พรรคร่วมรัฐบาล

“ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบ

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากที่ “ครม.อนุทิน 2” ประกาศไลน์อัพแบบไร้พรรคกล้าธรรมร่วมด้วย สร้างความฮือฮาให้สื่อและนักการเมืองไม่น้อย มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ธรรมนัส ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลคึกคักผิดปกติ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ จำนวน 2 คัน มาจอดรอขนของจากห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี ในตึกบัญชาการ 1 ของทำเนียบฯ

รถบรรทุกขนของธรรมนัส

“ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล

ของที่ถูกขนออกมามีหลายชิ้นเลยครับ ส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ส่วนตัว เช่น เก้าอี้รับแขก ชุดโต๊ะทำงาน พระพุทธรูป และโต๊ะหมู่บูชา แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างถูกรื้อถอนอย่างเรียบร้อย ไม่เหลือร่องรอย เหมือนเตรียมย้ายออกจริงจัง ภาพรถกระบะสองคันที่กำลังยกของขึ้นบรรทุกกลายเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดบทบาทในรัฐบาลชุดเก่า

ของที่ขนออกจากห้องธรรมนัส
บรรยากาศขนของที่ทำเนียบ

หลัง ครม.อนุทิน 2 ไร้พรรคกล้าธรรม

สาเหตุหลักมาจากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ประกาศปิดดีลพรรคร่วมรัฐบาลชุดใหม่ครบ 291 เสียงแบบแน่นปึ้ก แต่ที่น่าเซอร์ไพรส์คือ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคที่ร.อ.ธรรมนัสสังกัด ร่วมด้วย ส่งผลให้ทีมธรรมนัสต้องถอนตัวจากตำแหน่งทั้งหมด

การเมืองไทยช่วงนี้เปลี่ยนแปลงไวมาก จากที่เคยเป็นรองนายกฯ ช่วยดูแลเกษตร ต้องมาขนของออกจากทำเนียบในวันหยุด แสดงถึงความรวดเร็วของการต่อรองหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของอนุทินดูจะรวมเสียงได้สำเร็จโดยไม่ต้องพึ่งพรรคเล็กๆ อย่างกล้าธรรม ทำให้เกิดภาพ “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่กลายเป็นไวรัลในโซเชียล

  • รถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ 2 คัน
  • เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้
  • พระพุทธรูปและเครื่องบูชา
  • ขนออกจากตึกบัญชาการ 1

หลายคนวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะเน้นนโยบายใหม่ๆ โดยไม่ติดกับปัญหาเก่าๆ ที่เคยมีกับฝั่งธรรมนัส เช่น เรื่องยาเสพติดหรือดราม่าการเมืองในอดีต พรรคกล้าธรรมอาจหันไปเป็นฝ่ายค้านหรือเจรจาใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิจารณ์จากโซเชียลว่าทำไมต้องขนในวันหยุด บางคนบอกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงสื่อ แต่ภาพก็หลุดออกมาอยู่ดี สะท้อนวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ทุกอย่างต้องรีบร้อนและลับๆ ล่อๆ

สำหรับแฟนข่าวการเมืองอย่างเราๆ การติดตามเหตุการณ์แบบนี้สนุกดีนะครับ มันเหมือนละครน้ำเน่าแต่เป็นจริง เหตุการณ์ “ธรรมนัส ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล” นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของศึกใหม่ในสภา คุณล่ะคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหนต่อ?

insights จากผมคือ การเมืองไทยยังคงผันผวนสูง รัฐบาลใหม่ต้องพิสูจน์ผลงานให้เห็นจริงเพื่อความยั่งยืน อย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารการเมืองล่าสุดจากบล็อกเรา และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตรัฐบาลอนุทิน 2 อย่างไร!

ที่มา – “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล หลัง ครม.อนุทิน 2 ไร้พรรคกล้าธรรม

ประวัติ สรรเพชญ บุญญามณี ลูกนิพนธ์ ว่าที่ รมช.คมนาคม

วันนี้เราจะมาสำรวจประวัติ สรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา สมัยที่ 2 ลูกชายของ “นิพนธ์ บุญญามณี” นักการเมืองรุ่นใหญ่ ที่กำลังผงาดขึ้นสู่อีกตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่า ครม.อนุทิน 2 ในฐานะว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หลังจากย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ชื่อของเขากลายเป็นที่จับตามองในฐานะ “แก๊งลูกเทพ” รุ่นใหม่ของวงการเมืองไทย

การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคภูมิใจไทยคว้าที่ 1 ได้คะแนนเสียงนำ โดยรวมพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็ก ๆ อีก 9 พรรค รวม 291 เสียง สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ อีกสมัย โผ ครม.ชุดนี้เต็มไปด้วยหน้าใหม่ไฟแรง โดยเฉพาะลูกหลานนักการเมืองอาวุโสอย่างสรรเพชญ ที่พิสูจน์ว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

ประวัติ สรรเพชญ บุญญามณี

นายสรรเพชญ บุญญามณี หรือชื่อเล่น “เพชญ” เกิดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2533 ปัจจุบันอายุ 36 ปี บ้านเกิดที่ตำบลเขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา เป็นบุตรชายของนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต ส.ส.สงขลา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กับนางกัลยา บุญญามณี สมรสกับนางอภิญญา บุญญามณี (สกุลเดิม เลิศขจรกิตติ) มีบุตร 2 คน

การศึกษาและประสบการณ์ทำงานของประวัติ สรรเพชญ บุญญามณี

ด้านการศึกษา สรรเพชญจบปริญญาตรีสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาโทด้านการวางแผนการเงินและการบริหารความมั่งคั่ง จาก Manchester Metropolitan University ประเทศอังกฤษ ก่อนเข้าสู่วงการเมือง เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนล ฟู๊ด และสยามอินเตอร์เนชั่นแนล ฟู๊ด เทรดดิ้ง ระหว่างปี 2555-2566 แสดงให้เห็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งด้านธุรกิจและการเงิน

เส้นทางการเมือง

เส้นทางนักการเมืองของสรรเพชญเริ่มต้นปี 2562 แต่ยังไม่ผ่านเข้ารอบ ต่อมาในปี 2562-2566 ทำหน้าที่ผู้ช่วย ส.ส. ก่อนคว้าชัยในเลือกตั้ง 2566 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และล่าสุดเลือกตั้ง 2569 ชนะเลือกตั้งอีกสมัยในนามพรรคภูมิใจไทย หลังพ่อของเขาย้ายพรรคช่วงปลายปี 2568 ชื่อของเขาจึงติดโผว่าที่ รมช.คมนาคม ในครม.อนุทิน 2 ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่

  • 2562: ลงสมัคร ส.ส.สงขลา แต่ไม่ผ่าน
  • 2562-2566: ผู้ช่วย ส.ส.
  • 2566: ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์
  • 2569: ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย และติดโผ ครม.

บัญชีทรัพย์สิน

วันที่ 12 มีนาคม 2569 ป.ป.ช. เปิดเผยทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่ง ส.ส. ของสรรเพชญและคู่สมรส รวมกว่า 201 ล้านบาท รายได้ประจำ 2,799,150 บาท/ปี รายจ่าย 1,400,000 บาท/ปี ทรัพย์สินสุทธิสูงสะท้อนความมั่งคั่งจากธุรกิจครอบครัว

  • ทรัพย์สินส่วนตัว: 85,840,152.36 บาท รวมเงินลงทุน 42 ล้าน ที่ดิน 10 แปลง 26.4 ล้าน บ้าน 1 หลัง 2.5 ล้าน รถ 1 คัน 1.6 ล้าน และอื่น ๆ เช่น ปืน 6 กระบอก พระเครื่อง 7 องค์ นาฬิกา 2 เรือน
  • คู่สมรส: 114,433,331.87 บาท เงินลงทุน 72 ล้าน ที่ดิน 6 แปลง 15.4 ล้าน ห้องชุด 1.7 ล้าน รถ 1.9 ล้าน ทองคำ 6.4 ล้าน และเครื่องประดับ

หนี้สินรวม 693,947.66 บาท ทรัพย์สินจำนวนมากนี้ทำให้เขาเป็น ส.ส. ที่มีฐานะดีในพื้นที่สงขลา

ด้วยวัยเพียง 36 ปี ประวัติ สรรเพชญ บุญญามณี แสดงศักยภาพคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐกิจไทย คุณมองอย่างไรกับอนาคตของเขาล่ะ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากสนใจข่าวการเมือง!

ที่มา – ประวัติ “สรรเพชญ บุญญามณี” ลูก “นิพนธ์” ผงาดว่าที่ รมช.คมนาคม ใน ครม.อนุทิน 2

“อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบ ไม่เกิน 300

“อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการรัฐบาลเกิน 300 ยอมรับ เป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนกำลังจับตามองในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้เลยครับ วันนี้เรามาเจาะลึกการแถลงข่าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ชี้แจงสถานการณ์ชัดเจนแบบไม่มีกั๊ก

“อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการรัฐบาลเกิน 300 ยอมรับ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 14.45 น. นายอนุทิน ได้แถลงข่าวร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย เช่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล และนางสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรค โดยพรรคเพื่อไทยได้ยื่นรายชื่อบุคคลเพื่อเสนอตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรให้พรรคภูมิใจไทย ก่อนรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯ วันที่ 14 มี.ค. และการประชุมนัดแรกเพื่อลงมติประธานสภาและรองประธาน 3 ตำแหน่ง

นายอนุทิน ย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทยจะเสนอชื่อทั้งหมดให้ลงมติ โดยหลังจากนั้นจะหารือไทม์ไลน์ต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาพูดถึงรายละเอียด สิ่งสำคัญคือพรรคร่วมรัฐบาลของพวกเขาครบแล้ว! รวมพรรคภูมิใจไทย เพื่อไทย และพรรคเล็กๆ ที่มีจำนวน ส.ส. เหมาะสมในการบริหารนิติบัญญัติและประเทศชาติ เพื่อความชัดเจนและรับใช้ประชาชน

หลักเกณฑ์เลือกประธานสภาและเหตุผลที่ไม่รวมบางพรรค

เมื่อถูกถามถึงชื่อผู้เสนอเป็นประธานสภา นายอนุทิน หัวเราะเบาๆ แล้วบอกว่า “ขอรอก่อน มันเป็นมารยาท” ส่วนหลักเกณฑ์คือต้องมีประสบการณ์ ความรู้ รอบรู้กฎหมาย อาวุโส และได้รับการยอมรับจาก ส.ส. และพรรคร่วม

เรื่องจำนวนเสียง? “แถวๆ 291 เสียงครับ” ไม่รวมพรรคกล้าธรรมหรือประชาธิปัตย์ เพราะ “จำนวนพอแล้ว สะดวกบริหาร” พรรคร่วมรัฐบาลชัดเจน ไม่ต้องการเกิน 300 เสียง แม้จะยอมรับอึดอัดที่คนเคยรักอย่างร้อยเอกธรรมนัส กลายเป็นฝ่ายค้าน แต่ “มีเหตุผล ฝืนไม่ได้” ความผูกพันยังอยู่ แต่การเมืองคือการเมือง

  • พรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อรองประธานสภาแล้ว รอลงมติ 15 มี.ค.
  • ยังไม่พูดถึงรายชื่อ ครม. ต้องรอเลือกนายกฯ ก่อน
  • มั่นใจไม่มีปัญหาจริยธรรม เพราะตรวจสอบตามกฎหมาย

นายจุลพันธ์ เสริมว่ารายชื่อรัฐมนตรีเพื่อไทยยังไม่เสร็จ ต้องตามขั้นตอนหลังเลือกประธานสภา และมอบหมาย กบ.พรรคคัดเลือกบุคลากร คุณสมบัติจะตรวจกับ 18 หน่วยงาน ไม่ต้องห่วง

นายอนุทิน ยังย้ำถึงความมั่นใจรับมือฝ่ายค้าน “เราทำตามรัฐธรรมนูญ พร้อมชี้แจงทุกประเด็น” และไม่กังวลเรื่องจริยธรรมรัฐมนตรี เพราะทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบ ไม่ใช่เรื่องอารมณ์ แต่ทำงานรับใช้บ้านเมือง

สรุปแล้ว “อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการรัฐบาลเกิน 300 ยอมรับ เป็นการวางหมากการเมืองที่ชัดเจน หลีกเลี่ยงความขัดแย้งเก่าๆ เพื่อเดินหน้าประเทศ

คุณคิดอย่างไรกับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดกับเราเพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – “อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการรัฐบาลเกิน 300 ยอมรับ

พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย

การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเข้มข้น เมื่อพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทยเพื่อพิจารณาในบ่ายวันนี้ โดยปัดตกข่าวลือชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ สะท้อนกระบวนการเจรจาโควต้าตำแหน่งในรัฐบาลกึ่งกลางที่กำลังดำเนินไปอย่างละเอียดรอบคอบ

พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณารายชื่อบุคคลของพรรคที่เหมาะสมเสนอให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสำคัญ โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารคนอื่นๆ เข้าร่วม จากนั้นเวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทยจะนำรายชื่อเหล่านี้ไปหารือกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแกนนำ

รายละเอียดการประชุมพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐาน เพื่อมอบหมายบุคคลให้คัดสรรตัวผู้เหมาะสมไปดำรงตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐมนตรีโควต้าของพรรคเพื่อไทยที่ได้ 8 ตำแหน่ง แต่ยังไม่ยืนยันจำนวนหรือตำแหน่งแน่นอน ต้องรอหารือกับพรรคแกนนำหลัก โดยรายชื่อที่จะส่งจะตรงตามโควต้า และเป็นไปตามกระบวนการของพรรค

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลใหม่กำลังจัดสรรตำแหน่งกันอย่างเข้มข้น พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่สุดในรัฐบาลกึ่งกลาง มีบทบาทสำคัญในการเสนอชื่อ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งได้รองนายกฯ และกระทรวงมหาดไทย ก็มีสิทธิ์ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบ โดยเฉพาะตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ที่เป็นประเด็นร้อน

ปัดข่าวชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ

มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเคยส่งชื่อนายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร เข้าชิงรองประธานสภาฯ คนที่ 2 แต่ถูกพรรคภูมิใจไทยตีกลับ นายจุลพันธ์ ชี้แจงชัดว่าไม่เป็นความจริง เพราะยังไม่เคยส่งชื่อใครเลยสักคน "มีการพูดกันเยอะ แต่สุดท้ายตำแหน่งมีแค่ 1 คน อย่าโยนชื่อเด็ดขาด” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าพรรคมีบุคลากรศักยภาพหลายคน พร้อมดำรงตำแหน่ง

  • หลักเกณฑ์การคัดเลือก: ยึดตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และความสามารถในการทำงานตอบโจทย์ประชาชน
  • ไม่ใช่เรื่องชอบใจส่วนตัว: ต้องผ่านการตรวจสอบทุกระดับ
  • รายชื่อจะส่งมากกว่าโควต้าเล็กน้อย เพื่อให้มีการพิจารณาเลือกสรร

ก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยเคยตั้งคำถามกับบางรายชื่อ แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะเสนอตามที่เห็นสมควร โดยทุกอย่างต้องชอบด้วยกฎหมาย หากไม่มีปัญหาก็ไม่มีเหตุผลปฏิเสธ นี่แสดงถึงความโปร่งใสในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล

บริบทการเจรจาโควต้ารัฐมนตรีและสภา

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลคนเดียวได้ จึงจับมือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมอื่นๆ สร้างรัฐบาลกึ่งกลาง ตำแหน่งรองประธานสภาฯ มี 3 คน โดยคนแรกเป็นของฝ่ายค้าน คนที่ 2-3 เป็นฝ่ายรัฐบาล พรรคเพื่อไทยได้โควต้ารองนายกฯ รัฐมนตรี 8 คน และตำแหน่งสภา ทำให้การถกชื่อพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทยเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา

นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งอื่นๆ เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างๆ ที่ต้องแบ่งกัน พรรคเพื่อไทยเน้นบุคคลที่มีประสบการณ์ ทำงานได้จริง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่กำหนดชื่อบุคคล แต่ยังสะท้อนกลยุทธ์ของพรรคในการรักษาเสถียรภาพรัฐบาล ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายค้านและปัญหาเศรษฐกิจที่รอแก้ไข

จากมุมมองผู้วิเคราะห์ การที่พรรคเพื่อไทยยืนกรานเรื่องกฎหมายและศักยภาพ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ หากชื่อที่เสนอผ่านการพิจารณาได้ ก็จะช่วยให้สภาเริ่มทำงานได้เร็วขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

คุณคิดเห็นอย่างไรกับการถกชื่อรองประธานสภาฯ ครั้งนี้? ชื่อไหนน่าจะได้ไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย บ่ายนี้ ปัดชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ

“ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “ธรรมนัส” หรือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า “ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้กลับมาจะทำให้ดี คำพูดนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง เพราะพรรคกล้าธรรมที่มี ส.ส. ถึง 58 เสียง ถูก “ลอยแพ” จากโผรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย

“ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้กลับมาจะทำให้ดี

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมยังไม่ตัดสินใจทิศทางโหวตเลือกประธานสภา จะประชุมมติพรรคในวันที่ 15 มี.ค. นี้ แม้จะยังไม่คุยกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แต่ก็พร้อมรับบทฝ่ายค้านเต็มตัว

“การเป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกบทบาท ไม่ว่าจะบริหารหรือนิติบัญญัติ” ธรรมนัสกล่าว พร้อมเน้นย้ำ ส.ส. ทั้ง 58 คน ให้ทำงานหนักเพื่อประชาชนในพื้นที่ แม้ไม่ได้ร่วมรัฐบาล เครือข่ายที่สร้างมา 7-8 ปีต้องสานต่อ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน

ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์สื่อ

ธรรมนัส ชี้มิตรภาพการเมืองไม่จีรัง พร้อมจับมือ ปชน.

ที่น่าสนใจคือ แม้พรรคประชาชน (ปชน.) จะเคยโจมตีมา แต่ธรรมนัสย้ำว่า “ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้กลับมาจะทำให้ดี มิตรภาพการเมืองไม่จีรัง วันนี้ร่วมมือกันเพื่อประชาชน ไม่เอาส่วนตัวมาเกี่ยว ฝ่ายค้านต้องมีหลักการ ไม่ค้านทุกเรื่อง แต่สนับสนุนที่เป็นประโยชน์

ส่วนการตรวจสอบรัฐบาล ธรรมนัสหัวเราะ “ยังไม่ได้เป็นเลย ใจเย็นๆ” แต่ยืนยันนโยบาย สปก. 4-01 จะสานต่อแน่ ถ้าไม่ก็ใช้ ส.ส. ขับเคลื่อนในสภา สำหรับข่าวลือที่พรรคถูกสกัดเพราะนักการเมืองคนอื่น ธรรมนัสตอบกวนๆ “นักวิชาการใช่มั้ย ไม่รู้จริง”

ธรรมนัสยังวิเคราะห์ว่า ชัยชนะเลือกตั้งไม่การันตีรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พรรคอันดับ 1 ควบคุมได้ แต่พรรคกล้าธรรมไม่ได้อันดับ 1 ก็ต้องยอมรับ ส่วนปัญหากับภูมิใจไทยเรื่องแข่ง ส.ส. ในเขตเดียวกัน เขาตอบฮาๆ “ถ้าไม่แข่ง ก็ฮั้วกันสิ”

  • พร้อมทำงานฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรคประชาชน
  • เน้นผลประโยชน์ประชาชน ไม่ค้านมั่ว
  • สานต่อนโยบายเกษตร เช่น สปก. 4-01
  • มิตรภาพการเมืองเปลี่ยนได้ ไม่เป็นศัตรูถาวร
  • อาจลาออกจากเกษตรฯ ไม่นาน ถ้าวาสนากลับมาจะทำให้ดีกว่าเดิม
ธรรมนัส พูดบนเวทีกระทรวงเกษตร

ในงานสัมมนาเกษตรกรช่วงเช้า ธรรมนัสพูดเปรยบนเวทีว่า “อาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนากลับมา จะทำให้ดี” พร้อมฝากข้าราชการสำนึกแผ่นดิน อย่าลืมว่าเป็นข้าของประชาชน รัฐมนตรีเปลี่ยน แต่กระทรวงคือบ้าน ต้องรักงาน ทำงานเต็มที่ 8 โมงถึง 4 โมง

ปิดท้ายแซวสื่อว่า ไม่ต้องดักรอที่กระทรวง และย้ำ “ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น มีคุณธรรมพอ” แสดงถึงสไตล์การเมืองแบบเก๋าเกมของธรรมนัส

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งยังผันผวน พรรคกล้าธรรมอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญในฝ่ายค้าน คุณมองว่าธรรมนัสจะกลับมารัฐบาลได้จริงหรือ? การจับมือปชน. จะสำเร็จแค่ไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย! ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันเพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง

ที่มา – “ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้กลับมาจะทำให้ดี

“โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนๆ ที่ “โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน กันครับ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 อย่างแสบสัน โดยเฉพาะแก๊งลูกบังเกิดเกล้าจากพรรคภูมิใจไทย ที่หลายคนตั้งคำถามว่าพวกเขาพึ่งพาได้จริงหรือ ในยุคที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และปัญหาอาชญากรรมออนไลน์

“โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ได้ให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา โดยชี้ว่าประชาชนคาดหวังคณะรัฐมนตรีที่เน้นความสามารถมากกว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือด “ข่าวการจัดตั้งรัฐบาลยังเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าเอาวงศาคณาญาติมาเป็นหลัก เราจะรับมือปัญหาประเทศได้จริงเหรอ?” โรมตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นทายาทนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคภูมิใจไทย

โรมย้ำว่าประเทศมีปัญหาเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด การปฏิรูปโครงสร้างสังคม หรือแม้กระทั่งปัญหาสแกมเมอร์ที่กำลังระบาดหนัก ถ้ารัฐมนตรีส่วนใหญ่ขาดความเชี่ยวชาญ เราจะฝากอนาคตชาติไว้กับใคร? นี่คือคำถามที่ “โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน ซึ่งสะท้อนความกังวลของประชาชนจำนวนมาก

เตือนท่าทีรัฐบาลให้ “ชนนพัฒฐ์” เสวยสุข หยามกฎหมาย

นอกจากนี้ โรมยังกัดไม่หยุดกรณีสแกมเมอร์ โดยเฉพาะ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ แต่กลับยังใช้ชีวิตปกติสุข ไปงานแต่งได้สบายๆ โรมเตือนว่ารัฐบาลมีท่าทีอ่อนแอเกินไป “ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่จริงจัง? ถ้าเป็นพรรคส้ม คดีคงรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม แต่กรณีนี้กลับปล่อยให้เสวยสุข หยามกฎหมายชัดๆ”

โรมยังพูดถึงกรณีเครื่องบินของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ ซึ่งข้อมูลหลุดออกมาแต่ยังไม่มีดำเนินการจริงจัง แม้จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. แล้วก็ตาม พรรคประชาชนในฐานะว่าที่ฝ่ายค้านพร้อมตรวจสอบเต็มที่ ถ้าสภาฯ เปิดเร็วๆ นี้

  • ปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติยังแก้ไม่จริงจัง
  • นักการเมืองที่เกี่ยวข้องอ้างเอกสิทธิ์immunity
  • มาตรฐานสองที่สำหรับพรรคการเมืองต่างๆ
  • เว็บพนันออนไลน์ยังลุกลาม

โรมชี้ว่าการขยันช่วงเลือกตั้งหายไป กลายเป็นอุ้มชูกันแทน ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในประสิทธิภาพรัฐบาล ส่วนโอกาสส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ไปดำเนินคดี โรมบอกว่ากระบวนการสภาฯ 過去มีน้อยมากที่ส่ง ส.ส. แต่เจ้าหน้าที่รู้จังหวะดี ถ้าอ้างปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ก็ยังดำเนินการได้หลัง 12 มีนาคม

พรรคประชาชนยืนกรานไม่โหวตอนุทิน

โรมย้ำคำพูดตอนหาเสียงว่าจะไม่โหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ เพราะพรรคอันดับ 1 มีสิทธิ์จัดตั้งก่อน พรรคประชาชนรักษาคำสัญญากับประชาชน แต่ยังไม่แน่ใจฝ่ายค้านจะมีใครบ้าง อาจมีงูเห่า และพรรคกล้าธรรมยังคลุมเครือ ขอให้ถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ประเด็นนี้ทำให้การเมืองไทยร้อนระอุยิ่งขึ้น แก๊งลูกบังเกิดเกล้าจะพึ่งได้จริงหรือ? ประชาชนรอดูท่าทีรัฐบาลต่อสแกมเมอร์และนักการเมืองต้องสงสัย โรมเรียกร้องมาตรฐานเดียวกัน ไม่เลือกปฏิบัติ

เพื่อขยายมุมมอง ลองดูบริบทกว้างๆ การเมืองไทยชุดนี้มีข้อครหาเรื่องเลือกตั้งมัวหมอง สภาฯ เปิดช้า ทำให้ฝ่ายค้านตรวจสอบลำบาก ปัญหาสแกมเมอร์ไม่ใช่แค่เงินหาย แต่ทำลายความเชื่อมั่นระบบยุติธรรม ถ้ารัฐบาลไม่เอาจริง ประชาชนจะยิ่งผิดหวัง

ในมุม SEO การเมือง 关键词 อย่าง รังสิมันต์ โรม, พรรคประชาชน, รัฐบาลอนุทิน, สแกมเมอร์การเมือง, ชนนพัฒฐ์ จะช่วยให้บทความนี้เข้าถึงคนสนใจข่าวการเมืองไทยมากขึ้น

สุดท้าย ความเห็นส่วนตัว: “โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน เป็นคำถามที่รัฐบาลต้องตอบ ประชาชนสมควรได้ผู้นำที่มีศักยภาพจริง ไม่ใช่เนโปติซึม ชวนเพื่อนๆ คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับรัฐบาลชุดนี้? กดแชร์เพื่อให้ข่าวนี้แพร่หลาย!

ที่มา – “โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน เตือนท่าทีรัฐให้ “ชนนพัฒฐ์” เสวยสุข

โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทยมาอัปเดตกันครับ ล่าสุดมีกระแสข่าวเรื่องการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่าครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นพรรคเพื่อไทยที่ยังยืนยันส่งชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค แม้ว่าจะมีประเด็นคดีสแกนม่านตาที่ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบ ซึ่งมีคนในพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ร้องเรียนผ่านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ตาม

โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น

ในประเด็นนี้ โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น อย่างชัดเจนครับ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 ว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือก้าวล่วงการตัดสินใจของพรรคการเมืองอื่นๆ เลย และที่สำคัญตอนนี้ยังไม่มีพรรคใดเสนอชื่อผู้สมควรได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ เป็นการแสดงถึงความเคารพซึ่งกันและกันในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล

โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น: รายละเอียดที่ควรรู้

มาดูกันครับว่าประเด็นนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 กระแสข่าวการจัดสรรตำแหน่งในครม.ชุดใหม่กำลังร้อนแรง โดยพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นหัวหอกรัฐบาล มีการประชุมแกนนำเพื่อยืนยันสัดส่วนเดิม โดยยังคงชิงชื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.ท้องถิ่นชื่อดังที่เคยมีบทบาทสำคัญในพรรค แม้จะมีความเสี่ยงจากคดีที่ ป.ป.ช. กำลังสอบสวนเรื่องการสแกนม่านตา ซึ่งเชื่อมโยงกับการทุจริตเลือกตั้งหรือการโกงระบบลงคะแนนในบางพื้นที่

คดีนี้ถูกเปิดโปงโดยบุคคลในพรรคภูมิใจไทยที่ส่งข้อมูลไปยังกระทรวงดีอี เพื่อให้ตรวจสอบระบบดิจิทัล ทำให้เกิดคำถามว่าชื่อนี้จะผ่านเกณฑ์หรือไม่ แต่ทางโฆษกพรรคภูมิใจไทยก็ชัดเจนว่า โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นหลักการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล

  • พรรคภูมิใจไทยไม่เข้าไปแทรกแซงการเสนอชื่อของเพื่อไทย
  • ยังไม่มีชื่อรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการจากพรรคใด
  • คดีสแกนม่านตาของนายประเสริฐยังอยู่ในชั้นสอบสวน ป.ป.ช.
  • แสดงถึงความโปร่งใสและเคารพซึ่งกันในวงการเมือง

บริบทการเมืองตอนนี้ พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทิน ชาญสมรรณ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี กำลังเตรียมครม.ชุดใหม่หลังการเลือกตั้งส.ส.ท้องถิ่นและการปรับโครงสร้างรัฐบาล การชิงสัดส่วนตำแหน่งจึงเป็นเกมเช็คเมทที่ทุกพรรคต้องระวัง โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมที่ ป.ป.ช. เข้มงวดมากขึ้น สแกนม่านตาเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ยืนยันตัวตนในการเลือกตั้ง แต่กลับถูกใช้ในทางมิชอบ จนกลายเป็นคดีร้อน

หลายคนวิเคราะห์ว่าการยืนยันชื่อนายประเสริฐ แสดงถึงความมั่นใจของเพื่อไทยในหลักฐานและพยาน แต่ก็อาจเสี่ยงถ้าป.ป.ช.มีมติเด็ดขาด ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเลือกท่าทีเป็นกลาง ไม่แสดงท่าทีคัดค้าน เพื่อรักษาความสัมพันธ์พรรคร่วม

จากมุมมองของผม การที่ โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น เป็นสัญญาณดีของการเมืองไทยที่กำลังโตขึ้น ทุกพรรคเริ่มเรียนรู้ที่จะทำงานเป็นทีม แทนการโจมตีกันเอง สุดท้ายแล้วประชาชนอย่างเราก็อยากเห็นครม.ที่เข้มแข็ง โปร่งใส เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ที่รอคอยมานาน

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้ล่ะครับ? คิดว่านายประเสริฐจะได้เป็น รมต.จริงไหม หรือพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนใจ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่นชงชื่อ รมต. ชี้ยังไม่มีเสนอชื่อรัฐมนตรี

ภูมิใจไทยเล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกีฬา

ภูมิใจไทยเล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกระทรวงกีฬา นโยบายเด็ดที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมการบริหารประเทศในสมัยรัฐบาลใหม่ พรรคภูมิใจไทยประกาศชัดเจนว่าจะเร่งผลักดันกฎหมายสำคัญหลายฉบับ เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้แบบรวดเร็วและตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างกระทรวงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือนโยบายลดค่าครองชีพอย่างเรื่องค่าไฟที่ทุกคนรอคอย

ภูมิใจไทย เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกระทรวงกีฬา

ตามรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2568 พรรคกำลังมุ่งเน้นงานฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติจริง กฎหมายฉบับแรกที่เล็งผลักดันคือ พรบ.โอนกระทรวงการท่องเที่ยวมารวมกับกระทรวงวัฒนธรรม เพราะภารกิจทั้งสองสอดคล้องกัน เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกชาติ ที่จะทำให้การทำงานเชื่อมโยงไร้รอยต่อ ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ

ส่วนกระทรวงกีฬาจะแยกออกมาเป็นหน่วยงานเฉพาะ เพื่อมุ่งพัฒนากีฬาให้เป็นเลิศ สร้างนักกีฬาระดับโลก และจัดงานแข่งขันนานาชาติให้มากขึ้น คาดว่ากฎหมายนี้จะผ่านสภาฯ ภายใน 6 เดือนเท่านั้น นโยบายนี้จะช่วยให้แต่ละกระทรวงโฟกัสงานหลักได้ชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน และประหยัดงบประมาณแผ่นดิน

ประโยชน์ของการรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม

  • เพิ่มประสิทธิภาพการโปรโมทท่องเที่ยวไทย เชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น สร้างรายได้เข้าประเทศ
  • อนุรักษ์วัฒนธรรมควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  • แยกกีฬาให้พัฒนาอย่างมืออาชีพ สร้างความภาคภูมิใจให้ชาติ

นโยบายค่าไฟถูก ใช้ต่ำ 200 ยูนิต จ่ายแค่ 3 บาท

อีกนโยบายเร่งด่วนที่พรรคภูมิใจไทยเล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกระทรวงกีฬา คือเรื่องค่าไฟฟ้าที่ประชาชนเดือดร้อนมานาน รัฐบาลจะออกประกาศกระทรวงพลังงานให้ใช้ไฟไม่เกิน 200 ยูนิตแรก จ่ายเพียง 3 บาทต่อยูนิต ส่วนเกินไปจะคิดแบบขั้นบันได เห็นผลภายใน 3 เดือนทันที ช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับครอบครัวรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้ประกอบการรายย่อย

นอกจากนี้ ยังผลักดันให้เกิดการแข่งขันพลังงานไฟฟ้าแบบเสรี เหมือนค่ายมือถือที่เราคุ้นเคย มีผู้ให้บริการหลายรายให้ประชาชนเลือกบริษัทที่ถูกและดีที่สุด จะทำให้ราคาไฟถูกลง คุณภาพดีขึ้น และนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียนเพิ่มพูน

กฎหมาย Super License และบ้านเกิดเมืองนอน

พรรคยังมีร่าง พรบ.การอำนวยความสะดวก หรือ Super License ที่ให้ขออนุญาตก่อสร้างโรงงาน โรงแรม สปา แบบ One Stop Service จบในที่เดียว ลดขั้นตอนยุ่งยาก ดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ คาดเสร็จใน 6 เดือน จากข้อเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์

ส่วน พรบ.บ้านเกิดเมืองนอน จะช่วยท้องถิ่นหารายได้เอง โดยให้ประชาชนเลือกนำภาษี 30% ไปสนับสนุนบ้านเกิดหรือท้องถิ่นที่ต้องการ พร้อมกลไกตรวจสอบจากประชาชนที่เข้มแข็งกว่าป ป ช. และ ปปท. รวมถึงปลดล็อกอายุและวาระนายก อบจ. ไม่จำกัด 2 วาระ จะเสร็จใน 1 ปี

สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคยังไม่เร่ง เพราะไม่ใช่เรื่องด่วนเท่าปัญหาประชาชน

โดยรวมแล้ว นโยบายของพรรคภูมิใจไทยดูเป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ชีวิตคนไทยจริงๆ การปรับโครงสร้างกระทรวงและลดค่าไฟจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากทำสำเร็จจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น คุณคิดว่านโยบายไหนน่าสนใจที่สุด? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ภูมิใจไทย เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกระทรวงกีฬา – ใช้ไฟต่ำ 200 ยูนิต จ่ายยูนิตละ 3 บาท

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้มีข่าวเด็ดมาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะ โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี่แหละข่าวที่แฟนๆ การเมืองรอคอยมานาน หลังจากที่โควตาพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้สัดส่วนรัฐมนตรีว่าการ 5 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วยอีก 3 เก้าอี้ ล่าสุดในส่วนของรัฐมนตรีว่าการนิ่งสนิทแล้วครับ แต่ชื่อดังอย่าง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ต้องหลุดโผไปแบบน่าเสียดาย ส่วนสุดาวรรณได้ไปนั่งเก้าอี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แบบสวยงาม มาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 โควตาของพรรคเพื่อไทยในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้อนุทิน ชาญสมอน ได้รับการยืนยันแล้วในส่วนหลักๆ โดย 5 ชื่อเด่นที่จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการมีดังนี้ครับ เพื่อนๆ ลองดูกันว่ามีใครบ้าง และทำไมถึงเหมาะกับตำแหน่งนั้นๆ

  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เตรียมรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชื่อนี้เหมาะมากเพราะมีประสบการณ์ด้านวิชาการและนวัตกรรมมาอย่างโชกโชน คาดว่าจะช่วยผลักดันนโยบายไทย 4.0 ได้ดี
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคคนสำคัญ ได้ไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะเป็นคนที่มีฐานในภาคเกษตร ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัวเพราะเข้าใจปัญหาชาวนาและเกษตรกรไทยเป็นอย่างดี
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จุลพันธ์มีวิสัยทัศน์ด้านแรงงานชัดเจน น่าจะช่วยแก้ปัญหาการว่างงานและยกระดับทักษะแรงงานไทยได้
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ประเสริฐเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า มีเครือข่ายในวงการศึกษา คาดว่าจะปฏิรูประบบเรียนการสอนให้ทันสมัยมากขึ้น
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ก๊วนใหญ่นครราชสีมา สายโคราชแท้ๆ ได้นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชื่อนี้มาแรงมาก ฐานมั่นคงในพื้นที่อีสาน ถือเป็นชัยชนะของกลุ่มโคราชในพรรคเพื่อไทย

ส่วนที่ทุกคนพูดถึงคือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เคยอยู่ในโผแต่หลุดออกไป สาเหตุน่าจะมาจากการพิจารณาสมดุลภายในพรรคและพันธมิตร ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้โผลงตัวที่สุดครับ

เก้าอี้ รมช.เพื่อไทย ยังไม่นิ่ง ที่ว่าง 3 ลุ้น 7 คน

สำหรับรัฐมนตรีช่วยที่เหลือ 3 เก้าอี้ จะกระจายไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง และกระทรวงศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง แต่ตอนนี้ยังไม่เคาะขั้นสุดท้าย มีชื่อในตะกร้าถึง 7 คนเลยทีเดียว แกนนำพรรคกำลังประชุมถกกันอยู่ครับ รายชื่อผู้ลุ้นมีดังนี้

  • นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร บ้านใหญ่สกลฯ ลูกสาวและภรรยาครองตำแหน่งใหญ่ในพื้นที่ ถือเป็นตัวเต็ง
  • นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย 2 สมัย คล่องแคล่ว ประสานงานเก่ง
  • นายศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี 2 สมัย สู้สุดใจแม้เจอคู่แข่งหนัก
  • น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย 2 สมัย ยึดพื้นที่สีแดงได้ท่ามกลางการรุมเจาะ
  • นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค มือปราศรัยหลัก ปากแจ๋วสุดๆ
  • นายศึกษิษฐ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย โควตากลาง
  • น.ส.ธีราภา ไพโรหกุล อดีตรองเลขาฯ นายกฯ ฝ่ายการเมือง โควตากลางอีกคน

คาดว่าภายในไม่กี่วัน แกนนำพรรคจะเคาะชื่อสุดท้าย ใครจะรอดตาเขียวบ้างรอติดตามนะครับ

โดยรวมแล้ว โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี้สะท้อนกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยที่ให้ความสำคัญกับ ส.ส.บ้านใหญ่และแกนนำหลัก เพื่อเสริมความมั่นคงให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ในมุมมองผมคิดว่านี่เป็นการจัดทีมที่สมดุลดี ช่วยให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งการศึกษา เกษตร แรงงาน และสังคม ถ้าทำงานได้จริง นโยบายประชาชนนำไทยจะไปได้สวยแน่นอน คุณคิดเห็นยังไงกับโผชุดนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ! และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดแบบไม่พลาดนะ

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

Scroll to top