ปั๊มน้ํามัน

OR ผนึก Minor Food ขยายร้านอาหารใน PTT Station 150 สาขา

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่เดินทางบ่อยคงคุ้นเคยกับการแวะพักที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station กันเป็นอย่างดีนะครับ แต่ล่าสุดมีข่าวใหญ่ที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะ OR ผนึก Minor Food ขยาย 4 แบรนด์ร้านอาหารใน PTT Station ตั้งเป้ากว่า 150 สาขาในปี 73 เพื่อเปลี่ยนจุดแวะพักธรรมดาให้กลายเป็น Food & Lifestyle Destination ที่ครบครันกว่าเดิม

OR ผนึก Minor Food ขยาย 4 แบรนด์ร้านอาหารใน PTT Station ตั้งเป้ากว่า 150 สาขาในปี 73

การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นบิ๊กโปรเจกต์ที่น่าจับตามองมากครับ โดยทั้งสองยักษ์ใหญ่จะนำจุดแข็งมารวมพลังกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารอร่อยและมีคุณภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเดินทางไกลหรือแวะพักในชุมชน ก็จะได้สัมผัสกับร้านอาหารชั้นนำอย่างใกล้ชิด

รายละเอียดความร่วมมือครั้งสำคัญ

สำหรับการขยายสาขาครั้งนี้ ทั้ง 4 แบรนด์ดังที่ทาง Minor Food จะส่งตรงมาให้บริการในพื้นที่ของ OR ได้แก่:

  • The Pizza Company: พิซซ่าแบรนด์โปรดของคนไทย
  • Dairy Queen: ของหวานและไอศกรีมดับร้อน
  • The Steak & More: เมนูสเต็กคุณภาพเยี่ยม
  • Chiho Ramen: แบรนด์น้องใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวเพื่อความร่วมมือนี้โดยเฉพาะ

แผนงานดังกล่าวไม่ได้มีแค่การขยายหน้าร้าน แต่รวมถึงการลงทุนผ่านบริษัท ฟู้ดเดลลัส จำกัด (Foodellus) ซึ่งเตรียมงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอาหารให้เติบโตอย่างยั่งยืน การที่ OR ผนึก Minor Food ขยาย 4 แบรนด์ร้านอาหารใน PTT Station ตั้งเป้ากว่า 150 สาขาในปี 73 จึงเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำให้ PTT Station เป็นมากกว่าแค่ที่เติมน้ำมัน แต่เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของทุกคนจริงๆ

ในมุมมองของผู้บริโภคอย่างเรา ความร่วมมือนี้ถือเป็นข่าวดีมาก เพราะนอกจากจะสะดวกสบายขึ้นแล้ว ยังเป็นการการันตีมาตรฐานอาหารที่เชื่อถือได้ ยิ่งกับการเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่าง Chiho Ramen ยิ่งน่าลุ้นว่าจะมีเมนูอะไรเด็ดๆ มาเสิร์ฟให้เราในราคาที่เป็นมิตรบ้าง

บทสรุปของความร่วมมือนี้คือการยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของคนไทยให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น หากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของทั้ง 4 แบรนด์นี้ เตรียมรอพบกับสาขาใหม่ๆ ใน PTT Station ใกล้บ้านคุณได้เลยครับ บอกเลยว่าการแวะพักครั้งต่อไปของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ที่มา – OR ผนึก Minor Food ขยาย 4 แบรนด์ร้านอาหารใน PTT Station ตั้งเป้ากว่า 150 สาขาในปี 73

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 20 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน เบนซิน-ดีเซล

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 20 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน เบนซิน-ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทาง ไม่ว่าคุณจะใช้รถส่วนตัวหรือรถขนส่งสาธารณะ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือการเช็ก ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 20 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร เพื่อให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันได้อย่างแม่นยำที่สุด ก่อนที่จะเข้าใช้บริการตามสถานีน้ำมันชั้นนำทั่วประเทศ

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 20 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลราคาน้ำมันล่าสุดจากปั๊มน้ำมันรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ปตท., บางจาก, เชลล์, พีที, ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ เพื่อให้คุณทราบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 20 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร ก่อนขับรถเข้าสถานีบริการ

ราคาอัปเดตล่าสุดจากทุกค่าย

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันมีความผันผวนอยู่บ่อยครั้ง การติดตามข้อมูล ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 20 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผู้ขับขี่ทุกคน ต่อไปนี้คือรายละเอียดราคาจำหน่ายหน้าปั๊มในแต่ละแบรนด์ ดังนี้:

ราคาปั๊มบางจาก:

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 34.57 บาท/ลิตร

ราคาปั๊ม ปตท.:

  • ดีเซล อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 43.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร

ราคาปั๊มเชลล์:

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 35.44 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

นอกจากราคานี้แล้ว ในแต่ละปั๊มยังมีผลิตภัณฑ์น้ำมันสูตรพรีเมียมที่มีราคาสูงขึ้นตามคุณภาพของสารเพิ่มประสิทธิภาพ หากคุณเป็นผู้ที่ใช้รถเป็นประจำ การเลือกเติมน้ำมันให้ตรงกับสมรรถนะของรถยนต์จะช่วยยืดอายุเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งในแต่ละพื้นที่อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โปรดตรวจสอบที่ป้ายประกาศหน้าสถานีบริการอีกครั้งก่อนเติม

บทสรุปสำหรับวันนี้ การรู้ราคาน้ำมันล่วงหน้าช่วยให้คุณบริหารจัดการงบประมาณค่าเดินทางในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ

ที่มา – ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 20 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง

ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง

เกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อมีกลุ่มคนร้ายบุกเข้าก่อเหตุวางระเบิดปั๊มน้ำมันพร้อมกันถึง 2 แห่งในพื้นที่จังหวัดปัตตานี สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านและผู้สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก เรื่องราวของ ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง

รายละเอียดเหตุการณ์ ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มคนร้ายสวมชุดดำมิดชิด พกพาอาวุธสงครามครบมือ บุกเข้าปั๊มน้ำมันริมถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส ในอำเภอสายบุรี และอำเภอยะหริ่ง โดยคนร้ายมีการยิงปืนขึ้นฟ้าพร้อมตะโกนไล่พนักงานและลูกค้าให้ออกห่างจากพื้นที่ ก่อนจะวางระเบิดแสวงเครื่องและเผาทำลายปั๊มจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก พนักงานได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า:

  • ปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายอย่างหนัก โครงสร้างหลังคาพังถล่ม
  • หัวจ่ายน้ำมันถูกทำลายจากแรงระเบิดและเพลิงไหม้
  • มีการพบตะปูเรือใบโปรยไว้ตามเส้นทางเพื่อสกัดกั้นการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่
  • กลุ่มคนร้ายเตรียมการมาอย่างดี มีรูปแบบการก่อเหตุที่คล้ายคลึงกันในทั้งสองจุด

สำหรับเหตุการณ์ ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่มุ่งหวังสร้างสถานการณ์และทำลายเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งรัดตรวจสอบพยานหลักฐานและไล่ล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน

นับว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสำหรับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐควรเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลรักษาความปลอดภัย และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้จะหมดไปจากสังคมไทย ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวปัตตานีทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ

ที่มา – ปัตตานีระทึก คนร้ายสวมชุดดำ ยิงปืนขึ้นฟ้า-ไล่คน ก่อนลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง

พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หนุนรายได้ท้องถิ่น

เชื่อว่าหลายคนเวลาเดินทางไกล แวะพักที่ปั๊มน้ำมันไม่ใช่แค่การเติมพลังให้รถเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการหาของอร่อยหรือของฝากติดไม้ติดมือ วันนี้มีข่าวดีมาฝากครับ เพราะล่าสุด พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หวังลดภาระค่าครองชีพ หนุนรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรและพ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กๆ ได้มีพื้นที่ขายของโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าที่

พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หวังลดภาระค่าครองชีพ หนุนรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น

โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ โดยทางกระทรวงพลังงานร่วมกับ OR ได้เปิดกิจกรรมตลาดเติมสุขขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่กลางให้ผู้ประกอบการในชุมชนนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และของดีประจำจังหวัดมาวางจำหน่ายในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ซึ่งไม่ได้มีแค่ในที่เดียว แต่กำลังขยายผลไปทั่วประเทศ เพื่อให้เราได้เห็นว่าการเป็นมากกว่าสถานีบริการน้ำมันคือการเป็นศูนย์กลางของทุกคนในสังคมจริงๆ ครับ

ทำไมโครงการนี้ถึงสำคัญกับชุมชน?

เมื่อ พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หวังลดภาระค่าครองชีพ หนุนรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น กิจกรรมนี้จึงไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือการแบ่งปันพื้นที่เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรใหญ่ นี่คือข้อดีที่น่าสนใจครับ:

  • ไม่มีค่าใช้จ่าย: ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ค้ารายย่อยได้มหาศาล
  • ทำเลทอง: การขายในปั๊มน้ำมันเพิ่มโอกาสให้คนเข้าถึงสินค้าได้ง่ายและมากขึ้น
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: เป็นการส่งเสริมแนวคิด “ไทยช่วยไทย” ที่ยั่งยืน
  • สินค้าดีราคาถูก: ลูกค้าที่แวะมาได้ซื้อของดีในราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพไปในตัว

กิจกรรมนี้สอดคล้องกับแนวคิด OR เติมโอกาส และวิสัยทัศน์ Living Community ที่อยากให้สถานีบริการฯ เป็นพื้นที่ของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงคนในพื้นที่กับผู้เดินทางเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่เติมพลังงานให้รถ แต่คือการเติมรอยยิ้มและรายได้ให้คนตัวเล็กตัวน้อยในสังคมไทยเราด้วย หากใครเดินทางผ่านสถานีบริการที่มีกิจกรรมนี้ ลองแวะอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นกันดูนะครับ เพราะนอกจากจะได้ของดีแล้ว ยังเป็นการสร้างความสุขให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่อีกด้วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบสนับสนุนสินค้าชุมชน หรือมองหาสถานที่เที่ยวเล็กๆ ระหว่างทาง อย่าลืมแวะชมตลาดเติมสุขที่ พีทีที สเตชั่น นะครับ เชื่อว่าคุณจะได้พบกับเสน่ห์ของสินค้าประจำจังหวัดที่หาที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

ที่มา – พีทีที สเตชั่น เปิดตลาดเติมสุข หวังลดภาระค่าครองชีพ หนุนรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาการลงทุนสร้างรายได้จากที่ดินเปล่า วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดและคำเตือนสำคัญ เพื่อให้ทุกท่านไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน

วันที่ 26 เมษายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเตือนถึงขบวนการหลอกลงทุนธุรกิจปั๊มน้ำมันที่กำลังแพร่ระบาด โดยสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เร่งช่วยเหลือผู้เสียหาย 6 รายที่ถูกหลอกลวง นอกจากนี้ยังกำชับให้ประสานงานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด

ปัญหานี้เกิดจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมัน ทำให้หลายคนสนใจลงทุนปั๊มน้ำมันเพื่อสร้างรายได้ แต่ผู้ไม่หวังดีกลับใช้โอกาสนี้หลอกลวง โดยแอบอ้างชื่อแบรนด์น้ำมันดัง โฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ชวนผู้ที่มีที่ดินเปล่าเข้ามาลงทุนก่อสร้างปั๊มน้ำมันพร้อมระบบครบวงจร สัญญาผลตอบแทนสูง แต่เมื่อชำระเงินแล้ว งานไม่คืบหน้า ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน จนขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐไม่ได้

พฤติการณ์การหลอกลวงที่ต้องระวัง

ผู้เสียหาย 6 รายแจ้งความเมื่อ 24 เมษายน 2569 มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท และยังพบว่ามีการโฆษณาต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สคบ. จึงรีบตรวจสอบและประสานข้อมูลกับตำรวจทันที นางสาวศุภมาส เน้นย้ำว่ารูปแบบนี้พัฒนาขึ้น โดยใช้ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ดังและโซเชียลมีเดียสร้างความมั่นใจ ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งเงินทองและความเชื่อมั่นในการลงทุน

มาตรการที่ สคบ. ดำเนินการทันที

เลขาธิการ สคบ. รับคำสั่งแล้ว โดยจะสนับสนุนข้อมูลให้ บก.ปอศ. ติดตามคดี ตรวจสอบโฆษณาที่หลอกลวง และควบคุมการโฆษณาบนออนไลน์ หากพบผิดกฎหมาย จะสั่งระงับหรือดำเนินคดีเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังกำชับทุกหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบสถานการณ์น้ำมัน

วิธีป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกหลอกลงทุนปั๊มน้ำมัน

  • ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ: อย่าเชื่อโฆษณาที่แอบอ้างแบรนด์ดัง ตรวจสอบกับบริษัทต้นสังกัดจริง
  • ผลตอบแทนเกินจริง: ถ้าสัญญารายได้สูงผิดปกติ ให้สงสัยและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  • สัญญาและเอกสาร: ตรวจสอบสัญญาให้ละเอียด อย่ารีบจ่ายเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน
  • ขออนุญาต: ยืนยันว่าธุรกิจต้องได้รับอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ค้นหาข้อมูล: เช็กรีวิวและประวัติผู้ประกอบการบนเว็บไซต์รัฐหรือสื่อที่น่าเชื่อถือ

การลงทุนปั๊มน้ำมันต้องศึกษาดีๆ เพราะต้องใช้ทุนสูงและมีกฎระเบียบเข้มงวด หากไม่ชำนาญอาจขาดทุนหนัก แนะนำปรึกษาที่ปรึกษาการเงินหรือหน่วยงานรัฐก่อนตัดสินใจ

ช่องทางขอความช่วยเหลือหากถูกหลอก

หากคุณหรือคนใกล้ตัวถูกหลอก สามารถร้องเรียนได้ที่ สคบ. สายด่วน 1166 หรือเว็บไซต์ออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง สคบ. พร้อมช่วยเหลือและดำเนินการทันที อย่าปล่อยให้มิจฉาชีพลอยนวล

สรุปแล้ว “ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจคุ้มครองประชาชน ขอให้ทุกท่านระมัดระวังและแบ่งปันข้อมูลนี้เพื่อปกป้องกันเอง หากมีประสบการณ์หรือคำถาม แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

เรียกร้องให้แจ้งเบาะแส: หากพบโฆษณาพร้อมหลักฐาน ส่งให้ สคบ. เพื่อหยุดยั้งขบวนการนี้ทันที

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน

“หมอวรงค์” แฉโกงน้ำมันชาติ ดีเซลหาย 700 ล้านลิตร

ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่ทำให้ชาวเน็ตและประชาชนทั่วไปตื่นเต้นกันมาก เมื่อ “หมอวรงค์” แฉขบวนการโกงน้ำมันชาติ รัฐบาลจำนนต่อหลักฐาน พบดีเซลหายปริศนา 700 ล้านลิตร โดยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ออกมาโพสต์คลิปแฉความไม่โปร่งใสในวงการพลังงานของไทย ซึ่งเรื่องนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางเพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางพลังงานและกระเป๋าตังค์ของประชาชนโดยตรง

“หมอวรงค์” แฉขบวนการโกงน้ำมันชาติ รัฐบาลจำนนต่อหลักฐาน พบดีเซลหายปริศนา 700 ล้านลิตร

จากคำแถลงของรัฐมนตรีหลายกระทรวง ยิ่งตอกย้ำว่ามีการทุจริตครั้งใหญ่ที่กำลังกัดกินงบประมาณและความเชื่อมั่นของรัฐบาล หมอวรงค์ได้สรุปประเด็นสำคัญ 8 ข้อที่ชี้ให้เห็นความผิดปกติร้ายแรง โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางวิกฤตดีเซลขาดแคลน โรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่งกลับผลิตและระบายสต็อกดีเซลออกมามากกว่าปกติถึง 700 ล้านลิตร ส่งไปยังคลังและปั๊มน้ำมัน แต่ประชาชนกลับต้องต่อคิวยาวเหยียดที่ปั๊มอิสระและปั๊มหลอด เพราะโควต้าน้ำมันถูกตัด น้ำมันมหาศาลนี้หายไปไหน? หมอวรงค์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการรั่วไหลหรือกักตุนเพื่อเก็งกำไรในช่วงราคาขึ้น

กองทุนน้ำมันติดลบหนัก และพิรุธใบกำกับภาษี

อีกประเด็นที่สะเทือนใจคือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบกว่า 60,000 ล้านบาท เดิมทีกองทุนนี้ตั้งใจอุดหนุนราคาน้ำมันให้ประชาชน แต่กลับถูกขบวนการทุจริตใช้ประโยชน์ ลักลอบขนน้ำมันที่รัฐช่วยจ่ายอุดหนุนไปขายในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อฟันส่วนต่างราคาที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังพบหลักฐาน ใบกำกับภาษีไม่ตรงกับยอดจ่ายจากโรงกลั่น และมีน้ำมัน “งอก” เพิ่มขึ้นแบบปริศนาที่ปลายทาง ซึ่งชี้ชัดถึงการโกงที่เป็นระบบ

หัวหน้าพรรคไทยภักดียังขุดคุ้ยข้อมูลเชิงลึก พบว่าแบรนด์น้ำมันยักษ์ใหญ่ 6 ราย กักตุนน้ำมันรวมกว่า 30 ล้านลิตร โดยเฉพาะที่คลังน้ำมันลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อนจะปรับขึ้นราคาลิตรละ 6 บาทในวันเดียว ซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญวิกฤตพลังงานอยู่แล้ว การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงทำลายเศรษฐกิจ แต่ยังกระทบต่อการขนส่ง สินค้าแพงขึ้น และค่าครองชีพพุ่งสูง

  • โรงกลั่นผลิตดีเซลเกินปกติ 700 ล้านลิตร แต่ปั๊มขาดแคลน
  • กองทุนน้ำมันติดลบ 60,000 ล้านบาท จากการอุดหนุนที่ถูกโกง
  • ลักลอบขายน้ำมันข้ามชายแดน ฟันกำไรส่วนต่าง
  • ใบกำกับภาษีไม่ตรงกัน หลักฐานชัดเจน
  • น้ำมัน “งอก” เพิ่มที่ปลายทางแบบลึกลับ
  • 6 แบรนด์ใหญ่กักตุน 30 ล้านลิตร ก่อนขึ้นราคา 6 บาท/ลิตร
  • คลังลำลูกกาเป็นจุดหลักของการกักตุน
  • รัฐบาลยอมรับหลักฐาน แต่ยังไร้การดำเนินคดีจริงจัง

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวการเมือง แต่เป็นปัญหาที่กระทบทุกคน โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องจ่ายแพงขึ้น หมอวรงค์ยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบต่อเนื่องเพื่อลากตัวผู้กระทำผิดจริงๆ มาลงโทษ หากปล่อยไว้ ความมั่นคงพลังงานไทยจะยิ่งพังทลาย

ในมุมมองของผู้เขียน การทุจริตครั้งนี้แสดงให้เห็นช่องโหว่ในระบบกำกับดูแลพลังงานที่ต้องเร่งแก้ไข รัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบโดยด่วน เพื่อคืนความยุติธรรมให้ประชาชนและฟื้นฟูความเชื่อมั่น

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ “หมอวรงค์” แฉขบวนการโกงน้ำมันชาติ รัฐบาลจำนนต่อหลักฐาน พบดีเซลหายปริศนา 700 ล้านลิตร ? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ด้วยกัน!

ที่มา – “หมอวรงค์” แฉขบวนการโกงน้ำมันชาติ รัฐบาลจำนนต่อหลักฐาน พบดีเซลหายปริศนา 700 ล้านลิตร

วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย พลัฏฐ์จี้รัฐเพิ่มผลิตภาพ

วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย กำลังเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราจะมาพูดถึงมุมมองจาก “พลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์” อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ออกมาเตือนรัฐบาลให้เลิกใช้นโยบายอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นการจับจ่าย แล้วหันมาโฟกัสที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทน เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพในระยะยาว

วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย: สาเหตุจากอะไร?

ปัจจุบัน ประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยบ่นว่าค่าครองชีพแพงขึ้นแบบเห็นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน อาหาร หรือบริการต่างๆ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ยิ่งทำให้ราคาน้ำมันและสินค้านำเข้าพุ่งสูง ซึ่งอาจจุดชนวนให้เกิดวิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย อีกครั้ง ที่ผ่านมา รัฐบาลมักโยนภาระให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดการผ่านนโยบายการเงิน เช่น ลดดอกเบี้ยหรือควบคุมเงินในระบบ แต่พลัฏฐ์ชี้ว่าวิธีนี้แก้ปัญหาได้แค่ชั่วคราว ไม่ยั่งยืน

นโยบายแบบ “Demand driven” ที่กระตุ้นให้คนใช้จ่ายมากขึ้น เช่น มอบเงินช่วยเหลือหรือลดภาษี อาจทำให้เงินเฟ้อแฝงตัว เพราะ供給 (Supply) ไม่ทัน需求 (Demand) ผลที่ตามมาคือ ราคาสินค้าสูงขึ้น แม้จะมีมาตรการ补贴 แต่กลับทำให้ต้นทุนในประเทศแพง ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวด้วย นักท่องเที่ยวจีนและญี่ปุ่นเริ่มบ่นว่า “ไทยแพงไป ไม่อยากมาแล้ว” ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการท่องเที่ยว

พลัฏฐ์ชี้ทางออกจากวิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย

พลัฏฐ์เสนอให้รัฐปรับไปใช้นโยบาย “Supply side” โดยเน้นเพิ่ม “ผลิตภาพ (Productivity)” ในทุกภาคส่วน ทั้งการผลิต บริการ และเกษตรกรรม แทนการพึ่งพาการเงินอย่างเดียว วิธีนี้จะช่วยให้สินค้าถูกลง กำลังซื้อประชาชนเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

ตัวอย่างจากจีน: เพิ่มผลิตภาพ ลดราคาสินค้า

มาดูกรณีศึกษาจากจีนกันครับ ที่ผ่านมา ค่าแรงในจีนพุ่งสูง พนักงานจบใหม่ได้เงินเดือนเริ่มต้น 6,000-8,000 หยวน (ราว 30,000-40,000 บาท) สูงกว่าไทยที่ยังติดอยู่ 15,000-20,000 บาทมานาน แต่ที่น่าทึ่งคือ แม้ค่าแรงขึ้น ราคาสินค้าอาหารและบริการกลับถูกลงหรือนิ่ง! เพราะจีนโฟกัสผลิตภาพสูง

  • ขนส่ง: ค่าแท็กซี่ในจีนถูกกว่าไทยมาก รถ EV ราคาถูกลง แข่งขันสูง เรียกรถได้ใน 3 นาที
  • เกษตร: ใช้เทคโนโลยีลดแรงงาน เพิ่มผลผลิต เช่น เลี้ยงหมูแบบ “คอนโด” นำจากไทยมาพัฒนา ควบคุมโรคได้ดี ลดต้นทุน
  • อุตสาหกรรม: สร้างโครงสร้างพื้นฐานดี มี Economies of scale และ scope ทำให้ผลิตถูก กำไรสูง ควบคุม需求เก็งกำไรอย่างอสังหาฯ

ผลคือ เศรษฐกิจจีนขยายตัวแข็งแกร่ง กำลังซื้อประชาชนพุ่ง แม้เงินเฟ้อต่ำ

ไทยควรทำตามจีนอย่างไร?

สำหรับไทย พลัฏฐ์แนะนำให้หน่วยงานเศรษฐกิจและ BOI เร่งยกระดับผลิตภาพ โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ยังล้าหลัง ใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น ระบบชลประทานอัจฉริยะ หรือโรงงานอัตโนมัติ นอกจากนี้ ควบคุมราคาพลังงานและลดการผูกขาด เพื่อให้ราคาสินค้าถูกลงจริง

สรุปแล้ว วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย จะไม่ใช่ฝันร้าย ถ้ารัฐฟังคำเตือนจากพลัฏฐ์ หันมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งระบบ คุณล่ะคิดเห็นยังไง? รัฐบาลควรเริ่มจากภาคไหนก่อน ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย “พลัฏฐ์” จี้รัฐเลิกอัดเม็ดเงินกระตุ้นจับจ่าย หันเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทน

มั่นใจน้ำมันเพียงพอสงกรานต์ นายกฯ ขอใช้พลังงานรู้คุณค่า

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนเฝ้ารอคอย การเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นกิจกรรมสำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่หลายคนกังวลเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงว่าจะเพียงพอหรือไม่ ล่าสุด มั่นใจน้ำมันเพียงพอรองรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ นายกฯ ขอประชาชนใช้พลังงานรู้คุณค่า โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเอง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ

มั่นใจน้ำมันเพียงพอรองรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ นายกฯ ขอประชาชนใช้พลังงานรู้คุณค่า

วันที่ 15 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปยังจังหวัดสุโขทัย เพื่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วง peak ของการเดินทาง โดยได้เยี่ยมชมสถานีบริการน้ำมันหลายแห่ง ตรวจสต็อก พูดคุยกับผู้ประกอบการและประชาชน

ผลการตรวจสอบพบว่าสต็อกน้ำมันในพื้นที่สุโขทัยอยู่ในระดับดีเยี่ยม สามารถรองรับความต้องการได้เต็มที่ ไม่มีปัญหาคิวยาวหรือขาดแคลน นายกฯ กล่าวว่า “ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอทั้งขาไปและขากลับ สามารถเดินทางได้อย่างสบายใจ”

มาตรการรัฐบาลรองรับมั่นใจน้ำมันเพียงพอรองรับการเดินทางช่วงสงกรานต์

รัฐบาลได้เตรียมการมาอย่างดีท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลก โดยมีมาตรการหลักดังนี้

  • จัดหาน้ำมันสำรองจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อป้องกันการขาดแคลน
  • บริหารจัดการสต็อกเชื้อเพลิงให้สมดุลทั่วประเทศ
  • กำกับดูแลโครงสร้างราคา ไม่ให้กระทบค่าครองชีพประชาชน
  • เฝ้าระวังพฤติกรรมกักตุนหรือชะลอขนส่งอย่างเข้มงวด
  • อำนวยความสะดวกโลจิสติกส์ เร่งกระจายน้ำมันสู่ทุกพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อรับมือทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ มั่นใจน้ำมันเพียงพอรองรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ อย่างแท้จริง

ขอความร่วมมือใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า

แม้น้ำมันจะเพียงพอ แต่ นายกฯ ขอประชาชนใช้พลังงานรู้คุณค่า เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความมั่นคงพลังงานระยะยาว นี่คือเคล็ดลับประหยัดน้ำมันที่ทุกคนทำได้

  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง เช่น ลมยาง น้ำมันเครื่อง
  • ขับด้วยความเร็วคงที่ หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบี่ยงบ่อย
  • ปิดเครื่องปรับอากาศเมื่อไม่จำเป็น ใช้พัดลมแทน
  • วางแผนเส้นทาง ลดการจราจรติดขัด
  • ใช้รถร่วมกันหรือขนส่งสาธารณะหากเป็นไปได้

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพไม่เพียงช่วยประหยัดเงิน แต่ยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของไทยอีกด้วย

สรุปแล้ว ประชาชนสามารถเพลิดเพลินกับสงกรานต์ได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน แต่สิ่งสำคัญคือการช่วยกันอนุรักษ์พลังงาน มั่นใจน้ำมันเพียงพอรองรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ นายกฯ ขอประชาชนใช้พลังงานรู้คุณค่า เป็นข้อความที่ทุกคนควรตระหนัก

คุณพร้อมเดินทางสงกรานต์อย่างประหยัดแล้วหรือยัง? ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ แล้วแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ไอเดียกันต่อไป สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ!

ที่มา – มั่นใจน้ำมันเพียงพอรองรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ นายกฯ ขอประชาชนใช้พลังงานรู้คุณค่า

“ณัฐชา” ฉะรัฐบาลลอยแพผู้สูงวัย บี้พิพัฒน์

“ณัฐชา” ฉะรัฐบาลลอยแพผู้สูงวัยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ บี้ “พิพัฒน์” แจงปมไอ้โม่งตุนน้ำมัน เป็นประเด็นร้อนที่สร้างความฮือฮาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย เมื่อนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแสดงจุดยืนเด็ดขาดต่อปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบผู้สูงอายุโดยตรง พร้อมเรียกร้องให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ชี้แจงกรณีการกักตุนน้ำมันที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

“ณัฐชา” ฉะรัฐบาลลอยแพผู้สูงวัยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ บี้ “พิพัฒน์” แจงปมไอ้โม่งตุนน้ำมัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.23 น. วันที่ 14 เมษายน 2567 ที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เจตจอมทอง กรุงเทพฯ ตัวแทนพรรคประชาชนอย่าง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และนายณัฐชา ได้เข้าร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ควรเต็มไปด้วยความสุข แต่กลับถูกบดบังด้วยปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

นายณัฐชา เน้นย้ำว่า ช่วงสงกรานต์ปีนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือผู้สูงวัยกว่า 14 ล้านคนทั่วประเทศ ที่ต้องเผชิญค่าครองชีพที่พุ่งสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่ขาดแคลนและแพงมหาศาล สืบเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอีก 100 บาทต่อเดือน มองว่าไม่เพียงพอและไม่ใช่ทางออกที่แท้จริงในการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ

ปัญหาน้ำมันดีเซลขาดแคลนกระทบผู้เดินทางกลับภูมิลำเนา

ประชาชนที่เดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ต้องเจอปัญหาเติมน้ำมันยากลำบาก ทุกครั้งที่แวะปั๊ม นึกถึงความรับผิดชอบของรัฐบาล โดยเฉพาะนายพิพัฒน์ที่ถูกมอบหมายจากนายกฯ ให้ดูแลเรื่องนี้ แต่จนถึงบัดนี้ยังเงียบไม่ชี้แจง หลังถูกอภิปรายในสภาเรื่อง “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมันเก็งกำไร สร้างส่วนต่างราคา ส่งผลให้ราคาพุ่งและขาดตลาด

  • ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูง: จากสถานการณ์โลกและการกักตุนภายใน
  • น้ำมันขาดแคลน: โดยเฉพาะช่วงที่ประชาชนใช้รถเดินทางมากที่สุด
  • ผลกระทบผู้สูงวัย: ค่าครองชีพเพิ่ม ไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด
  • การอภิปรายในสภา: นายรังสิมันต์ โรม เผยหลักฐานคลังน้ำมันที่หายไป

นายณัฐชากล่าวว่า รัฐบาลต้องออกมาชี้แจงชัดเจนว่า ไอ้โม่งกักตุนกับผู้ปราบปรามต่างหากหรือไม่ หากเงียบต่อไป ประชาชนจะเข้าใจว่ารัฐบาลมีส่วนด้วย โดยเฉพาะนายพิพัฒน์ที่ถูกพาดพิงถึงความสัมพันธ์กับเจ้าของคลังน้ำมันที่ถูกกล่าวหา หลักฐานในสภาเปิดเผยจุดที่คลังน้ำมัน น้ำมันหายไปช่วงขาดแคลน แล้วขายออกเมื่อราคาขึ้น

เรียกร้องให้นายพิพัฒน์ตอบสังคม

ในที่เกิดเหตุ นายณัฐชา ย้ำว่า อย่าฉวยเทศกาลสงกรานต์มาตีเนียน ต้องขีดเส้นชัดเจน ขอให้พูดคุยกับประชาชน แก้ปัญหาช่วงเดินทางสูงสุด นอกจากนี้ ยังขอให้นายกรัฐมนตรีกำชับ รมว.ที่อ้างว่าเป็นคนเก่ง มาจัดการสถานการณ์ให้คลี่คลาย เป็นของขวัญปีใหม่ไทย

ประเด็น “ณัฐชา” ฉะรัฐบาลลอยแพผู้สูงวัยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ บี้ “พิพัฒน์” แจงปมไอ้โม่งตุนน้ำมัน สะท้อนปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทยที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ผู้สูงวัยซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของสังคม ควรได้รับการดูแลที่เข้มแข็งกว่านี้ ไม่ใช่แค่เพิ่มเบี้ยเล็กน้อย การกักตุนน้ำมันไม่เพียงกระทบราคา แต่ยังสะเทือนความเชื่อมั่นในรัฐบาล

จากข้อมูล สงครานต์ 2567 มีผู้เดินทางกว่า 20 ล้านคน สร้างความต้องการน้ำมันมหาศาล หากไม่แก้ไข วิกฤตจะยืดเยื้อ สังคมไทยต้องการความโปร่งใสจากผู้บริหาร เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก

สุดท้าย “ณัฐชา” ฉะรัฐบาลลอยแพผู้สูงวัยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ บี้ “พิพัฒน์” แจงปมไอ้โม่งตุนน้ำมัน เป็นเสียงสะท้อนจากฝ่ายค้านที่ประชาชนรอฟังคำตอบ คุณคิดว่ารัฐบาลควรจัดการอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

ที่มา – “ณัฐชา” ฉะรัฐบาลลอยแพผู้สูงวัยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ บี้ “พิพัฒน์” แจงปมไอ้โม่งตุนน้ำมัน

Scroll to top