พรรคร่วมรัฐบาล

โหวตนายกฯ วันไหน เลขาฯ สภาฯ นัด สส. 19 มี.ค.

โหวตนายกฯ วันไหน เลขาฯ สภาฯ ออกหนังสือด่วนมากนัด สส. 19 มี.ค. นี้ เป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง เพราะเป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ วันนี้เรามีรายละเอียดครบถ้วนมาอัปเดตให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ เลยนะ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งหนังสือด่วนมากถึง สส. ทุกคน เรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา

วาระสำคัญสุดคือ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะแจ้งพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภา จากนั้นเข้าสู่เรื่องด่วน คือ พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โหวตนายกฯ วันไหน เลขาฯ สภาฯ ออกหนังสือด่วนมากนัด สส. 19 มี.ค. นี้

การประชุมครั้งนี้ไม่มี สว. เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ทำให้เป็นการโหวตแบบ สส. ล้วน ๆ ซึ่งตื่นเต้นไม่แพ้ครั้งก่อน ๆ ขั้นตอนจะโปร่งใสแบบเปิดเผย ทุกคนต้องขานชื่อลงคะแนน ผู้สมัครที่ได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของ สส. ทั้งหมด (มากกว่า 250 เสียง จาก 500 ที่นั่ง) เท่านั้นถึงจะชนะ

ขั้นตอนการเสนอชื่อและโหวตนายกรัฐมนตรี

เริ่มจากพรรคการเมืองที่เสนอชื่อผู้สมัครนายกฯ จากบัญชีของพรรคตัวเอง โดยพรรคต้องมี สส. ไม่น้อยกว่า 5% ของสภา หรืออย่างน้อย 25 ที่นั่ง และต้องมี สส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสภา (50 เสียง)

  • เสนอชื่อ: พรรคที่มีคุณสมบัติครบเสนอชื่อ Candidate
  • แสดงวิสัยทัศน์: ผู้ถูกเสนอชื่อกล่าววิสัยทัศน์ต่อ สส. เพื่อโน้มน้าวใจ
  • ลงคะแนน: แบบเปิดเผย เรียกชื่อ สส. ตามลำดับตัวอักษร ขานชื่อผู้ที่เลือกหรือ “งดออกเสียง”
  • ผล: ได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง ประธานสภาฯ นำชื่อทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

การโหวตแบบนี้ทำให้ทุกเสียงชัดเจน ไม่มีลับ ๆ ล่อ ๆ สส. แต่ละคนต้องรับผิดชอบต่อประชาชนที่เลือกมา นอกจากนี้ ยังมีวาระอื่น ๆ เช่น การรับทราบพระบรมราชโองการ ซึ่งเป็นพิธีการสำคัญ

ทำไมการโหวตครั้งนี้ถึงสำคัญ? เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาลใหม่ที่จะกำหนดทิศทางประเทศไปอีก 4 ปี ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคม หรือปัญหาเรื้อรังอย่างคอร์รัปชัน ประชาชนอย่างเราก็ต้องเฝ้าดู สส. ที่เราบริจาคภาษีไปทำงานจริงจังแค่ไหน

นอกจากขั้นตอนหลักแล้ว ยังมีกฎเกณฑ์อื่น ๆ เช่น หากรอบแรกไม่มีใครได้เกินกึ่งหนึ่ง อาจต้องโหวตรอบใหม่ แต่ครั้งนี้คาดว่าจะลุ้นเข้มข้นเพราะพรรคใหญ่หลายพรรคมี Candidate พร้อมลุย

เพื่อให้เข้าใจชัดยิ่งขึ้น ลองนึกภาพ สส. นั่งเรียงกันในห้องประชุมใหญ่ ประธานเรียกชื่อทีละคน “คุณสมชาย ขานชื่อ!” แล้วตอบ “นายกฯ X” หรือ “งด” เสียงดังก้องทั้งห้อง นี่แหละเสน่ห์ของประชาธิปไตยไทย

การโหวตนายกฯ วันไหน เลขาฯ สภาฯ ออกหนังสือด่วนมากนัด สส. 19 มี.ค. นี้ จะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เราควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลจะกระทบชีวิตเราทุกคน

คุณคิดว่าใครจะได้เป็นนายกฯ ชื่อนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลยนะ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ อ่าน เพื่อให้ทุกคนรู้ทันเหตุการณ์ ติดตามอัปเดตล่าสุดจากเรา!

ที่มา – โหวตนายกฯ วันไหน เลขาฯ สภาฯ ออกหนังสือด่วนมากนัด สส. 19 มี.ค. นี้

นายกฯ ยินดี “โสภณ”นั่งประธานสภาฯ “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” รองประธาน

นายกฯ ยินดี “โสภณ”นั่งประธานสภาฯ “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” รองประธาน เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความยินดีอย่างเป็นทางการกับนายโสภณ ซารุมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 35 รวมถึงน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

นายกฯ ยินดี “โสภณ”นั่งประธานสภาฯ “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” รองประธาน

ข้อความจากนายกรัฐมนตรีระบุว่า “ขอแสดงความยินดีกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านรองประธานทั้งสองด้วยครับ” ซึ่งโพสต์ในเวลา 09.00 น. ท่าทีนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำรัฐบาลและสมาชิกสภาที่เพิ่งได้รับตำแหน่งสำคัญ การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ สร้างความมั่นคงให้กับโครงสร้างผู้นำรัฐสภาในสมัยใหม่

รายละเอียดเหตุการณ์สำคัญ

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันเดียวกัน เวลา 14.30 น. ณ โถงหน้าห้องจัดประชุมสัมมนา B1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา จะมีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทำข่าว ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ยืนยันความชอบธรรมของตำแหน่งเหล่านี้ตามรัฐธรรมนูญ

  • นายโสภณ ซารุมย์: ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย มีประสบการณ์ยาวนานในแวดวงการเมือง เคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายครั้ง
  • น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช: รองประธานคนที่ 1 ผู้หญิงเก่งที่มีบทบาทเด่นในการผลักดันนโยบายสตรี
  • นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล: รองประธานคนที่ 2 ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการพัฒนาท้องถิ่น

การแต่งตั้งครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดอำนาจในสภาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการกระจายบทบาทระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ได้ส่วนแบ่งสำคัญ สร้างสมดุลให้กับการทำงานของรัฐสภาในอนาคต

ความสำคัญของตำแหน่งประธานสภาฯ

ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการประชุม ลงมติร่างกฎหมาย และเป็นประธานรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี การเลือกนายโสภณ ซึ่งมีภาพลักษณ์สุภาพและมีวินัย จะช่วยให้การอภิปรายในสภาดำเนินไปอย่างราบรื่น ขณะที่รองประธานทั้งสองจะสนับสนุนในด้านต่างๆ ทำให้สภามีประสิทธิภาพสูงสุด

นายกฯ อนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยินดีครั้งนี้ยังเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพรัฐบาล ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายจากประเด็นเศรษฐกิจและสังคมหลายด้าน การมีผู้นำสภาที่แข็งแกร่งจะช่วยเร่งรัดการผ่านร่างกฎหมายสำคัญ เช่น พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 และนโยบายฟื้นฟูหลังโควิด

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยเฉพาะในภาคอีสานที่นายโสภณมีฐานเสียงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้สตรีอย่างน.ส.มัลลิกา มีบทบาทมากขึ้น สอดคล้องกับกระแส平等ทางเพศในpoliticsไทย

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข่าวการเมืองล่าสุด และแสดงความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – นายกฯ ยินดี “โสภณ”นั่งประธานสภาฯ “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” รองประธาน

“อนุทิน” ร้องโอ้โห! เพื่อนธรรมนัสไม่มีวันหมดอายุ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีเรื่องเด็ดจากวงในรัฐสภา ที่ทำเอาทุกคนฮือฮา นั่นคือ “อนุทิน” ร้องโอ้โห ยอมรับ “ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย แต่เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ได้ให้สัมภาษณ์แบบเป็นกันเองสุดๆ หลังการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา เรื่องนี้กลายเป็นไวรัลทันที เพราะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์แบบเพื่อนเก่าที่ไม่เคยจางหายในแวดวงการเมืองไทย

“อนุทิน” ร้องโอ้โห ยอมรับ “ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย แต่เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ

มาดูรายละเอียดกันเลยครับ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรเลือกประธานสภาและรองประธานเรียบร้อย นายอนุทินได้เผยไทม์ไลน์สำคัญต่อไป เริ่มจากทำเอกสารทูลเกล้าฯ รอพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ประธานสภา จากนั้นก็เรียกประชุมสภา ไม่น่าจะล่าช้าเท่าไหร่ แต่สำหรับข่าวลือว่าจะโหวตนายกฯ วันที่ 19 มี.ค. นั้น อนุทินบอกว่า “ยังกำหนดไม่ได้” เพราะต้องรอโปรดเกล้าฯ ทุกตำแหน่งให้ครบถ้วนก่อน

ส่วนเรื่องคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ยังไม่ส่งรายชื่อ เพราะต้องรอโหวตนายกฯ โดยสมบูรณ์ก่อน จากนั้นจะนัดพรรคร่วมรัฐบาลมาคุยโควตา พรรคแต่ละพรรคส่งชื่อรัฐมนตรีมา แล้วส่ง สลค. ตรวจสอบคุณสมบัติแบบเข้มงวดสุดๆ โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ อนุทินย้ำว่าทุกพรรคต้องกลั่นกรองดีๆ รวมถึงพรรคภูมิใจไทยเองก็สกรีนผ่านคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้ไม่มีข้อครหา

สกรีนครม. เข้ม! ไร้ปัญหาจริยธรรม

อนุทินมั่นใจว่าครม. ชุดนี้จะถูกใจประชาชนแน่นอน เพราะพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงมาสูง ต้องทำตามความคาดหวังประชาชน ยึดหลักจริยธรรมทุกขั้นตอน ถ้ามีปัญหาก็หารือหัวหน้าพรรคปรับเปลี่ยนได้ แต่หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น ทุกคนรู้โจทย์หมดแล้ว ต้องเสนอคนสะอาด 100%

  • นัดพรรคร่วมหลังโหวตนายกฯ เพื่อแบ่งโควตาครม.
  • ส่งชื่อครม. หลังโปรดเกล้าฯ นายกฯ
  • ตรวจสอบคุณสมบัติโดย สลค. และสกรีนพรรค
  • ยึดแนวทางศาล รธน. เรื่องจริยธรรม
  • ไม่มีข้อครหา ถูกใจประชาชน

ที่เด็ดสุดคือตอนถูกถามถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้า (กธ.) อนุทินบอกว่า ยังไม่ได้คุยกันเพราะคนเยอะ แต่เจอ ส.ส. พรรคกล้า อย่างนายอัครา พรหมเผ่า (น้องชายธรรมนัส) แค่แสดงความยินดีที่ได้เป็น ส.ส. พอถามว่าจะคุยกับธรรมนัสในฐานะเพื่อนมั้ย อนุทินร้อง โอ้โห แล้วพูดว่า เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ โอ้ย มันซึ้งซึ้งยังไงไม่รู้ เหมือนหนังการเมืองไทยที่มิตรภาพเก่ายังคงอยู่ท่ามกลางการแข่งขัน!

เรื่องนี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่แม้จะมีดราม่าโควตา ครม. หรือการสกรีนคุณสมบัติ แต่ความเป็นเพื่อนเก่ายังสำคัญ โดยเฉพาะอนุทินกับธรรมนัสที่เคยร่วมงานกันสมัยก่อน หลังเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่สุดในรัฐบาลผสม ทำให้บทบาทในการจัดครม. สำคัญมาก ประชาชนต่างรอคอยครม. ชุดใหม่ที่ไร้ปัญหา จะช่วยแก้เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองให้มั่นคง

ในมุมมองผมนะครับ “อนุทิน” ร้องโอ้โห ยอมรับ “ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย แต่เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ แสดงให้เห็นว่าการเมืองไม่ใช่ศัตรูกันตลอดไป มิตรภาพช่วยประสานพรรคร่วมได้ดี ถ้าครม. ออกมาสะอาดจริง คงเป็นจุดเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ที่น่าจับตา คุณล่ะคิดยังไง? มิตรภาพการเมืองช่วยไทยได้มั้ย? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะครับ เพื่อติดตามอัพเดทข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “อนุทิน” ร้องโอ้โห ยอมรับ “ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย แต่เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ

ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรก โหวตประธานสภาฯ

ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ

วันนี้ (15 มีนาคม 2569) เป็นวันสำคัญสำหรับแฟนการเมืองไทย เมื่อถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ อย่างเป็นทางการ หลังจากรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวาน (14 มีนาคม) สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยวิสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ได้เริ่มต้นด้วยวาระเด็ดขาดนี้ ซึ่งทุกสายตาจับจ้องตัวเต็งจากพรรคใหญ่ๆ ที่คาดว่าจะไม่พลิกโผ

บรรยากาศในสภาเริ่มคึกคักตั้งแต่เช้า เวลา 09.00 น. นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วัย 90 ปี ผู้ถือเป็น ส.ส.อาวุโสสูงสุดของสภาชุดนี้ รับหน้าที่ประธานชั่วคราว ก่อนที่ ส.ส.ทุกคนจะปฏิญาณตนตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญ จากนั้นจึงเข้าสู่วาระเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานคนที่ 1 และคนที่ 2 ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางการทำงานของสภาในอนาคต

ตัวเต็งที่คาดว่าจะคว้าชัยในถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชัดเจนสุดๆ ในการเสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ เป็นประธานสภาฯ ส่วน น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี รองประธานคนที่ 1 ขณะที่โควต้ารองประธานคนที่ 2 ตกเป็นของพรรคเพื่อไทย (พท.) กับ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย ทางพรรคประชาชน (ปชน.) ก็ไม่ยอมแพ้ มีมติส่งชื่อชิงประธานสภาฯ แต่ยังปิดบังตัวบุคคล ทำเอาสื่อและนักการเมืองต้องลุ้นกันตัวโก่ง

  • ประธานสภาฯ: นายโสภณ ซารัมย์ (ภท.) – ตัวเต็งอันดับ 1 จากประสบการณ์ยาวนาน
  • รองประธานคนที่ 1: น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช (ภท.) – ผู้หญิงแกร่งจากลพบุรี
  • รองประธานคนที่ 2: นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล (พท.) -ตัวแทนจากภาคอีสาน
  • พรรคประชาชน: ส่งชิงประธาน แต่ยังไม่เปิดชื่อ

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่สะท้อนสมดุลอำนาจระหว่างพรรคใหญ่ โดยเฉพาะภท.ที่ได้เปรียบจากจำนวน ส.ส. และดีลทางการเมืองที่แน่นปึ้ก

ขั้นตอนการโหวตแบบละเอียดในถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ

นายศิโรจน์ แพทยพันธุ์ เลขาธิการสภาฯ เผยขั้นตอนชัดเจน หากแต่ละตำแหน่งมีผู้เสนอชื่อเดียว ไม่ต้องโหวต แค่แสดงวิสัยทัศน์ 10 นาทีต่อคน เสร็จเร็วปรื๊ด แต่ถ้ามีแข่งกัน ต้องลงคะแนนลับตามข้อบังคับ ใช้เวลาโหวตตำแหน่งละ 2 ชม. 30 นาที ส.ส.เรียงตามตัวอักษร รับบัตรเข้าไปเขียนชื่อในคูหา หย่อนลงกล่อง แล้วคณะกรรมการจากทุกพรรคร่วมนับคะแนนแบบโปร่งใส

นอกจากนี้ ยังมีกติกาเรื่องคะแนนขั้นต่ำ ผู้สมัครต้องได้เสียงไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของ ส.ส.ทั้งหมด (ประมาณ 250 เสียงจาก 500 คน) ถ้าไม่ถึงต้องเลือกใหม่ สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมถ่ายทอดสด

ทำไมวาระนี้ถึงสำคัญ? ประธานสภาฯ ควบคุมการประชุม กำหนดวาระ ลำดับพูด และตีความกฎระเบียบ ซึ่งจะส่งผลต่อการผลักดันนโยบายรัฐบาล การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และกฎหมายสำคัญๆ ในปีนี้ เช่น พ.ร.บ.งบประมาณ หรือปรับโครงสร้างภาษี การเลือกตั้งที่ดีจะช่วยให้สภาเดินหน้าสะดวก ไม่ติดขัด

จากประสบการณ์สภาชุดก่อนๆ การโหวตมักลุ้นดราม่า โดยเฉพาะถ้ามี ส.ส.อิสระหรือพรรคเล็กสลับขั้ว แต่คราวนี้คาดว่าตัวเต็งน่าจะผ่านฉลุย เพราะดีลพรรครองๆ แน่นหนา ผู้ชมถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ สามารถติดตามแบบเรียลไทม์ได้ทางช่องข่าวต่างๆ

ในมุมมองผู้เขียน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกให้ประชาชนมั่นใจในระบบประชาธิปไตยไทยมากขึ้น หากทุกฝ่ายยึดหลักธรรมาภิบาล อย่าลืมติดตามผลโหวตและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ชาวเน็ตคิดอย่างไรกับตัวเต็งเหล่านี้?

ที่มา – ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ นัดแรกเริ่มแล้ว โหวตประธานสภาฯ และ 2 รองประธานสภาฯ

เปิดประวัติ ศุภมาส อิศรภักดี นักการเมืองหญิงเก่ง

วันนี้เรามาเปิดประวัติ ศุภมาส อิศรภักดีกันเถอะค่ะ สาวเก่งจากพรรคภูมิใจไทยที่กำลังเป็นข่าวใหญ่! ด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมมา เธอมีชื่อติดโผในครม.อนุทิน 2 ชุดใหม่ คาดว่านั่งเก้าอี้เดิม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป ใครที่ติดตามการเมืองไทย คงอยากรู้จักคุณผึ้งคนนี้มากขึ้นใช่มั้ยล่ะ?

เปิดประวัติ ศุภมาส อิศรภักดี

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี หรือ คุณผึ้ง เกิดวันที่ 3 เมษายน 2516 ปัจจุบันอายุ 52 ปี สมรสกับ พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ รอง ผบก.ทท.1 มีลูก 1 คน แถมยังอุปการะ “ชู่” ดาราเด็กจากซีรีส์อินเดียเรื่องหนุมาน สงครามมหาเทพ ด้วยนะคะ เพราะสามีถูกชะตาเด็กคนนี้สุดๆ ชีวิตครอบครัวอบอุ่นมากเลย

ด้านการศึกษา คุณผึ้งจบวิศวะปริญญาตรี สาขาอุตสาหการ จากจุฬาฯ และโท สาขาการจัดการทางวิศวกรรม จากจุฬาฯ เหมือนกัน เก่งจริงๆ ค่ะ ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง เคยทำงานในเครือ ปตท. เกือบ 5 ปี ถือเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก

เส้นทางการเมืองของศุภมาส อิศรภักดี

เส้นทางนักการเมืองของคุณผึ้งเริ่มต้นแบบเซอร์ไพรส์มาก! อายุแค่ 27 ปี ก็วอล์กอินสมัคร ส.ส. พรรคไทยรักไทย ปี 2544 และชนะเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขต 13 หลักสี่ ตอนนั้นอายุ 28 ปีเอง กลายเป็นดาวรุ่งในสื่อทันที จากนั้นย้ายมาพรรคภูมิใจไทย

ปี 2554 สมัคร ส.ส.กทม.เขต 11 แต่แพ้สุรชาติ เทียนทอง จากเพื่อไทย ได้อันดับ 3 แต่ไม่ยอมแพ้ ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค

  • เลือกตั้ง 2562: วางตัว ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 8 ได้ที่นั่ง
  • เลือกตั้ง 2566: ลำดับ 10 แต่พรรคได้แค่ 3 ที่นั่ง พลาดโอกาส

ถึงไม่ได้เป็น ส.ส. แต่พรรคภูมิใจไทยได้โควตารัฐมนตรี 8 ที่นั่งในรัฐบาลเศรษฐา คุณผึ้งเลยได้เป็น รมว.อว. ก่อนย้ายมานั่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในครม.อนุทิน ล่าสุด 14 มี.ค. 2569 ชื่อเธอยังติดโผครม.อนุทิน 2 เก้าอี้เดิม!

นอกจากนี้ ในศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 คุณผึ้งเป็นแม่ทัพหาเสียง ส.ส.กทม. ร่วมกับเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส่งผู้สมัครครบ 33 เขต แม้แพ้พรรคประชาชน แต่คะแนนพรรคภูมิใจไทยในกทม.เพิ่มขึ้นชัดเจน แสดงถึงความนิยมที่กำลังมาแรง

บทบาทและความสำเร็จที่โดดเด่น

คุณผึ้งไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่เป็นวิศวกรตัวจริงที่นำความรู้มาพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะคุมกระทรวงอว. หรือสำนักนายกฯ เธอแสดงให้เห็นว่านักการเมืองหญิงไทยเก่งได้ขนาดไหน จากเด็กวิศวะจุฬาฯ สู่รัฐมนตรีคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย

สิ่งที่น่าชื่นชมคือ ความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ แม้พลาด ส.ส. บางสมัย แต่ยังมีบทบาทสำคัญเสมอ ในยุคที่การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว คุณผึ้งคือตัวอย่างของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่นี่นะคะ! คุณคิดว่าครม.อนุทิน 2 จะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีกบ้าง คอมเมนต์มาบอกกันเลย

ที่มา – เปิดประวัติ “ศุภมาส อิศรภักดี” นักการเมืองหญิงเก่งภูมิใจไทย มีชื่อนั่งเก้าอี้เดิม รมต.สำนักนายกฯ

“แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง

ในวงการการเมืองไทยที่ร้อนระอุ พรรคการเมืองต่างๆ กำลังแย่งชิงอำนาจเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ล่าสุดเกิดดราม่าร้อนแรงเมื่อ “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ ทำให้ชาวโซเชียลมีเดียแตกตื่นและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมการเมืองไทยถึงถูกมองว่าเป็นเพียง “ละคร” ที่ไม่สร้างประโยชน์ให้ประชาชน

“แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ

เมื่อเวลา 14.02 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือที่รู้จักกันในนาม “แก้วตา” อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิจารณ์การตัดสินใจของพรรคประชาชนที่ส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสภา แม้จะรู้ดีว่ามีโอกาสชนะแทบเป็นศูนย์ แก้วตา มองว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพลักษณ์ สร้างมีม และเก็บกระแสโซเชียลเพื่อโยนความผิดไปยังพรรคเพื่อไทย (พท.)

ที่มาของดราม่า “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ

ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมประกาศโครงสร้างพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว ขณะที่พรรคประชาชนเพิ่งมีมติส่ง “เท้ง” ลงชิงโหวตอย่างเป็นทางการ แก้วตา ชี้ว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เคารพหลักการประชาธิปไตยที่ยึดเสียงข้างมาก หากรู้อยู่แล้วว่าตัวเลขไม่ถึง ก็ไม่ควรเล่นละครเพื่อปั่นกระแสอารมณ์มวลชน แล้วนำความผิดหวังมาโจมตีฝ่ายอื่น

แก้วตายังเหน็บว่าพรรคประชาชนชอบสร้างความคาดหวังเกินจริง แล้วเมื่อแพ้ก็หันไปขายวาทกรรม “ตระบัดสัตย์” ทั้งที่รู้เกม รู้ตัวเลข และรู้ผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น การทำซ้ำๆ แบบนี้ทำให้ประชาชนชินกับการโกหกทางการเมือง ชินกับการอ้างหลักการเฉพาะเมื่อได้ประโยชน์ และกลายเป็นฝ่ายค้านเชิงแสดงมากกว่าสร้างผลงานจริง

ทำไมถึงถูกมองว่าเป็นละครการเมือง?

  • รู้ผลลัพธ์ล่วงหน้า: พรรคประชาชนทราบดีว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงข้างมาก ไม่มีทางชนะโหวต
  • สร้างภาพลักษณ์: เพื่อแสดงว่า “เราสู้แล้ว” เก็บคอนเทนต์ มีม และดราม่าในโซเชียล
  • หมกมุ่นวาทกรรม: เอาชนะทางคำพูดมากกว่าสร้างนโยบายแก้ปัญหาประชาชน
  • ไม่สร้างประโยชน์: ไม่ช่วยลดค่าครองชีพ แก้เศรษฐกิจ หรือเพิ่มอำนาจประชาชน

การเมืองแบบนี้ใช้ประชาชนเป็นเพียงฉากหลังของเกมพรรคการเมือง สุดท้ายผู้ที่เสียหายคือประชาชนที่หวังพึ่งพาการเมืองเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น แทนที่จะได้นโยบายจริงจัง กลับได้แค่สงครามแฟนคลับในโลกออนไลน์

ผลกระทบต่อการเมืองไทยและประชาชน

เหตุการณ์ “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ สะท้อนปัญหาใหญ่ของการเมืองไทยที่หมกมุ่นกับภาพลักษณ์มากกว่าผลงาน หากพรรคการเมืองหันมาโฟกัสที่ปัญหาเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจถดถอย ค่าครองชีพแพง การศึกษา และสาธารณสุข ประชาชนจะได้รับประโยชน์มากกว่า การชิงโหวตนายกฯ แบบนี้ยิ่งทำให้สภาฯ กลายเป็นเวทีละคร ลดความน่าเชื่อถือของระบบการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์จากนักการเมืองและนักวิชาการที่เห็นด้วยกับแก้วตา ว่าพรรคฝ่ายค้านควรเสนอนโยบายทางเลือก แทนการเล่นเกมที่รู้ผลแน่นอน เพื่อสร้างทางเลือกให้ประชาชนจริงๆ

ท้ายที่สุด การเมืองต้องเปลี่ยนจาก “เอาชนะวาทกรรม” สู่ “สร้างผลลัพธ์ให้ประชาชน” หากไม่เปลี่ยน ประชาชนจะเหนื่อยใจกับละครการเมืองนี้ต่อไป คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้การเมืองไทยดีขึ้น!

ที่มา – “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี ยศชนันมั่นใจผลงาน

วงการการเมืองไทยกำลังคึกคักกับข่าวการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่สุดต้องร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมอื่นๆ ล่าสุด จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่ายังไม่มีการหารือเรื่องนี้ สิ่งที่ปรากฏตามสื่อเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 มีนาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ ส.ส. ในพรรคสะท้อนเรื่องการจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า ในที่ประชุมพรรคไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้เลย ทุกคนมุ่งเน้นการทำงานไปข้างหน้า ผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนซึ่งเป็นจุดร่วมของทุกคน

นายจุลพันธ์ ยังชี้แจงว่า กระบวนการตัดสินใจเรื่องบุคลากร เช่น รัฐมนตรี กรรมาธิการ หรือวิป จะเปิดช่องให้ทุกคนแสดงความเห็น แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค สำหรับความคืบหน้าโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ สิ่งที่ออกสื่อ เช่น โผ ครม.อนุทิน 2 เป็นแค่การคาดการณ์หรือหารือนอกรอบ ในวันที่ 14-15 มีนาคม จะมีกระบวนการทางรัฐสภา เช่น การลงมติ แต่เรื่องแบ่งกระทรวงยังเป็นการคาดเดา พรรคจะคุยกันเพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสม

  • ไม่มีการถกโควตารัฐมนตรีในที่ประชุมพรรค
  • สื่อรายงานเป็นเพียงคาดการณ์ ไม่ใช่ทางการ
  • เน้นผลักดันนโยบายแก้ปัญหาประชาชน
  • เปิดรับฟังความเห็น แต่ตัดสินใจโดย กก.บห.

ยศชนัน มั่นใจการทำงานเพิ่มแต้มให้พรรคได้

ในส่วนของนโยบายการศึกษานั้น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าจะช่วยเรียกคะแนนนิยมกลับมาได้ หากผลักดันสำเร็จจะเห็นผลเปลี่ยนแปลงคะแนน โดยย้ำว่าผลงานที่ส่งผลต่อประชาชนและเปลี่ยนแปลงประเทศจะเป็นคะแนนที่ประชาชนมอบให้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นายยศชนันยังกล่าวถึงกระแสที่มองว่ากระทรวงที่เพื่อไทยอาจได้ เช่น การศึกษา ทำคะแนนยากกว่าเศรษฐกิจ ว่า ในอดีตอาจเป็นเช่นนั้น แต่ปัจจุบันทุกกระทรวงเชื่อมโยงกัน ต้องทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคี ไม่ใช่ยุคต่างคนต่างทำอีกต่อไป ไม่ว่าอยู่กระทรวงไหนก็สร้างผลงานได้

  • มุ่งเปลี่ยนแปลงด้วยนโยบายการศึกษา
  • ผลงานคือกุญแจเพิ่มคะแนนพรรค
  • ทุกกระทรวงต้องร่วมมือกัน

ประเสริฐ ตั้งเป้า 4 ปีฟื้นความยิ่งใหญ่พรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แสดงความมั่นใจว่าจะใช้เวลา 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ฟื้นความเชื่อมั่นพรรคให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยกำชับ ส.ส. ให้ลงพื้นที่ตอบสนองความต้องการประชาชน แก้ปัญหาจริงจัง ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน พรรคหวังเติบโตและพัฒนาในอนาคต

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี สะท้อนถึงทิศทางของพรรคที่ให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าการแย่งชิงตำแหน่ง ในสถานการณ์ที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องประสานงานกัน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นความสามัคคีและผลลัพธ์ให้ประชาชน หลังจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. มากที่สุดแต่เลือกเส้นทางร่วมรัฐบาลเพื่อความมั่นคง

จากมุมมองนี้ พรรคเพื่อไทยกำลังวางกลยุทธ์ระยะยาว โดยใช้โควตาที่ได้ไม่ว่าจะกระทรวงใดมาสร้างผลงานเด่น เช่น นโยบายการศึกษาที่อาจช่วยยกระดับทรัพยากรมนุษย์ของชาติ สร้างโอกาสให้เยาวชน นอกจากนี้ การลงพื้นที่ของ ส.ส. จะช่วยเชื่อมโยงพรรคกับฐานเสียง ทำให้คะแนนนิยมพุ่งในเลือกตั้งหน้า

อย่างไรก็ตาม การเมืองยังมีความไม่แน่นอน โผครม. อาจเปลี่ยนแปลงตามการเจรจา แต่สิ่งที่แน่นอนคือพรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานเพื่อประชาชน คุณคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะทำได้ตามเป้าหมาย 4 ปีหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

สรุปแล้ว จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี เป็นสัญญาณดีที่พรรคมุ่งผลงานมากกว่าดราม่าตำแหน่ง ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคในสายตาประชาชน

ที่มา – “จุลพันธ์” ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี “ยศชนัน” มั่นใจการทำงานเพิ่มแต้มให้พรรคได้

ประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ทายาทซ้อสมทรง

ประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ทายาทบ้านใหญ่ “ซ้อสมทรง” จากอยุธยา กำลังเป็นข่าวร้อนเมื่อมีโอกาสก้าวสู่ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโผครม.อนุทิน 2 ของพรรคภูมิใจไทย วันนี้เราจะพาคุณไปส่องเส้นทางชีวิต การศึกษา การเมือง และผลงานที่ทำให้ชื่อนี้โดดเด่น

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

ประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล หรือชื่อเล่น “เอ” เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2519 ปัจจุบันอายุ 49 ปี เป็นบุตรชายของนายวีระชัย และนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล หรือที่รู้จักกันในนาม “ซ้อสมทรง” นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา บ้านใหญ่แห่งอยุธยาที่มีอิทธิพลในวงการท้องถิ่น เขาสมรสกับนางอิสสริยา พันธ์เจริญวรกุล และมีครอบครัวที่อบอุ่น

ด้านการศึกษา สุรศักดิ์จบมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ประกาศนียบัตรวิชาชีพจาก มทร.สุวรรณภูมิ ศูนย์อยุธยา และปริญญาตรีบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการจากมหาวิทยาลัยรังสิต พื้นฐานที่แข็งแกร่งนี้ช่วยให้เขาเติบโตในเส้นทางธุรกิจและการเมือง

ภาพครอบครัวสุรศักดิ์

เส้นทางการเมืองของประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

เส้นทางการเมืองของสุรศักดิ์เริ่มจากสมาชิกอบจ.อำเภอวังน้อย ก่อนก้าวสู่ ส.ส.ครั้งแรกปี 2550 กับพรรคพลังประชาชน แทนพี่สาว “สุวิมล” อดีต ส.ส.ไทยรักไทย ต่อมาเลือกตั้ง 2554 กับเพื่อไทย, 2562 และ 2566 กับพรรคภูมิใจไทย ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรค

  • 2566: รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลเศรษฐา
  • 2568-ปัจจุบัน: รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในรัฐบาลอนุทิน

ล่าสุด 14 มี.ค. 2569 โผครม.อนุทิน 2 ชี้ชื่อเขามีน่าจะนั่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา แม้เลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 จะลงบัญชีลำดับ 98 แต่เป็นกลยุทธ์รับตำแหน่ง เขาเคยเป็นประธาน กมธ.การท่องเที่ยว และ กมธ.วิสามัญคลองไทย

สุรศักดิ์ ในสภาภาพการเมืองสุรศักดิ์ รมว.กิจกรรม

ผลงานด้านกีฬาและท่องเที่ยว

สุรศักดิ์มีส่วนสำคัญกับสโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด จากไทยลีก 3 สู่ไทยลีก 1 น้องชาย “บอสอี๊ด” อดิศักดิ์ เป็นประธาน เขาผลักดันกีฬาเป็นเครื่องมือท่องเที่ยว เชื่อมโยงอยุธยาเข้ากับเศรษฐกิจกีฬา

อยุธยา ยูไนเต็ด

ประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล แสดงถึงคนรุ่นใหม่ที่ผสมผสานฐานะท้องถิ่นเข้ากับวิสัยทัศน์ระดับชาติ ด้วยประสบการณ์กีฬาและการเมือง เขาน่าจะนำพาการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวได้ดีในยุคหลังโควิด

ติดตามโผครม.ล่าสุดและข่าวการเมืองอัพเดทได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ประวัติ “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” ทายาท “ซ้อสมทรง” อยุธยา สู่ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีจะกลับมา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวการเมืองสายอัปเดต! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีจะกลับมา กันแบบเป็นกันเองเลยนะ ที่พรรคเพื่อไทยเพิ่งจัดประชุม สส. ก่อนเข้าเปิดสภา เป็นการรวมตัวใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อม โหวตประธานสภา และรองประธานในวันพรุ่งนี้ แถมยังวางแผนผลักดันกฎหมายถึง 47 ฉบับ เพื่อพาเศรษฐกิจไทยก้าวสู่มูลค่าสูงสุดยอด!

เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีจะกลับมา

บรรยากาศในที่ประชุมคึกคักมาก มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯพรรค มาร่วมเป็นประธาน สส.เพื่อไทยมาร่วมเพียบเลยครับ

ยศชนันปลอบใจผู้สมัครพลาดหวัง มั่นใจ 4 ปีข้างหน้าจะกลับมาได้

คุณยศชนันพูดแบบให้กำลังใจสุดๆ เลยว่า ต้องขอบคุณและให้กำลังใจผู้สมัครทุกคนที่ครั้งนี้อาจไม่ได้เป็น สส. แต่ทุกคนสมควรได้เป็นจริงๆ ใน 2-3 สัปดาห์นี้ จะไปพบปะส่วนตัว ฟังความเห็น แล้วนำมาปรับใช้ในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เปิดใจคุยกันหมด ถ้ามีไอเดียดีๆ เดินมาบอกได้เลย จะปรับให้ดีที่สุด

ยศชนันยังย้ำชัด ถ้าเราทำ 4 ปีนี้ให้ดีที่สุด ครั้งหน้าพรรคกลับมาแน่นอน! ทุกวันหลังจากนี้คือวันเริ่มหาเสียงเลือกตั้งใหม่แล้ว มีเวลา 4 ปี ต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่แค่พื้นที่ที่ชนะ ต้องเรียนรู้ ปรับยุทธศาสตร์ไปด้วยกัน บวกกับยศชนันบอกว่าหน้าตึงๆ ของตัวเอง หลังจากนี้จะพิสูจน์ด้วยการทำงาน และเราปรับตัวเข้าหากันได้แน่นอน ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้หยุด พัฒนาความพร้อมเข้าไปเสนอกฎหมายที่ประชาชนหวังได้ ขอให้ทุกคนสู้ๆ!

จุลพันธ์ หรือ “หนิม” ปลุกขวัญ สส. เร่งทำงานชี้ชะตาพรรค

ฝั่งหัวหน้าพรรค จุลพันธ์ พูดเปิดประชุมแบบจุดไฟเลยครับ บอกว่าการทำงานส่วนกลางอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัย สส.ทุกคนที่ฟันฝ่าพายุการเลือกตั้งมาได้ แม้โครงสร้างไม่เอื้อ แต่ทุกคนเก่งมาก พรรคกำลังยกเครื่องใหญ่ ถอดบทเรียนจากเวิร์คช็อปหลายรอบ เพื่อให้พรรคเข้มแข็ง เป็นสถาบันการเมืองตัวจริง สู่เลือกตั้งครั้งหน้า

เรื่องร่วมรัฐบาล เจรจาสมบูรณ์แล้ว แต่กระทรวงยังไม่คุยกัน การทำงานฝ่ายนิติบัญญัติต้องเปลี่ยนใหม่ ทุกคนคาดหวังกฎหมายจากเรา ยึดเป้าเศรษฐกิจมูลค่าสูง การทำงานของ สส.ทุกคนจะชี้ชะตาพรรคเลือกตั้งหน้า ถ้าทำดี เพื่อนที่พลาดจะกลับมาได้ พรรคพร้อมหนุนทุกทาง ขอบคุณทุกคนที่สู้!

  • เตรียมโหวตประธานสภาและรอง ในวันที่ 15 มี.ค.
  • ผลักดัน 47 กฎหมายเศรษฐกิจเด่น
  • ให้กำลังใจผู้สมัครไม่ผ่าน
  • ปรับยุทธศาสตร์ 4 ปี พรรคจะกลับมา
  • เจรจารัฐบาลเสร็จ กระทรวงรอคุย

น่าสนใจมากเลยนะครับ การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ยอมแพ้ กำลังเร่งเครื่องเต็มสูบ สร้างความหวังให้ฐานเสียง ถ้าทำได้ตามแผน 4 ปีข้างหน้า น่าจะพลิกเกมได้จริงๆ

คุณล่ะคิดยังไงกับทิศทางพรรคเพื่อไทย? มั่นใจเหมือนยศชนันไหม? มาคอมเมนต์บอกกันหน่อย ส่งต่อข่าวดีๆ แชร์ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะ!

นี่คือ insight จากผม: การให้กำลังใจและถอดบทเรียนแบบนี้ คือกุญแจสำคัญของพรรคการเมืองที่อยากอยู่ยาว ต้องรอดูผลงานจริงในสภา!

ที่มา – เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีข้างหน้าจะกลับมาได้ “จุลพันธ์” ปลุกขวัญเร่งทำงาน

Scroll to top