พรรคเพื่อไทย

จุลพันธ์ แจงเพื่อไทยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้ทันพิจารณา

จุลพันธ์ แจงเพื่อไทยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้ทันพิจารณา

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ล่าสุดคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าล่าสุด โดยระบุว่าพรรคได้มีการปรับแก้เนื้อหาบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกังวลของหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ส.ส.ร. ที่ทาง สส. จากพรรคภูมิใจไทยได้ขอถอนชื่อออกไปก่อนหน้านี้

ประเด็น จุลพันธ์ แจงเพื่อไทยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้ทันพิจารณา ถือเป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่พรรคกำลังเร่งเครื่องดำเนินการ โดยมุ่งเน้นไปที่การปรับจูนรายละเอียดในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความชัดเจน ไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากทุกพรรคการเมืองและสามารถผลักดันเข้าสู่สภาได้ทันเวลาในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้

รายละเอียดการปรับปรุงเนื้อหาเพื่อสร้างความร่วมมือ

คุณจุลพันธ์เน้นย้ำว่า แม้จะมีการปรับแก้เนื้อหาเพื่อลดข้อกังวลต่างๆ แต่หลักการสำคัญที่พรรคเพื่อไทยยึดมั่นคือความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นหัวใจหลัก โดยมีขั้นตอนดำเนินงานสำคัญดังนี้:

  • นำร่างที่ปรับปรุงแล้วเข้าที่ประชุม สส. ของพรรคในสัปดาห์หน้า
  • หากมติในที่ประชุมเห็นชอบ จะดำเนินการล่ารายชื่อ สส. เพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาอีกครั้ง
  • ตรวจสอบรายละเอียดข้อกังวลประเด็นที่มาของ ส.ส.ร. ให้รัดกุมที่สุด

ด้วยกรอบเวลาที่กระชั้นชิด ทำให้ทิศทางการทำงานของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ต้องเน้นความชัดเจนและได้รับความเห็นพ้องจากทุกฝ่าย การที่ จุลพันธ์ แจงเพื่อไทยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้ทันพิจารณา จึงเป็นก้าวย่างที่แสดงถึงความพยายามในการประนีประนอมทางการเมือง เพื่อให้กงล้อของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด

ในมุมมองของนักวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง การที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยอมปรับจูนเนื้อหาตามเสียงท้วงติงของพรรคร่วมรัฐบาล สะท้อนถึงวุฒิภาวะทางการเมืองที่ต้องการหาจุดร่วมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ การจับตามองบทสรุปในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้จึงน่าสนใจอย่างยิ่งว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาในสภาได้ราบรื่นเพียงใด หากพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ปมปัญหาที่ค้างคาใจ สส. พรรคภูมิใจไทยได้สำเร็จ ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการทำงานร่วมกันในอนาคต

ที่มา – “จุลพันธ์” เผยเพื่อไทยตัดข้อกังวลปม ส.ส.ร. หลัง สส.ภูมิใจไทยถอนชื่อ จ่อชงสภาฯ ให้ทันพิจารณา

ประวัติ ศุภชัย โพธิ์สุ ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

ประวัติ ศุภชัย โพธิ์สุ ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาชี้ชะตา ประวัติ ศุภชัย โพธิ์สุ ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นการปิดฉากเส้นทางของนักการเมืองคนดังแห่งค่ายสีน้ำเงินที่หลายคนรู้จักกันในนาม สหายแสง หรือ ครูแก้ว อย่างเป็นทางการ จากกรณีปัญหาการถือครองที่ดินป่าดงพะทาย จังหวัดนครพนม จำนวน 220 ไร่ ซึ่งผิดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

เส้นทางชีวิตก่อน ประวัติ ศุภชัย โพธิ์สุ ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

สำหรับประวัติของ นายศุภชัย โพธิ์สุ นั้นถือว่ามีความน่าสนใจและผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน เริ่มต้นจากลูกชาวไร่ชาวนาในจังหวัดนครพนม ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเป็นครู และหันไปใช้อุดมการณ์ทางการเมืองในป่าในยุคสหายดาวแดง จนเป็นที่มาของฉายา สหายแสง ก่อนจะกลับมาเป็นครูและเข้าสู่เส้นทางการเมืองเต็มตัว ผ่านสังกัดพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรค จนก้าวไปสู่ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงกรณีที่ ประวัติ ศุภชัย โพธิ์สุ ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการกระทำที่ขัดต่อผลประโยชน์สาธารณะ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • ปมปัญหาที่ดินป่าดงพะทาย จ.นครพนม จำนวน 220 ไร่
  • การเข้าครอบครองที่ดินที่จัดสรรไว้สำหรับเกษตรกรผู้ยากจน
  • การขาดคุณสมบัติในการครอบครองที่ดินตามกฎหมายที่ดิน น.ส. 2
  • การละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมืองอย่างร้ายแรง

คดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับนักการเมืองรุ่นหลังที่ต้องยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง การที่ศาลให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ถือเป็นการตัดสินที่เด็ดขาดและแสดงให้เห็นว่าอำนาจทางการเมืองไม่สามารถอยู่เหนือจริยธรรมและกฎหมายได้

แม้ว่า ครูแก้ว จะเคยเป็นบุคคลที่มีบทบาทสูงในสภาฯ แต่คำพิพากษานี้ก็นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้กับแวดวงนักการเมืองไทยทุกคนว่า การดำรงตนอยู่ในความโปร่งใสคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อตักตวงผลประโยชน์ส่วนตัว สิ่งนี้คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าไม่มีใครใหญ่เกินกว่ากฎหมาย และทุกการกระทำย่อมมีผลลัพธ์ตามมาเสมอ การเมืองไทยในยุคนี้ต้องการความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่าการใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อหาช่องโหว่ทางกฎหมาย

ที่มา – ประวัติ “ศุภชัย โพธิ์สุ” ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

เผ่าภูมิ ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจมาฝากกันครับ เกี่ยวกับประเด็นที่ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของนโยบายสำคัญอย่าง เผ่าภูมิ ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะมาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยได้อย่างตรงจุดครับ

เผ่าภูมิ ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์

หลายคนอาจจะสงสัยว่า NIT คืออะไร? อธิบายง่ายๆ เลยครับ NIT หรือ Negative Income Tax คือระบบภาษีที่จะเปลี่ยนจากการ “เก็บเงิน” มาเป็น “การโอนเงิน” ให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดแทน ซึ่งนายเผ่าภูมิเองได้สนับสนุนเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะมองว่านี่คือเครื่องมือที่จะช่วยรวบรวมข้อมูลแรงงานนอกระบบและลดช่องว่างทางรายได้ของคนไทยครับ

ทำไมต้องเริ่มใช้ระบบ NIT ในไทย?

นายเผ่าภูมิได้เน้นย้ำว่าการที่ภาครัฐเดินหน้าเรื่อง เผ่าภูมิ ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ นั้นเป็นเพราะเรามีปัญหาหลัก 4 ประการ ได้แก่:

  • แรงงานนอกระบบมีจำนวนมหาศาล
  • ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมอยู่ในระดับสูง
  • สวัสดิการของภาครัฐยังกระจัดกระจายไม่ทั่วถึง
  • ระบบฐานข้อมูลรายได้ประชากรยังไม่เป็นระบบ

ด้วยระบบ NIT นี้ จะช่วยดึงให้คนเข้าสู่ระบบภาษีได้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องเสียภาษี แถมยังได้รับสวัสดิการโอนตรงเข้าบัญชี ซึ่งคนที่เดือดร้อนมากก็จะมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือมากขึ้นตามลำดับครับ

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อน นายเผ่าภูมิฝากโจทย์ท้าทายให้กระทรวงการคลังนำไปพิจารณา ทั้งเรื่องการกำหนดช่วงรายได้ในการรับเงินช่วยเหลือ (Phase-in, Plateau, Phase-out) โดยตัวเลขที่เป็นไปได้คือรายได้ต่ำกว่า 60,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 12,000 บาทต่อปี นอกจากนี้ยังต้องมีการพัฒนาระบบตรวจสอบรายได้ของกรมสรรพากรให้ทันสมัย และควรผลักดันให้เป็นกฎหมายในระยะยาว เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูลสวัสดิการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครับ

โดยสรุปแล้ว นโยบายนี้ไม่ใช่แค่การแจกเงิน แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เริ่มจากกลุ่มแรงงานในระบบก่อนแล้วค่อยขยายตัว คลอบคลุมแรงงานนอกระบบอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามงบประมาณ ถือเป็นแนวคิดที่น่าชื่นชมครับ เราหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสวัสดิการไทยให้เท่าเทียมกันมากขึ้นครับ

แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าการนำระบบ NIT มาใช้ในประเทศไทย จะช่วยแก้ปัญหาคนจนได้มากน้อยแค่ไหน? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ!

ที่มา – “เผ่าภูมิ” ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ยุครัฐบาลเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์

“ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้

“ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้

การเมืองไทยในช่วงนี้กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกลายเป็นหัวข้อที่ทุกฝ่ายต่างจับตามอง ล่าสุด “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน โดยย้ำถึงความตั้งใจจริงที่จะมุ่งหน้าทำงานการเมืองเพื่อสร้างกติกาที่เป็นธรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้ เพื่อให้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

นายพริษฐ์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐสภา โดยเฉพาะกรณีที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งสร้างคำถามมากมายในสังคมว่านี่เป็นสัญญาณของเกมการเมืองที่หวังจะผูกขาดการร่างกฎหมายสูงสุดหรือไม่ โดยเขามองว่าหากพรรคใดจะใช้อำนาจหรือหลักเกณฑ์ใดในการเปลี่ยนท่าที ก็ควรออกมาชี้แจงต่อประชาชนให้ชัดเจน

บทสรุปของเกมบีบรัฐธรรมนูญในสายตาพรรคประชาชน

ปัญหาที่น่ากังวลคือการที่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจถูกบีบให้เหลือเพียงช่องทางเดียว ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม “ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้ ท่ามกลางความท้าทายจากกระแสข่าวที่ว่าอาจมีการพยายามทำให้เหลือเพียงร่างของพรรคกลุ่มระบอบสีน้ำเงินเท่านั้นที่จะผ่านเข้าไปได้ ซึ่งนายพริษฐ์มองว่านี่คือความพยายามที่จะผูกขาดกติกา

ในมุมมองของพรรคประชาชน สิ่งที่สำคัญที่สุดในนาทีนี้ไม่ได้อยู่ที่เกมต่อรองทางการเมือง แต่มุ่งเน้นไปที่:

  • การขับเคลื่อนร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมจริง
  • การป้องกันไม่ให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องสะดุดลง
  • การผลักดันให้ร่างกฎหมายที่เน้นประโยชน์ของประชาชนผ่านความเห็นชอบในวาระแรก

สำหรับแนวทางต่อจากนี้ นายพริษฐ์ยืนยันว่าถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่พรรคประชาชนจะยังคงยืนหยัดสู้ในทุกขั้นตอน แม้จะเป็นเสียงข้างน้อยในสภา แต่หากเสียงนั้นได้รับพลังสนับสนุนจากประชาชนที่มองเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างแรงกดดันเพื่อให้เกิดการถกเถียงในชั้นกรรมาธิการได้อย่างสร้างสรรค์

การผลักดันในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของพรรคประชาชนว่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะนำพาเจตนารมณ์ไปสู่ความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน ในท้ายที่สุด รัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นเพียงแค่กระดาษ แต่เป็นกติกาที่กำหนดชีวิตของพวกเราทุกคน การจับตามองวาระแรกของการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง

ที่มา – “ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้

อนุทิน ชี้ ทักษิณ พ้นโทษ ขออย่ากังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองสำหรับการก้าวพ้นโทษของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวและสร้างความมั่นใจให้กับภาคประชาชนเกี่ยวกับกระแสดังกล่าว โดยยืนยันว่า อนุทิน ชี้ ทักษิณ พ้นโทษ ขออย่ากังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล ซึ่งเป็นความเห็นที่สะท้อนถึงการทำงานของรัฐบาลในชุดปัจจุบันได้อย่างชัดเจนครับ

อนุทิน ชี้ ทักษิณ พ้นโทษ ขออย่ากังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล

เหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นเมื่อนายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์ ณ ทำเนียบรัฐบาล ถึงประเด็นที่นายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษและกำลังจะเข้าสู่กระบวนการพ้นโทษเต็มรูปแบบ โดยนายอนุทินกล่าวว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัว แต่ในฐานะคนทำงานการเมือง ย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการถอดกำไล EM ต่าง ๆ ก็นับเป็นเรื่องปกติภายใต้ระเบียบของกรมราชทัณฑ์

ความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจทางการเมือง

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่า นายทักษิณอาจมีอิทธิพลเหนือคณะรัฐมนตรี นายอนุทินได้แสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า อนุทิน ชี้ ทักษิณ พ้นโทษ ขออย่ากังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล เพราะรัฐบาลชุดนี้ยึดมั่นในการฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก การทำงานแต่ละครั้งผ่านการพิจารณาด้วยเหตุผล และความตั้งใจของนายทักษิณที่จะวางมือทางการเมืองนั้น ตนในฐานะคนที่เคยร่วมงานกับท่านมาก่อน ก็เชื่อมั่นในความตั้งใจนั้นจริง ๆ

ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินยังได้ชี้แจงประเด็นการถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งแต่อย่างใด ทุกฝ่ายมีการพูดคุยกันด้วยความเข้าใจอันดี โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงราบรื่น
  • ไม่มีอิทธิพลภายนอกเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี
  • เสียงของประชาชนคือเข็มทิศหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามอยู่เสมอ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราในฐานะประชาชน คือการเฝ้าดูผลงานของรัฐบาลว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องชาวไทยได้ดีเพียงใด การที่นายอนุทินออกมาสื่อสารในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงเสถียรภาพภายในรัฐบาลที่หลายคนกำลังตั้งคำถามครับ

ที่มา – “อนุทิน” ชี้ “ทักษิณ” พ้นโทษ ขออย่ากังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล พร้อมเชื่อหากคิดวางมือการเมือง

เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อพรรคเพื่อไทยตัดสินใจชะลอการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา หลังจากที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทยได้ถอนชื่อสนับสนุนจำนวน 30 รายชื่อออกไป ทำให้สถานการณ์การเมืองตอนนี้ต้องหันมาจับตามองว่าก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการที่ เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในรัฐบาล

เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าดังกล่าว โดยยอมรับว่าพรรคจำเป็นต้องถอยออกมาเพื่อทบทวนทิศทางใหม่ การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยพรรคเดียว แต่ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ดังนั้นการมุ่งเป้าไปที่ความสำเร็จมากกว่าการฝืนสถานการณ์จึงถูกหยิบยกมาเป็นตัวตั้ง

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้

การที่ เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก ในครั้งนี้ มีปัจจัยที่น่าสนใจดังนี้:

  • พรรคเพื่อไทยมีเสียงเพียง 74 เสียง ไม่เพียงพอต่อการยื่นร่างกฎหมายสำคัญได้ด้วยตัวเอง
  • ต้องการรักษาสัมพันธภาพกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่มีเสียงในมือจำนวนมาก
  • ต้องการหาจุดร่วมในตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การผลักดันเข้าสู่กระบวนการในสภามีความราบรื่น ไม่ถูกตีตกตั้งแต่วาระแรก
  • มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของ สสร. เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้รับความยอมรับจากทุกฝ่าย

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การถอยครั้งนี้จะทำให้เสียหลักการหรือไม่ แต่นายจุลพันธ์ยืนยันหนักแน่นว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่สามารถเริ่มจากความขัดแย้งได้ การตั้งหลักใหม่เพื่อหาจุดที่เห็นตรงกันคือกลยุทธ์สำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่ทางออก โดยพรรคเพื่อไทยพร้อมเปิดโต๊ะเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลในสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

บทสรุปของเรื่องนี้เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับการเมืองไทยที่ว่า การทำงานร่วมกันย่อมมีความเห็นที่แตกต่าง แต่หากเรายึดหลักการพูดคุยมากกว่าการยืนประจันหน้า การแก้ปัญหาใหญ่ของชาติอย่างเรื่องรัฐธรรมนูญก็ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าการดึงดัน ท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อนการเอาชนะคะคานกันทางการเมือง เราต้องติดตามกันต่อไปว่า เมื่อการพูดคุยสิ้นสุดลง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ที่มา – เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก ยันไม่สร้างรอยร้าวพรรคร่วม

ยศชนัน มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย แพทองธาร ร่วมขับเคลื่อน

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองสำหรับการขยับตัวทางการเมืองล่าสุด เมื่อยศชนัน มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย แพทองธาร ร่วมขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้า โดยมองว่าแม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการบริหารงานภายใน แต่ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามระเบียบและโครงสร้างที่วางไว้ของพรรคอย่างชัดเจน

ยศชนัน มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย แพทองธาร ร่วมขับเคลื่อน

ในการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ทางด้านนายยศชนันได้ชี้แจงถึงประเด็นการบริหารจัดการพรรคว่า ในส่วนของการทำงานเพื่อประเทศชาตินั้น คณะรัฐมนตรีมีความพร้อมและมีอำนาจเต็มที่ในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ส่วนในมิติของการบริหารพรรคนั้น ยศชนัน มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย แพทองธาร ร่วมขับเคลื่อนพรรคได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นไปตามกลไกที่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้พรรคมีความแข็งแกร่งและคล่องตัวยิ่งขึ้น

บทบาทที่ชัดเจนของ แพทองธาร ในฐานะที่ปรึกษา

นอกจากนี้ นายยศชนันยังได้ย้ำถึงบทบาทของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาว่า เป็นกำลังสำคัญในการเข้ามาดูแลบริหารงานส่วนต่างๆ ของพรรคให้เกิดความราบรื่น พร้อมทั้งปฏิเสธข่าวลือเรื่องการขยับตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยเชื่อมั่นว่าโครงสร้างปัจจุบันสามารถตอบโจทย์การทำงานเพื่อประชาชนได้ดีที่สุด

หากวิเคราะห์ตามหลักการบริหารองค์กรการเมืองใหญ่ๆ การมีกลไกที่ชัดเจนถือเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดประสานกัน สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • การขับเคลื่อนงานบริหารประเทศดำเนินไปตามกรอบอำนาจของคณะรัฐมนตรี
  • โครงสร้างพรรคปัจจุบันได้รับการออกแบบมาให้มีความเป็นระบบและมีที่ปรึกษาคอยกำกับดูแล
  • ความเชื่อมั่นในกลไกพรรคเพื่อไทยจะช่วยให้การทำงานเดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ในโลกของการเมือง ความชัดเจนในการมอบหมายงานถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการที่ทุกฝ่ายหันมาโฟกัสที่ผลงานเพื่อประชาชนก็นับเป็นสัญญาณที่ดี ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์สุดท้ายของการทำงานคือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในสังคม ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ประชาชนคาดหวังจากทุกพรรคการเมืองครับ

ที่มา – “ยศชนัน” มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย “แพทองธาร”ฐานะที่ปรึกษา ร่วมกันทำพรรคขับเคลื่อน

ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย

ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที หลังจากที่มีข่าวว่า ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย โดยทางพรรคได้แสดงจุดยืนชัดเจนผ่านการแถลงการณ์ของโฆษกพรรค เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับมวลชนและสมาชิกพรรคทุกคนที่ได้ร่วมลงชื่อไปก่อนหน้านี้

หากถามถึงเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังที่ทำให้เกิดการตัดสินใจอย่างฉับพลันเช่นนี้ คำตอบที่สำคัญที่สุดคือความกังวลในเรื่องข้อกฎหมาย และความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบตามมาในอนาคตครับ

ทำไมต้อง ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย

เหตุผลหลักที่ทางพรรคภูมิใจไทยต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ สืบเนื่องมาจากความห่วงใยว่าเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวอาจจะมีความสุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความสำคัญสูงมากในเชิงบริหารและกฎหมายระดับประเทศ

ประเด็นที่น่าสนใจจากการประชุมพรรคมีดังนี้:

  • มีการพิจารณาและตรวจสอบเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญอย่างถี่ถ้วน
  • พบว่าเนื้อหาบางส่วนอาจไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์หรือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีต
  • มติที่ประชุมจึงเห็นชอบให้สมาชิกพรรคทุกคนที่เคยร่วมลงชื่อในร่างของพรรคเพื่อไทยทำการถอนชื่อออกทันที

การตัดสินใจที่รวดเร็วนี้แสดงให้เห็นว่าทางพรรคต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งเชิงกฎหมายที่อาจบานปลาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยสำหรับการแก้ไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ภาพรวมความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า พรรคการเมืองแต่ละพรรคเริ่มกลับมาเข้มงวดกับกระบวนการลงชื่อในร่างกฎหมายต่างๆ มากขึ้น เพราะชื่อเสียงและความถูกต้องตามหลักการบริหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เห็นได้ชัดจากข่าว ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย ในครั้งนี้ ที่ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนของการนำเสนอเข้าสู่สภา

ในฐานะประชาชน เราคงต้องจับตาดูต่อไปว่าหลังจากนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะมีการปรับแก้ร่างอย่างไร และบรรยากาศความร่วมมือของพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นไปในทิศทางใด ท่ามกลางความกดดันและความคาดหวังของสังคมที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ยึดโยงกับหลักสากลและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย หวั่นเนื้อหาขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.

“ประเสริฐ” ยินดี “ทักษิณ” พ้นโทษ มั่นใจไม่ยุ่งงานพรรคเพื่อไทย เผยมีโอกาสจะไปขอคำปรึกษา

เป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้รับพระราชทานอภัยโทษในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้กลายเป็นกระแสร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะท่าทีของพี่น้องในพรรคเพื่อไทยที่มีต่อเหตุการณ์นี้

“ประเสริฐ” ยินดี “ทักษิณ” พ้นโทษ มั่นใจไม่ยุ่งงานพรรคเพื่อไทย เผยมีโอกาสจะไปขอคำปรึกษา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นกันเองว่า สมาชิกพรรคทุกคนต่างรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้รับโอกาสนี้ นี่ถือเป็นข่าวดีที่สร้างพลังบวกให้กับคนในพรรคอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่าการกลับมาของท่านจะส่งผลต่อการบริหารงานภายในพรรคอย่างไร ซึ่งนายประเสริฐได้ย้ำชัดเจนว่า “ประเสริฐ” ยินดี “ทักษิณ” พ้นโทษ มั่นใจไม่ยุ่งงานพรรคเพื่อไทย เผยมีโอกาสจะไปขอคำปรึกษา อย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำเรื่องโครงสร้างพรรคที่แข็งแรงอยู่แล้ว

มุมมองจากคนใกล้ชิดและการเดินหน้าพรรคเพื่อไทย

ต้องยอมรับว่า คุณทักษิณเปรียบเสมือนผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคมาโดยตลอด แต่ในส่วนของการบริหารจัดการนั้น นายประเสริฐได้ชี้แจงว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีกรรมการบริหารพรรคที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่แล้ว ซึ่งนี่คือกลไกปกติของการทำงานทางการเมืองที่มีลำดับขั้นตอนชัดเจน

ประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากการสัมภาษณ์มีดังนี้:

  • การปรึกษาเรื่องงานในอนาคต: นายประเสริฐมองว่าการไปขอคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์สูงอย่างคุณทักษิณเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ทำได้
  • ความเชื่อมั่นในองค์กร: มั่นใจว่าโครงสร้างของพรรคปัจจุบันมีความเข้มแข็งและสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ต้องมีการแทรกแซง
  • ความยินดีร่วมกัน: บรรยากาศภายในพรรคเป็นไปอย่างชื่นมื่นหลังจากได้รับทราบข่าวดีนี้

ท้ายที่สุด การที่ “ประเสริฐ” ยินดี “ทักษิณ” พ้นโทษ มั่นใจไม่ยุ่งงานพรรคเพื่อไทย เผยมีโอกาสจะไปขอคำปรึกษา ถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนที่แสดงให้เห็นถึงความเคารพในฐานะผู้อาวุโส แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นมืออาชีพในการแยกบทบาทหน้าที่ให้คนในพรรคได้ทำงานตามกลไกที่ได้วางไว้ต่อไป ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ความสัมพันธ์แบบพี่น้องและความเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณก็ยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่ยึดเหนี่ยวใจคนในพรรคเพื่อไทยไว้อย่างเหนียวแน่นครับ

ที่มา – “ประเสริฐ” ยินดี “ทักษิณ” พ้นโทษ มั่นใจไม่ยุ่งงานพรรคเพื่อไทย เผยมีโอกาสจะไปขอคำปรึกษา

Scroll to top