ปัญหายาเสพติด

“โสภณ” สั่งแก้ปัญหายาเสพติด บุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี!

“รองนายกฯ โสภณ” เดินหน้ามอบนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติด เน้นเอกซเรย์ค้นหาผู้เสพเข้าบำบัดจริงจัง ลดจำนวนผู้เสพหรือให้หมดไป ย้ำเจ้าหน้าที่รัฐต้องเป็นแบบอย่าง ห้ามยุ่งเกี่ยวยาเสพติดเด็ดขาด ดีเดย์คิกออฟ บุรีรัมย์โมเดล 24 ต.ค.นี้ เผยบุรีรัมย์ของแท้คอยดู 4 ปี

วันที่ 10 ต.ค. 2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบบูรณาการ โดยมีนายสนอง เทพอักษรณรงค์ นายศักดิ์ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ผอ.สนง.ปปส.ภาค 3 ผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 สาธารณสุขจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผกก. หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรจากทั้ง 34 สถานี สาธารณสุขอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จากทั้ง 23 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่หอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์ (เขากระโดง) ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นให้ทุกพื้นที่ทำการเอกซเรย์ค้นหาผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟูตามกระบวนการ ในสถานที่ที่กำหนด เพื่อลดจำนวนผู้เสพหรือให้หมดไป ซึ่งจะช่วยลดการเกิดปัญหาอาชญากรรม โดยการทำงานจะต้องบูรณาการกันทุกภาคส่วน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ จึงจะประสบผลสำเร็จ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องเป็นตัวอย่างทำตัวให้ขาวสะอาดไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดในทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกประเภท หรือเรียกรับประโยชน์ ก็ต้องรับโทษทั้งวินัยและกฎหมาย ซึ่งเป็นนโยบายหลักของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยจะเริ่มดีเดย์ “บุรีรัมย์โมเดล” จังหวัดต้นแบบแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการในวันที่ 24 ต.ค.นี้

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ส่วนด้านการปราบปรามผู้ค้า และผู้ร่วมขบวนการ ทางตำรวจ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ก็ดำเนินการจับกุมปราบปรามอย่างเข้มงวดจริงจังเช่นกัน ซึ่งการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้ตนเองดูแลเรื่องการบำบัดผู้เสพ เพราะได้ดำเนินการในพื้นที่ 6 อำเภอของ จ.บุรีรัมย์ มาตลอดและประสบผลสำเร็จมาแล้ว จึงได้มามอบนโยบายให้กับทุกส่วนราชการใน จ.บุรีรัมย์ เพื่อสร้างบุรีรัมย์โมเดลเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหายาเสพติด ก่อนขยายสู่จังหวัดอื่นทั่วประเทศ

การดำเนินการจะต้องบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน และหัวใจสำคัญประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ทั้งการแจ้งข้อมูลเบาะแส และการดำเนินการจะต้องเน้นตัวเลขผู้เกี่ยวข้องจริง ไม่ใช่สร้างตัวเลขทิพย์ การแก้ไขจึงจะได้ผล ส่วนผลการชี้วัดของผลลัพธ์หรือเป้าหมายก็คือความพึงพอใจของประชาชน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาที่สะสมมาและไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะมันมีแต่นโยบาย ให้แต่นโยบายมาว่าจะต้องทำเท่านั้น ต้องทำงี้ ถ้าไม่ทำจะย้าย จะนั่นจะนี่ มันเป็นนโยบาย มันเป็นลม แต่ที่บุรีรัมย์เขาเอาการกระทำเอามาตรการลงไปเลยว่าจะทำอะไร ฉะนั้นสิ่งที่เป็นนโยบาย กับการปฏิบัติที่ไม่ได้ และสิ่งที่เราทำแล้วสำเร็จเอามาเผยแพร่ร่วมกันทำมันถึงจะสำเร็จ ถ้าบุรีรัมย์ทำสำเร็จที่อื่นก็ต้องทำสำเร็จของแท้

“บุรีรัมย์ของแท้ คอยดู 4 ปี ก่อนที่นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี จะหัวเราะร่วนแล้วพูดว่า เอ้ย 4 ปี โอ้เราฝันไป 4 ปี 4 ปี 4 ปี ขาวสะอาดเลย”

“โสภณ” บอกบุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี สั่งแก้ปัญหายาเสพติด ดีเดย์ 24 ต.ค.นี้

“โสภณ” เน้นย้ำ บุรีรัมย์ของแท้ 4 ปีกับการแก้ปัญหายาเสพติด

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยตั้งเป้าหมาย “บุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี” ที่จะทำให้จังหวัดขาวสะอาดจากยาเสพติด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญของรัฐบาล

การดำเนินการตามนโยบาย “โสภณ” บอกบุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี สั่งแก้ปัญหายาเสพติด ดีเดย์ 24 ต.ค.นี้ จะเริ่มต้นด้วยการเอกซเรย์พื้นที่เพื่อค้นหาผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู การทำงานนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ นายโสภณยังกล่าวถึงความสำคัญของการปราบปรามผู้ค้าและผู้ร่วมขบวนการยาเสพติด โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง ควบคู่ไปกับการป้องกันและบำบัดผู้เสพ เพื่อลดอุปสงค์และอุปทานของยาเสพติดในพื้นที่

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาในระดับประเทศ การสร้าง “บุรีรัมย์โมเดล” ให้เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหายาเสพติด จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เชื่อมั่นว่าเราจะสามารถสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปลอดภัยจากยาเสพติดได้ในที่สุด มาร่วมกันสนับสนุนนโยบาย “โสภณ” บอกบุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี สั่งแก้ปัญหายาเสพติด ดีเดย์ 24 ต.ค.นี้ เพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานเรา

ที่มา – “โสภณ” บอกบุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี สั่งแก้ปัญหายาเสพติด ดีเดย์ 24 ต.ค.นี้

สส.เพื่อไทย ประสานเยียวยาชายแดน-ปราบยาเสพติด

สส.เพื่อไทย ยันช่วยประสานเยียวยาเหตุชายแดนไม่ให้ตกหล่น รัฐบาลลุยปราบยาเสพติด

“ชญาภา” ย้ำ สส.เพื่อไทย ช่วยประสานติดตามมาตรการช่วยเยียวยาประชาชนเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ให้ตกหล่น เผยผลงานรัฐบาลแก้ปัญหายาเสพติดเริ่มเห็นผล

วันที่ 24 สิงหาคม 2568 น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงความคืบหน้าการเยียวยาประชาชนจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า สส.พรรคเพื่อไทย ได้ติดตามการช่วยเหลือเยียวยาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การช่วยเหลือส่งถึงพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม ซึ่งต้องยอมรับว่า การช่วยเหลือเยียวยากรณีผลกระทบจากการปะทะชายแดนมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดมากกว่าการประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการช่วยประสานงานหน่วยงานราชการและติดตามเรื่องให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อไม่ให้มีใครร่วงหล่นจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล

รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น

ส่วนการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในช่วงที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบนั้น ผลลัพธ์เบื้องต้นพบว่ามีการดำเนินการจับกุมการลักลอบขนยาไอซ์ล็อตใหญ่ใน 3 พื้นที่คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดเลย กว่า 2,100 กิโลกรัม รวมทั้งการดำเนินการจับกุมการลักลอบขนยาบ้าที่จังหวัดแพร่อีกกว่า 2 ล้านเม็ด

น.ส.ชญาภา ระบุต่อไปว่า นี่เป็นเพียงตัวอย่างของการดำเนินการมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบาย No Drug No Dealers และนโยบาย 8 Quick Win 3 ไร้ทุกข์ 5 สร้างสุข ของรัฐบาลเพื่อไทย นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีเพียงแค่การดำเนินการกับผู้ค้ารายใหญ่เพียงเท่านั้น ในหลายจังหวัดได้เริ่มต้นดำเนินการในการนำตัวผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดแล้วหลายหมื่นราย โดยสิ่งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก ธวัชบุรีและท่าวังผาโมเดล ซึ่งเริ่มต้นดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มาจนถึงรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

“ดิฉันเชื่อและมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ปัญหายาเสพติดที่กลับมาเป็นปัญหาเรื้อรังอีกครั้งหลังพ้นยุครัฐบาลไทยรักไทย จะถูกแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยรัฐบาลเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่มาจากพรรคเพื่อไทย”

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อไปว่า วันนี้เราเดินหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาที่กัดกินใจพี่น้องประชาชนมายาวนานอย่างเต็มระบบ และข้าราชการเองต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน แม้ตัวเลขการจับกุม การดำเนินการยึดทรัพย์พ่อค้ายาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจะมากมายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เราจะยังไม่พอใจ และยังไม่ถือว่าเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่สมบูรณ์พอ อย่างที่รัฐมนตรีของเราบอกไว้ว่า “จนกว่าเราจะทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่า ปัญหายาเสพติดดีขึ้นหรือหมดไป” ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องนี้พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่เริ่มเห็นผลความเปลี่ยนแปลงแล้ว

ในช่วงท้าย น.ส.ชญาภา ระบุว่า “KPI ที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยที่เราต้องการจะไปให้ถึง คือการได้เห็นรอยยิ้มของพี่น้องประชาชน เห็นรอยยิ้มของชาวบ้านในชุมชนต่างๆ เห็นน้ำตาของแม่ที่ได้ลูกกลับคืนมา เห็นความภูมิใจของครอบครัวที่ได้ลูกหลานกลับคืนมาจากยาเสพติด นี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องการ สุดท้ายดิฉันยืนยันว่า หากเรายังมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะไม่หยุดเดิน”

พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นที่จะ ประสานเยียวยาเหตุชายแดนไม่ให้ตกหล่น รัฐบาลลุยปราบยาเสพติด และสร้างความสุขให้ประชาชนอย่างยั่งยืน

การดำเนินการของ สส.เพื่อไทย ในการ ประสานเยียวยาเหตุชายแดนไม่ให้ตกหล่น รัฐบาลลุยปราบยาเสพติด และแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ยัน สส.เพื่อไทย ช่วยประสานเยียวยาเหตุชายแดนไม่ให้ตกหล่น รัฐบาลลุยปราบยาเสพติด

Scroll to top