ปัตตานี

บุกค้นโกดัง พบบุหรี่เถื่อนอื้อ เงินสด 18 ล้าน รวมความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

บุกค้นโกดัง พบบุหรี่เถื่อนอื้อ เงินสด 18 ล้าน รวมความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

เหตุการณ์ระทึกขวัญในพื้นที่ภาคใต้เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าทลายขบวนการผิดกฎหมายครั้งใหญ่ โดยมีการ บุกค้นโกดัง พบบุหรี่เถื่อนอื้อ เงินสด 18 ล้าน รวมความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ถือเป็นปฏิบัติการปราบปรามที่สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย แต่ยังสะท้อนถึงเครือข่ายธุรกิจมืดที่มีมูลค่ามหาศาลซ่อนอยู่ภายใต้โกดังธรรมดาๆ

เปิดเบื้องลึกปฏิบัติการ บุกค้นโกดัง พบบุหรี่เถื่อนอื้อ เงินสด 18 ล้าน รวมความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายหลังได้รับรายงานความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย การ บุกค้นโกดัง พบบุหรี่เถื่อนอื้อ เงินสด 18 ล้าน รวมความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ในครั้งนี้ พบของกลางจำนวนมหาศาล ทั้งบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย รวมถึงเงินสดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในลังกระดาษอย่างเป็นระบบ ซึ่งสร้างความตกใจให้กับทีมผู้เข้าจับกุมเป็นอย่างมาก

จากการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม พบของกลางที่น่าสนใจดังนี้:

  • บุหรี่เถื่อนจำนวนรวมกว่า 117,560 ซอง หรือคิดเป็น 2,452,680 ม้วน
  • เงินสดบรรจุในลังกระดาษจำนวน 18 ล้านบาท
  • อาวุธปืนพกสั้น 9 มม. จำนวน 3 กระบอก (ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่ามีทะเบียนถูกต้อง)

มูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมดจากการตรวจยึดในครั้งนี้สูงถึง 105,479,415 บาท ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเจ้าหน้าที่รัฐในการขัดขวางไม่ให้สินค้าหนีภาษีเหล่านี้แพร่กระจายเข้าสู่ตลาดในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและการจัดเก็บภาษีของรัฐบาล

ในมุมมองของเจ้าหน้าที่ การขยายผลครั้งนี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการติดตามเส้นทางการเงินและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง การตรวจค้นครั้งนี้จึงถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังขบวนการทำผิดกฎหมายว่าไม่ว่าคุณจะซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพียงใด กฎหมายจะตามไปจัดการอย่างถึงที่สุด

ในฐานะประชาชน เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาและไม่สนับสนุนสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้ เพราะนอกจากจะเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมให้เติบโตขึ้นอีกด้วย หวังว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดแบบนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อความสงบสุขของสังคมไทย

ที่มา – บุกค้นโกดัง พบบุหรี่เถื่อนอื้อ เงินสด 18 ล้าน รวมความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

คนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัส

คนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัส

เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อ จ.ส.ต.ฮากีม กือจิ ตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ถูกคนร้ายลอบทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยเหตุคนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัสในครั้งนี้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่ศีรษะและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

สรุปเหตุการณ์คนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัส

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งถือเป็นเหตุอุกอาจกลางพื้นที่สาธารณะ โดยรายละเอียดเบื้องต้นของเหตุการณ์มีดังนี้:

  • ผู้ได้รับบาดเจ็บคือ จ.ส.ต.ฮากีม กือจิ อายุ 32 ปี ผบ.หมู่ป. สภ.ทุ่งยางแดง
  • คนร้ายแฝงตัวมากับกลุ่มประชาชนก่อนจะลงมือยิงแล้วหลบหนีไป
  • เจ้าหน้าที่ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่และตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสคนร้าย

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเดิม เชื่อว่าการลงมือในครั้งนี้อาจมุ่งหวังสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้งและกำลังรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

ทางเจ้าหน้าที่ได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนว่า หากใครมีเบาะแสหรือพบเห็นบุคคลต้องสงสัย ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที เพื่อช่วยกันสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนของเรา นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวทางการเท่านั้น เพื่อป้องกันความสับสนและข่าวลือที่อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี

ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างราบรื่นและขอให้ผู้บาดเจ็บมีอาการดีขึ้นโดยเร็ว หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้มีการเฝ้าระวังภัยในพื้นที่สาธารณะอย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและปลอดภัยครับ

ที่มา – คนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัส ตำรวจเร่งระดมกำลังล่าตัว

รวบคาบ้านพัก ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด โยงเครือข่ายยาบ้าชายแดนใต้ 220,000 เม็ด

รวบคาบ้านพัก ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด โยงเครือข่ายยาบ้าชายแดนใต้ 220,000 เม็ด

เป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่น่าชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจครับ เมื่อล่าสุดมีการรวบคาบ้านพัก ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด โยงเครือข่ายยาบ้าชายแดนใต้ 220,000 เม็ด ได้สำเร็จ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ ได้ติดตามพฤติกรรมและเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การออกหมายจับและเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาในพื้นที่จังหวัดปัตตานีได้ในที่สุด

เปิดเบื้องหลังการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้บุกเข้าปิดล้อมบ้านพักในตำบลมะนังดาลำ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และสามารถควบคุมตัวนายซัยฟุดดีน อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายและครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้โดยตรง

จากการสืบสวนพบว่า รวบคาบ้านพัก ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด โยงเครือข่ายยาบ้าชายแดนใต้ 220,000 เม็ด รายนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาบ้าของกลางจำนวนมหาศาลที่ถูกตรวจยึดได้เมื่อปี 2568 โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้ข้อมูลเชิงเทคนิคและหลักฐานทางธุรกรรมการเงินมามัดตัวผู้ต้องหาจนดิ้นไม่หลุด และติดตามจนพบว่าผู้ต้องหาได้เดินทางกลับมาที่บ้านพักก่อนจะถูกรวบตัวได้ในที่สุด

  • การขยายผล: เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางหลบหนีอย่างใกล้ชิด
  • ความผิดฐาน: ร่วมกันมียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่ายและกระทบต่อความมั่นคง
  • ผลงาน: กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ปฏิบัติการร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ

ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการ รวบคาบ้านพัก ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด โยงเครือข่ายยาบ้าชายแดนใต้ 220,000 เม็ด ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าไม่มีอาชญากรคนไหนจะหลบหนีเงื้อมมือของกฎหมายไปได้ โดยเฉพาะคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ มาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ท้ายที่สุด การปราบปรามยาเสพติดไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเพียงอย่างเดียว แต่คนในชุมชนต้องร่วมมือเป็นหูเป็นตา เพื่อให้พื้นที่ของเราปลอดภัยและปลอดจากยาเสพติดอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – รวบคาบ้านพัก ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด โยงเครือข่ายยาบ้าชายแดนใต้ 220,000 เม็ด

ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง

ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง

เกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อมีกลุ่มคนร้ายบุกเข้าก่อเหตุวางระเบิดปั๊มน้ำมันพร้อมกันถึง 2 แห่งในพื้นที่จังหวัดปัตตานี สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านและผู้สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก เรื่องราวของ ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง

รายละเอียดเหตุการณ์ ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มคนร้ายสวมชุดดำมิดชิด พกพาอาวุธสงครามครบมือ บุกเข้าปั๊มน้ำมันริมถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส ในอำเภอสายบุรี และอำเภอยะหริ่ง โดยคนร้ายมีการยิงปืนขึ้นฟ้าพร้อมตะโกนไล่พนักงานและลูกค้าให้ออกห่างจากพื้นที่ ก่อนจะวางระเบิดแสวงเครื่องและเผาทำลายปั๊มจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก พนักงานได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า:

  • ปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายอย่างหนัก โครงสร้างหลังคาพังถล่ม
  • หัวจ่ายน้ำมันถูกทำลายจากแรงระเบิดและเพลิงไหม้
  • มีการพบตะปูเรือใบโปรยไว้ตามเส้นทางเพื่อสกัดกั้นการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่
  • กลุ่มคนร้ายเตรียมการมาอย่างดี มีรูปแบบการก่อเหตุที่คล้ายคลึงกันในทั้งสองจุด

สำหรับเหตุการณ์ ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่มุ่งหวังสร้างสถานการณ์และทำลายเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งรัดตรวจสอบพยานหลักฐานและไล่ล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน

นับว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสำหรับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐควรเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลรักษาความปลอดภัย และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้จะหมดไปจากสังคมไทย ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวปัตตานีทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ

ที่มา – ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำ ยิงปืนขึ้นฟ้า-ไล่คน ก่อนลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง

อาลัย อิลยัส ดอเลาะ อส.ผู้เสียสละ หลังถูกลอบวางระเบิด

อาลัย “อิลยัส ดอเลาะ” อส.ผู้เสียสละ หลังถูกลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจช่วยประชาชน

เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความโศกเศร้าให้กับพี่น้องชาวไทยและคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก เมื่อได้รับข่าวการจากไปของ นายหมู่ใหญ่ อิลยัส ดอเลาะ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริงในปฏิบัติหน้าที่เพื่อสังคม

เปิดสาเหตุความสูญเสีย อาลัย “อิลยัส ดอเลาะ” อส.ผู้เสียสละ หลังถูกลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจช่วยประชาชน

เหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่บ้านกลาง ตำบลบ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ขณะที่นายหมู่ใหญ่ อิลยัส ดอเลาะ และเพื่อนร่วมงานกำลังปฏิบัติภารกิจนำส่งผู้ป่วยยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษา ซึ่งเป็นงานด้านมนุษยธรรมเพื่อให้โอกาสคนในสังคมกลับตัวเป็นคนดี แต่กลับถูกผู้ไม่หวังดีลอบวางระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ความกล้าหาญของนายหมู่ใหญ่ อิลยัส ดอเลาะ ได้เป็นที่ประจักษ์ถึงความตั้งใจจริงในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ภารกิจครั้งนี้เปรียบเสมือนเครื่องพิสูจน์ถึงหัวใจอันยิ่งใหญ่ของชายชาติทหารและอส.ที่อุทิศตนแม้ในเวลาที่ต้องเผชิญกับอันตรายรอบด้าน

  • การจากไปของบุคลากรที่มีคุณภาพ
  • การสูญเสียผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม
  • ความสำคัญของภารกิจเยียวยาสังคม

ในนามของเพื่อนร่วมงานและประชาชนต่างร่วมกันสดุดีความกล้าหาญของ อส.ผู้นี้ แม้ร่างกายจะจากไป แต่ความดีและความเสียสละของเขาจะยังคงถูกรำลึกถึงตลอดไป ในขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม โดยขอความร่วมมือประชาชนหากมีเบาะแสให้แจ้งสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทันที

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนแห่งความสูญเสียที่ย้ำเตือนให้เราเห็นถึงคุณค่าของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่คอยดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน พวกเราขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวและคนใกล้ชิดของนายหมู่ใหญ่ อิลยัส ดอเลาะ ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และขอให้ดวงวิญญาณของผู้เสียสละท่านนี้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

ที่มา – อาลัย “อิลยัส ดอเลาะ” อส.ผู้เสียสละ หลังถูกลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจช่วยประชาชน

“อัครนันท์” ควง “ลิณธิภรณ์” ลุยปัตตานีติดตามเงินเยียวยา “ครูปาตีเมาะ”

เชื่อว่าหลายคนคงทราบข่าวสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับบุคลากรทางการศึกษา ล่าสุด “อัครนันท์” ควง “ลิณธิภรณ์” ลุยปัตตานีติดตามเงินเยียวยา “ครูปาตีเมาะ” เพื่อยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการจะไม่ทอดทิ้งบุคลากรที่เสียสละอย่างเด็ดขาด

“อัครนันท์” ควง “ลิณธิภรณ์” ลุยปัตตานีติดตามเงินเยียวยา “ครูปาตีเมาะ”

เหตุการณ์เศร้าสลดครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่ย้ำเตือนให้สังคมเห็นถึงความยากลำบากของครูในพื้นที่เสี่ยงภัย เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. พร้อมด้วย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ได้ลงพื้นที่โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ จังหวัดปัตตานี เพื่อทำภารกิจสำคัญคือ “อัครนันท์” ควง “ลิณธิภรณ์” ลุยปัตตานีติดตามเงินเยียวยา “ครูปาตีเมาะ” พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและให้คำมั่นสัญญาในการดูแลสวัสดิการของครอบครัวผู้สูญเสียอย่างใกล้ชิด

มาตรการเยียวยาและการดูแลครูในพื้นที่ชายแดนใต้

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รมช.ศธ. ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือหลายประการเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวของครูปาตีเมาะ ยาโงะ ดังนี้:

  • เร่งรัดสิทธิ์การเยียวยาจากกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชนรวม 4 ล้านบาท
  • มอบทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวนแก่บุตรของครูปาตีเมาะทุกคนจนถึงระดับปริญญาตรี
  • อำนวยความสะดวกด้านเอกสารทางราชการเพื่อให้ครอบครัวได้รับสิทธิ์รวดเร็วที่สุด
  • เตรียมผลักดันนโยบายเพิ่มงบสนับสนุนและขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมครูเอกชนนอกระบบให้ดียิ่งขึ้น

การทำงานเชิงรุกในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของภาครัฐที่ต้องการให้ครูไทยได้ทำงานด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องเผชิญกับความกังวลเพียงลำพัง โดยทางกระทรวงมุ่งหวังว่าการช่วยเหลือนี้จะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการศึกษาที่เปรียบเสมือนนักรบแถวหน้าในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

ในฐานะประชาชน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้จะลดน้อยลงและหมดไป การที่ผู้บริหารระดับสูงลงมาดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องครูด้วยตัวเองเช่นนี้ เป็นก้าวสำคัญที่กระทรวงแห่งความหวังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้มากขึ้น เราขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวครูปาตีเมาะรวมถึงบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านในพื้นที่ ให้มีพลังและปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่เพื่ออนาคตของเยาวชนไทยต่อไป

ที่มา – “อัครนันท์” ควง “ลิณธิภรณ์” ลุยปัตตานีติดตามเงินเยียวยา “ครูปาตีเมาะ”

ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม

ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าปฏิบัติภารกิจสำคัญภายใต้สถานการณ์ ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เมื่อหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ ได้รับรายงานเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงที่เข้ามาหลบซ่อนตัวในบ้านพักอาศัยแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลบ้านท่าคลอง อำเภอโคกโพธิ์

เปิดเหตุการณ์ ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงที่หมาย ได้ทำการปิดล้อมบ้านเป้าหมายทันที โดยมีการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากการเจรจาให้คนร้ายวางอาวุธและออกมามอบตัว แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามความคาดหมาย คนร้ายเลือกที่จะเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน ทำให้เกิดการยิงตอบโต้กันเป็นระยะๆ ตลอดการปิดล้อม โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อผู้นำท้องถิ่นเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมเพื่อลดความสูญเสีย แต่ฝ่ายคนร้ายกลับเพิกเฉยและยังคงกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม ยังคงยืดเยื้อจนถึงช่วงสาย

จากเหตุการณ์ปะทะกันอย่างหนัก ส่งผลให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ประกอบด้วย:

  • นายมุสลิม เจะเมาะ อายุ 26 ปี ผู้มีหมายจับในคดีลอบยิงเจ้าหน้าที่เมื่อปลายปี 2566
  • นายรออัสมี ดอเลาะ อายุ 28 ปี ผู้มีหมายจับคดีความมั่นคงถึง 2 หมาย

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. และ .38 จำนวน 2 กระบอก พร้อมระเบิดแบบไปป์บอมบ์อีก 1 ลูก ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความรุนแรงของกลุ่มผู้ก่อเหตุ การปฏิบัติงานครั้งนี้ถือเป็นการขยายผลการสืบสวนจากการจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อนหน้านี้ จนนำไปสู่การทลายแหล่งซ่อนตัวของกลุ่มคนร้ายได้สำเร็จ แม้จะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียชีวิตของฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่นี่คือภารกิจเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

ในมุมมองของผู้ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ เหตุการณ์ ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อม สะท้อนให้เห็นว่าความพยายามในการใช้สันติวิธีและการเจรจาของภาครัฐมักถูกท้าทายด้วยความรุนแรงจากฝ่ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ การรักษาสมดุลระหว่างมาตรการความมั่นคงพร้อมๆ กับการสร้างความเข้าใจในพื้นที่จึงเป็นโจทย์ที่ยากและสำคัญยิ่งของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่มา – ปะทะเดือดโคกโพธิ์ ปัตตานี วิสามัญ 2 ศพ เจ้าหน้าที่ปิดล้อมเจรจา คนร้ายเปิดฉากยิงใส่ก่อน

ถล่มยิงรถ ด.ต. สภ.ยะหริ่ง พุ่งเป้า 3 ผู้ต้องหาคดีมั่นคง

เชื่อว่าหลายคนยังคงรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดเกิดเหตุถล่มยิงรถ “ด.ต.” สภ.ยะหริ่ง พุ่งเป้า 3 ผู้ต้องหาคดีมั่นคง กลุ่มเดียวกับที่ยิง ด.ต. สภ.ราตาปันยัง โดยเหตุการณ์นี้สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับครอบครัวของดาบตำรวจอดุลย์ หะยีสุหลง ที่ต้องสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปในขณะที่กำลังเดินทางไปรับลูกที่โรงเรียน

สถานการณ์ ถล่มยิงรถ “ด.ต.” สภ.ยะหริ่ง พุ่งเป้า 3 ผู้ต้องหาคดีมั่นคง กลุ่มเดียวกับที่ยิง ด.ต. สภ.ราตาปันยัง

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ ด.ต.อดุลย์ กำลังขับรถพาลูกสาววัย 2 เดือนและภรรยาไปรับลูกชายที่โรงเรียน บริเวณหน้ามัสยิดใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ จ.ปัตตานี คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่รถอย่างเหี้ยมโหด ส่งผลให้ภรรยาเสียชีวิต ส่วนตัวดาบตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาทั้งสองข้าง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความปลอดภัยในพื้นที่

เปิดปม ถล่มยิงรถ “ด.ต.” สภ.ยะหริ่ง พุ่งเป้า 3 ผู้ต้องหาคดีมั่นคง กลุ่มเดียวกับที่ยิง ด.ต. สภ.ราตาปันยัง

ทางด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคดีความมั่นคงได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจว่าเหตุการณ์นี้เป็นฝีมือของกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุลอบยิง ด.ต.มะยากี ดีเย๊าะ สภ.ราตาปันยัง เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยมีผู้ต้องหา 3 รายหลักที่เป็นเป้าหมายสำคัญ ได้แก่:

  • นายบุครี เจะหะ (หมายจับ 14 หมาย)
  • นายอับดุลเลาะ มะแด (หมายจับ 8 หมาย)
  • นายมะกอเซ็ง หม้าแอ (หมายจับ 6 หมาย)

จากการสอบสวนเบื้องต้น เชื่อว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้คือการต้องการตอบโต้การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงหลายรายก่อนหน้านี้ รวมถึงการต้องการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบว่ายังคงเคลื่อนไหวได้อยู่นั่นเอง

ความคืบหน้าทางคดี: ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งปลอกกระสุนปืนและผล DNA จากวัตถุพยาน คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2-3 วันนี้ โดย พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างรัดกุมที่สุด เพื่อนำตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความมั่นคง แต่ยังเป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์ที่ถูกละเลย การสูญเสียคุณครูผู้เป็นเสาหลักครอบครัวนับเป็นความสูญเสียที่ยากจะประเมินค่าได้ พวกเราทุกคนควรส่งกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จะมีความเข้มงวดมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ซ้ำอีก

ที่มา – ถล่มยิงรถ “ด.ต.” สภ.ยะหริ่ง พุ่งเป้า 3 ผู้ต้องหาคดีมั่นคง กลุ่มเดียวกับที่ยิง ด.ต. สภ.ราตาปันยัง

ปัตตานี 4 คนร้ายปลอมเป็นช่างไฟ ยิงถล่มดาบตำรวจ

เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เมื่อปัตตานี 4 คนร้ายปลอมเป็นช่างไฟ ดักซุ่มกราดยิงถล่มดาบตำรวจ สภ.ราตาปันยัง ขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน สิ้นใจอย่างสลดท่ามกลางแสงตะวันลับขอบฟ้า เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ และจุดประกายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภาคใต้ของไทยอีกครั้ง

ปัตตานี 4 คนร้ายปลอมเป็นช่างไฟ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ต่อลาภ เล็งฮะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณสี่แยกบ้านม่วงหวาน หมู่ 4 ตำบลสาคอบน อำเภอมายอ จึงนำกำลังพลรีบรุดไปตรวจสอบทันที ที่เกิดเหตุเป็นกลางสี่แยกในหมู่บ้าน พบรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บค 7147 ปัตตานี ถูกยิงพรุนทั้งคัน กระจกฝั่งคนขับและผู้โดยสารแตกกระจาย ประตูและกระจกหน้ารถมีรอยกระสุนฝังแน่น บริเวณพื้นถนนใกล้ประตูฝั่งคนขับมีคราบเลือดไหลนอง

ผู้เสียชีวิตคือ ด.ต.มะยากี ดีเย๊าะ อายุ 50 ปี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานมวลชนสัมพันธ์ สภ.ราตาปันยัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวหลายนัด เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาลมายอ ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนสงครามและปลอกกระสุนขนาด 9 มม. กระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นพยานหลักฐานทั้งหมด

ลำดับเหตุการณ์ปัตตานี 4 คนร้ายปลอมเป็นช่างไฟ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.มะยากี เพิ่งเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ และใช้รถส่วนตัวขับกลับบ้านในพื้นที่อำเภอมายอ เมื่อมาถึงสี่แยกดังกล่าว คนร้าย 4 คนซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน แต่งตัวปลอมเป็นช่างไฟฟ้า กำลังยืนดักรออยู่ สบโอกาสที่รถของเหยื่อชะลอตัว คนร้ายไม่รอช้า คว้าปืนสงครามกราดยิงถล่มทันที ด.ต.มะยากี พยายามเปิดประตูรถเพื่อลงหลบ แต่ถูกยิงซ้ำจ่อๆ จนล้มลงเสียชีวิต ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะขี่รถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งมานานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปัตตานีเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีเหตุรุนแรงบ่อยครั้ง แม้สถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงหลัง แต่การโจมตีแบบนี้ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ เจ้าหน้าที่เชื่อว่านี่อาจเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นๆ เช่นศัตรูคู่แค้นส่วนตัวทิ้ง ทีมสืบสวนกำลังตรวจภาพกล้องวงจรปิดและปิดกั้นพื้นที่เพื่อหาพยานเพิ่มเติม

ผลกระทบและมาตรการป้องกันหลังเหตุปัตตานี 4 คนร้ายปลอมเป็นช่างไฟ

เหตุการณ์ปัตตานี 4 คนร้ายปลอมเป็นช่างไฟ ไม่เพียงทำให้เสียขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ด้วย ชาวบ้านหลายคนเริ่มกังวลกับการปลอมตัวของคนร้ายที่เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันต้องระมัดระวังมากขึ้น

  • คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน แต่งกายคล้ายช่างไฟเพื่อกลบเกลื่อน
  • ใช้อาวุธปืนสงครามและ 9 มม. กราดยิงอย่างไม่ยั้ง
  • หลบหนีทิศทางไม่แน่นอน เจ้าหน้าที่กำลังไล่ล่า
  • พบคราบเลือดและปลอกกระสุนจำนวนมากเป็นหลักฐานสำคัญ

เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงในอนาคต เจ้าหน้าที่ควรเพิ่มการลาดตระเวนในจุดเสี่ยง เช่น สี่แยกและเส้นทางกลับบ้านของข้าราชการ รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม นอกจากนี้ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการหยุดรถในจุดเปลี่ยว และแจ้งเบาะแสคนต้องสงสัยทันที

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความสงบสุขในภาคใต้ยังเปราะบางมาก การแก้ปัญหาต้องอาศัยทั้งมาตรการด้านความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อลดช่องว่างทางสังคม หากปล่อยไว้แบบนี้ อาจเกิดเหตุซ้ำรอยได้ทุกเมื่อ

ติดตามข่าวสารและอัปเดตคดีล่าสุดได้ที่นี่ และอย่าลืมแชร์เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง

ที่มา – ปัตตานี 4 คนร้ายปลอมเป็นช่างไฟ ยิงถล่ม ดาบตำรวจ สภ.ราตาปันยัง ขณะขับรถกลับบ้าน ดับสลด

Scroll to top