พรรคร่วมรัฐบาล

“อรรถกร” ยันไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม

“อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส” เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง เมื่อนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคกล้าธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงสถานการณ์ภายในพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่อง ‘งูเห่า’ หรือบุคคลที่อาจทรยศพรรค การยืนยันนี้ไม่เพียงสร้างความมั่นใจให้สมาชิก แต่ยังสะท้อนจุดยืนที่เหนียวแน่นของพรรคในการเดินหน้าสู่การจัดตั้งรัฐบาล

“อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส”

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากเดินทางเข้ารับหนังสือรับรองการเลือกตั้งที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอรรถกรได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า สมาชิกพรรคกล้าธรรมทุกคนกำลังใจดี มีการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค “เราคือครอบครัวเดียวกัน แม้จะมีพรรคอื่นโจมตี แต่เราพิสูจน์ตัวเองได้ด้วยคะแนนเสียงจากประชาชน 156 เขต” เขากล่าว

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งกำลังเข้มข้น พรรคกล้าธรรมแสดงความพร้อมเข้าร่วมรัฐบาล โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอรรถกรยืนยันว่าพรรคมีศักยภาพและบุคลากรพร้อมขับเคลื่อนประเทศ แม้ตัวเขาเองจะไม่เข้าร่วมการเจรจาโดยตรง แต่พร้อมสนับสนุน ร.อ.ธรรมนัส อย่างเต็มที่

กระแสข่าว ‘งูเห่า’ ในพรรคกล้าธรรม

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวเรื่องงูเห่าในพรรค นายอรรถกรหัวเราะก่อนตอบว่า “ไม่มีจริง ถ้ามีเบาะแสก็แจ้งมาได้ สมาชิกทุกคนให้กำลังใจกันดี” เขาเชื่อมั่นว่าหากมีคนทรยศจริง จะไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในครั้งหน้า ซึ่งจะกระทบความเชื่อมั่นโดยรวม พรรคกล้าธรรมมีจุดยืนชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็พร้อมทำเพื่อประโยชน์ประเทศ

นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธข่าวลือเรื่องเสนอชื่อนายกฯ จากพรรคประชาชนแข่งกับพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าไม่เคยพูดคุยกันในพรรค สำหรับกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นคัดค้านผลเลือกตั้งในฉะเชิงเทรา นายอรรถกรมั่นใจในคะแนนที่ทิ้งห่าง 4-5 หมื่นเสียง ผลจากงานเข้าถึงประชาชนและแก้ปัญหาตรงจุด

ความพร้อมและผลงานกระทรวง

ในฐานะรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ นายอรรถกรยังคงมุ่งขับเคลื่อนงานที่ค้างคา โดยได้รับคำปรึกษาจาก ร.อ.ธรรมนัส ที่เป็นที่ปรึกษากระทรวง ส่วนกระทรวงเกษตรที่พรรคเคยดูแลมานาน ไม่ว่าจะ ร.อ.ธรรมนัส ศ.ดร.นฤมล หรือตัวเขาเอง ล้วนทำงานต่อเนื่องเพื่อเกษตรกร เขาเชื่อว่าใครต่อก็ต้องสานต่อให้ดีเพื่อประโยชน์ประชาชน

  • จุดแข็งพรรคกล้าธรรม: ได้รับความไว้วางใจ 156 เขต
  • กำลังใจสมาชิก: พูดคุยกันตลอด ไม่มีขัดแย้ง
  • จุดยืนชัด: พร้อมร่วมรัฐบาลหรือค้านเพื่อประเทศ
  • ผลงานกระทรวง: ต่อเนื่อง สร้างประโยชน์ยั่งยืน

การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ของ “อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส” สร้างความชัดเจนท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีที่แท้จริง

ในมุมมองผู้เขียน พรรคกล้าธรรมมีโอกาสสูงในการเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลใหม่ ด้วยผลงานและความพร้อม หากรักษาความเป็นเอกภาพได้ จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยได้อย่างมั่นคง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – “อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส”

โผ ครม.อนุทิน 2/1 แทรกคนรุ่นใหม่-บ้านใหญ่

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่ทุกคนกำลังจับตามองกัน นั่นคือ โผ ครม.อนุทิน 2/1 ที่พรรคภูมิใจไทยกำลังจัดสรรโควต้าให้สมาชิกพรรคอย่างน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการแทรกคนรุ่นใหม่ ทายาทบ้านใหญ่ และผู้มีจิตอาสาที่ทำงานหนักให้พรรคมาอย่างยาวนาน ข่าวนี้มาจากรายงานวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีสัดส่วนใน 19 กระทรวงหลักๆ ซึ่งนับเป็นเซอร์ไพรส์ใหญ่ในการผลัดใบผู้นำรุ่นใหม่สู่เวทีบริหารประเทศ

โผ ครม.อนุทิน 2/1

โผ ครม.อนุทิน 2/1 ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากกลุ่มดรีมทีมเศรษฐกิจและบ้านใหญ่อีกแล้ว พรรคยังเปิดทางให้กลุ่มเลือดน้ำเงินแท้ๆ ที่ภักดีต่อพรรคมาตลอด มีชื่อติดโผด้วย ชื่อเด่นๆ ที่หลุดออกมาประกอบด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ, นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล, นางสุขสมรวย วันทนียกุล หรือ เจ๊รวย ส.ส.อำนาจเจริญ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา

บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ทายาทจากตระกูลนักการเมืองใหญ่ที่มีฐานเสียงมั่นคง บวกกับจิตอาสาที่ลงพื้นที่ทำงานจริงจัง โดยเฉพาะจุดยืนชัดเจนในการคัดค้านกาสิโน ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลือดน้ำเงินแท้ของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่เคยสั่นคลอน นี่คือการล้างไพ่ครั้งใหญ่ จากสัดส่วน ส.ส. 10:1 มาเป็นรัฐมนตรีที่มีบทบาทตัดสินใจในสภา

ตำแหน่งสำคัญอื่นๆ ในโผ ครม.อนุทิน 2/1

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย มีโอกาสสูง ส่วนรองประธานสภา มีแคนดิเดตถึง 4 คน ได้แก่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง, นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี ที่อาจโยกจากรัฐมนตรีช่วยคมนาคม, นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์, และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่รองประธานสภา คนที่ 1 อาจเป็นโควตาเพื่อไทยอย่างนายประเสริฐ จันทรวงทอง แม้จะมีประเด็นคดี MOU แต่ก็ยังอยู่ในข่าย

สำหรับ 19 กระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยคาดหวัง ได้แก่:

  • กระทรวงมหาดไทย
  • กระทรวงการคลัง
  • กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงการต่างประเทศ
  • กระทรวงคมนาคม
  • กระทรวงพลังงาน
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • กระทรวงอุตสาหกรรม
  • กระทรวงสาธารณสุข
  • กระทรวงวัฒนธรรม
  • กระทรวงยุติธรรม
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • สำนักนายกรัฐมนตรี

การจัดสรรนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคที่ต้องการผสมผสานประสบการณ์กับพลังเยาวชน เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้า

ภูมิใจไทยปัดข่าวตีกลับรายชื่อ รมต.เพื่อไทย

ด้านข่าวลือที่ว่าพรรคภูมิใจไทยตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีฝั่งเพื่อไทย เช่น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายประเสริฐ จันทรวงทอง โดยขอคนรุ่นใหม่แทน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ได้ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนในเวลา 14.00 น. ว่า “ยังไม่เป็นความจริง” และย้ำจุดยืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ว่าต้องรอให้ กกต. รับรอง ส.ส. ครบทุกคนก่อน สถานการณ์การเมืองต้องนิ่งเสียก่อน ทุกอย่างต้องตามกฎหมายและขั้นตอน

นอกจากนี้ ยังมีข่าวปิดดีลที่ 292 เสียง โดยดึงกลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายเดชอิศม์ ขาวทอง จากพรรคกล้าธรรม รายชื่อว่าที่ ส.ส. ที่อาจร่วม ได้แก่:

  • นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ว่าที่ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2
  • นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ ว่าที่ ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 3
  • นายสิรภพ สมผล ว่าที่ ส.ส.สกลนคร เขต 1
  • นายชาตรี หล้าพรหม ว่าที่ ส.ส.สกลนคร เขต 2
  • นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล ว่าที่ ส.ส.สกลนคร เขต 3
  • นายนัยดี วาบา ว่าที่ ส.ส.ปัตตานี เขต 4
  • นายจรัญ จันทร์แก้ว ว่าที่ ส.ส.พัทลุง เขต 3
  • พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ว่าที่ ส.ส.สงขลา เขต 8
  • นายวงศ์วชิร ขาวทอง ว่าที่ ส.ส.สงขลา เขต 5

การเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนถึงการเมืองไทยที่กำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้งที่เข้มข้น โผ ครม.อนุทิน 2/1 จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีบทบาทอย่างไรในเวทีบริหาร

ในมุมมองของผม การแทรกคนรุ่นใหม่และผู้มีจิตอาสาเข้ามาในโผนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะจะนำพลังสดใหม่มาสู่การแก้ปัญหาประเทศ ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ สุขภาพ หรือโครงสร้างพื้นฐาน หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัพเดท รีบติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน 2/1 แทรกคนรุ่นใหม่-บ้านใหญ่-มีจิตอาสา โต้ข่าวตีกลับ รมต.ฝั่งเพื่อไทย

ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุนอนุทินนายกฯ

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังเข้มข้น พรรคภูมิใจไทยกำลังเร่งรวบรวมเสียงสนับสนุนเพื่อผลักดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล สู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ทำให้หลายคนตื่นเต้น นั่นคือ ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค. การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้จำนวนเสียงสนับสนุนพุ่งสูงถึง 292 เสียง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค.

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย มีการแถลงข่าวร่วมกันระหว่างแกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, น.ส.บุญธิดา สมชัย โฆษกพรรค, นายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ร่วมกับตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรค และน.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 จากพรรคโอกาสใหม่ รวมถึง ส.ส.อีก 5 คนจากพปชร.

น.ส.บุญธิดา กล่าวยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก 6 เสียง จากพรรคพลังประชารัฐและพรรคโอกาสใหม่ ทำให้มั่นใจมากขึ้นในการเสนอชื่อนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี การร่วมมือครั้งนี้เกิดจากอุดมการณ์ที่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความเดือดร้อนของประชาชน

พรรคพลังประชารัฐและโอกาสใหม่ยืนยันหนุนอนุทินเต็มที่

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง จากพปชร. เปิดเผยว่า พรรคได้รับคำเชิญจากผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทยที่เคารพนับถือมานาน หลังการพูดคุย พปชร.มีมติสนับสนุนการทำงานของภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคแกนนำที่ได้รับเสียงจากประชาชน พปชร.เน้นนโยบายความมั่นคงและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ด้านน.ส.รสรินทร์ จากพรรคโอกาสใหม่ ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส. ยินดีที่ได้รับเกียรติร่วมรัฐบาล พรรคโอกาสใหม่มีมติหนุนนายอนุทิน โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ภูมิใจไทยแล้ว อุดมการณ์เดียวกันในการฟื้นเศรษฐกิจและดูแลประชาชน

สถานะพรรคกล้าธรรมและประชาธิปัตย์ยังไม่ชัดเจน

สำหรับพรรคเล็กอื่นๆ โฆษกภูมิใจไทยย้ำว่าตัวเลขทางการต้องรอแถลงจากพรรค ส่วนพรรคกล้าธรรม (กธ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังไม่สรุป ต้องรอหลังการสัมมนาพรรคภูมิใจไทยวันที่ 8 มีนาคมนี้ ก่อนรายงานตัวและพูดคุยเพิ่มเติม การรวบรวมเสียงกว่า 290 เสียง ถือว่าพอสำหรับเสียงข้างมากในสภาแล้ว แต่ยังไม่มีตัวเลขตายตัว

นายไชยชนก กล่าวถึงโควตารัฐมนตรีสำหรับพรรคเล็กที่รวมกันกว่า 30 เสียง ต้องรอหัวหน้าพรรคสรุปหลังสัมมนา ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค. จึงเป็นข่าวที่สะท้อนการเมืองไทยกำลังรวมพลังเพื่อความมั่นคง

  • พรรคภูมิใจไทย: แกนนำเสนอชื่ออนุทิน
  • พรรคพลังประชารัฐ: สนับสนุน 5 ส.ส. + รักษาการหัวหน้า
  • พรรคโอกาสใหม่: สนับสนุนเต็มที่จากหัวหน้าและ ส.ส.
  • พรรคกล้าธรรม-ประชาธิปัตย์: รอตัดสินใจหลัง 8 มี.ค.

การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมีเครือข่ายกว้างขวาง นโยบายหลักอย่างเศรษฐกิจดิจิทัล สุขภาพ และเกษตรกรรม จะเป็นจุดแข็ง หากอนุทินได้นั่งนายกฯ คาดว่ารัฐบาลจะเน้นแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น ค่าครองชีพและการท่องเที่ยว

ในมุมมองผู้วิเคราะห์ การรวมพรรคแบบนี้ช่วยสร้างเสถียรภาพ ลดโอกาส解散สภา แต่ต้องจับตาการเจรจาโควตา ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ เป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคตการเมืองไทย

ติดตามพัฒนาการหลังสัมมนา 8 มี.ค. และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ ว่าคุณมองอนุทินเป็นนายกฯ ที่เหมาะสมหรือไม่?

ที่มา – ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค.

“ไผ่ ลิกค์” ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุด้วยกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะข่าวลือว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังปิดดีลรวบรวมเสียง ส.ส. ถึง 300 เสียง เพื่อตั้งรัฐบาลโดยไม่รวมพรรคกล้าธรรม แต่ตัวแทนพรรคกล้าธรรมกลับยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด สร้างความสนใจให้สื่อและนักการเมืองติดตามอย่างใกล้ชิด

“ไผ่ ลิกค์” ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกระแส “ไผ่ ลิกค์ ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง” ของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าตนเองยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากกำลังอยู่ต่างประเทศและยังไม่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่ในพรรค ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มข้นหลังการเลือกตั้งทั่วไป

โฆษกพรรคกล้าธรรมยืนยันยังไม่ทราบข่าว

ด้านนายกองตรี ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ โฆษกพรรคกล้าธรรม ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ตนเองยังไม่ได้ยินหรือทราบข่าว “ไผ่ ลิกค์ ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง” นี้เช่นกัน ผู้ใหญ่ในพรรคยังไม่มีการแจ้งใด ๆ หากมีพัฒนาการอะไรสำคัญ คงจะมีการประชุมในระดับกรรมการบริหารพรรคหรือแจ้งสื่อทันที ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงเป็นไปตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้แถลงต่อสื่อว่า ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ

สถานการณ์การเจรจาตั้งรัฐบาลล่าสุด

หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองต่าง ๆ กำลังเร่งหาพันธมิตรเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ครบ 251 เสียงในการตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยซึ่งมี ส.ส. จำนวนมาก กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการปิดดีลใหญ่ ข่าวลือเรื่องปิดดีล 300 เสียงที่เกินความต้องการ แสดงถึงความมั่นใจในการเจรจา แต่การตัดพรรคกล้าธรรมออกนอกวงสนทนากลับสร้างคำถามมากมาย ว่ามีปัจจัยอะไรซ่อนอยู่

พรรคกล้าธรรมซึ่งนำโดย ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นพรรคใหม่ที่เกิดจากการรวมตัวของ ส.ส. ที่แยกตัวจากพรรคอื่น ๆ โดยมีจุดยืนชัดเจนในประเด็นปฏิรูปและต่อต้านคอร์รัปชัน การถูกตัดออกจากดีลนี้อาจส่งผลต่อโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรค

  • ปัจจัยที่อาจทำให้ปิดดีลไร้พรรคกล้าธรรม:
  • ความขัดแย้งนโยบายระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับกล้าธรรม
  • การเจรจาลับกับพรรคใหญ่ตัวอื่น เช่น พรรคเพื่อไทยหรือก้าวไกล
  • จำนวนเสียง ส.ส. ของกล้าธรรมที่ยังไม่เพียงพอต่อการต่อรอง
  • กลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อกดดันให้พรรคเล็กยอมตามเงื่อนไข

บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส ในสถานการณ์นี้

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถือเป็นแกนนำสำคัญของพรรคกล้าธรรม ที่มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมือง เคยเป็นรัฐมนตรีช่วย และมีเครือข่ายกว้างขวาง การที่เขาแจ้งสื่อว่ายังไม่มีเคลื่อนไหว อาจเป็นสัญญาณว่าพรรคกำลังรอจังหวะหรือเตรียมแผนรับมือ หากข่าวปิดดีลเป็นจริง พรรคกล้าธรรมอาจหันไปรวมกับฝ่ายค้านแทน

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า “ไผ่ ลิกค์ ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง” นี้ อาจเป็นเพียงข่าวลือเพื่อกดดันการเจรจา หรือกลยุทธ์ในการทดสอบพันธมิตร สถานการณ์การเมืองไทยยังคงผันผวน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม หากพรรคภูมิใจไทยปิดดีลสำเร็จจริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

ความเห็นส่วนตัว: ข่าวแบบนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมต้องเร่งเสริมสร้างอิทธิพลเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการ!

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” ไม่ทราบข่าวพรรคภูมิใจไทย ปิดดีลตั้งรัฐบาล 300 เสียง ไร้พรรคกล้าธรรม

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ เป็นประเด็นร้อนในวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งล่าสุด ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงจุดยืนของพรรค โดยย้ำว่าพรรคไม่จำเป็นต้องดิ้นรนแย่งชิงตำแหน่งในรัฐบาล แต่พร้อมเจรจาหากเงื่อนไขชัดเจนและปราศจากปัญหาทุนเทาและพรรคที่มีประเด็นจริยธรรม

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ

ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นายอภิสิทธิ์ ได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่รีบประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านแบบหักหาญ เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ที่จะตัดสินใจร่วมกัน โดยเบื้องต้นพรรคเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ก่อน แต่หากมีพรรคอื่นมาแสดงท่าทีประสาน ก็พร้อมนั่งคุย โดยยึดหลักการเดิมที่เคยให้คำมั่นกับประชาชน คือ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีทุนเทา ไม่มีการครอบงำ และไม่สร้างความแตกแยก

นายอภิสิทธิ์ เน้นย้ำว่า “ผมไม่ได้ดิ้นรนอะไร เพราะพรรคการเมืองต้องพร้อมทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะค้านหรือรัฐบาล ปชป. เป็นพรรคขนาดเล็กที่มี 22 เสียง แต่เรามีจุดยืนชัดเจน” การที่ยังไม่ประกาศชัดเจนนั้น เพื่อไม่ให้ดูหักหาญเกินไป และเปิดช่องให้เกิดการเจรจาที่เหมาะสม

วิเคราะห์การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้

สำหรับภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ มองว่าพรรคภูมิใจไทยครองเสียงข้างมาก ทำให้รัฐบาลมีความเสถียรภาพสูง แม้ไม่มีพรรคที่มีปัญหาจริยธรรมร่วมด้วย ก็ยังรวบรวมเสียงได้กว่า 290 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมีเพียง 210 เสียง ต่างกันมาก หากจะดึงพรรคที่มี 58 เสียง (หมายถึงพรรคที่เคยโต้เถียงกันก่อนหน้า) เข้ามา ก็เพื่อป้องกันปัญหาจากพรรคเพื่อไทยที่มี 74 เสียง เพราะ 58 เสียงมีน้ำหนักมากกว่าประชาธิปัตย์ 22 เสียง สามารถใช้หักลบได้หากเกิดปัญหา

พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะไม่มีคู่แข่งในการจัดตั้งรัฐบาล และยังมีอำนาจต่อรองสูงสุดแม้จะอยู่นิ่งๆ ก็ตาม นี่คือมุมมองที่เฉียบคมจากอภิสิทธิ์ ที่แสดงให้เห็นถึงการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์การเมือง

  • เงื่อนไขร่วมรัฐบาลของ ปชป.:
  • ไม่มีพรรคกล้าธรรมหรือพรรคที่มีปัญหาจริยธรรม
  • ปราศจากทุนเทาและการครอบงำ
  • ไม่สร้างปมขัดแย้งหรือความแตกแยก
  • ยึดมั่นคำมั่นสัญญากับประชาชน

เมื่อถูกถามถึงการโต้เถียงกับพรรค 58 เสียงที่เคยบอก “คอยดูเถอะ” หลัง ปชป. ประกาศไม่จับมือ นายอภิสิทธิ์ สวนกลับอย่างเจ็บแสบว่า “ไม่เป็นไร คอยดูเถอะเช่นกัน พรรคที่มี ส.ส. ถึง 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ?” เขายังยอมรับว่าการที่พรรคเคยโวว่าจะกำหนดทิศทางรัฐบาลก่อนเลือกตั้งนั้นทำไม่ได้จริง เพราะมีเสียงน้อย แต่พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่

งานแรกที่ ปชป. จะทำในสภา คือการยื่นตรวจสอบจริยธรรมรัฐมนตรีที่มีประเด็น โดยไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นการใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญ หากถูกชวนร่วมรัฐบาลแต่มีคนที่มีปัญหาอยู่ด้วย ก็จะไม่เข้าร่วม พรรคจะเป็นพลังตรวจสอบที่เอาจริง เพื่อยกระดับมาตรฐานการเมืองไทย

ดักคอรัฐบาล: อย่าเหลิงอำนาจแม้คุมเบ็ดเสร็จ

นายอภิสิทธิ์ ประเมินทิศทางการเมืองว่าหากเลือกตั้งเรียบร้อยหรือต้องลงใหม่ รัฐบาลตัวเลขคงไม่เปลี่ยน แต่จะอยู่ครบเทอมได้หรือไม่ ขึ้นกับว่ารัฐบาลจะไม่สะดุดขาตัวเอง ไม่ทำผิดพลาดใหญ่ หากหลีกเลี่ยงปัญหาจากองค์กรอิสระได้ ก็อยู่ได้ยาว

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่ารัฐบาลอย่าประมาท หากมีอำนาจเบ็ดเสร็จครอบคลุม สว. องค์กรอิสระ และศาล อาจถูกมองว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ว่ารัฐบาลฝ่ายใด ในที่สุดอาจกลายเป็นจุดพลิกผันนำไปสู่จุดจบได้

จากจุดยืนนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดหลักธรรมาภิบาลและการตรวจสอบอย่างแท้จริง คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของอภิสิทธิ์? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ

ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวฮอตฮิตในวงการการเมืองไทยมาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ คือเรื่อง ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด แจงปม “ทวี” ทำตามหน้าที่เรื่องเขากระโดงด้วย เรียกได้ว่ารัฐบาลใหม่กำลังจะเกิดขึ้นแบบมั่นคง เมื่อพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้พันธมิตรพรรคเล็กอย่างพรรคประชาชาติมาสนับสนุนเต็มตัว 5 เสียงจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ นี่คือสัญญาณดีที่การเมืองไทยกำลังรวมพลังเพื่อประชาชนครับ

ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด
ภาพประกอบเหตุการณ์ ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ (ที่มา: ไทยรัฐ)

ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ นำมติพรรคมาส่งมอบให้เลขาธิการภท. โดยยืนยันชัดเจนว่าทั้ง 5 เสียงของ ส.ส. พรรคประชาชาติพร้อมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีแบบเต็มตัว และพร้อมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลทันทีที่ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ก่อนหน้านี้จะมีดราม่าขัดแย้งระหว่าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กับพรรคภูมิใจไทย ในประเด็นคดีฮั้ว สว. และเรื่องที่ดินเขากระโดงสมัยที่ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ฝั่งพรรคประชาชาติยืนยันว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นหน้าที่ในอดีตที่ศาลตัดสินไปแล้ว ตอนนี้คือการเมืองใหม่ พวกเขาเปรียบเทียบว่าการเมืองเหมือนกีฬา พอเกมจบก็กลับมาเป็นเพื่อนกันได้ น่ารักดีนะครับ แบบนี้แหละที่การเมืองไทยควรเป็น!

มติเอกฉันท์จากพรรคประชาชาติ

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ของพรรคประชาชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทั้ง 5 เสียงสนับสนุนภท. นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แม้ท่านติดภารกิจไม่ได้มาเอง แต่นายวันมูหมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค ก็ยืนยันเต็มปาก นี่แสดงให้เห็นถึงวินัยพรรคที่แข็งแกร่ง พรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคท้องถิ่นในพื้นที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เน้นประเด็นศาสนาและสิทธิชาวมุสลิมใต้ จึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับรัฐบาลใหม่

ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ยันสนับสนุนภท.
นายซูการ์โน มะทา ในการแถลง (ที่มา: ไทยรัฐ)

แจงปม “ทวี” ทำตามหน้าที่เรื่องเขากระโดง-ฮั้ว สว.

นายซูการ์โน ชี้แจงชัดว่าปมขัดแย้งเก่าเป็นเรื่องหน้าที่สมัย พ.ต.อ.ทวี เป็น รมว.ยธ. คดีเขากระโดงและฮั้ว สว. ศาลพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้พรรคพร้อมลุยงานใหม่เพื่อประชาชนในพื้นที่ใต้ที่อยากเห็นพรรคของตัวเองมีบทบาทในรัฐบาล เหตุผลหลักคือระบอบประชาธิปไตยใช้เสียงข้างมาก พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนสูงสุดจากประชาชน ก็สมควรนำจัดตั้งรัฐบาล และภท. ก็แสดงมิตรไมตรีดีมาก

ทิศทางการทำงานร่วมรัฐบาล

สำหรับการโหวตในสภา พรรคประชาชาติยืนยันจะตามมติรัฐบาลทุกประการ เชื่อมั่นวินัย ส.ส. แต่มีจุดยืนชัด ถ้ามติขัดหลักศาสนาอิสลามจะต้องคุยกันก่อน เช่น กฎหมายที่กระทบหลักศาสนา ส่วนประเด็นร้องให้เลือกตั้งโมฆะ ก็ปล่อยให้ กกต. และองค์กรอิสระตัดสิน พรรคทำหน้าที่หาเสียงเสร็จแล้ว

  • เหตุผลหลักที่เข้าร่วม: มติพรรคเอกฉันท์ สนับสนุนอนุทินเป็นนายก
  • วินัยพรรค: โหวตตามรัฐบาล ยกเว้นขัดศาสนา
  • ประโยชน์ประชาชน: โดยเฉพาะพื้นที่สามจังหวัดใต้
  • ลืมอดีต: ปมเก่าเป็นหน้าที่ จบแล้วจับมือใหม่
ภาพแถลงข่าว ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ
บรรยากาศการแถลงข่าว

จากมุมมองของผม การที่ ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้การจัดตั้งรัฐบาลราบรื่น เสียง 5 เสียงอาจดูน้อย แต่ในสภาไทยที่พรรคกระจาย มันคือตัวชี้วัดเสถียรภาพ โดยเฉพาะเสียงจากใต้ที่มักมีจุดยืนเฉพาะตัว นี่แสดงให้เห็นว่าภท. ภายใต้อนุทิน มีศักยภาพรวบรวมพรรคเล็กได้ดี อนาคตการเมืองไทยน่าจะสงบลงบ้าง หลังจากดราม่าเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาว่าพรรคประชาชาติจะรักษาจุดยืนศาสนาได้อย่างไรเมื่อเจอมติรัฐบาล และปมเก่าของทวีจะถูกขุดขึ้นมาอีกหรือไม่ แต่โดยรวมคือข่าวดีครับ!

ความเห็นส่วนตัว: การเมืองไทยควรเน้น ‘จบแล้วเป็นเพื่อน’ แบบนี้มากขึ้น จะได้โฟกัสปัญหาประชาชน เช่น เศรษฐกิจ สุขภาพ การศึกษา แทนดราม่าอดีต คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย!

ที่มา – ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด แจง “ทวี” ทำตามหน้าที่เรื่องเขากระโดง

ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่หนุนอนุทินนายกฯ 281 เสียง

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ พรรคภูมิใจไทยกำลังเร่งรวบรวมพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยล่าสุดมีการ เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้นมาก หลังจากผลเลือกตั้งออกมา พรรคใหญ่ๆ เริ่มจับมือกันเพื่อแก้ปัญหาประเทศ

เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย คึกคักไปด้วยแกนนำพรรคเล็กๆ ที่เดินทางมาร่วมหารือ นำโดยนายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และนายอุดมเดช รัตนเสถียร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย พวกเขามาพบปะกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรค เพื่อคุยเรื่องร่วมรัฐบาลและสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

หลังจากนั้น นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ได้แถลงข่าวความคืบหน้า บอกว่านายทรงศักดิ์ได้ประสานงานกับพรรคไทยสร้างไทยและทางเลือกใหม่แล้ว ให้มาร่วมเดินหน้าเลือกนายกฯ ไปด้วยกัน นี่คือการยืนยันชัดเจนของ เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง

เหตุผลที่พรรคเล็กๆ เลือกหนุนอนุทิน

นายอุดมเดช จากไทยสร้างไทย กล่าวว่าตนคุ้นเคยกับนายทรงศักดิ์จากกลุ่ม 16 พรรค และเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องการรัฐบาลเข้มแข็งเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงชายแดน ปัญหาเหล่านี้รุมเร้าเราอยู่ หากไม่มีรัฐบาลที่มั่นคงจะยิ่งแย่ ดังนั้นหลังนับคะแนนเสร็จ พวกเขาพร้อมสนับสนุนพรรคเสียงข้างมาก ซึ่งตอนนี้คือพรรคภูมิใจไทย

ส่วนนายราเชน หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ย้ำว่าเคารพกติกาเสียงข้างมาก แม้พรรคตัวเองมีแค่ 1 เสียง แต่ยินดีโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ตามหลักสากล นี่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพในวงการเมืองไทยยุคนี้

รายชื่อพรรคและจำนวนเสียงสนับสนุน

ตอนนี้รวมเสียงได้ 281 เสียงแล้ว ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร นี่คือรายละเอียด:

  • พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง
  • พรรคเพื่อไทย 74 เสียง
  • พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง
  • พรรคใหม่ 1 เสียง
  • พรรครวมใจไทย 1 เสียง
  • พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง
  • พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง
  • พรรคมิติใหม่ 1 เสียง
  • พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง
  • พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง
  • พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง
  • พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง

ส่วนพรรคกล้าธรรมที่มี 58 เสียง ยังไม่ชัดเจน นายไชยชนกบอกว่ามีการคุยกับนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคแล้ว และนายอนุทินคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคเบื้องต้น แต่รอสรุปอย่างเป็นทางการ พรรคกล้าธรรมจะประชุมบ่ายวันนี้ด้วย ทุกอย่างยังมีโอกาส และไม่มีเงื่อนไขอะไรชัดเจนจากพรรคเล็กๆ

โฆษกพรรคภูมิใจไทยยังบอกว่าจะมีแถลงข่าวต่อเนื่อง วันพรุ่งนี้ก็มีอีก การ เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รัฐบาลใหม่ใกล้เกิดขึ้น

ในมุมมองของผม การรวมตัวแบบนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองไทยเริ่มจริงจังกับการแก้ปัญหาประเทศมากขึ้น ไม่ใช่แค่แย่งชิงอำนาจ รัฐบาลที่เข้มแข็งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความมั่นคงได้จริง หากคุณสนใจข่าวการเมือง ลองติดตามต่อและแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำอะไรได้บ้างนะครับ!

ที่มา – เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง

“ธรรมนัส” ยันยังไม่คุยร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

สวัสดีครับชาวการเมืองตัวยง! วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนจากวงในการเมืองไทยกันครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ทุกคนกำลังจับตา นั่นคือ ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง หลังจากมีภาพหลุดของ “นฤมล” หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) คุยกับ “อนุทิน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่สงขลา ทำให้หลายคนคาดเดาว่าพรรคจะไปทางไหน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตร ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาเคลียร์ชัดเจนแล้วว่า ยังไม่มีอะไรคืบหน้า แนะให้โฟกัสบัตรเลือกตั้งก่อนเลยครับ

ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2567 เวลา 09.35 น. ที่กระทรวงเกษตร ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์แบบชิลๆ หลังมีภาพนฤมลคุยกับอนุทิน ถามว่าได้คุยกับนฤมลยัง? คำตอบคือ “ยังครับ เมื่อคืนงานดึก” ส่วนทำไมไม่ไปงานพระราชทานเพลิงที่สงขลา ก็ยกเลิกเพราะติดงานตั้งแต่สัปดาห์ก่อน สัญญาณพูดคุยตอนนี้? “ไม่มีอะไรครับ ตามที่เลขาภท.แถลง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” และพรรคจะประชุม สส. วันที่ 19 ก.พ. ก่อนที่ตัวเองจะบินไปยุโรปดูแสงสีเขียว สมองคิดแต่เรื่องนั้นเลย!

ทำไมธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

ธรรมนัสย้ำหนักว่า ข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ มาจากสื่อล้วนๆ ไม่มีคำยืนยันจากภท. ส่วนตัวปล่อยให้นฤมลและไผ่ ลิกค์ เลขาพรรคจัดการ ยังไม่คุยหลังไมค์ลึกซึ้ง เพราะ เร็วเกินไป สส.ยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อ พูดมากเดี๋ยวประชาชนไม่มั่นใจรัฐบาลใหม่ ถ้าเป็นแกนนำจัดตั้ง จะรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน

ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์

ย้อนความพันธมิตรเก่า ธรรมนัสบอก เจอภท.ทุกอังคาร ไม่ต้องคุยหน้างาน ส่วนไปแถลงกับเพื่อไทย? “เราไม่เคยทำแบบนั้น กล้าธรรมเคยทำหรือ?” ชัดเลย! จะรอภท.มาคุยไหม? “เราอยู่ในรัฐบาล 2 พรรค ภท.+กล้าธรรม พรรคอื่นไม่ได้” สิ่งสำคัญคือปัญหาเลือกตั้ง กกต.ต้องแก้บัตรเขย่ง บาร์โค้ด รัฐบาลเก่ายังบริหารอยู่ ไม่ต้องรีบ

  • ยังไม่คุยแบ่งกระทรวง: ไม่มีหลังไมค์ลึก เร็วเกิน
  • แนะโฟกัสบัตรเลือกตั้ง: ก่อนคิดเรื่องรัฐบาล
  • ไปยุโรปทุกปี: พักผ่อนกับครอบครัว ไม่ซีเรียส
  • ประชุมพรรค 19 ก.พ.: แสดงยินดี สส. แจ้งกฎระเบียบ

ถ้ากล้าธรรมไม่ได้เกษตรกระทรวง? ธรรมนัสชิล “เอาใจผูกไว้คิดมาก แต่ สส.ขับเคลื่อนได้ 8 ปีผ่านมาเคยเป็นฝ่ายค้านทำดีด้วย” เป็นนักการเมือง สำเร็จที่เลือกตั้ง ถ้าไม่ได้รัฐบาล ใช้สภาแทน ข่าวแบ่งโควตาแล้ว? “ไม่มี อย่าตีข่าวไปเอง”

ธรรมนัส พรหมเผ่า ยิ้มรับคำถาม

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งยังเดือด พรรคเล็กใหญ่กำลังชิงตำแหน่ง ธรรมนัสเลือกโฟกัสปัญหาเลือกตั้งที่ประชาชนเดือดร้อนจริง เช่น บัตรเสียเยอะ บาร์โค้ดผิดพลาด กกต.ต้องรับผิดชอบ ถ้าปล่อยไว้ รัฐบาลใหม่ก็เริ่มไม่ดี การเจรจาควรรอ สส.นิ่งเพื่อความโปร่งใส สุดท้ายธรรมนัสย้ำ ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง ชัดเจนแบบนี้ คงต้องรอดูการประชุมพรรคพรุ่งนี้

มุมมองเรา: การเมืองไทยชอบข่าวลือ แต่ธรรมนัสสอนดี โฟกัสปัญหาจริงก่อน รัฐบาลช้าแต่ชัวร์ดีกว่าเร็วแต่ล้ม คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย สนใจข่าวการเมืองอัพเดท รอติดตามบล็อกเราเลยครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ยัน ยังไม่ได้คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง แนะโฟกัสบัตรเลือกตั้งก่อน

ไชยชนกยังไม่ชัดนั่ง มท.1 รอคุยกล้าธรรม

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงข่าวลือเรื่อง ไชยชนก นั่ง มท.1 โดยยืนยันว่ายังไม่มีการยืนยันตำแหน่งใดๆ จนกว่าจะมีการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ สร้างความสนใจให้สื่อมวลชนและนักการเมืองเป็นอย่างมาก

ไชยชนก นั่ง มท.1 ยังไม่ชัดเจน รอประกาศอย่างเป็นทางการ

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ ได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าเขาจะได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ มท.1 ว่า "ไม่ครับ ต้องยืนยันว่าตราบใดที่ผลการเลือกตั้งยังไม่ถูกคอนเฟิร์ม เราไม่มีการยืนยันตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้รอการแถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า" คำตอบนี้ชี้ให้เห็นถึงความรอบคอบของพรรคภูมิใจไทยในการจัดการเรื่องตำแหน่งในรัฐบาลใหม่

ไชยชนก ชิดชอบ พูดถึงไชยชนก นั่ง มท.1

พรรคกล้าธรรมติดต่อไร้เงื่อนไข รอ “อนุทิน” คุย “ธรรมนัส”

นอกจากประเด็น ไชยชนก นั่ง มท.1 แล้ว ยังมีประเด็นการติดต่อจาก พรรคกล้าธรรม โดยนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ได้โทรศัพท์มาพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขต่อรองใดๆ นายไชยชนก กล่าวว่า "มีการโทรศัพท์มาและพูดคุยกันสั้นๆ แต่ท้ายที่สุดก็ได้คุยกันว่าอยากให้หัวหน้าพรรคได้หารือกัน แล้วค่อยมาพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ"

สำหรับกำหนดการหารือ ต้องรอให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยก่อน เมื่อถามถึงหลักการสนับสนุนของพรรคกล้าธรรม นายไชยชนก กล่าวว่า "เบื้องต้นที่พูดคุยกัน แต่เดี๋ยวรอดูสุดท้ายว่าจะเป็นอย่างไร"

นายไชยชนก ชิดชอบ กับพรรคภูมิใจไทย
ข่าวการเมือง พรรคกล้าธรรม ไชยชนก นั่ง มท.1

พรรคภูมิใจไทยยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า "เราประกาศชัดเจนแล้วว่าพร้อมที่จะรับฟังทุกท่าน อันนี้เราคอนเฟิร์ม" จึงไม่ปิดประตูต่อการจับมือกับพรรคกล้าธรรมหรือพรรคอื่นๆ

สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

หลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคการเมืองต่างๆ กำลังเร่งเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้เป็นจุดสนใจ ข่าวลือเรื่องตำแหน่ง ไชยชนก นั่ง มท.1 สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวภายในพรรคที่เลขาธิการอย่างนายไชยชนกอาจได้เลื่อนขั้นไปรับผิดชอบกระทรวงสำคัญ

  • จุดเด่นพรรคกล้าธรรม: ไม่มีเงื่อนไขต่อรอง สนับสนุนแบบไร้ข้อผูกมัด
  • บทบาทนายไชยชนก: เลขาฯ พรรคภูมิใจไทย ผู้ประสานงานหลัก
  • คีย์แมน: อนุทิน-ธรรมนัส จะเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ
  • สถานะปัจจุบัน: รอรับรองผลเลือกตั้งก่อนยืนยันทุกอย่าง

การเจรจาครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อโครงสร้างคณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยในการขยายฐานอำนาจ โดยการเปิดรับพรรคเล็กอย่างกล้าธรรมที่นำโดยร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยถือเป็นกระทรวงหลักที่ดูแลเรื่องท้องถิ่นและความมั่นคง หากนายไชยชนกได้ นั่ง มท.1 จริง จะเป็นการเสริมทัพให้พรรคภูมิใจไทยมีอิทธิพลมากขึ้นในระดับท้องถิ่น

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามว่าพรรคเล็กจะมีบทบาทอย่างไรในรัฐบาลใหม่ การไร้เงื่อนไขต่อรองจากพรรคกล้าธรรมอาจเป็นจุดเริ่มต้นของพันธมิตรใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่าการเจรจาระหว่างหัวหน้าพรรคจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพราะการเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ คุณคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับกล้าธรรมหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด!

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่รีบร้อนตัดสินใจ รอความชัดเจนก่อน ซึ่งจะช่วยลดดราม่าในอนาคตได้

ที่มา – “ไชยชนก” บอกยังไม่ชัดนั่ง “มท.1” รับกล้าธรรมไร้เงื่อนไขต่อรอง รอ “อนุทิน” คุย “ธรรมนัส”

Scroll to top