ในเหตุการณ์ล่าสุดของคดีทางการเมืองที่กำลังเป็นประเด็นร้อน จำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในสังคมไทย โดยเฉพาะในแวดวงนักกิจกรรมและผู้สนใจสิทธิเสรีภาพ การตัดสินใจของศาลในคดีเหล่านี้สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 ที่ยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงอย่างต่อเนื่อง
จำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว
วันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ห้องพิจารณาคดี 404 ถนนเจริญกรุง ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.107/2568 โดยพนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายอรรถพล บัวพัตน์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ครูใหญ่” นักกิจกรรมทางการเมือง ในข้อหา contravene มาตรา 112 จากการปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 เนื้อหาการปราศรัยนั้นเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์และการปกครองพระสงฆ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่น
ก่อนหน้านี้ นายอรรถพลถูกควบคุมตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังจากศาลจังหวัดภูเขียวพิพากษาจำคุก 2 ปีในคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่ง และถูกย้ายจากเรือนจำกลางชัยภูมิมาฟังคำพิพากษานัดนี้ ศาลพิจารณาหลักฐานจากน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี ผู้ร้องทุกข์ โดยคดีถูกโอนมาจาก สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี สู่ สน.ลุมพินี และแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2563
รายละเอียดคำพิพากษาคดีครูใหญ่ อรรถพล
หลักฐานของโจทก์ประกอบด้วยซีดีบันทึกการปราศรัย พยานบุคคลจากนักวิชาการกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งศาลเห็นว่าน่าเชื่อถือ พยานฝั่งจำเลยไม่สามารถหักล้างได้ ศาลจึงพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 112 ส่งผลให้จำคุก 3 ปี นับต่อจากคดีอื่นๆ คือ คดีหมายเลขแดง อ.2038/2566 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ตัดสินจำคุก 9 เดือน และคดีแดง อ.1155/2567 ของศาลจังหวัดภูเขียวจำคุก 2 ปี
คดีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “ครูใหญ่” ต้องเผชิญกับข้อหาตามมาตรา 112 เขาเป็นนักกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองมานาน โดยเฉพาะในขบวนการชุมนุมปี 2563 ที่เรียกร้องประชาธิปไตยและปฏิรูปสถาบัน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของศาลครั้งนี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกในสังคมไทย
ในอีกมุมหนึ่ง ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี มีการนัดอ่านคำพิพากษาจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีที่พนักงานอัยการฟ้องน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ “ลูกเกด” ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในข้อหาตามมาตรา 112 จากการปราศรัยและชุมนุมเรียกร้องปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีการเมืองหน้าศาลจังหวัดธัญบุรีเมื่อ 11 กันยายน 2564 เนื้อหาพาดพิงสถาบันกษัตริย์
คำพิพากษายืนจำคุก “ลูกเกด” และการประกันตัว
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา จำเลยอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่าศาลชั้นต้นชอบแล้ว จึงพิพากษายืน อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นจำเลยยื่นขอประกันตัวพร้อมหลักทรัพย์ ศาลจังหวัดธัญบุรีอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 150,000 บาท ทำให้ “ลูกเกด” สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ได้ชั่วคราว
คดีของ “ลูกเกด” สะท้อนถึงสถานการณ์ของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่กล้าพูดในประเด็นอ่อนไหว การอนุญาตประกันตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับผู้ที่ต่อสู้ทางกฎหมาย แต่ก็ยังคงทิ้งคำถามว่ากฎหมายมาตรา 112 จะถูกใช้อย่างไรในอนาคต
จากทั้งสองคดีนี้ เราสามารถเห็นได้ว่าการบังคับใช้มาตรา 112 ยังคงเข้มข้น โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและการปราศรัย นักกิจกรรมหลายคนต้องเผชิญกับการจำคุกและการต่อสู้ยาวนาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ลองมาดูประเด็นสำคัญๆ ในคดีมาตรา 112:
- หลักฐานหลัก: มักมาจากบันทึกวิดีโอหรือพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน
- บทลงโทษ: สูงสุดจำคุก 15 ปี แต่ในคดีเหล่านี้อยู่ที่ 2-3 ปี
- สิทธิประกันตัว: ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจศาล โดยบางคดีอนุญาต บางคดีปฏิเสธ
- ผลกระทบต่อสังคม: สร้างความกังวลเรื่องเสรีภาพการแสดงออก
นอกจากนี้ คดีเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับการเมืองไทยในภาพรวม โดยเฉพาะหลังการชุมนุมปี 2563 ที่นำไปสู่การเลือกตั้งและการเปลี่ยนแปลงพรรคการเมือง สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ศาลอนุญาตประกันตัว “ลูกเกด” แสดงให้เห็นว่าศาลบางครั้งก็คำนึงถึงสถานะและหน้าที่สาธารณะของจำเลย
ในมุมมองของผู้เขียน คดีจำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว ถือเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อให้สมดุลระหว่างการปกป้องสถาบันและเสรีภาพประชาชน หากคุณสนใจประเด็นนี้ ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและเข้าร่วม讨论ในโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ร่วมกัน
ที่มา – จำคุก “ครูใหญ่ อรรถพล” 3 ปี คดี ม.112 พิพากษายืน คุก “ลูกเกด” อนุญาตประกันตัว

