การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเข้มข้น เมื่อพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทยเพื่อพิจารณาในบ่ายวันนี้ โดยปัดตกข่าวลือชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ สะท้อนกระบวนการเจรจาโควต้าตำแหน่งในรัฐบาลกึ่งกลางที่กำลังดำเนินไปอย่างละเอียดรอบคอบ
พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณารายชื่อบุคคลของพรรคที่เหมาะสมเสนอให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสำคัญ โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารคนอื่นๆ เข้าร่วม จากนั้นเวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทยจะนำรายชื่อเหล่านี้ไปหารือกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแกนนำ
รายละเอียดการประชุมพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐาน เพื่อมอบหมายบุคคลให้คัดสรรตัวผู้เหมาะสมไปดำรงตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐมนตรีโควต้าของพรรคเพื่อไทยที่ได้ 8 ตำแหน่ง แต่ยังไม่ยืนยันจำนวนหรือตำแหน่งแน่นอน ต้องรอหารือกับพรรคแกนนำหลัก โดยรายชื่อที่จะส่งจะตรงตามโควต้า และเป็นไปตามกระบวนการของพรรค
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลใหม่กำลังจัดสรรตำแหน่งกันอย่างเข้มข้น พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่สุดในรัฐบาลกึ่งกลาง มีบทบาทสำคัญในการเสนอชื่อ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งได้รองนายกฯ และกระทรวงมหาดไทย ก็มีสิทธิ์ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบ โดยเฉพาะตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ที่เป็นประเด็นร้อน
ปัดข่าวชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ
มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเคยส่งชื่อนายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร เข้าชิงรองประธานสภาฯ คนที่ 2 แต่ถูกพรรคภูมิใจไทยตีกลับ นายจุลพันธ์ ชี้แจงชัดว่าไม่เป็นความจริง เพราะยังไม่เคยส่งชื่อใครเลยสักคน "มีการพูดกันเยอะ แต่สุดท้ายตำแหน่งมีแค่ 1 คน อย่าโยนชื่อเด็ดขาด” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าพรรคมีบุคลากรศักยภาพหลายคน พร้อมดำรงตำแหน่ง
- หลักเกณฑ์การคัดเลือก: ยึดตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และความสามารถในการทำงานตอบโจทย์ประชาชน
- ไม่ใช่เรื่องชอบใจส่วนตัว: ต้องผ่านการตรวจสอบทุกระดับ
- รายชื่อจะส่งมากกว่าโควต้าเล็กน้อย เพื่อให้มีการพิจารณาเลือกสรร
ก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยเคยตั้งคำถามกับบางรายชื่อ แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะเสนอตามที่เห็นสมควร โดยทุกอย่างต้องชอบด้วยกฎหมาย หากไม่มีปัญหาก็ไม่มีเหตุผลปฏิเสธ นี่แสดงถึงความโปร่งใสในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล
บริบทการเจรจาโควต้ารัฐมนตรีและสภา
หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลคนเดียวได้ จึงจับมือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมอื่นๆ สร้างรัฐบาลกึ่งกลาง ตำแหน่งรองประธานสภาฯ มี 3 คน โดยคนแรกเป็นของฝ่ายค้าน คนที่ 2-3 เป็นฝ่ายรัฐบาล พรรคเพื่อไทยได้โควต้ารองนายกฯ รัฐมนตรี 8 คน และตำแหน่งสภา ทำให้การถกชื่อพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทยเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา
นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งอื่นๆ เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างๆ ที่ต้องแบ่งกัน พรรคเพื่อไทยเน้นบุคคลที่มีประสบการณ์ ทำงานได้จริง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และแก้ปัญหาปากท้องประชาชน
การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่กำหนดชื่อบุคคล แต่ยังสะท้อนกลยุทธ์ของพรรคในการรักษาเสถียรภาพรัฐบาล ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายค้านและปัญหาเศรษฐกิจที่รอแก้ไข
จากมุมมองผู้วิเคราะห์ การที่พรรคเพื่อไทยยืนกรานเรื่องกฎหมายและศักยภาพ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ หากชื่อที่เสนอผ่านการพิจารณาได้ ก็จะช่วยให้สภาเริ่มทำงานได้เร็วขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
คุณคิดเห็นอย่างไรกับการถกชื่อรองประธานสภาฯ ครั้งนี้? ชื่อไหนน่าจะได้ไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!
ที่มา – พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย บ่ายนี้ ปัดชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ


