ฝนตกหนัก

กทม. ฝนตก! กลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมนาน

คนกรุงฯ เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศชุ่มฉ่ำ! ช่วงเวลา 16.30–17.00 น. วันนี้ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยคาดว่าจะปกคลุมพื้นที่นานกว่า 1 ชั่วโมง ขอให้วางแผนการเดินทางและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 16.20 น. เพจเฟซบุก กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสถานการณ์ฝน โดยระบุว่าพบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนักบริเวณจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว วังทองหลาง บางกะปิ สวนหลวง ประเวศ ห้วยขวาง ดินแดง พญาไท ดุสิต บางซื่อ บางพลัด วัฒนา ราชเทวี พระนคร

กลุ่มฝนมีการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก และเข้าปกคลุมพื้นที่เพิ่มเติม ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร (เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางกอกน้อย บางกอกใหญ่) นนทบุรี คลองสาน ธนบุรี สาทร ยานนาวา คลองเตย พระโขนง สวนหลวง วัฒนา บางรัก ปทุมวัน สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย พระนคร บางพลัด ดุสิต ราชเทวี พญาไท ดินแดง ห้วยขวาง วังทองหลาง บางกะปิ บึงกุ่ม สะพานสูง ดอนเมือง หลักสี่ บางซื่อ จตุจักร สายไหม บางเขน ลาดพร้าว และบริเวณใกล้เคียง

หลังจากนั้น 16.30–17.00 น. พบกลุ่มฝนบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง ประชาชนในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง และระมัดระวังอันตรายจากฟ้าผ่า

ขณะที่ทาง ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร ได้รายงานสถานการณ์ฝนเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 เวลา 16.15 น. ว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนปานกลางถึงหนักในเขตพระโขนง คลองเตย สวนหลวง วัฒนา ราชเทวี ปทุมวัน ป้อมปราบฯ พระนคร บางกะปิ ลาดพร้าว วังทองหลาง ห้วยขวาง ดินแดง พญาไท ดุสิต บางพลัด บางซื่อ จตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และบางพลัด ทวีวัฒนา โดยกลุ่มฝนเคลื่อนตัวในทิศตะวันตก แนวโน้มคงที่ ปริมาณฝนรวมสูงสุดวัดได้ในเขตหลักสี่ 62.5 มม.

กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง

สถานการณ์กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้การจราจรในหลายพื้นที่อาจติดขัด ผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ และเผื่อเวลาในการเดินทาง

สิ่งที่ควรทำเมื่อ กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง

  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในเส้นทางที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม
  • ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • เตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนให้พร้อม
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรเผื่อเวลาให้มากขึ้น

สถานการณ์ กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสาร และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและส่วนรวม

ที่มา – กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง

น้ำท่วมถนนศรีนครินทร์-แพรกษา อ่วม! พบเสียชีวิต

สถานการณ์น้ำท่วม “ถนนศรีนครินทร์-แพรกษา” ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้คนที่ต้องสัญจรไปมาในบริเวณนั้น หลายพื้นที่ยังคงจมอยู่ใต้น้ำ และการสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ที่น่าเศร้าใจยิ่งกว่าคือ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟช็อตกลางน้ำ

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอิทธิพลของฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 7 กันยายน 2568 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ทำให้ถนนหลายสายสำคัญเกิดน้ำท่วมขังสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณน้ำท่วม “ถนนศรีนครินทร์-แพรกษา” รวมถึงถนนเทพารักษ์ แยกแบริ่ง-ลาซาล แยกศรีด่าน และถนนสุขุมวิท ช่วงแยกหอนาฬิกา อำเภอเมืองสมุทรปราการ ในบางจุดระดับน้ำสูงเกือบมิดล้อรถ ทำให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร

นอกจากถนนสายหลักแล้ว บ้านเรือนของประชาชนในหลายหมู่บ้านก็ได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อล้นเข้าท่วม ทำให้ชาวบ้านต้องรีบยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย ผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอลงในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเตือนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว หลายคนต้องจอดรถรอข้างทางเพื่อรอน้ำลด และมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่เสียอยู่กลางน้ำ

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ได้เร่งดำเนินการเปิดเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำลงคลองอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 7 กันยายน 2568 แต่จนถึงเวลา 08.00 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2568 ระดับน้ำในหลายพื้นที่ยังคงไม่ลดลงสู่ภาวะปกติ ทำให้โรงเรียนหลายแห่งในบริเวณนั้นประกาศหยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 1 วัน และปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์เป็นการชั่วคราว

ในช่วงกลางดึกของวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตบนถนนแพรกษา บริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ มุ่งหน้าไปยังคลองเก้า ที่เกิดเหตุพบศพของนายธนากร นาคสุทิน อายุ 17 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้กับรถจักรยานยนต์ ท่ามกลางน้ำที่ยังคงท่วมขัง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าผู้เสียชีวิตกำลังเข็นรถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำท่วม ขณะนั้นมีรถกระบะขับผ่านไปด้วยความเร็ว ทำให้น้ำกระเซ็นใส่ร่างของนายธนากร จนเสียหลักล้มลง มือไปสัมผัสกับแบริเออร์กั้นทาง ซึ่งมีการติดตั้งสายไฟสำหรับหลอดไฟส่องสว่าง ทำให้เกิดกระแสไฟรั่วช็อตร่างจนเสียชีวิตทันที เหตุการณ์น้ำท่วม “ถนนศรีนครินทร์-แพรกษา” ครั้งนี้จึงนำมาซึ่งความสูญเสีย

น้ำท่วม “ถนนศรีนครินทร์-แพรกษา”

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ก่อสร้างถนน และเร่งระบายน้ำออกจากถนน เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

การป้องกันเหตุไฟฟ้าดูดจากสถานการณ์น้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วม “ถนนศรีนครินทร์-แพรกษา” ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้าดูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนและช่วงเวลาที่เกิดน้ำท่วมขัง เราควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับวัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า เช่น เสาไฟฟ้า ป้ายต่างๆ หรือสายไฟที่อาจจะตกลงมาในน้ำ หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลอยู่ในบริเวณนั้น และสวมใส่รองเท้าบูทเพื่อป้องกัน

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบและแก้ไขระบบไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะให้มีความปลอดภัยอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์tragic เช่นที่เกิดขึ้นบนน้ำท่วม “ถนนศรีนครินทร์-แพรกษา” อีกต่อไป

ที่มา – น้ำท่วม “ถนนศรีนครินทร์-แพรกษา” อ่วมหนัก พบผู้เสียชีวิตถูกไฟช็อตกลางน้ำ

โซนร้อน “ตาปะฮ์” ฝนหนัก! ไทยไม่กระทบ?

พายุ “ตาปะฮ์” ทวีความแรงเป็นพายุโซนร้อน แต่ถึงแม้ โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตก และตกหนักในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีฝนตกร้อยละ 80 ของพื้นที่

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 68 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 9 เรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว โดยเมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในวันนี้ (8 ก.ย. 68) พายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวด้วย

ขณะที่พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำรอการระบายโดยเฉพาะบริเวณชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง 

โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส 

ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

แล้วเราควรเตรียมตัวอย่างไรกับสถานการณ์ โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง นี้?

ถึงแม้ว่า โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่สถานการณ์ฝนที่อาจจะตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงหากไม่จำเป็น และตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัย

สรุปแล้ว แม้ว่าพายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุดังกล่าว

ที่มา – โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

สุดเศร้า! สมุทรปราการอ่วม ฝนตกหนัก น้ำท่วม

สมุทรปราการอ่วม ฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุน น้ำท่วมหลายจุด หลายพื้นที่จมบาดาลหลังฝนกระหน่ำต่อเนื่องตั้งแต่เย็นวานนี้ สถานการณ์ยิ่งแย่เมื่อน้ำทะเลหนุนสูงซ้ำเติม ขณะที่หนุ่ม 17 ปีเคราะห์ร้าย เข็นรถจักรยานยนต์ลุยน้ำ ถูกคลื่นจากรถใหญ่ซัดล้ม ถูกไฟดูดเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ ส่งผลให้น้ำท่วมขังถนนหลายสาย และทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ได้ลงพื้นที่เฝ้าระวังและเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ โดยบางจุดระดับน้ำสูงถึง 40 เซนติเมตร พร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะพื้นที่ริมคลอง

เหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นเมื่อหนุ่มวัย 17 ปี เข็นรถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำท่วม บนถนนแพรกษา แต่โชคร้ายถูกคลื่นน้ำจากรถใหญ่ซัดจนล้มลง และถูกกระแสไฟฟ้าดูดเสียชีวิต ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างไม่กล้าเข้าช่วยเหลือ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกไฟดูดไปด้วย เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจึงเข้าตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน

นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแจ้งว่า นอกจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น. แล้ว ยังมีน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้เกิดน้ำท่วม ในหลายจุด โดยเฉพาะอำเภอเมืองมีปริมาณน้ำมาก จึงต้องเปิดประตูระบายน้ำทุกประตูและเร่งสูบน้ำออกอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือ น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำที่สูบออกไปถูกดันกลับเข้ามา คาดว่าระดับน้ำทะเลจะลดลงหลังเที่ยงคืน และจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ได้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากนั้น

ถึงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากน้ำ เริ่มคลี่คลายและระดับน้ำลดลงแล้ว แต่คาดว่าช่วงเช้าวันนี้จะมีน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้ง ส่งผลให้การระบายน้ำอาจกลับมาเป็นไปได้ช้า แต่คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงสายของวันนี้

สมุทรปราการอ่วม ฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุน น้ำท่วมหลายจุด

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนในจังหวัดสมุทรปราการครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากความเสียหายต่อทรัพย์สินแล้ว ยังมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟดูดอีกด้วย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การวางแผนรับมือ การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า และการหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย เป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรตระหนัก

การป้องกันและรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วม ควรตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรง จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ไฟฉาย และยาสามัญประจำบ้าน ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว อย่าเข้าใกล้และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าทันที

เหตุการณ์สมุทรปราการอ่วม ฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุน น้ำท่วมหลายจุด เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – สมุทรปราการอ่วม ฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุน น้ำท่วมหลายจุด หนุ่ม 17 ถูกไฟดูดเสียชีวิต

คนกรุงอ่วม! ฝนตกหนัก รถติด น้ำท่วมขัง

เย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา คนกรุงต้องเผชิญกับสถานการณ์สุดอ่วมอรทัย! ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ประสบปัญหารถติดสาหัส และเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายในหลายจุด สร้างความเดือดร้อนให้กับการเดินทางของประชาชนเป็นอย่างมาก

วันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ ฝนได้เริ่มโปรยปรายลงมา และค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้ถนนหลายสายกลายเป็นอัมพาต เนื่องจากมีน้ำท่วมขังสูง ทำให้รถยนต์สัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก

คนกรุงอ่วม เย็นวันศุกร์ฝนตกหนักต่อเนื่อง รถติดสาหัส-น้ำท่วมขังหลายจุด

สถานการณ์รถติดสาหัส เกิดขึ้นในหลายเส้นทางหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณถนนสุขุมวิท ถนนรัชดาภิเษก ถนนลาดพร้าว และถนนพหลโยธิน ผู้ที่ต้องเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงานต่างต้องเผชิญกับสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักหน่วง หลายคนต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง

นอกจากปัญหาการจราจรแล้ว น้ำท่วมขังยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนอีกด้วย หลายบ้านเรือนและร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ถูกน้ำท่วมเข้าบ้าน สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สิน บางแห่งระดับน้ำสูงจนไม่สามารถสัญจรได้

ทางด้านสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักในครั้งนี้ โดยระบุว่า ได้เร่งดำเนินการพร่องน้ำและลดระดับน้ำในคลองต่างๆ ทั่วพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง

สำนักการระบายน้ำฯ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง โดยขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง หากไม่จำเป็น และให้ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

  • ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • หลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำท่วมสูง
  • เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย ร่ม เสื้อกันฝน
  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อให้คนกรุงเทพฯ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข แม้ในฤดูฝน

การแก้ไขปัญหาระยะยาว อาจต้องพิจารณาถึงการปรับปรุงระบบระบายน้ำ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยดูดซับน้ำ และการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักในอนาคต

ที่มา – คนกรุงอ่วม เย็นวันศุกร์ฝนตกหนักต่อเนื่อง รถติดสาหัส-น้ำท่วมขังหลายจุด

สภาพอากาศวันนี้: ประเทศไทยฝนตกหนัก กทม. 70%

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวัน ประเทศไทยยังคงมีสภาพอากาศวันนี้ฝนตกหนักบางแห่ง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวัน ลักษณะอากาศทั่วไป ประเทศไทยยังคงมีสภาพอากาศวันนี้ฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดตาก จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม.-ปริมณฑล เจอฝน 70%

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

พยากรณ์อากาศแต่ละภาค

ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ทำให้เราต้องเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศวันนี้ กันให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมร่ม, เสื้อกันฝน, หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม.-ปริมณฑล เจอฝน 70%

ท่าสองยางอ่วม! น้ำป่าทะลักท่วมชุมชน เตือนดินโคลนถล่ม

สถานการณ์น่าเป็นห่วงที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก! ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลให้ น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมชุมชนหลายแห่ง ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกมาเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากดินโคลนถล่ม พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยที่เคยเกิดขึ้น

ท่าสองยางอ่วม! น้ำป่าทะลักท่วมชุมชน เตือนดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์จาก อ.ท่าสองยาง ว่า จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาจากอ่าวมะตะบัน ทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานกว่า 7 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ส่งผลให้เกิด น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมชุมชน ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่บ้านแม่สลิดหลวง ต.แม่สอง น้ำจากลำห้วยแม่สลิดได้ไหลบ่าเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านต้องรีบขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน รถยนต์ที่จอดอยู่ริมน้ำก็ต้องเคลื่อนย้ายเพื่อป้องกันความเสียหาย

ทางด้าน อบต.แม่หละ ได้แจ้งเตือนสถานการณ์ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.แม่หละ ว่า น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมชุมชน จนทำให้สะพานข้ามห้วยแม่หละ ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักของชาวบ้าน ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว หน่วยบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมชุมชนและดินโคลนถล่ม เนื่องจากในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มทับบ้านเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมาแล้วในพื้นที่ ต.แม่หละ

เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในท่าสองยาง

สถานการณ์ปัจจุบันยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำสะสมในดินเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดดินโคลนถล่มได้ทุกเมื่อ ทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • สังเกตสัญญาณเตือนภัย เช่น น้ำในลำธารมีสีขุ่นข้น หรือมีเสียงดังผิดปกติจากภูเขา
  • เตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการอพยพ เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยาประจำตัว
  • วางแผนเส้นทางอพยพที่ปลอดภัย
  • แจ้งข่าวสารให้เพื่อนบ้านและคนในชุมชนทราบ

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ทุกท่านใน อ.ท่าสองยาง และพื้นที่ใกล้เคียง โปรดใช้ความระมัดระวัง และติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

สถานการณ์ น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมชุมชนที่ท่าสองยางในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การมีสติ การวางแผน และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – ท่าสองยางอ่วม ฝนถล่มหนัก น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมชุมชน เตือนเสี่ยงดินโคลนถล่ม

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักหลายพื้นที่

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 8 เตือนพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ หลายจังหวัดต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 8 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “หนองฟ้า” ได้เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดเลย และคาดว่าจะเคลื่อนปกคลุมภาคเหนือในวันนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่านตอนล่าง แพร่ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน

ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, ชัยภูมิ และขอนแก่น

ภาคกลาง: นครสวรรค์ และกาญจนบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, ชัยภูมิ, นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนควรระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์“พายุหนองฟ้า” ที่กำลังจะมาถึงนี้

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบเส้นทางน้ำ เตรียมสิ่งของจำเป็น และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 8 ไทยมีฝนตกต่อเนื่อง ตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

มาแล้วจ้า! อัปเดตข่าวพยากรณ์อากาศล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยจากพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ โดยหลายจังหวัดอาจเจอกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เลยทีเดียว เตรียมตัวรับมือกันให้พร้อมนะคะ!

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 6 โดยแจ้งว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันนี้ พายุโซนร้อน “หนองฟ้า” ได้ขึ้นฝั่งบริเวณเมืองห่าติ๋ญ ประเทศเวียดนามแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจากอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬไปทางทิศตะวันออกประมาณ 180 กิโลเมตร พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเมื่อเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวตอนบน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย บริเวณจังหวัดบึงกาฬและนครพนมในคืนนี้ และจะเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 สิงหาคม)

ผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” หลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, เลย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ) ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 (น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, นครสวรรค์)

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัยและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์กันด้วยนะคะ

พื้นที่เสี่ยง “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” จากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เลย, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, ลพบุรี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” บางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

สถานการณ์พายุ “หนองฟ้า” ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ไทยมีฝนเพิ่ม หลายจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

Scroll to top