ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล

ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี

เรียกได้ว่าเป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวงการข้าราชการไทยเลยทีเดียว เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีมติสำคัญหลายประการ โดยไฮไลท์ที่หลายคนจับตามองคือ ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี เพื่อขับเคลื่อนงานภาครัฐให้ต่อเนื่องและราบรื่นในช่วงรอยต่อสำคัญนี้

สรุปการโยกย้ายตำแหน่งสำคัญและการอนุมัติของ ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี

ในที่ประชุม ครม. รอบล่าสุด นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเผยรายละเอียดการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง โดยประเด็นหลักที่น่าสนใจคือการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในกระทรวงสำคัญ ดังนี้:

  • นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ: จากเดิมอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
  • นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล: ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่างลงจากการเกษียณอายุราชการ

นอกจากนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการองค์กรสำคัญของประเทศ ครม. ยังได้เห็นชอบให้มีการต่ออายุการดำรงตำแหน่งของข้าราชการระดับสูงที่มีผลงานโดดเด่น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานรัฐบาล

รายละเอียดการต่ออายุการดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง

นอกจากข่าว ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี แล้วนั้น ยังมีการอนุมัติต่อเวลาข้าราชการสำคัญ ดังนี้:

  • นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์: เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้รับการต่ออายุการดำรงตำแหน่งอีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
  • นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์: เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รับการต่ออายุอีก 1 ปี เพื่อประโยชน์ของทางราชการในการดึงดูดการลงทุนต่อเนื่อง

ในฝั่งของงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ ครม. ยังได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติจำนวน 7 ท่าน ครอบคลุมทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ กฎหมาย การเงิน และสาธารณสุข เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกยุคดิจิทัล

การตัดสินใจของ ครม. ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการจัดทัพข้าราชการที่มุ่งเน้นทั้งความต่อเนื่องของโครงการเดิมและการเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อนนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ การที่ ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนเชิงบวกที่ทำให้การทำงานของกระทรวงต่างๆ มีความมั่นคงและชัดเจนมากขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้และปีหน้าครับ

ที่มา – ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี

ครม. ตั้ง ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดคมนาคมคนใหม่

เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อล่าสุด ครม. ตั้ง ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดคมนาคมคนใหม่ อย่างเป็นทางการ เพื่อเข้ามาสานต่องานแทนที่นายชยธรรม์ พรหมศร ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในช่วงสิ้นเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ การขยับตำแหน่งครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการบริหารราชการปกติ แต่ยังถูกจับตามองว่าเป็นการจัดทัพครั้งใหญ่ภายในกระทรวงคมนาคมอีกด้วย

ครม. ตั้ง ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดคมนาคมคนใหม่

สำหรับ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ถือเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับกระทรวงคมนาคม ด้วยวัยเพียง 50 ปี เขากลายเป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่อายุน้อยที่สุด และล่าสุดยังสร้างสถิติเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย ความโดดเด่นของเขาคือการเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเมกะโปรเจกต์และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Data-driven) ในการทำงาน ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งจากฝั่งพรรคการเมืองเจ้าของพื้นที่และขั้วการเมืองปัจจุบัน

เปิดเบื้องหลัง ครม. ตั้ง ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดคมนาคมคนใหม่

การขึ้นดำรงตำแหน่งครั้งนี้เปรียบเสมือนการเปิดทางให้คนรุ่นใหม่สายตรงจากบ้านใหญ่บุรีรัมย์ได้ขยับขึ้นมารับไม้ต่อในตำแหน่งสำคัญอย่างอธิบดีกรมทางหลวง โดยมีการคาดการณ์ว่านายชยุธ โลหกิจ จะเป็นตัวเต็งที่จะเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวนี้แทน การขยับทัพในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การบริหารงานที่แนบแน่นและเป็นระบบ ซึ่งได้รับความไว้วางใจให้คุมงานโครงการขนาดใหญ่ทั่วประเทศ

ประวัติและเส้นทางของนายปิยพงษ์นั้นไม่ธรรมดา:

  • จบการศึกษาวิศวกรรมโยธาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้าน Transport Studies จาก Imperial College London
  • เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)
  • เชี่ยวชาญการขับเคลื่อนโครงการ M6 และ M82

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวการปรับทัพในกรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่ต้องอาศัยผู้ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างพื้นฐานอย่างลึกซึ้ง การตั้งนายปิยพงษ์ขึ้นเป็นปลัดฯ จึงเป็นหมากตัวสำคัญที่จะช่วยจัดระเบียบและเดินหน้าแผนงานของคมนาคมให้ราบรื่นตลอดอายุราชการที่เหลืออีกกว่า 10 ปี

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์การเมือง การตัดสินใจของ ครม. ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าสนใจ เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์วิชาการด้านวิศวกรรมขนส่งระดับโลกเข้ากับกลไกทางการเมืองที่มีความคล่องตัวสูง หากนายปิยพงษ์สามารถรักษามาตรฐานการทำงานและผลักดันเมกะโปรเจกต์ให้เสร็จตามกำหนดการเดิมได้ จะถือเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัยและโปร่งใสยิ่งขึ้น เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าภายใต้การนำของปลัดกระทรวงหนุ่มไฟแรงท่านนี้ กระทรวงคมนาคมจะมีทิศทางที่น่าสนใจอย่างไรบ้างครับ

ที่มา – ครม. ตั้ง“ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล” ปลัดคมนาคมคนใหม่ เปิดทางสายตรงบุรีรัมย์ขึ้นอธิบดี ทล.

รู้ยัง? ทางหลวงหมายเลข 101 น่าน-เฉลิมพระเกียรติ เปิดใช้งานแล้ว

ถ้าใครที่เป็นสายเที่ยวเหนือหรือต้องเดินทางไปจังหวัดน่านบ่อยๆ น่าจะคุ้นเคยกันดีกับเส้นทางผ่านภูเขาที่ค่อนข้างคดเคี้ยวและแคบ วันนี้มีข่าวดีมาฝากครับ เพราะกรมทางหลวงประกาศเปิดใช้ รู้ยัง? ทางหลวงหมายเลข 101 น่าน-เฉลิมพระเกียรติ อย่างเป็นทางการแล้ว บอกเลยว่างานนี้ชีวิตคนเดินทางเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแน่นอน!

รู้ยัง? ทางหลวงหมายเลข 101 น่าน-เฉลิมพระเกียรติ เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว

โครงการนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ของชาวน่านและผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในภาคเหนือเลยครับ โดยกรมทางหลวงได้ปรับปรุงเส้นทางช่วงบ้านปอน ถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ระยะทางรวมกว่า 33.8 กิโลเมตร ให้กลายเป็นทางหลวงมาตรฐานชั้น 1 ที่มีความปลอดภัยและสะดวกสบายมากกว่าเดิม การเปิดใช้ รู้ยัง? ทางหลวงหมายเลข 101 น่าน-เฉลิมพระเกียรติ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่ช่วยให้การขับรถชิลขึ้น แต่ยังถือเป็นการปลดล็อกศักยภาพด้านการค้าชายแดนที่สำคัญระหว่างไทยและ สปป.ลาว อีกด้วยครับ

มาตรฐานใหม่ที่ปลอดภัยและเพิ่มความคล่องตัว

หลายคนอาจสงสัยว่าเส้นทางที่ปรับปรุงใหม่นี้มีอะไรดีขึ้นบ้าง? บอกเลยว่ากรมทางหลวงจัดเต็มครับ เพราะก่อนหน้านี้เส้นทางแถบนี้เป็นทางลาดชันและแคบ ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ แต่ปัจจุบันได้มีการยกระดับมาตรฐานทางวิศวกรรมใหม่ทั้งหมด เช่น:

  • ขยายช่องจราจร: ปรับเป็นทางหลวงขนาด 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) พร้อมไหล่ทางที่กว้างขวางขึ้น
  • เพิ่มช่องทางรถช้า: มีช่องจราจรสำหรับรถบรรทุกหนัก (Climbing Lane) ในช่วงทางลาดชัน ทำให้รถคันอื่นสัญจรได้คล่องตัวไม่ต้องติดอยู่หลังรถบรรทุกนานๆ
  • ปลอดภัยในเขตชุมชน: ขยายเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมติดตั้งกำแพงคอนกรีตแบ่งทิศทางจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
  • ระบบส่องสว่าง: ติดตั้งไฟแสงสว่างและสัญญาณจราจรตลอดแนว เพื่อให้การขับขี่ในเวลากลางคืนอุ่นใจกว่าเดิม

แน่นอนว่าการที่ รู้ยัง? ทางหลวงหมายเลข 101 น่าน-เฉลิมพระเกียรติ ได้เปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว จะกลายเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมไปยังด่านห้วยโก๋นได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางไปเยือนแขวงไชยบุรีหรือหลวงพระบางของ สปป.ลาว ได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าเกษตรหรือการเดินทางท่องเที่ยว ก็บอกได้เลยว่าช่วยลดเวลาและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้พื้นที่ชายแดนจังหวัดน่านได้อย่างมหาศาลครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่วางแผนจะไปเที่ยวจังหวัดน่านในช่วงนี้ อย่าลืมแวะสัมผัสถนนเส้นใหม่ที่ขับขี่ง่ายและปลอดภัยกว่าเดิมนะครับ ถือเป็นการมาอุดหนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและสัมผัสบรรยากาศดีๆ ของเมืองน่านไปในตัว ใครที่ชอบบรรยากาศภูเขาแบบสโลว์ไลฟ์แต่ต้องการความสะดวกสบายในการขับรถ เส้นทางนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอน! แล้วเจอกันที่น่านนะครับ!

ที่มา – รู้ยัง? ทางหลวงหมายเลข 101 น่าน-เฉลิมพระเกียรติ เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว

ดีเดย์ 3 มิ.ย. 69 เปิดใช้ 2 อุโมงค์ทางลอดเมืองโคราช

ข่าวดีสำหรับชาวโคราชและผู้ที่ต้องเดินทางสัญจรผ่านเส้นทางถนนมิตรภาพ เมื่อกรมทางหลวงยืนยันความพร้อมในการเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ กับโครงการ ดีเดย์ 3 มิ.ย. 69 เปิดใช้ 2 อุโมงค์ทางลอดเมืองโคราช แยกประโดก-แยกเทอร์มินอล อย่างเป็นทางการ เพื่อคลายปมปัญหาจราจรที่ติดขัดมาอย่างยาวนานในเขตเศรษฐกิจสำคัญของภาคอีสาน

ดีเดย์ 3 มิ.ย. 69 เปิดใช้ 2 อุโมงค์ทางลอดเมืองโคราช แยกประโดก-แยกเทอร์มินอล

ด้วยปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดนครราชสีมา อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า การเร่งเปิดใช้งานโครงการเหล่านี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการจัดการจราจรคอขวด โดยเชื่อมั่นว่า ดีเดย์ 3 มิ.ย. 69 เปิดใช้ 2 อุโมงค์ทางลอดเมืองโคราช แยกประโดก-แยกเทอร์มินอล จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เดินทางให้สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

รายละเอียดอุโมงค์ทางลอดแยกเทอร์มินอล

สำหรับอุโมงค์ทางลอดแยกนครราชสีมา (Terminal) ได้ดำเนินการก่อสร้างบนจุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 ตัดกับทางหลวงหมายเลข 224 ระยะทางรวม 1.181 กิโลเมตร ใช้งบประมาณกว่า 373 ล้านบาท เป็นอุโมงค์ขนาด 2 ช่องจราจร ช่วยอำนวยความสะดวกขาออกจากขอนแก่นมุ่งหน้าเข้าสู่สระบุรีได้อย่างคล่องตัว

รายละเอียดอุโมงค์ทางลอดแยกประโดก

ในส่วนของอุโมงค์ทางลอดแยกประโดกนั้น ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 1.750 กิโลเมตร ใช้งบประมาณกว่า 849 ล้านบาท ออกแบบเป็นอุโมงค์คอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 6 ช่องจราจร ซึ่งจะช่วยรองรับปริมาณรถในชั่วโมงเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันได้เริ่มเปิดให้ทดลองใช้ชั่วคราวแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเปิดใช้เต็มรูปแบบในตามกำหนดการ

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเปิดอุโมงค์

  • ลดปัญหาจราจรติดขัดในตัวเมืองนครราชสีมาอย่างเป็นรูปธรรม
  • เพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าในภูมิภาค
  • ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางร่วมทางแยก
  • เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมหลัก ทั้งถนนมิตรภาพ รถไฟฟ้าความเร็วสูง และมอเตอร์เวย์ M6

ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องการเดินทาง แต่ยังเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สนับสนุนการขยายตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต หากคุณเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นทางนี้ อย่าลืมปฏิบัติตามป้ายเตือนและสัญญาณจราจรภายในอุโมงค์อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคล นี่คือโฉมหน้าใหม่ของการคมนาคมไทยที่จะก้าวไปสู่ความทันสมัยและยั่งยืนยิ่งขึ้นครับ

ที่มา – ดีเดย์ 3 มิ.ย. 69 เปิดใช้ 2 อุโมงค์ทางลอดเมืองโคราช แยกประโดก-แยกเทอร์มินอล

20 เม.ย.นี้ ปิดเบี่ยงจราจร ถนนพระราม 2 เพื่อยกชิ้นส่วนคานสร้างทางด่วน M82

กรมทางหลวง (ทล.) แจ้งข่าวสำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนบน ถนนพระราม 2 ว่า 20 เม.ย.นี้ จะมีการปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวช่องทางหลักทั้งขาเข้าและขาออก ช่วง กม.26–30+500 เพื่อดำเนินการยกชิ้นส่วนคานโครงสร้างทางด่วน M82 ซึ่งเป็นโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน–บ้านแพ้ว (ตอน 4 และตอน 7) หากคุณต้องสัญจรผ่านเส้นทางนี้ ควรวางแผนล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงรถติดยาว!

20 เม.ย.นี้ ปิดเบี่ยงจราจร ถนนพระราม 2 เพื่อยกชิ้นส่วนคานสร้างทางด่วน M82

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า หลังเทศกาลสงกรานต์สิ้นสุดลง กรมทางหลวงจะเร่งรัดงานก่อสร้างทางด่วน M82 โดยเริ่มปิดเบี่ยงจราจรช่องทางหลักตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2567 (ค.ศ. 2024) เป็นต้นไป ช่วงเวลากลางวัน (05.00–20.00 น.) ผู้ใช้ทางหลักยังสัญจรได้ฝั่งละ 2 ช่องจราจร แต่ช่วงกลางคืนจะปิดทางหลักทั้งหมดตามมาตรฐานความปลอดภัย ผู้ใช้ทางสามารถ改ใช้ทางขนาน (Frontage Road) ฝั่งละ 2 ช่องจราจรได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เป้าหมายหลักคือเร่งยกติดตั้งชิ้นส่วนโครงสร้างทางยกระดับให้เสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2567 เพื่อคืนผิวจราจรช่องทางหลักให้ประชาชนใช้งานปกติ ลดผลกระทบระยะยาวจากโครงการนี้

รายละเอียดการปิดเบี่ยงจราจร 20 เม.ย.นี้ บนถนนพระราม 2

  • ช่วงที่ปิด: กม.26 และ กม.30+500
  • เวลากลางวัน (05.00–20.00 น.): ทางหลักเปิดฝั่งละ 2 ช่อง
  • เวลากลางคืน: ปิดทางหลัก ใช้ทางขนานแทน
  • ระยะเวลา: จนกว่าจะเสร็จงานในพ.ค. 2567

กรมทางหลวงขอแนะนำให้ประชาชนศึกษาข้อมูลล่วงหน้า เผื่อเวลาเดินทางเพิ่ม 10-30 นาที หรือเลือกเส้นทางเลี่ยง เช่น ถนนเพชรเกษม บางนา-ตราด หรือใช้ทางด่วนอื่นๆ หากเป็นไปได้

เคล็ดลับหลีกเลี่ยงรถติดจากปิดเบี่ยงจราจร ถนนพระราม 2

เพื่อช่วยให้คุณเดินทางสะดวกขึ้น ลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้:

  • เช็คสภาพจราจร real-time ผ่านแอป Google Maps หรือ Waze
  • ออกเดินทางนอกช่วง peak hour (07.00-09.00 น. และ 17.00-19.00 น.)
  • ใช้เส้นทางเลี่ยง: จากบางนาไปเพชรเกษมแทนพระราม 2
  • ติดตามประกาศจากกรมทางหลวง สายด่วน 1586 ตลอด 24 ชม.

โครงการทางด่วน M82 จะช่วยแก้ปัญหารถติดบนถนนพระราม 2 ในอนาคต ทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสมุทรสาคร นนทบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสมุทรปราการ สะดวกยิ่งขึ้น คาดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบปี 2568

การปิดเบี่ยงจราจรครั้งนี้แม้สร้างความไม่สะดวกชั่วคราว แต่เป็นเพื่อประโยชน์ระยะยาวของประชาชน แนะนำให้วางแผนดีๆ และอดทนหน่อยนะครับ สุดท้าย หากมีคำถามเพิ่มเติม โทรสายด่วนกรมทางหลวง 1586 ได้เลย!

ติดตามข่าวจราจรและนโยบายรัฐบาลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ที่มา – 20 เม.ย.นี้ ปิดเบี่ยงจราจร ถนนพระราม 2 เพื่อยกชิ้นส่วนคานสร้างทางด่วน M82

เปิดใช้ทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช แก้รถติด

เฮเลยครับชาวโคราชและคนขับรถที่ผ่านภาคอีสานบ่อยๆ! กรมทางหลวงเพิ่ง เปิดใช้งานทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช อย่างเป็นทางการ จุดตัดสำคัญระหว่างทางหลวงหมายเลข 224 กับ 290 หรือถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ช่วยแก้ปัญหารถติดขัดในตัวเมืองได้แบบฉิววับ ยกระดับระบบขนส่งสินค้าภาคอีสานใต้ให้ลื่นไหลสุดๆ เลยนะครับ

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง บอกว่ากรมมุ่งพัฒนาโครงข่ายถนนทั่วไทย ล่าสุดสำนักก่อสร้างสะพานเสร็จโครงการนี้พอดี พร้อมให้รถทุกคันเข้าใช้บริการทันที เป้าหมายหลักคือคลายวิกฤตรถติด เสริมโลจิสติกส์ และอำนวยความสะดวกให้คนโคราชที่เป็นประตูสู่อีสาน เศรษฐกิจโตไว ชุมชนขยาย รถเยอะมาก ทางแยกนี้เลยกลายเป็นตัวช่วยสำคัญ

ทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช

ก่อนหน้านี้ จุดตัด ทล.224 กับถนนวงแหวนรถแน่นเอี๊ยด โดยเฉพาะรถเลี่ยงเมือง บ้านเรือนรอบๆ เพิ่มขึ้น อุบัติเหตุพุ่ง เดินทางช้า ส่งผลต่อขนส่งทั้งหมด กรมทางหลวงเห็นปัญหาเลยรีบลงมือสร้างทางแยกต่างระดับแห่งนี้ให้เสร็จไวที่สุด ตอนนี้เปิดใช้แล้ว รถวิ่งต่อเนื่องไม่ต้องหยุดไฟแดง สะดวกสบายมาก!

สเปกเด็ดของทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช

โครงการนี้ใช้งบ 558 ล้านบาท สร้างสะพานคอนกรีตอัดแรง 2 จุด สะพานหลักแบบ Precast Segmental Box Girder ขนาด 4 ช่องจราจร ยาว 330 เมตร แข็งแรงรองรับรถหนัก สะพานเชื่อมต่อแบบ Cast-in-place Box Girder ยาว 359 เมตร ผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก JRCP หนา 25 ซม. อายุยืนยาว ทนทานต่อรถบรรทุกหนักสุดๆ แถมมีไฟ LED ส่องสว่าง ระบบระบายน้ำกันท่วม ครบเครื่องเลยครับ

  • รถเลี่ยงเมืองวิ่งได้ไม่สะดุด ไม่ติดไฟจราจร
  • ลดเวลาเดินทาง ลดต้นทุนน้ำมันและขนส่ง
  • ลดอุบัติเหตุจากจุดตัดเสี่ยง
  • เชื่อมโครงข่ายถนนอีสานให้ไร้รอยต่อ ส่งสินค้าเร็วขึ้น
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตคนโคราช เดินทางปลอดภัย สะดวก

ไม่ใช่แค่แก้รถติดเท่านั้นนะครับ แต่ยังช่วยเศรษฐกิจทั้งภาค โดยเฉพาะนครราชสีมาที่เป็นฮับใหญ่ รถบรรทุกจากอีสานลงใต้หรือไปอื่นๆ จะประหยัดเวลาและเงินได้เยอะ การขนส่งสินค้าโลจิสติกส์จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจ SME และผู้ประกอบการทุกคน

ประโยชน์ระยะยาวจากทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช

ในอนาคต โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายใหญ่ ช่วยให้ภาคอีสานเชื่อมต่อกับส่วนอื่นของประเทศได้ดีกว่าเดิม ลดภาระถนนในเมือง สิ่งแวดล้อมดีขึ้นเพราะรถไม่ติดนานๆ ออกก๊าซน้อยลง ชาวบ้านรอบๆ ชีวิตดีขึ้นแน่นอนครับ กรมทางหลวงยังมีแผนพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกเส้นทางปลอดภัย สะดวกทุกคน

ส่วนตัวผมคิดว่าโครงการแบบนี้คืออนาคตของการคมนาคมไทยเลยนะครับ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างโคราช ใครที่เดินทางบ่อย ลองไปลองใช้ดูสิ รับรองติดใจ! ถ้ามีปัญหาหรือไอเดียดีๆ แนะนำกรมทางหลวงได้ที่สายด่วน 1586 ตลอด 24 ชม. ครับ ไปขับรถสนุกๆ กันเถอะ

ที่มา – วิ่งฉิว เปิดใช้ทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช แก้รถติด ยกระดับขนส่งภาคอีสาน

เช็กด่วน! 21 เส้นทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ 2569

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาลปีใหม่ 2569! หลายคนคงกำลังวางแผนเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจราจรติดขัด กรมทางหลวงจึงได้แนะนำ 21 เส้นทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ 2569 ที่จะช่วยให้การเดินทางของท่านสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น มาดูกันว่ามีเส้นทางไหนบ้างที่น่าสนใจ!

21 เส้นทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ 2569 ที่คุณต้องรู้!

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 จะมีคนเดินทางออกต่างจังหวัดจำนวนมาก ดังนั้นทางกรมทางหลวง โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้แนะนำเส้นทางเลือกให้กับประชาชน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางและหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด รวมถึงช่วยให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้เป็นอย่างดีบนทางหลวงสายหลักและสายรอง ดังนี้

เส้นทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ 2569 สำหรับเดินทางสู่ภาคเหนือ

สำหรับประชาชนที่จะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังภาคเหนือ สามารถเดินทางออกได้ 5 เส้นทาง ประกอบด้วย:

  1. จากกรุงเทพฯ ไป รังสิต (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน) – จ.พระนครศรีอยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ถ.สายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์
  2. จากกรุงเทพฯ ไป จ.นนทบุรี (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณบุรี – ชัยนาท) – จ.ชัยนาท (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์
  3. จากกรุงเทพฯ ไป รังสิต – มุ่งหน้าทางต่างระดับบ้านกลาง (ทางหลวงหมายเลข 346) เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 (ถ.ปทุมธานี – บางปะหัน) – ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ถ.สายเอเชีย จากนั้นมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ
  4. จากกรุงเทพฯ ไป รังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน) – อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.พิษณุโลก
  5. จากกรุงเทพฯ ไป ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (บางปะอิน – บางพลี) – อ.วังน้อย (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่ภาคเหนือ

เส้นทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ 2569 สำหรับเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับประชาชนที่จะเดินทางจาก กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถเดินทางออกไปได้ 7 เส้นทาง:

  1. จากกรุงเทพฯ ไป อ.วังน้อย (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน) – ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 บางปะอิน – นครราชสีมา (ให้ใช้ด่านบางปะอิน ทล.1 กม.55+000) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.นครราชสีมา
  2. จากกรุงเทพฯ ไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน) – ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 บางปะอิน – นครราชสีมา (ด่านสระบุรี ทล.1 กม.99+600) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.นครราชสีมา
  3. จากกรุงเทพฯ ไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน) – ทางหลวงหมายเลข 33 – ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 บางปะอิน – นครราชสีมา (ให้ใช้ด่านหินกอง ทล.33 กม.82) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.นครราชสีมา
  4. จากกรุงเทพฯ ไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถ.มิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.นครราชสีมา
  5. จากกรุงเทพฯ ไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) – อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051) – อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222) – อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถ.มิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา หรือ จาก อ.บ้านนา ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 – อ.กบินทร์บุรี มุ่งหน้าสู่ อ.อรัญประเทศ
  6. จากกรุงเทพฯ ไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 304) – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว – อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.นครราชสีมา
  7. จากกรุงเทพฯ ไป ถ.กาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9) – ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 บางปะอิน – นครราชสีมา (ทางขึ้นบริเวณ ทล.9 กม.80) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.นครราชสีมา

เส้นทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ 2569 สำหรับเดินทางสู่ภาคตะวันออก

หากจะเดินทางออกไปยังภาคตะวันออก สามารถเดินทางจาก กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออก ได้ 3 เส้นทาง:

  1. จากกรุงเทพฯ ไป จ.ชลบุรี (ให้ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ – ชลบุรี – พัทยา)
  2. จากกรุงเทพฯ ไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 304) โดยสามารถมุ่งหน้าสู่ ต.หนองปรือ เมืองพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 331 สัตหีบ – เขาหินซ้อน)
  3. จากกรุงเทพฯ ไป อ.บางปะกง (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 34 ถ.เทพรัตน) โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (ถ.สุขุมวิท) หรือ ทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา – ชลบุรี) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.ชลบุรี

เส้นทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ 2569 สำหรับเดินทางสู่ภาคใต้

สำหรับประชาชนที่จะเดินทางลงภาคใต้ จากกรุงเทพฯ – ภาคใต้ สามารถเดินทางออกได้ 4 เส้นทาง:

  1. จากกรุงเทพฯ ไป ถนนบรมราชชนนี (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 338 อรุณอมรินทร์ – นครชัยศรี) – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถ.เพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ภาคใต้
  2. จากกรุงเทพฯ ไป บางใหญ่ (ให้ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 ด่านบางใหญ่) – ออกที่ด่านนครปฐมตะวันตก – ถ.มาลัยแมน (ทางหลวงหมายเลข 321) – ทางหลวงหมายเลข 4 ถ.เพชรเกษม – จ.ราชบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่ภาคใต้
  3. จากกรุงเทพฯ ไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถ.พระราม 2) – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถ.เพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ภาคใต้
  4. จากกรุงเทพฯ ไป ทางหลวงหมายเลข 9 วงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้ (กทพ.) – ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (ให้ใช้ต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย) – ทางหลวงหมายเลข 35 ถ.พระราม 2 – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถ.เพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ภาคใต้

เส้นทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ 2569 สำหรับเดินทางสู่ภาคตะวันตก

หากจะเดินทางไปยังภาคตะวันตก สามารถเดินทางจาก กรุงเทพฯ – ภาคตะวันตก สามารถเดินทางออกได้ 4 เส้นทาง:

  1. จากกรุงเทพฯ ไป จ.กาญจนบุรี (ให้ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี) เพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี
  2. จากกรุงเทพฯ ไปถนนตลิ่งชัน – อ.ลาดหลุมแก้ว (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 9 ถนนกาญจนาภิเษก) – ทางหลวงหมายเลข 346 ต่างระดับรังสิต – พนมทวน จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี
  3. จากกรุงเทพฯ ไป จ.นครปฐม (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถ.เพชรเกษม) – ทางหลวงหมายเลข 323 (ถ.แสงชูโต) เพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี
  4. จากกรุงเทพฯ ไป จ.นครปฐม (ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถ.เพชรเกษม) – มุ่งหน้าทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (ด่านศีรษะทอง) เพื่อเข้าสู่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 บางใหญ่ – กาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี

กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193

วางแผนการเดินทางล่วงหน้า ตรวจสอบเส้นทางและสภาพจราจร เลือกใช้เส้นทางเลี่ยงที่เหมาะสม และขับขี่ด้วยความไม่ประมาท เพื่อให้การเดินทางในช่วงปีใหม่นี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

ที่มา – เช็กด่วน 21 เส้นทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ 2569 กรมทางหลวงแนะทางลัดออกกรุงเทพฯ ทั่วไทย

เปิดใช้แล้ว! ทางหลวง 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ

กรมทางหลวงเปิดให้ใช้งานแล้ว ทางหลวงหมายเลข 41 สาย อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี สร้างเสร็จก่อนกำหนด 6 เดือน พร้อมคว้ารางวัล “โครงการก่อสร้างดีเด่นประจำปี 2568”

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวง (ทล.) โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างและบูรณะผิวทางหลวงหมายเลข 41 สาย อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ซึ่งนับว่าเร็วกว่ากำหนดตามสัญญาถึง 6 เดือนเต็ม ความสำเร็จนี้เป็นไปตามแผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของทางหลวงสายหลักของประเทศ

ทั้งนี้ ทางหลวงหมายเลข 41 สายสี่แยกปฐมพร – พัทลุง ถือเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ทางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่ง โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งจากภาคกลางสู่ภาคใต้ตอนล่าง เป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าและพืชผลทางการเกษตร มีปริมาณจราจรสูง และมีรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนมาก ทำให้มีความจำเป็นต้องบูรณะปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการสัญจรของผู้ใช้เส้นทาง ลดปัญหาอุบัติเหตุ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยออกแบบเป็นผิวทางคอนกรีตชนิด Jointed Plain Concrete Pavement (JPCP) หนา 32 ซม. ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง อายุการใช้งานยาวนาน และมีต้นทุนบำรุงรักษาต่ำ โครงการครอบคลุมช่วง อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวมประมาณ 41.5 กิโลเมตร ด้วยวงเงินงบประมาณรวม 1,857,962,000 บาท โดยแบ่งการดำเนินการก่อสร้างออกเป็น 3 สัญญา เพื่อให้การบริหารงานก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแล้วเสร็จตามแผนโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 41 สาย อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม ตอน 3 ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจนโครงการแล้วเสร็จล่วงหน้า 6 เดือน ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

นอกจากนั้น ทางคณะกรรมการประเมินผลงานก่อสร้าง สำนักมาตรฐานและประเมินผล กรมทางหลวง จึงมอบ “รางวัลโครงการก่อสร้างดีเด่นประจำปี 2568” ให้แก่โครงการดังกล่าว ตอกย้ำมาตรฐานงานก่อสร้างที่โดดเด่นทั้งด้านการบริหารจัดการและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการฯ ที่ยอดเยี่ยมนี้ เกิดจากการบริหารงานและวางแผนการทำงานร่วมกันระหว่าง สำนักก่อสร้างทางที่ 1 โดยมี นายวานิช สังข์ขาว นายช่างโครงการผู้ควบคุมงาน และแขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 1 รวมถึงบริษัท พีระมิดคอนกรีต จำกัด ผู้รับจ้าง ซึ่งในโครงการนี้ได้ใช้เครื่องปูผิวคอนกรีต ชนิด Concrete Slip Form Paver ซึ่งทำให้ผลงานออกมามีคุณภาพสูงและแล้วเสร็จตามแผน นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการคำนึงถึง “ประชาชน” เป็นอันดับแรก โดยมีการวางแผนและสื่อสารกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้กระทบน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันโครงการนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ และเปิดให้ประชาชนสัญจรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงการฯ นี้ ได้ส่งมอบผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง โดยพี่น้องประชาชนจะได้รับความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางจากผิวทางที่เรียบได้มาตรฐาน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยที่สมบูรณ์ ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เนื่องจากสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ทั้งหมดนี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวของภูมิภาค

“กรมทางหลวงจึงขอให้ความมั่นใจว่าความสำเร็จอันเป็นแบบอย่างที่ดีของโครงการนี้ จะถูกใช้เป็นต้นแบบและแรงผลักดันสำคัญ เพื่อสร้างสรรค์โครงการอื่น ๆ ให้ได้มาตรฐานดีเด่นต่อไป ตามความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ก้าวหน้าและสมบูรณ์ที่สุด”

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร แจ้งเหตุ เรื่องร้องเรียน ได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง โทร. 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

ทางหลวงหมายเลข 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ เปิดใช้งานแล้ว!

โครงการก่อสร้างและบูรณะทางหลวงหมายเลข 41 สาย อ.ไชยา – อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี เสร็จสิ้นก่อนกำหนดถึง 6 เดือน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการของกรมทางหลวง และความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากทางหลวงหมายเลข 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ

  • ความปลอดภัยในการเดินทางที่สูงขึ้น
  • การประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • การขนส่งสินค้าที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น
  • การกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การเปิดใช้งานทางหลวงหมายเลข 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ ไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคใต้โดยรวม นอกจากนี้ การก่อสร้างที่แล้วเสร็จก่อนกำหนดยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถของหน่วยงานภาครัฐในการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ

เราหวังว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ที่มา – เปิดใช้แล้ววันนี้ ทางหลวงหมายเลข 41 ไชยา-บ้านนาเดิม สุราษฎร์ฯ เสร็จก่อนกำหนด 6 เดือน

ทล. เฝ้าระวัง “พายุคัลแมกี” 24 ชม. พร้อมเส้นทางเลี่ยง

กรมทางหลวง (ทล.) สั่งเฝ้าระวัง “พายุคัลแมกี” ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจสอบเส้นทางน้ำท่วมและแนะนำเส้นทางเลี่ยง เพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทาง

จากสถานการณ์ที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า “พายุคัลแมกี” จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กรมทางหลวงจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องจักรกล และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ทล. สั่งเฝ้าระวัง “พายุคัลแมกี” 24 ชม. เช็กเส้นทางน้ำท่วม-แนะทางเลี่ยง

พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ สุโขทัย นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และอุทัยธานี ซึ่งอาจมีฝนตกต่อเนื่องและมีน้ำล้นตลิ่งในบางจุด กรมทางหลวงได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการดังนี้:

  • เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและอุทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณทางหลวงที่ตัดผ่านพื้นที่ลุ่มแม่น้ำ และจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมรายงานสถานการณ์ไปยังศูนย์บริหารงานอุบัติภัย กรมทางหลวง
  • ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายบอกระดับน้ำ และเสาแสดงแนวเขตทางอย่างชัดเจน เพื่อเตือนผู้ใช้ทางให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง และเมื่อระดับน้ำลดลง ให้เร่งประเมินความเสียหายและซ่อมแซมเบื้องต้นโดยเร็ว
  • บูรณาการร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนกำลังคน เครื่องจักรกลหนัก รถบรรทุกน้ำ ยานพาหนะ และทรัพยากรที่จำเป็น เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชน
  • จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งการอำนวยความสะดวกในการสัญจร การส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ อาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น

กรมทางหลวงได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดตั้งชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่เสี่ยงภัย

สถานการณ์น้ำท่วมปัจจุบัน และเส้นทางเลี่ยง

ปัจจุบัน โครงข่ายทางหลวงหลายแห่งประสบปัญหาอุทกภัย ทำให้บางเส้นทางไม่สามารถสัญจรได้ กรมทางหลวงจึงได้ประกาศเส้นทางเลี่ยง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

เส้นทางที่ได้รับผลกระทบและเส้นทางเลี่ยง (ข้อมูล ณ วันที่…)

  1. จังหวัดเชียงใหม่
    • ทล.1012 ฮอด – วังลุง – บ้านนาคอเรือ (ผ่านไม่ได้) เส้นทางเลี่ยง: ใช้เส้นทางท้องถิ่นตามคำแนะนำ
    • ทล.1322 เชียงดาว – บ้านเมืองนะ (ผ่านไม่ได้) เส้นทางเลี่ยง: ใช้เส้นทางท้องถิ่นตามคำแนะนำ
  2. จังหวัดสุโขทัย
    • ทล.125 ช่วงกม.14+000 – 19+800 อ.เมืองสุโขทัย (ผ่านไม่ได้) เส้นทางเลี่ยง: ใช้ ทล.1272 และ สท.3017
    • ทล.1347 ช่วงกม. 0+100 – 5+200 อ.เมืองสุโขทัย (ผ่านไม่ได้) เส้นทางเลี่ยง: ใช้ ทล.125 (โค้งตานก) และ ทล.12
  3. จังหวัดอุทัยธานี
    • ทล.3319 ช่วงกม. 17+800 – 18+400 อ.ทับทัน (ผ่านไม่ได้) เส้นทางเลี่ยง: ใช้เส้นทางเลียบเขื่อนวังล่ม และ ทล.3221

หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุอุทกภัยบนทางหลวง สามารถติดต่อสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง) เจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเดินทาง

การเตรียมพร้อมรับมือกับ “พายุคัลแมกี” และสถานการณ์อุทกภัยเป็นสิ่งสำคัญ กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

ช่วงฤดูฝนแบบนี้ การตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามนะครับ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

ที่มา – ทล. สั่งเฝ้าระวัง “พายุคัลแมกี” 24 ชม. เช็กเส้นทางน้ำท่วม-แนะทางเลี่ยง

Scroll to top