยมีการกำหนดการพิจารณาคดีอุทธรณ์ครั้งใหม่ในฤดูใบไม้ผลิหน้า โดยในระหว่างนั้น นายซาร์โกซีจะต้องอยู่ในเรือนจำ เนื่องจากผู้พิพากษาตัดสินว่า ความผิดของเขาร้ายแรงเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ทีมทนายความของซาร์โกซีได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกรุงปารีส เพื่อขอให้ปล่อยตัวเขาออกมาอยู่นอกเรือนจำในระหว่างรอการพิจารณาคดีอุทธรณ์ ซึ่งในวันจันทร์ ศาลได้อนุมัติคำขอปล่อยตัวดังกล่าว ภายใต้เงื่อนไขว่า นายซาร์โกซีจะถูกห้ามไม่ให้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ใด ๆ จากกระทรวงยุติธรรม

นอกจากนั้น เขาจะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด และถูกห้ามไม่ให้ออกนอกประเทศ ก่อนการพิจารณาคดีอุทธรณ์จะเสร็จสิ้น

หลังจากได้รับการปล่อยตัว นายซาร์โกซีโพสต์ข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า พลังงานของเขาทั้งหมด มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเดียวคือการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขา “ความจริงจะปรากฏ… จุดจบของเรื่องราวนี้ยังไม่ได้ถูกเขียนขึ้น”

ทั้งนี้ มีผู้เห็นรถยนต์ของนายซาร์โกซีออกจากเรือนจำลา ซองเต (La Santé) ในกรุงปารีส ก่อนเวลา 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งหลังจากที่ศาลอนุมัติให้ปล่อยตัวก่อนกำหนด และจากนั้นก็มีผู้พบเห็นเขาเดินทางถึงบ้านพักทางตะวันตกของกรุงปารีส

ในการพิจารณาอดีตคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวที่ศาลกรุงปารีส นายซาร์โกซีบรรยายถึงความยากลำบากระหว่างถูกขังคุก โดยระบุว่ามันทั้ง “ทรมาน” และเป็น “ฝันร้าย” พร้อมยืนยันว่า เขาไม่เคยมีความคิดที่จะขอเงินจากนายกัดดาฟี และเขาจะไม่มีวันยอมรับในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ

นายซาร์โกซียังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ทำให้เขาทนช่วงเวลาที่อยู่ในคุกได้ โดยระบุว่า “พวกเขาแสดงความเป็นมนุษย์ที่พิเศษมากออกมา”

นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีต ปธน.ฝรั่งเศส ออกจากคุกแล้ว หลังถูกขัง 3 สัปดาห์

การปล่อยตัว นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีต ปธน.ฝรั่งเศส ออกจากคุกแล้ว หลังถูกขัง 3 สัปดาห์ นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนทั่วโลก หลายคนยังคงจับตามองอนาคตทางการเมืองของเขาอย่างใกล้ชิด

ทำไมศาลถึงปล่อยตัว นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีต ปธน.ฝรั่งเศส ออกจากคุกแล้ว หลังถูกขัง 3 สัปดาห์?

เหตุผลหลักที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว คือ การรอพิจารณาคดีอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขที่เข้มงวดที่ซาร์โกซีต้องปฏิบัติตาม เช่น ห้ามติดต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม และห้ามออกนอกประเทศ

  • ห้ามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรม
  • อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด
  • ห้ามออกนอกประเทศ

การปล่อยตัวชั่วคราวครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ซาร์โกซีได้เตรียมตัวสำหรับการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเป็นการลดความตึงเครียดทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากกรณีนี้อีกด้วย

คดีของ นิโกลาส์ ซาร์โกซี ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความรับผิดชอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แม้ว่าเขาจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว แต่การต่อสู้ทางกฎหมายของเขายังไม่สิ้นสุด และผลของคดีนี้จะมีผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองฝรั่งเศสในอนาคต

ที่มา – นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีต ปธน.ฝรั่งเศส ออกจากคุกแล้ว หลังถูกขัง 3 สัปดาห์

จำคุกครูใหญ่ อรรถพล 3 ปี คดี ม.112

ในเหตุการณ์ล่าสุดของคดีทางการเมืองที่กำลังเป็นประเด็นร้อน จำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในสังคมไทย โดยเฉพาะในแวดวงนักกิจกรรมและผู้สนใจสิทธิเสรีภาพ การตัดสินใจของศาลในคดีเหล่านี้สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 ที่ยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงอย่างต่อเนื่อง

จำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว

วันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ห้องพิจารณาคดี 404 ถนนเจริญกรุง ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.107/2568 โดยพนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายอรรถพล บัวพัตน์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ครูใหญ่” นักกิจกรรมทางการเมือง ในข้อหา contravene มาตรา 112 จากการปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 เนื้อหาการปราศรัยนั้นเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์และการปกครองพระสงฆ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่น

ก่อนหน้านี้ นายอรรถพลถูกควบคุมตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังจากศาลจังหวัดภูเขียวพิพากษาจำคุก 2 ปีในคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่ง และถูกย้ายจากเรือนจำกลางชัยภูมิมาฟังคำพิพากษานัดนี้ ศาลพิจารณาหลักฐานจากน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี ผู้ร้องทุกข์ โดยคดีถูกโอนมาจาก สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี สู่ สน.ลุมพินี และแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2563

รายละเอียดคำพิพากษาคดีครูใหญ่ อรรถพล

หลักฐานของโจทก์ประกอบด้วยซีดีบันทึกการปราศรัย พยานบุคคลจากนักวิชาการกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งศาลเห็นว่าน่าเชื่อถือ พยานฝั่งจำเลยไม่สามารถหักล้างได้ ศาลจึงพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 112 ส่งผลให้จำคุก 3 ปี นับต่อจากคดีอื่นๆ คือ คดีหมายเลขแดง อ.2038/2566 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ตัดสินจำคุก 9 เดือน และคดีแดง อ.1155/2567 ของศาลจังหวัดภูเขียวจำคุก 2 ปี

คดีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “ครูใหญ่” ต้องเผชิญกับข้อหาตามมาตรา 112 เขาเป็นนักกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองมานาน โดยเฉพาะในขบวนการชุมนุมปี 2563 ที่เรียกร้องประชาธิปไตยและปฏิรูปสถาบัน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของศาลครั้งนี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกในสังคมไทย

ในอีกมุมหนึ่ง ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี มีการนัดอ่านคำพิพากษาจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีที่พนักงานอัยการฟ้องน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ “ลูกเกด” ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในข้อหาตามมาตรา 112 จากการปราศรัยและชุมนุมเรียกร้องปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีการเมืองหน้าศาลจังหวัดธัญบุรีเมื่อ 11 กันยายน 2564 เนื้อหาพาดพิงสถาบันกษัตริย์

คำพิพากษายืนจำคุก “ลูกเกด” และการประกันตัว

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา จำเลยอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่าศาลชั้นต้นชอบแล้ว จึงพิพากษายืน อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นจำเลยยื่นขอประกันตัวพร้อมหลักทรัพย์ ศาลจังหวัดธัญบุรีอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 150,000 บาท ทำให้ “ลูกเกด” สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ได้ชั่วคราว

คดีของ “ลูกเกด” สะท้อนถึงสถานการณ์ของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่กล้าพูดในประเด็นอ่อนไหว การอนุญาตประกันตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับผู้ที่ต่อสู้ทางกฎหมาย แต่ก็ยังคงทิ้งคำถามว่ากฎหมายมาตรา 112 จะถูกใช้อย่างไรในอนาคต

จากทั้งสองคดีนี้ เราสามารถเห็นได้ว่าการบังคับใช้มาตรา 112 ยังคงเข้มข้น โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและการปราศรัย นักกิจกรรมหลายคนต้องเผชิญกับการจำคุกและการต่อสู้ยาวนาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ลองมาดูประเด็นสำคัญๆ ในคดีมาตรา 112:

  • หลักฐานหลัก: มักมาจากบันทึกวิดีโอหรือพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน
  • บทลงโทษ: สูงสุดจำคุก 15 ปี แต่ในคดีเหล่านี้อยู่ที่ 2-3 ปี
  • สิทธิประกันตัว: ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจศาล โดยบางคดีอนุญาต บางคดีปฏิเสธ
  • ผลกระทบต่อสังคม: สร้างความกังวลเรื่องเสรีภาพการแสดงออก

นอกจากนี้ คดีเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับการเมืองไทยในภาพรวม โดยเฉพาะหลังการชุมนุมปี 2563 ที่นำไปสู่การเลือกตั้งและการเปลี่ยนแปลงพรรคการเมือง สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ศาลอนุญาตประกันตัว “ลูกเกด” แสดงให้เห็นว่าศาลบางครั้งก็คำนึงถึงสถานะและหน้าที่สาธารณะของจำเลย

ในมุมมองของผู้เขียน คดีจำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว ถือเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อให้สมดุลระหว่างการปกป้องสถาบันและเสรีภาพประชาชน หากคุณสนใจประเด็นนี้ ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและเข้าร่วม讨论ในโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ร่วมกัน

ที่มา – จำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว

ลุ้น! เด็กต่ำกว่า 18 ปี อาจได้รับนิรโทษกรรม

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข กำลังหารือถึงความเป็นไปได้ในการแก้ไขมาตรา 112 โดยมีประเด็นสำคัญคือการพิจารณาว่าจะสามารถเพิ่มข้อยกเว้นให้แก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อให้พวกเขาได้รับนิรโทษกรรมได้หรือไม่ เนื่องจาก กมธ. เล็งเห็นว่ามีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธาน กมธ. ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขมาตรา 3 เกี่ยวกับการไม่นิรโทษกรรมแก่ความผิดตามมาตรา 112 ที่ประชุมได้ใช้เวลาในการถกเถียงกันเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะแก้ไขอย่างไร และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 28 สิงหาคม เพื่อลงมติในประเด็นนี้

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ โฆษก กมธ. กล่าวว่า ที่ประชุมมีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรา 3 โดยมองหาแนวทางอื่น ๆ เพื่อบรรเทาความขัดแย้ง แม้จะไม่สามารถนิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 112 ได้โดยตรง เป้าหมายหลักของกฎหมายฉบับนี้คือการสร้างเสริมสังคมสันติสุข และเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเน้นย้ำถึงความระมัดระวังในการแก้ไข เพื่อไม่ให้ขัดต่อหลักการ และเพื่อป้องกันการตีตกกฎหมายหรือการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ลุ้นเด็กต่ำกว่า 18 ปีได้รับนิรโทษกรรม

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงแนวทางการแก้ไขอื่น ๆ เช่น การลดโทษ การบรรเทาโทษ หรือการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่ง กมธ. จะต้องหารือกันต่อไปในรายละเอียด

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติ 12 ต่อ 11 เสียง ให้ปรับแก้ข้อความในมาตรา 3 โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาว่าจะปรับแก้ในรูปแบบใด ซึ่งข้อเสนอหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การต่อท้ายมาตรา 3 ว่ามิให้บังคับใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ความเป็นไปได้ที่เด็กต่ำกว่า 18 ปีจะได้รับนิรโทษกรรม

น.ส.พนิดาย้ำว่า มาตรา 3 ยังไม่สิ้นสุด และจะต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง แต่สิ่งที่ที่ประชุมเห็นพ้องกันคือ เด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อประเทศ เพียงแต่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจเท่านั้น ดังนั้น ข้อยกเว้นในมาตรา 3 อาจเปิดโอกาสให้พวกเขาได้รับนิรโทษกรรม

การพิจารณาประเด็นการนิรโทษกรรมให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องกับอนาคตของเยาวชนจำนวนมาก และอาจส่งผลต่อความปรองดองในสังคม การตัดสินใจของ กมธ. ในสัปดาห์หน้าจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การที่ กมธ. เปิดใจรับฟังและพิจารณาข้อเสนอต่างๆ อย่างรอบด้าน ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ามีความพยายามที่จะหาทางออกที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการพิจารณาในท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร

ที่มา – ลุ้นเด็กต่ำกว่า 18 ปีได้รับนิรโทษกรรม กมธ. นัดชี้ขาดสัปดาห์หน้า

Scroll to top