ฝนตกหนัก

เตือน! พายุ “รากาซา” กระทบไทย 23-26 ก.ย. 68

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุ “รากาซา” ฉบับที่ 5 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงวันที่ 23-26 กันยายน 2568 ทำให้หลายจังหวัดเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก แม้ว่าพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงก็ตาม

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 5 เกี่ยวกับพายุ “รากาซา” และสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทย โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันเดียวกัน พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้เคลื่อนตัวอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.6 องศาตะวันออก ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะฮ่องกง และเคลื่อนผ่านแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน ก่อนที่จะลงสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 กันยายน 2568 หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนที่จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน

เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม ทำให้พายุมีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 25–26 กันยายน 2568 อย่างไรก็ตาม พายุ “รากาซา” จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

ถึงแม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่อิทธิพลของพายุ “รากาซา” จะส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 23–26 กันยายน 2568 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

เตือน! พายุ “รากาซา” กระทบไทย 23-26 ก.ย. 68

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

สำหรับสถานการณ์คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน จะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24–26 กันยายน 2568

ประชาชนควรติดตามข่าวสารพายุ “รากาซา” อย่างใกล้ชิด

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย วางแผนการอพยพ และเตรียมสิ่งของจำเป็นให้พร้อมเสมอ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนพายุ “รากาซา” ฉบับ 5 กระทบไทยฝนตกหนักหลายจังหวัด 23-26 ก.ย. 68

กรมอุตุฯ เตือน! “พายุรากาซา” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนถึงอิทธิพลของ “พายุรากาซา” ที่จะทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 23-26 กันยายนนี้ ใครที่กำลังวางแผนเดินทางต้องเช็คสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุรากาซา” ฉบับที่ 3 ซึ่งใจความสำคัญคือการแจ้งเตือนถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

โดยสถานการณ์ปัจจุบัน (23 ก.ย. 68 เวลา 04.00 น.) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะฮ่องกง ผ่านชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน และเกาะไหหลำ ก่อนที่จะเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 กันยายน 2568 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมา ทำให้พายุอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

ผลกระทบจาก “พายุรากาซา” ต่อประเทศไทย

อิทธิพลของ “พายุรากาซา” ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณ:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

ทางกรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง ต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินกันนะคะ

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24–26 กันยายน 2568 เพื่อความปลอดภัยค่ะ

สรุปก็คือ ช่วงวันที่ 23-26 กันยายนนี้ เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากกันด้วยนะคะ ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรักค่ะ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ของจีน

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว ได้สร้างความกังวลอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเกาะปานุยตัน (Panuitan) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะบาบูยัน (Babuyan) ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันจันทร์ที่ 22 ก.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยพายุลูกนี้มีความเร็วลม 285 กม./ชม. และคาดว่ามันจะมุ่งไปทางตะวันตกสู่ภาคใต้ของจีนต่อไป ทำให้ทางการจีนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

หน่วยงานสภาพอากาศของฟิลิปปินส์ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลังลงเล็กน้อย แต่ก็มีโอกาสที่มันจะทวีกำลังขึ้นอีก พร้อมเตือนว่า พายุลูกนี้ทำให้เกิดคลื่นพายุหนุนซัดฝั่งที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยมีความสูงมากสุด 3 เมตร และอาจทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนกับโครงสร้างพื้นฐาน ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

การมาของไต้ฝุ่น รากาซา ซึ่งความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 ทำให้ทางการฟิลิปปินส์ต้องสั่งอพยพประชาชนหลายพันคน โรงเรียนและสำนักงานรัฐบาลในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงในกรุงมะนิลา ต้องปิดทำการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ หมู่เกาะบาบูยัน อยู่ห่างจากเกาะไต้หวันประมาณ 740 กม. อย่างไรก็ตาม คาดกันว่าพายุ รากาซา จะไม่พัดเข้าสู่เกาะไต้หวันโดยตรง แต่จะทำให้เกิดฝนตกหนักบริเวณชายฝั่งตะวันออกของเกาะ โดยทางการไต้หวันสั่งปิดพื้นที่ป่าและเส้นทางศึกษาธรรมชาติทั่วภาคใต้และภาคตะวันออกตั้งแต่เช้าวันจันทร์ บริการเรือข้ามฟากก็ถูกระงับด้วย เป็นมาตรการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ด้านเจ้าหน้าที่จีนในมณฑลกวางตุ้งออกคำแนะนำประชาชนให้เตรียมรับมือ “หายนะ” และ “ภัยพิบัติขนาดใหญ่” โดยคาดว่าจะเริ่มมีฝนตกหนักและลมแรงอย่างเร็วที่สุดในวันอังคารนี้ ก่อนที่พายุรากาซาจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในอีกราว 2 วันหลังจากนั้น ทางการจีนได้เตรียมพร้อมทีมกู้ภัยและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ในเมืองเซินเจิ้นวางแผนอพยพประชาชนราว 400,000 คน เพื่อเตรียมรับการมาเยือนของไต้ฝุ่นลูกนี้แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ฮ่องกงเตือนว่า สภาพอากาศจะแย่ลงอย่างรวดเร็วในวันอังคาร ขณะที่หน่วยงานศึกษาธิการกำลังพิจารณาเรื่องการหยุดการเรียนการสอน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา

สายการบินคาเธย์ แปซิฟิก ของฮ่องกงระบุว่า พวกเขาจะยกเลิกเที่ยวบินขาออกจำนวน 500 เที่ยวบิน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันอังคารเป็นต้นไป ส่วนสายการบินฮ่องกงระบุว่า จะระงับเที่ยวบินขาออกทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางทางอากาศในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว

สถานการณ์ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เสี่ยงภัย การเตรียมความพร้อมและการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสียหายและผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้

ผลกระทบและความเสียหายจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา

ผลกระทบและความเสียหายจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อฟิลิปปินส์และประเทศใกล้เคียง การประเมินความเสียหายและวางแผนฟื้นฟูจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

  • น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม: พื้นที่ลุ่มต่ำและเชิงเขาเสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ซึ่งอาจทำให้บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานเสียหายอย่างหนัก
  • ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน: ถนน สะพาน และระบบไฟฟ้าอาจได้รับความเสียหาย ทำให้การคมนาคมและการสื่อสารเป็นไปอย่างยากลำบาก
  • ผลกระทบต่อการเกษตร: พายุอาจทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและรายได้ของเกษตรกร

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและความเข้าใจในสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากพายุ

ที่มา – ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว เตือนดินถล่ม-น้ำท่วมวงกว้าง

23 จังหวัดต้องระวัง! แผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก

กรมทรัพยากรธรณี แจ้งเตือน 23 จังหวัดเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 22-26 ก.ย. 68 เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่าน ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

วันที่ 22 ก.ย. 68 มีรายงานว่า กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ ตาก พะเยา ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุบลราชธานี ขอนแก่น ระยอง จันทบุรี และตราด เฝ้าระวังภัยแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก ในระหว่างวันที่ 22-26 ก.ย. 68 เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นเป็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจส่งผลให้เกิดแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลากได้

ทั้งนี้ ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัย และวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนสถานการณ์แผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ และขอให้เครือข่ายฯ ทธ. วัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก

เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมพร้อมอพยพทันทีเมื่อได้รับการแจ้งเตือน เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

พื้นที่เฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก

กรมทรัพยากรธรณีได้ระบุพื้นที่เสี่ยงภัยใน 23 จังหวัด ดังนี้:

ภาคเหนือ

แม่ฮ่องสอน : แม่สะเรียง แม่ลาน้อย สบเมย ขุนยวม เมืองแม่ฮ่องสอน ปางมะผ้า ปาย

เชียงราย : แม่สาย เชียงของ เทิง เมืองเชียงราย แม่ฟ้าหลวง แม่สรวย เวียงแก่น เวียงป่าเป้า พญาเม็งราย

เชียงใหม่ : แม่อาย แม่แจ่ม แม่วาง แม่แตง แม่ริม แม่ออน เมืองเชียงใหม่ ฝาง ไชยปราการ อมก๋อย จอมทอง

เชียงดาว สะเมิง พร้าว ดอยสะเก็ด กัลยาณิวัฒนา ดอยหล่อ ฮอด เวียงแหง หางดง

น่าน : เมืองน่าน ท่าวังผา บ่อเกลือ ปัว ภูเพียง แม่จริม เวียงสา สันติสุข นาน้อย นาหมื่น ทุ่งช้าง เชียงกลาง

สองแคว เฉลิมพระเกียรติ บ้านหลวง

แพร่ : เด่นชัย เมืองแพร่ ร้องกวาง ลอง วังชิ้น สอง สูงเม่น

ตาก : เมืองตาก ท่าสองยาง พบพระ แม่ระมาด แม่สอด อุ้มผาง บ้านตาก วังเจ้า สามเงา

พะเยา : จุน เชียงคำ เชียงม่วน ดอกคำใต้ ปง ภูกามยาว ภูซาง เมืองพะเยา แม่ใจ

ลำพูน : ทุ่งหัวช้าง บ้านธิ บ้านโฮ่ง ป่าซาง เมืองลำพูน แม่ทา ลี้

ลำปาง : เกาะคา งาว แจ้ห่ม เถิน เมืองปาน แม่ทะ แม่เมาะ วังเหนือ สบปราบ เสริมงาม ห้างฉัตร

อุตรดิตถ์ : ทองแสนขัน ท่าปลา น้ำปาด บ้านโคก พิชัย ฟากท่า เมืองอุตรดิตถ์ ลับแล

สุโขทัย : คีรีมาศ ทุ่งเสลี่ยม บ้านด่านลานหอย เมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย ศรีสำโรง

พิษณุโลก : ชาติตระการ นครไทย เนินมะปราง วังทอง วัดโบสถ์

เพชรบูรณ์ : เขาค้อ ชนแดน น้ำหนาว บึงสามพัน เมืองเพชรบูรณ์ วังโป่ง หล่มเก่า หล่มสัก

ภาคกลาง

กาญจนบุรี : ด่านมะขามเตี้ย ทองผาภูมิ ไทรโยค บ่อพลอย ศรีสวัสดิ์ สังขละบุรี หนองปรือ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หนองคาย : โพธิ์ตาก สังคม

อุดรธานี : นายูง น้ำโสม หนองวัวซอ

หนองบัวลำภู : ศรีบุญเรือง สุวรรณคูหา

เลย : ด่านซ้าย ปากชม เชียงคาน ท่าลี่ นาด้วง นาแห้ว ภูกระดึง ภูเรือ ภูหลวง เมืองเลย วังสะพุง

อุบลราชธานี : นาจะหลวย น้ำยืน บุณฑริก

ขอนแก่น : ภูผาม่าน

ภาคตะวันออก

ระยอง : บ้านค่าย เมืองระยอง เขาชะเมา

จันทบุรี : เมืองจันทบุรี โป่งน้ำร้อน ขลุง เขาคิชฌกูฏ

ตราด : เขาสมิง บ่อไร่ เกาะช้าง เกาะกูด

ในช่วงฤดูฝน การเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การติดตามข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลากได้

ที่มา – เตือน 23 จังหวัด เฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม – น้ำป่าไหลหลาก 22-26 ก.ย. 68

อัปเดต! พายุไต้ฝุ่นรากาซา: 5 จังหวัดเฝ้าระวัง

กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทางพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันนี้ กระทบไทยตอนบน มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัด 

วันที่ 22 ก.ย. 68 กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” (RAGASA) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันนี้ (22 ก.ย. 68) คาดว่า ในช่วงวันที่ 25 – 26 ก.ย. 68 จะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวตังเกี๋ยและขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังตามลำดับ อิทธิพลของพายุนี้จะทำให้ร่องมรสุมและมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้นในช่วงดังกล่าว

ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก บึงกาฬ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง 

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า

ในช่วงวันที่ 22 – 25 ก.ย. บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 28 ก.ย. ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลงเป็นกำลังปานกลาง

ในช่วงวันที่ 22 – 23 ก.ย. และ 26 – 28 ก.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ส่วนในช่วงวันที่ 24 – 25 ก.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24 – 25 ก.ย.

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังจากพายุไต้ฝุ่นรากาซา

จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์ อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ:

  • แม่ฮ่องสอน: เตรียมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน
  • ตาก: เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก
  • บึงกาฬ: ตรวจสอบความแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้าง
  • อำนาจเจริญ: เตรียมพร้อมอพยพหากจำเป็น
  • อุบลราชธานี: ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ระวังฝนตกหนัก

สถานการณ์ อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือ แผนฉุกเฉินควรถูกทบทวน และสิ่งของจำเป็นต้องจัดเตรียมให้พร้อมเสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัว

ประชาชนควรทำอย่างไรเพื่อรับมือพายุไต้ฝุ่นรากาซา

เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับ อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ที่อาจส่งผลกระทบ เราขอแนะนำให้คุณ:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง
  • หากอาศัยในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมพร้อมอพยพ

อย่าประมาทและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์พายุที่กำลังจะมาถึง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ระวังฝนตกหนัก

สภาพอากาศวันนี้: ไทยตอนบนฝนหนัก กทม.ฝน 60%

เตรียมตัวรับมือ! กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (tmd.go.th) รายงาน สภาพอากาศวันนี้ โดยระบุว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนอง

สำหรับชาวเรือ บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณฝนฟ้าคะนองเพื่อความปลอดภัย

สภาพอากาศวันนี้ พยากรณ์อากาศประเทศไทย

พยากรณ์อากาศตั้งแต่ 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ:

ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:

ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง:

ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก:

ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก):

ฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก):

ฝนฟ้าคะนอง 20% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล:

มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

สรุป สภาพอากาศวันนี้ หลายพื้นที่ในประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนัก โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ดังนั้น เตรียมร่ม พกเสื้อกันฝน และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น แม้ สภาพอากาศวันนี้ จะไม่เป็นใจนัก

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม. เจอฝน 60%

พายุโซนร้อนมิแทก: ประกาศฉบับสุดท้ายก่อนสลายตัว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับ พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว โดยพายุนี้ได้อ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องหลังจากขึ้นฝั่งประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ของประเทศไทย

พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งข่าว พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว โดยอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 16.00 น.) พายุโซนร้อนมิแทก (Mitag) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 20 กันยายน 2568 ได้ลดกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน (ละติจูด 23.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.0 องศาตะวันออก) โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ถึงแม้ว่า พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทย โดยร่องมรสุมได้เลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้

ผลกระทบและคำแนะนำเกี่ยวกับพายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือปริมาณฝนที่อาจตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนตกหนัก
  • ระวังอันตรายจากฟ้าผ่า
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เนื่องจากพายุยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในบริเวณดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาได้เน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักก็ยังคงต้องเฝ้าระวัง

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว

“เลย” อ่วม! ฝนหนักน้ำท่วมรถมิดหลังคา

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดเลยตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ ทั้งหมู่บ้าน ถนน และพื้นที่การเกษตร บางจุดระดับน้ำสูงถึง 1.50 เมตร รถกระบะจมน้ำมิดหลังคา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

“เลย” อ่วม! ฝนหนักน้ำท่วมรถมิดหลังคา

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเลย หลังเผชิญกับฝนที่ตกกระหน่ำอย่างหนักตลอดทั้งคืนเกือบทุกพื้นที่ของจังหวัด ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาและลำห้วยต่างๆ เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน ถนน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทางขึ้นภูบักได ลานมันเจ๊แบน บ้านสำราญ ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ระดับน้ำท่วมสูงถึง 1.50 เมตร ท่วมถนนและหมู่บ้าน ทำให้รถกระบะของชาวบ้านที่จอดอยู่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทัน จมน้ำมิดหลังคา สร้างความเสียหายอย่างหนัก ชาวบ้านต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อช่วยกันนำรถไปยังจุดที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ในพื้นที่ตำบลเลยวังไสย์ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย นายสันติ พรหมมาวัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเลยวังไสย์ ได้รับรายงานว่ามีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนในพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำในต้นน้ำเลยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ในหมู่บ้าน ถนน และโรงเรียนเลยตาดโนนพัฒนา

อบต.เลยวังไสย์ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้น นายก อบต.เลยวังไสย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ อบต. เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย

  • อพยพผู้ป่วยและผู้สูงอายุไปยังที่ปลอดภัย
  • ขนย้ายสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง
  • จัดหาอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัย
  • เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเลยครั้งนี้ ถือเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

สิ่งที่ต้องระวังหลังจากน้ำลด:

  • อันตรายจากสัตว์มีพิษที่หนีน้ำ
  • โรคระบาดที่มากับน้ำท่วม
  • ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร
  • ไฟฟ้าช็อตจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่โดนน้ำ

ขอให้พี่น้องชาวจังหวัดเลยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ เข้มแข็งและอดทน เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการวางแผนการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – “เลย” อ่วม ฝนตกหนักตลอดคืน น้ำท่วมรถมิดหลังคา

ประกาศฉบับ 1 พายุดีเปรสชัน ฝนตกหนักหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง พายุดีเปรสชัน ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แม้ว่าจะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่จะส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเกี่ยวกับ พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว และเมื่อเวลา 04.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 19.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 120.0 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 19-20 กันยายน 2568 พายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จากอิทธิพลของพายุจะทำให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 เตือนฝนตกหนัก

ดังนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะนี้ ขอให้ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จับตา! พายุดีเปรสชันทวีกำลัง

สถานการณ์พายุในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน

ผลกระทบจากพายุไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงฝนตกหนักเท่านั้น แต่อาจรวมถึงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ดังนั้น การเตรียมความพร้อมจึงควรครอบคลุมถึงการตรวจสอบเส้นทางน้ำ การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม และอาหารแห้ง รวมถึงการวางแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยในชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญ หากพบเห็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ เช่น น้ำท่วมขัง หรือสัญญาณของดินโคลนถล่ม ควรรีบแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและป้องกันได้อย่างทันท่วงที

การรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน การเตรียมความพร้อม การติดตามข่าวสาร และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศไทยมักเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม หรือภัยแล้ง การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม การให้ความรู้ การฝึกอบรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคมในการเผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อทวีกำลังแรงขึ้น ไม่เข้าไทย แต่หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

Scroll to top