ฝนตก

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 พายุบัวลอย ฝนตกหนักไทย

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก เป็นข่าวที่คนไทยหลายคนกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ที่อากาศแปรปรวนจากอิทธิพลพายุโซนร้อนกำลังแรงนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนถึงสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคของประเทศ ทำให้ประชาชนต้องเตรียมตัวรับมือกับฝนฟ้าคะนองและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพายุ “บัวลอย” ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงที่ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ พายุนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.3 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตามแนวชายฝั่งเวียดนาม และในวันที่ 28-29 กันยายน จะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนก่อนอ่อนกำลังลง

อิทธิพลของกรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมากนี้ จะทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

ผลกระทบจากพายุบัวลอยต่อประเทศไทย

จากประกาศของกรมอุตุฯ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2568 นี้

  • ภาคเหนือ: ฝนตกหนักมากในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา อาจได้รับผลกระทบหนัก
  • ภาคตะวันออก: ระยอง จันทบุรี ตราด เสี่ยงน้ำท่วมจากฝนต่อเนื่อง
  • ภาคกลาง: กรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณฝนฟ้าคะนอง ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 เมตร และสูงกว่าในจุดฝน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วง 28-30 กันยายน

สถานการณ์พายุบัวลอยนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเผชิญ แต่จากประสบการณ์ในอดีต เราพบว่าฝนตกหนักจากมรสุมสามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้มาก หากไม่เตรียมพร้อม กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทรสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือทันท่วงที

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้ เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยังคงมีผลกระทบ ทำให้ฤดูฝนยาวนานและรุนแรงขึ้น ดังนั้น การวางแผนเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเสมอ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมเสบียงอาหาร ยา และเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และอย่าลืมช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงฝนฟ้าคะนองนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

ฝนถล่มตราด 5 ชม. ท่วมถนนหลัก รถเล็กผ่านไม่ได้

ฝนถล่มตราด 5 ชม. ท่วมถนนหลัก รถเล็กผ่านไม่ได้

ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดตราดต้องเผชิญกับเหตุการณ์ ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและนักเดินทางเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัดลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลให้ถนนสายหลักอย่างถนนตราด-คลองใหญ่ บริเวณบ้านคลองม่วงและคลองมะนาว ถูกน้ำท่วมขังเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร ระดับน้ำสูงถึง 40-50 เซนติเมตร รถยนต์ขนาดเล็กจึงไม่สามารถผ่านได้ชั่วคราว

ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้

เหตุการณ์ ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่จังหวัดตราดต้องเผชิญ แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงเนื่องจากปริมาณฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องยาวนาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายวันดังกล่าว ทำให้ปริมาณน้ำจากภูเขาไหลลงมาอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากองค์กรท้องถิ่นรีบเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือและตั้งจุดตรวจเพื่อแจ้งเตือนผู้ขับขี่ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์หรือรถเสีย

ผลกระทบจากการท่วมขังในพื้นที่ตราด

นอกจากปัญหาการจราจรแล้ว เหตุการณ์นี้ยังสร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมทาง แม้เบื้องต้นจะยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง แต่หากฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้น เช่น พืชผลทางการเกษตรที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย หรือบ้านเรือนที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำไหลทะลัก นอกจากนี้ จังหวัดตราดยังมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันในหลายอำเภอ เช่น อำเภอบ่อไร่และอำเภอเขาสมิง ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-2 วันนี้

เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์มากขึ้น เราสามารถแบ่งผลกระทบออกเป็นหัวข้อหลักดังนี้:

  • การจราจรติดขัด: ถนนสายหลักถูกน้ำท่วม รถเล็กผ่านไม่ได้ ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องหาเส้นทางเลี่ยง
  • ความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน: น้ำไหลแรงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น: ชาวเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มอาจสูญเสียผลผลิต หากน้ำไม่ระบายทัน
  • มาตรการป้องกัน: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสภาพอากาศและเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม

จากประสบการณ์ในอดีต เหตุการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงใต้อย่างตราดมักเกิดจากฝนตกหนักในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งปีนี้คาดว่าปริมาณฝนจะมากกว่าปีที่แล้วเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลก ชาวบ้านในพื้นที่ควรเตรียมตัวโดยการตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านและติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา

นอกจากนี้ รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นได้เพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น การขุดลอกคลองและสร้างกำแพงกันน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต แต่สำหรับเหตุการณ์ ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ายังต้องเร่งรัดการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในฐานะผู้ที่ติดตามข่าวสารด้านภัยพิบัติ สิ่งสำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเตรียมเสบียงอาหารและยาไว้ให้พร้อม และหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

สุดท้ายนี้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปัจจุบันทำให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น เราควรสนับสนุนนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรเทาปัญหาในระยะยาว หากมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม เราจะนำเสนอให้ทราบต่อไป

ที่มา – ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้

กรมอุตุฯ เตือน! “พายุรากาซา” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนถึงอิทธิพลของ “พายุรากาซา” ที่จะทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 23-26 กันยายนนี้ ใครที่กำลังวางแผนเดินทางต้องเช็คสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุรากาซา” ฉบับที่ 3 ซึ่งใจความสำคัญคือการแจ้งเตือนถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

โดยสถานการณ์ปัจจุบัน (23 ก.ย. 68 เวลา 04.00 น.) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะฮ่องกง ผ่านชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน และเกาะไหหลำ ก่อนที่จะเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 กันยายน 2568 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมา ทำให้พายุอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

ผลกระทบจาก “พายุรากาซา” ต่อประเทศไทย

อิทธิพลของ “พายุรากาซา” ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณ:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

ทางกรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง ต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินกันนะคะ

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24–26 กันยายน 2568 เพื่อความปลอดภัยค่ะ

สรุปก็คือ ช่วงวันที่ 23-26 กันยายนนี้ เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากกันด้วยนะคะ ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรักค่ะ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

พายุโซนร้อนมิแทก: ประกาศฉบับสุดท้ายก่อนสลายตัว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับ พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว โดยพายุนี้ได้อ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องหลังจากขึ้นฝั่งประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ของประเทศไทย

พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งข่าว พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว โดยอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 16.00 น.) พายุโซนร้อนมิแทก (Mitag) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 20 กันยายน 2568 ได้ลดกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน (ละติจูด 23.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.0 องศาตะวันออก) โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ถึงแม้ว่า พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทย โดยร่องมรสุมได้เลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้

ผลกระทบและคำแนะนำเกี่ยวกับพายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือปริมาณฝนที่อาจตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนตกหนัก
  • ระวังอันตรายจากฟ้าผ่า
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เนื่องจากพายุยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในบริเวณดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาได้เน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักก็ยังคงต้องเฝ้าระวัง

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว

“เลย” อ่วม! ฝนหนักน้ำท่วมรถมิดหลังคา

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดเลยตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ ทั้งหมู่บ้าน ถนน และพื้นที่การเกษตร บางจุดระดับน้ำสูงถึง 1.50 เมตร รถกระบะจมน้ำมิดหลังคา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

“เลย” อ่วม! ฝนหนักน้ำท่วมรถมิดหลังคา

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเลย หลังเผชิญกับฝนที่ตกกระหน่ำอย่างหนักตลอดทั้งคืนเกือบทุกพื้นที่ของจังหวัด ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาและลำห้วยต่างๆ เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน ถนน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทางขึ้นภูบักได ลานมันเจ๊แบน บ้านสำราญ ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ระดับน้ำท่วมสูงถึง 1.50 เมตร ท่วมถนนและหมู่บ้าน ทำให้รถกระบะของชาวบ้านที่จอดอยู่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทัน จมน้ำมิดหลังคา สร้างความเสียหายอย่างหนัก ชาวบ้านต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อช่วยกันนำรถไปยังจุดที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ในพื้นที่ตำบลเลยวังไสย์ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย นายสันติ พรหมมาวัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเลยวังไสย์ ได้รับรายงานว่ามีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนในพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำในต้นน้ำเลยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ในหมู่บ้าน ถนน และโรงเรียนเลยตาดโนนพัฒนา

อบต.เลยวังไสย์ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้น นายก อบต.เลยวังไสย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ อบต. เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย

  • อพยพผู้ป่วยและผู้สูงอายุไปยังที่ปลอดภัย
  • ขนย้ายสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง
  • จัดหาอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัย
  • เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเลยครั้งนี้ ถือเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

สิ่งที่ต้องระวังหลังจากน้ำลด:

  • อันตรายจากสัตว์มีพิษที่หนีน้ำ
  • โรคระบาดที่มากับน้ำท่วม
  • ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร
  • ไฟฟ้าช็อตจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่โดนน้ำ

ขอให้พี่น้องชาวจังหวัดเลยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ เข้มแข็งและอดทน เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการวางแผนการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – “เลย” อ่วม ฝนตกหนักตลอดคืน น้ำท่วมรถมิดหลังคา

เตือน! “พายุมิแทก” ไม่เข้าไทย แต่ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุมิแทก” ซึ่งถึงแม้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนัก” ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุมิแทก” ฉบับที่ 3 ผ่านทางเว็บไซต์ โดยระบุว่าเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 18 กันยายน 2568 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้พัฒนาเป็นพายุโซนร้อน “มิแทก” (Mitag) และเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 19 กันยายน ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 21.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.3 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19 กันยายน 2568 ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าว

จากอิทธิพลของ “พายุมิแทก” ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้

เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุมิแทก” ล่าสุด

สถานการณ์ “พายุมิแทก” มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลกระทบจาก “พายุมิแทก” ที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่า “พายุมิแทก” จะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ สิ่งที่ควรระวังมีดังนี้:

  • น้ำท่วมฉับพลัน: โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและใกล้แหล่งน้ำ
  • ดินโคลนถล่ม: ในพื้นที่ลาดชันและภูเขา
  • ฟ้าผ่า: หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนตก
  • การเดินทาง: วางแผนการเดินทางและตรวจสอบสภาพถนนก่อนออกเดินทาง

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักยังรวมถึงการตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านเรือน การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย เทียน และอาหารแห้ง และการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ

ถึงแม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง การเตรียมพร้อมก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัว

ที่มา – เตือน “พายุมิแทก” ฉบับที่ 3 ไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่กระทบหลายพื้นที่ “ฝนตกหนัก”

ประกาศฉบับ 1 พายุดีเปรสชัน ฝนตกหนักหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง พายุดีเปรสชัน ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แม้ว่าจะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่จะส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเกี่ยวกับ พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว และเมื่อเวลา 04.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 19.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 120.0 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 19-20 กันยายน 2568 พายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จากอิทธิพลของพายุจะทำให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 เตือนฝนตกหนัก

ดังนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะนี้ ขอให้ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จับตา! พายุดีเปรสชันทวีกำลัง

สถานการณ์พายุในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน

ผลกระทบจากพายุไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงฝนตกหนักเท่านั้น แต่อาจรวมถึงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ดังนั้น การเตรียมความพร้อมจึงควรครอบคลุมถึงการตรวจสอบเส้นทางน้ำ การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม และอาหารแห้ง รวมถึงการวางแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยในชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญ หากพบเห็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ เช่น น้ำท่วมขัง หรือสัญญาณของดินโคลนถล่ม ควรรีบแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและป้องกันได้อย่างทันท่วงที

การรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน การเตรียมความพร้อม การติดตามข่าวสาร และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศไทยมักเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม หรือภัยแล้ง การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม การให้ความรู้ การฝึกอบรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคมในการเผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อทวีกำลังแรงขึ้น ไม่เข้าไทย แต่หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

สภาพอากาศวันนี้: ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น เตือนภัยฝนหนัก!

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดตสภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกันนะครับ เตรียมตัวรับมือกับฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่ด้วยนะ

“กรมอุตุนิยมวิทยา” พยากรณ์สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น พร้อมเตือน 4 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” บางแห่ง

วันที่ 17 ก.ย. 2568 เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า “ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19–20 กันยายน 2568″

สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์

อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

เป็นยังไงกันบ้างครับกับสภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น อย่าลืมเตรียมตัวรับมือกับฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักกันด้วยนะครับ ขับรถก็ระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น เตือน 4 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

เตือน! ทั่วไทยระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก” เช็กเลย!

สถานการณ์ “ฝนตกหนัก” กำลังเป็นที่น่ากังวล! “กรมอุตุนิยมวิทยา” ออกมาเตือนทั่วไทยให้ระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก” พร้อมทั้งให้ตรวจสอบรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

วันที่ 13 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

เตือนทั่วไทยระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก”

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวัง “ฝนตกหนัก” เป็นพิเศษ?

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, ตาก, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): กระบี่, ตรัง, สตูล
  • กรุงเทพและปริมณฑล: ทั่วพื้นที่

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่อาจเกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ควรตรวจสอบสภาพบ้านเรือน ช่องทางระบายน้ำ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ที่มา – เตือนทั่วไทยระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก” เช็กจังหวัดไหนบ้างคาดจะได้รับผลกระทบ

Scroll to top