พรรคเพื่อไทย

“ก่อแก้ว” ชม “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ฝ่าวิกฤติ

“ก่อแก้ว” ชมรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ชี้ สภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ จำเป็นต้องฝ่าฟันให้ผ่านจุดวิกฤติให้ได้ ขอประชาชนอดทนกับสถานการณ์นี้และดูแลตัวเองไปก่อน

วันที่ 2 กันยายน 2568 นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทย พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าประชุมพรรค ว่า ตัวเองรู้สึกสงสารประเทศไทย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าวันนี้การเมืองบ้านเราอยู่ในจุดที่ยากมาก นักธุรกิจนักลงทุนคงไม่ตัดสินใจทำอะไรในตอนนี้ ทำให้เศรษฐกิจไทยที่แย่อยู่แล้ว ก็ต้องลากยาวไปอีก วันนี้ยิ่งมีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ถ้าไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม หากกัมพูชามาก่อกวนหรือต้องการให้สถานการณ์ไทยปั่นป่วน จะไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างจริงจัง

ถ้าเป็นสภาวะปกติตนเองจะเชียร์พรรคเพื่อไทยให้ยุบสภา แต่ตอนนี้สภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ จึงจำเป็นต้องฝ่าฟันให้ผ่านจุดวิกฤติไปให้ได้ วันนี้ตนเองรอดูพรรคประชาชนอยู่ และเข้าใจพรรคประชาชนดีว่า มีคน 2 กลุ่มหลักๆ คือ เสื้อแดงเก่า และเสื้อเหลืองเก่า มาจากพื้นฐานที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้พรรคประชาชนมีแนวคิดที่แตกต่างกันระหว่าง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เป็นเสื้อแดงมาก่อน อยากให้จับมือกับพรรคเพื่อไทย ส่วนกลุ่มที่เป็นเสื้อเหลืองเก่า คนเหล่านั้นไม่เอาพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ณ ตอนนี้จึงอยากเรียนพี่น้องประชาชนว่าต้องอดทนกับสถานการณ์นี้และขอให้ทุกคนดูแลตัวเองไปก่อน

นายก่อแก้ว กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลรักษาการที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่กำลังทำหน้าที่อยู่นั้น ตนมองว่าก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็ต้องยอมรับการเป็นรัฐบาลรักษาการนั้นการสั่งการราชการ ทำให้การทำงานลำบาก.

“ก่อแก้ว” ชมรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ต้องฝ่าฟันให้ผ่านวิกฤติ

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ผันผวนและเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน คำกล่าวของนายก่อแก้ว พิกุลทอง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ การที่นักลงทุนชะลอการตัดสินใจ และปัญหาชายแดนที่อาจเกิดขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อน การที่นายก่อแก้วออกมาให้กำลังใจรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ที่กำลังพยายามนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้

ทำไมคำชมของ “ก่อแก้ว” ถึงมีความสำคัญในช่วงวิกฤติ?

ในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้ กำลังใจและความเชื่อมั่นจากบุคคลสำคัญทางการเมืองอย่างนายก่อแก้ว มีความสำคัญอย่างยิ่ง คำชมต่อการทำงานของรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ไม่เพียงแต่เป็นการให้กำลังใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังประชาชนและนักลงทุนว่า ยังมีคนที่มองเห็นและเข้าใจถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหา แม้ว่าการทำงานของรัฐบาลรักษาการจะมีข้อจำกัด แต่การได้รับการยอมรับและสนับสนุนจะช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ คำกล่าวของนายก่อแก้วยังเป็นการเตือนสติให้ประชาชนอดทนและดูแลตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบาก การที่สภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ ทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกฝ่าย การที่ประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือ จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้

การ “ก่อแก้ว” ชมรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีอำนาจเต็มในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ หากไม่มีรัฐบาลที่เข้มแข็ง การจัดการกับปัญหาชายแดนหรือการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ จะเป็นไปได้ยากลำบาก

ดังนั้น การที่นายก่อแก้วออกมาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจรัฐบาลรักษาการ จึงเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และเป็นการส่งสัญญาณให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต

อย่างไรก็ดี การที่นายก่อแก้วออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพโดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ การเมืองที่มั่นคงจะนำไปสู่เศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคน

ที่มา – “ก่อแก้ว” ชมรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ต้องฝ่าฟันให้ผ่านวิกฤติ

“มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา

“มนพร” แนะถาม “ภูมิธรรม” ปมอำนาจยุบสภา เผย สส.หลายคนยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ตาม “ศักดิ์ดา” ไป “สุริยะ” โยนถาม “ภูมิธรรม” เช่นกัน

วันที่ 2 กันยายน 2568 นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความชัดเจนเรื่องอำนาจยุบสภา ว่า ต้องรอฟังนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ล่าสุดมีการส่งสัญญาณอะไรไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นางมนพร ตอบว่า ยัง โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมพรรค เดี๋ยวรอฟังนายภูมิธรรม ส่วนในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ทราบแต่ว่ามีวาระปกติ เมื่อถามอีกว่าตอนนี้ชัดเจนหรือยัง อำนาจยุบสภารัฐบาลรักษาการทำได้หรือไม่ นางมนพร ตอบว่า ฟังจากนักกฎหมายหลายๆ ท่าน สุดท้ายอยู่ที่นายภูมิธรรม ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ

ในคำถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ หากมีการยุบสภาไปแล้วจะมีการไปร้องศาลตามมาอีก นางมนพร ระบุว่า บางทีฝนไม่ตกอย่าเพิ่งกางร่ม ต้องรอฟังก่อน ทางด้านคำถามว่าตอนนี้สมาชิกในพรรคเพื่อไทยเริ่มมีสัญญาณว่าจะทิ้งพรรคแล้ว จะตรึงสมาชิกเหล่านี้ให้อยู่ได้อย่างไร นางมนพร ตอบว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ที่มีข่าวว่าจะไป พอสอบถามบางคนก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย หลายคนที่มีข่าวว่าจะตาม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทยไป พอสอบถามก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ยืนยันได้มีการตรวจสอบแล้ว และบางคนยังยืนยันที่จะเข้าร่วมประชุมพรรคอยู่

เมื่อถามย้ำ ยืนยันหรือไม่ว่าหากยุบสภาตอนนี้ สส. ที่จะย้ายออกไปจะกลับมาที่พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม นางมนพร กล่าวว่า เราต้องพยายามรักษา สส.เดิมของเราไว้ หรือในบางพื้นที่ที่เราไม่มี สส. เราก็เอาคนที่มั่นใจจะลงสมัครกับเราไปลงพื้นที่มาตลอด

ส่วนประเด็นคำถามหากยุบสภาตอนนี้คิดว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับพรรคเพื่อไทย นางมนพร เผยว่า ต้องรอดู เพราะเราเป็นนักการเมืองประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้น อย่ากลัวว่าจะมีการเลือกตั้ง เมื่อถามอีกว่าไม่แคร์ที่อาจจะได้ สส.ต่ำกว่าร้อยอย่างที่มีการพูดกันใช่หรือไม่ นางมนพร บอกว่า นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นกลยุทธ์ของแต่ละพรรคการเมืองและการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่า ในฐานะ 2 ปีที่เรามาทำงานเป็น สส. และเป็นรัฐบาล เราทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง

สำหรับคำถาม ยังมั่นใจหรือไม่เพราะนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้ยังไม่ค่อยออกมาเป็นรูปธรรม นางมนพร กล่าวว่า ของพรรคเพื่อไทยมีหลายนโยบายที่เราทำไว้ ซึ่งมันยังไปไม่ถึงจุดสิ้นสุดของความสำเร็จ แต่ทุกนโยบายเราได้เริ่มต้นมา และ สส.หลายคนของพรรคบอกว่าเรามาจากการเลือกตั้ง อย่าไปหวั่นไหวกับเรื่องพวกนี้ แต่อาจจะอยู่ไม่ครบเทอม 4 ปี หรือจะอยู่ครบเทอมค่อยดูกันอีกที เมื่อถามย้ำว่า ตกลงการยุบสภาเป็นไม้ตายของพรรคเพื่อไทยในการที่จะปลดล็อกการเมืองในขณะนี้ใช่หรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ อยู่ที่นายภูมิธรรม

ทางด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะมีการหารือกันภายในหรือยังกับเรื่องยุบสภา นายสุริยะ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้รอถามนายภูมิธรรม เมื่อถามอีกว่ามั่นใจหรือไม่รัฐบาลรักษาการจะสามารถยุบสภาได้ นายสุริยะ ตอบว่า ลองถามนายภูมิธรรมดู.

“มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา

อำนาจยุบสภา: ใครเป็นคนตัดสินใจ?

จากประเด็นที่นางมนพร ได้กล่าวถึงเรื่อง อำนาจยุบสภา นั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ การตัดสินใจอยู่ที่นายภูมิธรรม ซึ่งต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งข้อกฎหมายและสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน การที่ สส. หลายคนยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพรรค แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

การที่พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำถึงผลงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นจริง พรรคเพื่อไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และรักษาฐานเสียงเดิมไว้ให้ได้

การเมืองไทยยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจเรื่องอำนาจยุบสภาจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน และประชาชนทุกคนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา ยัน สส.หลายคนยังอยู่เพื่อไทย

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

“ทวี สอดส่อง” ยืนยันพรรคประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมือง “ยุบสภา” คืนอำนาจให้ประชาชน ไม่เห็นด้วยเสียงข้างน้อยรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ผิดหลักประชาธิปไตย โผล่พบ “ชัยเกษม” ที่บ้านพัก

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เนื่องจากพรรคเราเป็นพรรคเล็ก จึงยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคใหญ่พรรคเดิม คือพรรคเพื่อไทย เป็นหลักในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามต่อ มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลได้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ภาพที่ออกมาก็ดูเหมือนว่าเสถียรภาพไม่ค่อยดีนักในทุกพรรค ดังนั้นทางที่ดีที่สุดของประชาชนคือการยุบสภา ถ้าจะมีรัฐบาลใหม่จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีนโยบายเดียว คือการยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน เราเป็นห่วงการเลือกตั้งแม้จะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะการเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย

ส่วนคำถามว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากแค่ไหนระหว่างการยุบสภากับการเป็นฝ่ายค้าน พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าสามารถที่จะรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็ต้องดูเพราะวันนี้มีกติกาที่บอกว่าพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยก็สามารถรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งถือว่าผิดหลักประชาธิปไตย เราต้องหาทางออกให้ได้ อย่าให้ใครมาครอบงำหรือมีอิทธิพล เพราะประชาชนไม่ควรถูกข่มขู่ ดังนั้น สิ่งที่เป็นไปได้คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน

ในประเด็นคำถามตอนนี้อยู่ที่พรรคประชาชน ถ้ารวมเสียงไม่ได้ทางเลือกคือการยุบสภาใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ต้องดูพรรคเพื่อไทย ส่วนเราพร้อมสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในความเห็นส่วนตัวเราสนับสนุนพรรคใหญ่ เพราะระบอบประชาธิปไตยใช้ระบอบเสียงข้างมาก ถ้าพรรคนั้นขอเป็นรัฐบาลเราก็พร้อมสนับสนุน แต่ถ้าพรรคเสียงข้างน้อยไปรวบรวมเสียงมาเพื่อเป็นรัฐบาลถือว่าไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย นี่คือความเห็นส่วนตัว

ทางด้านคำถามว่าได้ทำใจในการเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็มีเกียรติ พรรคประชาชาติไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องดูว่าพรรคไหนมีอุดมการณ์ตรงกับพรรคเรา

สำหรับที่ตอนนี้ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่า รักษาการนายกรัฐมนตรีสามารถยุบสภาได้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เรื่องนี้มีข้อยุติอยู่แล้ว เนื่องจากกฎหมายเขียนว่ารัฐสภา รัฐบาล ศาล องค์กรอิสระ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม อะไรที่เป็นความเห็นเกินกว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนว่าไม่ได้มีข้อห้าม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าภายหลังการกระชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปพบกับ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โดยนำกระเช้าผลไม้ไปมอบให้ที่บ้านพัก.

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ย้ำถึงความสำคัญของการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และแสดงความเห็นถึงหลักการประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น โดยการตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้ ส่งผลต่ออนาคตของประเทศชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันมีความซับซ้อน การยุบสภาจึงเป็นทางออกหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา

ทางออกการเมือง: ยุบสภา

พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง และการยุบสภาถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้งใหม่

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย เราในฐานะประชาชน ควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา ก่อนไปพบ “ชัยเกษม”

ครม.ไม่ถกยุบสภา ยันเพื่อไทยมีแค่ “ชัยเกษม”

“สรวงศ์” ยันประชุม ครม.วันนี้ ไม่มีคุยเรื่องยุบสภา ลั่น แคนดิเดตพรรคเพื่อไทยยังเป็น “ชัยเกษม นิติสิริ” ไม่มีตัวเลือกอื่น

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันนี้เป็นการประชุมตามวาระปกติ เป็นการพิจารณาเพื่อทราบ รวมถึงการแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ดำรงตำแหน่งเช่นเดิม และไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องการยุบสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ประชุมพรรคเพื่อไทยจะมีการพูดคุยหารือถึงเรื่องใด นายสรวงศ์ ระบุว่า ในวันนี้ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย จะมีการหารือถึงประเด็นทางการเมือง รวมถึงเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยจะต้องฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค เพราะ สส.หลายคนมีข้อคิดเห็นที่ต่างกัน

เมื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย พร้อมระบุอีกว่าอาจจะมีอัศวินม้าขาวเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามนายชัยเกษม แต่จริงๆ แล้วไม่มีทาง ยืนยันว่าเรามีการประสานกันโดยตลอด และที่นายชัยเกษมเคยได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ก็ชัดเจนว่ามีการพูดคุยกันตลอด

“หากจะมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เราต้องเสนอชื่อนายชัยเกษมอยู่แล้ว เพราะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียวของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว ขอให้เราดูสถานการณ์รวมถึงรอฟังสมาชิกพรรคในวันนี้ว่าจะมีความเห็นอย่างไร”

ครม.ไม่ถกยุบสภา ยันเพื่อไทยมีแค่ “ชัยเกษม”

จากกระแสข่าวลือเรื่องการยุบสภาที่แพร่สะพัดในช่วงนี้ ล่าสุดนายสรวงศ์ เทียนทอง ได้ออกมายืนยันว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ไม่มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหารือแต่อย่างใด ทำให้ความกังวลของหลายฝ่ายคลี่คลายลงไปได้บ้าง

นอกจากนี้ นายสรวงศ์ยังได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าพรรคยังคงสนับสนุนนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียว และไม่มีการพิจารณาบุคคลอื่นเพิ่มเติม

ความชัดเจนของพรรคเพื่อไทยต่อแคนดิเดตนายกฯ “ชัยเกษม”

การยืนยันอย่างหนักแน่นของนายสรวงศ์ในครั้งนี้ เป็นการตอบโต้กระแสข่าวที่นายชัยเกษมเองได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรค และอาจมี “อัศวินม้าขาว” เข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แทน ซึ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชนและสมาชิกพรรคเป็นอย่างมาก

จากคำกล่าวยืนยันของนายสรวงศ์ ทำให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงให้ความไว้วางใจในตัวนายชัยเกษม และพร้อมที่จะเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม นายสรวงศ์ยังขอให้รอฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคในวันนี้ก่อนที่จะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การจับตาดูความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทย จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคตของประเทศ

การที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่ามีเพียง “ชัยเกษม” เป็นแคนดิเดตนายกฯ นั้น เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังประชาชน และเป็นการแสดงความมั่นใจในตัวผู้ที่พรรคเลือกสรรแล้ว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งสุดท้ายยังคงขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของสมาชิกพรรค ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างใกล้ชิด การทำความเข้าใจในจุดยืนและท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจในการเลือกตั้งได้อย่างมีข้อมูลและเหตุผล

  • ติดตามข่าวสารการเมืองอย่างใกล้ชิด
  • ทำความเข้าใจในนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ
  • พิจารณาคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่ละคน
  • ตัดสินใจเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการนำพาประเทศไปข้างหน้า

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน ดังนั้นการติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน

สุดท้ายนี้ การที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่ามีเพียงนายชัยเกษมเป็นตัวเลือก อาจเป็นการแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของนายชัยเกษม แต่ก็อาจเป็นการปิดโอกาสในการพิจารณาบุคคลอื่นๆ ที่อาจมีความเหมาะสมเช่นกัน การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – ครม. ไม่ถกปมยุบสภา “สรวงศ์” ยันแคนดิเดตเพื่อไทย “ชัยเกษม” ไม่มีตัวเลือกอื่น

ภูมิใจไทยเชื่อไม่ยุบสภา อนุทินไม่จับมือเพื่อไทย

โฆษกพรรคภูมิใจไทยเชื่อสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นต้องยุบสภา ยัน “อนุทิน” ไม่กลับไปจับมือกับเพื่อไทยแน่ แต่พรรคภูมิใจไทยเชื่อไม่ยุบสภาแน่นอน!

วันที่ 2 กันยายน 2568 นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการยุบสภาว่า ยังไม่มองว่าสถานการณ์การเมืองถึงทางตันจึงไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ เนื่องจากทุกพรรคมีจุดยืนของตัวเอง พรรคภูมิใจไทยเองก็ยังคงทำงานตามกรอบกติกาที่วางไว้

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะกล้าประกาศยุบสภาหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาสถานการณ์ของพรรคอื่น แต่ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยได้เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

สำหรับกระแสข่าวที่พรรคประชาชนอาจไม่เลือกทั้งสองพรรค โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ไม่ได้ใช้คำว่าเผื่อใจ แต่ให้ความสำคัญกับการให้เกียรติกันและมองว่ายังมีทางออกสำหรับปัญหาทางการเมือง ส่วนประเด็นที่ว่าพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะกลับมาจับมือกันอีกครั้งหรือไม่ นางสาวบุณย์ธิดายืนยันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าให้มองแค่ปัจจุบันและอนาคตเท่านั้น โดยไม่หวนไปมองอดีต และเชื่อว่าการเมืองไทยยังมีทางออกเสมอ

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามถึงกระแสข่าวการยุบสภา โดยย้อนถามกลับว่าสามารถทำได้หรือ ไม่น่าจะทำได้ ถ้านึกถึงประโยชน์ของประชาชนก็รอดูว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งตนยอมรับการตัดสินใจ ขณะนี้มีภัยหลายอย่างซึ่งตอนนี้น้ำท่วมมีอีกหลายจังหวัดที่น่าเป็นห่วง ตอนมีรัฐบาลอยู่ก็ยังบริหารจัดการไม่ดี แล้วถ้ายุบสภาไปจะเป็นอย่างไร

ภูมิใจไทยเชื่อไม่ยุบสภา ยัน “อนุทิน” ไม่กลับไปจับมือกับเพื่อไทย

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ผันผวนในปัจจุบัน หลายฝ่ายต่างจับตาดูความเป็นไปได้ในการยุบสภา หนึ่งในประเด็นร้อนแรงที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือท่าทีของพรรคภูมิใจไทยต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยล่าสุด โฆษกพรรคได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยเชื่อไม่ยุบสภาในเร็ว ๆ นี้ และยังคงมุ่งมั่นทำงานตามกรอบกติกาที่วางไว้

อนุทินย้ำ! ภูมิใจไทยไม่จับมือเพื่อไทย

นอกจากประเด็นเรื่องการยุบสภา อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยคือความเป็นไปได้ที่พรรคภูมิใจไทยจะกลับไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยอีกครั้งหรือไม่ ซึ่งนางสาวบุณย์ธิดา ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เน้นย้ำเสมอว่าให้มองไปข้างหน้าและไม่ย้อนกลับไปมองอดีต ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าโอกาสที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งนั้นเป็นไปได้ยาก

เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสข่าวการยุบสภา โดยตั้งคำถามกลับว่าการยุบสภานั้นสามารถทำได้จริงหรือไม่ และหากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัด

โดยรวมแล้ว พรรคภูมิใจไทยแสดงท่าทีชัดเจนว่ายังไม่เชื่อว่าสถานการณ์จะนำไปสู่การยุบสภา และยังคงมุ่งเน้นการทำงานเพื่อประชาชนต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีแนวคิดที่จะกลับไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยในอนาคตอันใกล้นี้

การออกมาให้สัมภาษณ์ของโฆษกพรรคและเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังประชาชนและนักการเมืองทุกฝ่ายว่า พรรคภูมิใจไทยยังคงยึดมั่นในจุดยืนของตนเอง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

พรรคภูมิใจไทยยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะมีความไม่แน่นอน แต่พรรคภูมิใจไทยเชื่อไม่ยุบสภาและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ พรรคก็พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศต่อไป

ที่มา – ภูมิใจไทยเชื่อไม่ยุบสภา ยัน “อนุทิน” ไม่กลับไปจับมือกับเพื่อไทย

ภูมิธรรมยัน! ยุบสภายังไม่มีหารือ ปัดเพื่อไทยตระบัดสัตย์

“ภูมิธรรม” ลั่น ยุบสภาฯ ยังไม่มีการหารือ ขอใช้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้ารวมเสียง เหตุพรรคประชาชน ยังไม่ตัดสินใจ โต้ “ไอติม” อย่าเอาความต้องการส่วนตัวมาท้ายุบสภา ปัดเพื่อไทยตระบัดสัตย์ ปชน. โน้มน้าว สว. ไม่ได้เอง

วันที่ 2 กันยายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเป็นรัฐบาลรักษาการก็มีอำนาจยุบสภาได้ ซึ่งยุบสภายังไม่มีหารือกันเพราะขั้นตอนนี้จะทำได้จนกว่าจะมีความชัดเจนเข้าสภาฯ จนได้นายกรัฐมนตรี ส่วนที่พรรคประชาชน ยังไม่ชัดเจนจะยกมือให้ใครนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่าในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยกให้ใครเลย แบ่งเป็นสามขั้ว ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ระหว่างตั้งรัฐบาลหากไปพูดถึงความเป็นไปได้แล้วจะคุยกันยังไง และย้ำว่าตนเองก็ยังไม่ได้รับคำยืนยันว่าพรรคประชาชนจะไม่ยกมือให้ใครเลย แต่รอการประชุมภายในพรรคให้ชัดเจนก่อน เพราะหากการจัดตั้งรัฐบาลเริ่มต้นจาก “ถ้า” ก็ทำงานกันไม่ได้

ส่วนที่นายเทพไท เสนพงษ์ บอกว่าถ้าจบไม่ได้จะดึงเอาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมานั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่าความคิดนี้ไปไกลเกินไป อย่าตัดสินใจแทนพรรคเพื่อไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการตั้งรัฐบาลร่วมกัน จึงเป็นการช่วงชิง การพูดคุยทำความเข้าใจอยู่ที่ว่าข้อสรุปที่ตกลงกันจะร่วมรัฐบาลกันจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังไม่มีคำตอบชัดเจน พรรคประชาชน ว่าจะไม่เอาพรรคเพื่อไทย และก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่เอาพรรคภูมิใจไทยทุกอย่าง จึงยังเหมือนเดิมเพียงเเต่ยังไม่มีข้อสรุปจาก สส. จึงต้องรอให้ภายในพรรคตัดสินใจให้ชัดเจน ถ้าบ้านเมืองไม่มีทางออกกลไกประชาธิปไตยจะมีขั้นตอนให้ทำแล้ว แต่ว่าจะเลือกตรงไหนก็ได้ แต่ตอนนี้เรายังไม่ได้เจรจาตกลงกันจนได้ข้อยุติว่าเสนอใครไปโหวตนายกรัฐมนตรี และโหวตแล้วจะได้หรือไม่ วันนี้จึงไม่มีประโยชน์อะไร จนกว่าจะได้เห็นการตกลงกันมีความชัดเจน เสนอชื่อสภา และโหวตจนสำเร็จ

“จะหักหลังหรือไม่หักหลังอยู่ที่พรรคประชาชนตัดสินใจ เราพูดชัดเจนประกาศต่อสาธารณะเลยว่าจะทำเรื่องต่างๆ เราก็รอคำตอบเขา เขาต้องเเจ้งคำตอบเรา ส่วนจะเลือกเราหรือไม่เลือกอยู่ที่ดุลพินิจ หรือจะร่วมรัฐบาลกันเลยก็ได้ หรือจะตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเลยก็ได้ ไม่ต้องอุบอิบ จะอะไรก็มาเลย หากไปร่วมรัฐบาลขอกระทรวงหลักๆ เพราะพรรคภูมิใจไทยวันนี้ ฟังท่านอยู่แล้วท่านอยากขอกระทรวงต่างๆ เอาไปพิสูจน์ตัวเอง หรือจะขอกระทรวงมหาดไทยเลยก็ได้ เขาก็คงยอมการตัดสินใจของพรรคประชาชนไม่ใช่การตัดสินใจของพวกผมหรือของใคร” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรมยังยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยตระบัดสัตย์ ที่ไม่โหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยยกมือครบถ้วนให้สองครั้งตามที่ตกลง แต่พรรคก้าวไกลไปควบคุม สว. ไม่ได้เอง จะมาว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่เคยฉีกเอ็มโอยู หากจะมาคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องกินแหนงแคลงใจพรรคเพื่อไทยก็มีสิทธิ์คิดได้ แต่เราลืมเรื่องอดีตแล้ว ขอโทษกันไปแล้ว เเต่วันนี้บ้านเมืองเป็นเรื่องใหญ่ ยอมเเม้กระทั่งลาประชุม ก.ตร. เพื่อมาคุยกับหัวหน้าพรรคประชาชน ถ้าแค่นี้ไม่ไว้ใจพรรคเพื่อไทยถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีอะไรให้น่าไว้วางใจ คัดค้านรัฐธรรมนูญมาตลอด สิ่งที่พรรคประชาชนจะต้องคิด ไม่ใช่เรื่องไว้ใจหรือไม่ไว้ใจใคร และหากพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลใช้อำนาจรัฐมนตรีมหาดไทยยุติการทวงคืนเขากระโดงก็จบ แสดงว่าเราไม่สามารถเอาที่หลวงกลับคืนมาได้

ส่วนเรื่อง สว. พรรคภูมิใจไทยก็สั่งได้ จึงถามพรรคประชาชนว่า อะไรคือความมั่นใจของพรรคประชาชนต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงอยากให้พูดให้ชัด เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีอะไรที่ด้อยกว่าพรรคภูมิใจไทย ประวัติเรื่องประชาธิปไตยพรรคเพื่อไทยชัดเจนมาตลอด ยืนยันไม่ได้เอามาพูดเพื่อกลบเรื่องอื่น แต่อย่ามาบอกว่าเราไม่น่าไว้ใจ อยากให้พรรคประชาชนพูดมาให้ชัดว่าความน่าไว้ใจของพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่ไหน หากมีเหตุและผล เราก็จะยอมรับ

ยุบสภายังไม่มีหารือ

ภูมิธรรมย้ำ! ยุบสภายังไม่มีหารือ

ส่วน “พริษฐ์” ท้ายุบสภา ไม่เข้าใจการเมือง อย่าเอาความต้องการส่วนตัวมาท้า

ส่วนที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ท้าให้ยุบสภา เพราะพรรคประชาชนจะไม่ยกมือโหวตให้พรรคเพื่อไทยนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายพริษฐ์ ไม่เข้าใจการเมือง เพราะกระบวนการประชาธิปไตยตอนนี้กำลังหารือกัน จัดตั้งรัฐบาล จะมาเรียกให้ยุบสภานั่น เป็นการแสดงความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ยืนยันว่าตอนนี้ยังถึงไม่ขั้นที่จะไปถึงการยุบสภายังไม่มีหารือ เเต่อยู่ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล จึงคิดว่าวันนี้ควรสวมหัวใจนักประชาธิปไตย อย่าใช้ความเกลียดชัง ปากบอกว่าไม่ใช้ แต่จำได้ จึงขอถามกลับว่าพรรคภูมิใจไทยดีกว่าพรรคเพื่อไทยตรงไหน ถึงจะไปตัดสินใจยกมือให้ จึงอยากฝากสื่อให้ไปถามนายพริษฐ์ ย้ำว่าตนเองไม่ได้โกรธ แต่พูดให้ฟังเฉย ๆ

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าพรรคเพื่อไทยไม่จริงใจไม่สุดกับพรรคประชาชนในการเจรจา เป็นเพียงการดึงเกมเพื่อต่อรองหวังดึงเอา สส. ของพรรคเพื่อไทยที่ไหลออกกลับคืนมา และจะยุบสภา หรือเกิดการปฏิวัติว่า อย่าโยนความผิดมาให้พรรคเพื่อไทย คำถามนี้เป็นคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ แต่ทำไมไม่คิดกลับไปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ดึงเวลาเพื่อจะให้คนของพรรคเพื่อไทยออกไป ซึ่งตนเองคิดว่ามันเกิดขึ้นได้ทั้งสองอย่าง จึงอย่าไปเชื่อมั่นตรงนี้

นายภูมิธรรมย้ำ อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมืองว่าจะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่ หากสุดทางแล้ว และกระบวนการประชาธิปไตยมีหนทางเลือกหลายทาง และยังไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะยุบสภายังไม่มีหารือ ขออย่าคิดไปไกลกว่าสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “ภูมิธรรม” ปัด เพื่อไทยตระบัดสัตย์ ไม่เคยฉีกเอ็มโอยู ยุบสภายังไม่มีหารือ

สมศักดิ์ ยัน! เลือกตั้งหน้าอยู่เพื่อไทย อย่ามองเป็นตัวชี้วัด

“สมศักดิ์” ย้ำชัดเจน! ขออย่าเอาตัวเองไปชี้วัดว่าอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่อยู่ที่ผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น แจงเหตุที่ไม่ได้ไปร่วมประชุม ครม. สัปดาห์ก่อน เพราะติดภารกิจสำคัญ ยืนยันหนักแน่นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” อย่างแน่นอน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อสังเกตที่หลายฝ่ายจับจ้องถึงการตัดสินใจทางการเมืองของนายสมศักดิ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้วจะไปอยู่ในขั้วการเมืองใด นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนเองเข้าใจดีว่าทุกอย่างต้องพิจารณาจากการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” มากกว่าที่จะตัดสินจากสถานการณ์ระหว่างทาง เพราะในวาระ 4 ปี ย่อมมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกัน

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ยังได้ชี้แจงถึงประเด็นการลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า เป็นเพราะตนเองมีภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปิดงานตรวจสุขภาพให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัด (อสส.) ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกำหนดการที่ได้วางไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการลาประชุมครั้งนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องการเมือง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประวัติทางการเมืองของนายสมศักดิ์ที่ไม่เคยอยู่ฝ่ายค้าน นายสมศักดิ์ตอบว่า “มันเป็นจังหวะพอดี ไม่ได้คิดอะไรมาก การเมืองไทยมันมีอุบัติเหตุทางการเมืองอยู่เสมอ มียุบพรรคบ้างอะไรบ้าง แต่เรื่องการปรับย้ายพรรคมันเกิดจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่สาเหตุที่ตนเองจะไปเลือกว่าตรงโน้นจะเป็นรัฐบาลหรือตรงนี้จะเป็นรัฐบาล มันไม่ใช่แบบนั้นหรอก แต่เป็นช่วงจังหวะพอดีที่มีเหตุการณ์ทางการเมือง เช่น ยุบพรรคหรือการตัดสิทธิ์ทางการเมือง”

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า “ดังนั้น อย่าไปคิดว่าตนไปไหนต้องเป็น เพราะตนไม่ได้คิดแบบนั้น ตนคิดแค่ว่าทำอย่างไร เช่นวันนี้หากฝนตกน้ำท่วม โดยเฉพาะลุ่มน้ำที่ไม่มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ถ้าน้ำท่วมภาคเหนือสุดท้ายก็จะท่วมกรุงเทพมหานครด้วย บางปีใช้งบประมาณแก้เรื่องนี้เป็นแสนล้านบาท ทำไมเราไม่คิดทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นระบบทางวิศวกรรมที่สามารถทำได้ เพียงแต่ว่าตนก็โชคไม่ดีทางการเมือง ถ้าเราไม่ได้ดูงานตรงนี้ มันก็จะไม่ได้แก้ปัญหาให้กับประเทศ”

ในส่วนของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประเด็นที่ว่าพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทยใครจะได้เปรียบกว่ากัน นายสมศักดิ์กล่าวว่า “ตนไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะมองดูแล้วถึงอย่างไรก็คงอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน อย่าไปคิดอะไรมากมาย ไม่ต้องไปคิดเสียเวลากับสิ่งต่างๆตรงนี้ เพียงแต่ในช่วงระยะเวลาที่เราดำรงตำแหน่งอยู่ เราจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์ และเป็นธรรมกับระบบการบริหารจัดการให้ดีที่สุด”

สมศักดิ์ ยันเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” ขออย่ามองเป็นตัวชี้ฝั่งรัฐบาล

ตอกย้ำ! สมศักดิ์ ยัน เลือกตั้งหน้าอยู่เพื่อไทย แน่นอน

สถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่นักการเมืองคนหนึ่งแสดงจุดยืนที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลนั้นคือ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” และขอให้มองการตัดสินใจครั้งนี้ของเขาในมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ตัวชี้วัดว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาล

การตัดสินใจของนายสมศักดิ์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เขามีต่อพรรคเพื่อไทย รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

การที่นายสมศักดิ์ออกมาแสดงจุดยืนเช่นนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ ให้มีความมั่นใจและเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในอนาคต

การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย การตัดสินใจของประชาชนแต่ละคนมีผลต่อทิศทางของประเทศ การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมและสามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีได้

ที่มา – “สมศักดิ์” ยันเลือกตั้งครั้งหน้า อยู่กับ “เพื่อไทย” ขออย่ามองเป็นตัวชี้ฝั่งรัฐบาล

พรรคประชาชน ถกอีกรอบ! ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ

จับตาบ่ายนี้! พรรคประชาชน นัดถก สส. และกรรมการบริหารพรรคอีกรอบ เพื่อตัดสินใจว่าจะโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคไหน หลังการประชุมเมื่อวานนี้เสียงภายในพรรคแตกเป็น 3 ส่วน ทั้งหนุนเพื่อไทย ภูมิใจไทย และไม่ต้องการโหวตให้ใครเลย

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชนได้นัด สส. ทั้งหมดกว่า 140 คน เข้ามาประชุมที่อาคารอนาคตใหม่ ในวันนี้ เวลา 13.00 น. อีกครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงการตัดสินใจโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้พรรคการเมืองใด ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 68) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้หารือกับ สส. และกรรมการบริหารพรรค เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่ยอมรับเงื่อนไขของพรรค ซึ่งในที่ประชุมยังมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งต้องการโหวตให้พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายใต้โจทย์ของประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน และบางส่วนที่มีความเห็นที่ระบุว่าจะไม่โหวตให้พรรคการเมืองใด

ในการประชุมเมื่อวานนี้ สส.ของพรรคจำนวน 143 คน ไม่ได้มาประชุมครบทั้งหมด เนื่องจากมีบางส่วนปฏิบัติภารกิจของกรรมาธิการในต่างจังหวัด และยังคงลงพื้นที่ต่างจังหวัด แต่แหล่งข่าวภายในพรรคยืนยันว่าในการประชุม สส. ของพรรคในวันนี้จะเดินทางมากันครบอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน และนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ว่า ที่ประชุมไม่มีการหารือเรื่องจะไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เพื่อแลกกับคดี 44 สส. ที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

ทั้งนี้จุดยืนของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังคงยึดมั่นใน 3 ข้อหลัก ได้แก่ เลือกนายกฯ จากรายชื่อที่เสนอ โดยมีเงื่อนไขต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และต้องเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่นายณัฐพงษ์ย้ำชัดว่า หากพรรคใดเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาชนจะไม่โหวตให้อย่างแน่นอน

ขณะที่เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา สมาชิกพรรคประชาชนได้รับข้อความบรอดแคสต์ ทั้งในช่องทาง Line OA และ SMS เพื่อให้กรอกแบบสอบถาม เรื่องการโหวตนายกฯ ผ่านระบบรับความเห็นสมาชิกพรรค โดยคำถามที่น่าสนใจคือ:

  • 1. “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่พรรคประชาชนควรใช้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ประมาณ 143 เสียง เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เดินหน้าสู่การยุบสภา และทำประชามติเปิดทางไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
  • 2. หากจำเป็นต้องเลือก ท่านมีความเห็นว่าพรรคประชาชนควรยกมือสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรี

โดยมีตัวเลือกให้เลือกคือ พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ ยังมีช่องให้สมาชิกสามารถกรอกความเห็นอื่นเพิ่มเติมได้อีกด้วย

พรรคประชาชน กับทิศทางการโหวตนายกฯ ที่ยังไม่แน่นอน

สถานการณ์ภายในพรรคประชาชนยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับการตัดสินใจว่าจะโหวตสนับสนุนใครให้เป็นนายกรัฐมนตรี การประชุมในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการหาข้อสรุปและกำหนดทิศทางของพรรค

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจโหวตนายกฯ ของพรรคประชาชน

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนของพรรค เงื่อนไขที่พรรคต้องการให้เกิดขึ้น และความเห็นของสมาชิกพรรคที่แตกต่างกัน การหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายยอมรับได้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

การที่พรรคประชาชนมีเสียงในสภาถึง 143 เสียง ทำให้การตัดสินใจของพรรคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคตัดสินใจสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พรรคนั้นได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตาม หากพรรคตัดสินใจไม่สนับสนุนใครเลย ก็จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น และอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มากขึ้น

ดังนั้น การประชุมในวันนี้จึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่ายว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร และจะมีผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างไร

การตัดสินใจของพรรคประชาชนครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร การจับตาดูผลการประชุมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – พรรคประชาชน นัดอีกรอบบ่ายนี้ ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ ให้พรรคไหน หลังเสียงแตกหนัก

สว.นันทนา ถาม ภูมิใจไทย อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก

“สว.นันทนา” ถามพรรคภูมิใจไทย อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก หลังไม่โหวตรับ พ.ร.บ.ประชามติ ชี้ อาจจะมีหักเหลี่ยมพรรคประชาชน หลังโหวตนายกฯ มองแก้ไขรัฐธรรมนูญควรทำทั้งฉบับ

วันที่ 1 กันยายน 2568 นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองเสนอเตรียมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า วิกฤติทางการเมือง การจัดตั้งรัฐบาล การถอดถอนฝ่ายบริหาร รวมถึงขอบเขตอำนาจขององค์กรอิสระที่มีอย่างกว้างขวาง ล้วนเกิดจากจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะไม่ได้เปิดโอกาสให้กับประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไข แต่กลับมาจาก ส.ส.ร. จำนวน 20 ราย ที่ถูกตั้งด้วยมติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ทั้งนี้ ตนก็เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ว่าขณะนี้จะช้ามาหน่อย แต่ความจริงแล้วควรจะเกิดการแก้ไขมานานแล้ว เพราะการเลือกตั้งใหญ่ฝ่ายพรรคการเมืองก็หาเสียงเลือกตั้งได้นโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือทำ พรรคประชาชนที่ตั้งใจก็กลับกลายเป็นฝ่ายค้าน ส่วนจะต้องยกร่างทั้งฉบับหรือแก้ไขมาตรานั้น นางสาวนันทนา มองว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปรียบเสมือนเรือที่มีรูรั่วและคงจมไปแล้ว การแก้ไขทีละมาตราอาจจะใช้เวลานานเป็น 100 ปี จึงเห็นว่าควรจะยกร่างทั้งฉบับ และอยากให้มีการให้ความสำคัญกับที่มาของคณะกรรมการยกร่างฯ

ส่วนการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย เสนอให้มีการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ไปพลางก่อนนั้น นางสาวนันทนา ระบุว่า ตามกระบวนการไม่อาจทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 ถูกฉีกทิ้งไปและร่างฉบับใหม่มาแล้ว ไม่สามารถที่จะวางกฎหมายฉบับใดและหยิบอีกฉบับหนึ่งมาใช้ แต่สิ่งที่ตนเข้าใจคือพรรคเพื่อไทยเสนอให้นำกรอบของรัฐธรรมนูญปี 2540 มาช่วยในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก็จะทำให้ยกร่างเร็วขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นในท่าทีกับการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทั้งสองพรรคกำลังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ นางสาวนันทนา มองว่า ทั้งสองพรรคเมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้ว ที่ผ่านมาตนเห็นว่าเป็นการขัดขวางการแก้ไขมากกว่า พรรคเพื่อไทยเหมือนจะพยายามแก้ไข แต่สุดท้ายก็มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความเรื่องการทำประชามติ แต่พรรคภูมิใจไทยชัดเจนว่าไม่มีเจตจำนงในการแก้ ตั้งแต่การจัดทำร่างพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ ซึ่งคณะกรรมาธิการฝ่ายวุฒิสภา ก็กลับมติที่ประชุมไปสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพรรคภูมิใจไทย ในการเสนอให้ออกเสียงประชามติแบบสองชั้น (Double Majority) จนกระทั่งทำให้วาระกฎหมายเลื่อนออกไปอีก 180 วัน

“ถ้าอยากจะแก้จริง ออกเสียงประชามติแบบชั้นเดียวทั่วโลกก็ใช้กัน แต่นี่ไม่เอา ซึ่งตอนนั้นเราคาดหวังว่าถ้า สว. โหวตผ่านร่างพระราชบัญญัติออกมา เราก็จะเริ่มนับหนึ่งออกเสียงประชามติได้ตั้งแต่การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่นับหนึ่งไม่ได้เพราะว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ยอม”

ในช่วงท้าย นางสาวนันทนา ตั้งข้อสังเกตว่าจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะอยู่ดีๆ พรรคภูมิใจไทยก็กลับมารับข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงการตอบรับเพราะอยู่ในช่วงที่กำลังจะได้รับอำนาจขึ้นมาเป็นรัฐบาล แล้วจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนในการจะแก้รัฐธรรมนูญจริงๆ

สว.นันทนา ถาม ภูมิใจไทย อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง สว. นันทนา ได้ออกมาตั้งคำถามถึงพรรคภูมิใจไทยว่า อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก

ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ?

หลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อบกพร่องที่ควรแก้ไข เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดถึง ได้แก่

  • ที่มาของ ส.ส.ร.: ส.ส.ร. ที่มาจากการแต่งตั้งโดย คสช. ทำให้ขาดความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนของประชาชน
  • ขอบเขตอำนาจขององค์กรอิสระ: ขอบเขตอำนาจที่กว้างขวางขององค์กรอิสระ อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศ
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: รัฐธรรมนูญไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขอย่างแท้จริง

ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นางสาวนันทนาได้ตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยมีท่าทีขัดขวางการแก้ไขมาโดยตลอด ตั้งแต่การลงมติในร่างพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ

การที่พรรคภูมิใจไทยกลับมาแสดงท่าทีสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า เป็นเพียงการตอบรับเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นจริงได้มากน้อยแค่ไหน

การอยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

การอยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก เป็นคำถามที่สะท้อนความรู้สึกของหลาย ๆ คนในสังคม ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง มาร่วมกันติดตามความคืบหน้าและแสดงความคิดเห็น เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ที่มา – “สว.นันทนา” ถาม “ภูมิใจไทย” อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก

Scroll to top