พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

ครม. ไฟเขียวจัดทำร่างข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย-นิวซีแลนด์

เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นกับข่าวดีล่าสุดที่รัฐบาลไทยและนิวซีแลนด์เตรียมยกระดับความสัมพันธ์ครั้งสำคัญครับ เมื่อล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับการจัดทำร่างข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย-นิวซีแลนด์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมระหว่างกันได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้นกว่าเดิม

ครม. ไฟเขียวจัดทำร่างข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย-นิวซีแลนด์

การดำเนินการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการทูตระดับรัฐบาลเท่านั้น แต่การที่ ครม. ไฟเขียวจัดทำร่างข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย-นิวซีแลนด์ ยังเป็นการปูทางให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้ทำความรู้จักและเข้าใจกันผ่านงานศิลปะ ดนตรี และมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งถือเป็น Soft Power ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากขึ้นด้วยครับ

ทำไมการทำข้อตกลงครั้งนี้ถึงน่าสนใจ?

หากถามว่าทำไมเราต้องจับตามองประเด็นนี้ นั่นเป็นเพราะปี พ.ศ. 2569 นี้ ถือเป็นวาระครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-นิวซีแลนด์พอดีครับ การที่ภาครัฐเดินหน้าผลักดันร่างข้อตกลงนี้ จะช่วยส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น:

  • การแลกเปลี่ยนการแสดงศิลปวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ
  • การจัดนิทรรศการมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกัน
  • ความร่วมมือด้านการอนุรักษ์มรดกทางศิลปกรรม
  • การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้คึกคักยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การจัดทำร่างข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย-นิวซีแลนด์ ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของการต่างตอบแทน ซึ่งหมายความว่าเราจะได้รับประโยชน์ทั้งในด้านการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาชาวนิวซีแลนด์ และเปิดรับมุมมองใหม่ๆ จากวัฒนธรรมของชาวเมารีและวัฒนธรรมสมัยใหม่ของนิวซีแลนด์เข้ามาผสมผสานได้อย่างลงตัว

ในส่วนของการดำเนินการนั้น ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการในรายละเอียด หากต้องมีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำเล็กน้อยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย ก็สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าที่ประชุม ครม. อีกรอบ เพื่อความคล่องตัวและรวดเร็วในการประสานงานครับ

สรุปแล้ว ก้าวนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต ผมมองว่าการนำวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์จะช่วยให้เกิดมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศครับ ถ้ามีอัปเดตกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับความร่วมมือนี้ ผมจะรีบนำมาฝากทุกคนอย่างแน่นอน

ที่มา – ครม. ไฟเขียวจัดทำร่างข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย-นิวซีแลนด์

รัฐบาลโชว์ผลงาน 10 เดือน ปราบสินค้าเถื่อน 32,812 คดี

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับมาตรการเข้มงวดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการจัดการกับสินค้าหนีภาษี ซึ่งล่าสุดมีรายงานสรุปผลงานที่น่าสนใจมาก เมื่อ รัฐบาลโชว์ผลงาน 10 เดือน ปราบสินค้าเถื่อน 32,812 คดี พบคดียาสูบกระทำผิดมากสุด ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการทำงานอย่างหนักของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับระบบเศรษฐกิจและผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายครับ

รัฐบาลโชว์ผลงาน 10 เดือน ปราบสินค้าเถื่อน 32,812 คดี พบคดียาสูบกระทำผิดมากสุด

จากการเปิดเผยข้อมูลโดยรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต โดยมีการบูรณาการร่วมกับกรมสรรพสามิตและหน่วยงานความมั่นคงเพื่อกวาดล้างขบวนการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์จากการปฏิบัติการตลอด 10 เดือนเต็ม ทำให้สามารถจับกุมคดีได้ถึง 32,812 คดี คิดเป็นค่าปรับมหาศาลกว่า 901.82 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ

ทำไมคดียาสูบถึงครองแชมป์สินค้าเถื่อน?

หนึ่งในประเด็นที่น่าจับตาจากรายงาน รัฐบาลโชว์ผลงาน 10 เดือน ปราบสินค้าเถื่อน 32,812 คดี พบคดียาสูบกระทำผิดมากสุด ก็คือเรื่องของบุหรี่เถื่อนครับ ข้อมูลระบุว่าคดียาสูบมีจำนวนสูงถึง 20,160 คดี หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 61 ของคดีทั้งหมดที่จับกุมได้ สาเหตุหลักน่าจะเป็นเพราะส่วนต่างของราคาสินค้าหนีภาษีกับสินค้าที่เสียภาษีถูกต้องมีความแตกต่างกันมาก ทำให้เกิดแรงจูงใจในการลักลอบนำเข้าเพื่อทำกำไร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของรัฐและผู้ค้ารายย่อยที่ทำธุรกิจสุจริต

  • การบูรณาการข้อมูล: ใช้การข่าวเชิงลึกเพื่อสกัดกั้นก่อนสินค้าถึงมือผู้บริโภค
  • การปฏิบัติการเชิงรุก: ลงพื้นที่ตรวจสอบทั่วประเทศไม่เว้นวันหยุด
  • การยกระดับความเข้มงวด: เพิ่มโทษและมาตรการตรวจสอบให้รัดกุมยิ่งขึ้น

ความสำเร็จจากการที่ รัฐบาลโชว์ผลงาน 10 เดือน ปราบสินค้าเถื่อน 32,812 คดี พบคดียาสูบกระทำผิดมากสุด ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของตัวเลขการจับกุม แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าภาครัฐเอาจริงกับการปราบปรามสินค้าหนีภาษีทุกรูปแบบ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับตลาดและปกป้องเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว หวังว่าการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นนี้จะช่วยลดจำนวนสินค้าผิดกฎหมายในบ้านเราให้เบาบางลงได้ในอนาคตครับ

ที่มา – รัฐบาลโชว์ผลงาน 10 เดือน ปราบสินค้าเถื่อน 32,812 คดี พบคดียาสูบกระทำผิดมากสุด

แก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ตคืบหน้า 275 แห่งใน 2 เดือน

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวคงพอจะทราบกันดีว่า ปัญหาเรื่องโรงแรมที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตในจังหวัดภูเก็ตเป็นเรื่องที่ค้างคามานานหลายปี แต่ล่าสุดถือเป็นข่าวดีของภาคธุรกิจท่องเที่ยว เมื่อทางรัฐบาลออกมาเปิดเผยความคืบหน้าว่าสามารถ แก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต ได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรมภายในเวลาเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น

แก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต เดินหน้าสำเร็จแล้ว 275 แห่ง

การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการขานรับนโยบายเร่งด่วนจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการจัดระเบียบธุรกิจท่องเที่ยวและปราบปรามนอมินีให้สิ้นซาก โดยจากเดิมที่กระบวนการออกใบอนุญาตมีความล่าช้าอย่างมาก ทำได้เพียง 30-40 ฉบับต่อปี แต่ปัจจุบันด้วยการบริหารจัดการใหม่ ทำให้ในระยะเวลาเพียง 2 เดือน รัฐบาลสามารถ แก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต ไปได้แล้วถึง 275 แห่ง จากยอดค้างเดิม 392 แห่ง ตั้งแต่ปี 2561

ก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต

ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ช่วยผู้ประกอบการให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง แต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย โดยทางรัฐบาลได้วางแผนดังนี้:

  • เร่งรัดการออกใบอนุญาตที่ค้างอยู่จำนวน 117 แห่ง ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2569
  • รวบรวมข้อมูลปัญหาอุปสรรคทางกฎหมายเพื่อนำไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
  • บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มธุรกิจนอมินีอย่างจริงจังและเด็ดขาด
  • เน้นย้ำความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอันดับ 1

รัฐบาลยืนยันว่าทุกขั้นตอนจะเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากการเรียกรับผลประโยชน์ และหากพบว่ามีการทำผิดกฎหมายหรือมีนอมินีเข้ามาเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จะเข้าจัดการอย่างไม่มีละเว้น การผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของโลกอย่างแน่นอน

ในมุมมองของเรา นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนความถูกต้องให้กับการท่องเที่ยวไทย การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยควบคู่ไปกับการสนับสนุนผู้ประกอบการจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจในระยะยาว หากใครที่มีข้อสงสัยหรือต้องการทราบขั้นตอนการขอใบอนุญาตที่ถูกต้อง แนะนำให้ติดตามประกาศจากทางจังหวัดภูเก็ตอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนครับ

ที่มา – รัฐบาลเผย 2 เดือน แก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต แล้ว 275 แห่ง คาดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

รัฐบาลส่งทีม MCATT เยียวยาเหตุสลดโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่สร้างความตกใจให้กับสังคมไทยอย่างมาก กรณีเหตุสลดในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ล่าสุดทางภาครัฐได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างเร่งด่วน โดยรัฐบาลห่วงใย ส่งทีม MCATT เข้าดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบเหตุสลดโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เพื่อประคับประคองสภาพจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

รัฐบาลห่วงใย ส่งทีม MCATT เข้าดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบเหตุสลดโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

การลงพื้นที่ของทีมเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือทีม MCATT ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเข้าไปให้กำลังใจเบื้องต้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปฐมพยาบาลทางจิตใจ (PFA) และการวางแผนดูแลระยะยาว ทั้งสำหรับนักเรียน ครู บุคลากร และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับการสนับสนุนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ข้อควรระวังในการเสพข่าวสารและโซเชียลมีเดีย

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว รัฐบาลห่วงใย ส่งทีม MCATT เข้าดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบเหตุสลดโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนให้ร่วมกันรับผิดชอบสังคมด้วยการ:

  • งดแชร์คลิปหรือภาพเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อลดการตอกย้ำบาดแผลทางใจ
  • ไม่ขุดคุ้ยประวัติหรือรายละเอียดของผู้ก่อเหตุที่อาจสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม
  • หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญเสีย
  • ให้ความสำคัญกับการเสพข่าวจากช่องทางหลักที่เชื่อถือได้เท่านั้น

สำหรับผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงนี้คือการเฝ้าระวังและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพบว่าเด็กมีความวิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือหวาดกลัวผิดปกติ ควรหมั่นพูดคุยและรับฟังด้วยความเข้าใจ ไม่ควรเร่งรัดให้เด็กเล่าเหตุการณ์ซ้ำๆ เพราะจะยิ่งเป็นการเปิดแผลในใจให้ลึกขึ้น

ทางรัฐบาลยังคงยืนยันว่าจะดำเนินการบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามและฟื้นฟูสุขภาพจิตของทุกคนในเหตุการณ์นี้จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบ อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือสายด่วนปรึกษาเด็กและครอบครัว 1415 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราต้องผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันด้วยความเห็นอกเห็นใจและสนับสนุนซึ่งกันและกันครับ

ที่มา – รัฐบาลห่วงใย ส่งทีม MCATT เข้าดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบเหตุสลดโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ครม.อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดงาน นวัตกรรมพลังงานระดับโลก

ข่าวดีสำหรับวงการพลังงานไทย! เมื่อเร็วๆ นี้ ครม.อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดงาน นวัตกรรมพลังงานระดับโลก หรือที่รู้จักกันในชื่อ Gastech 2026 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดในระดับสากลอย่างเต็มตัว

ทำความรู้จักความสำคัญของการ ครม.อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดงาน นวัตกรรมพลังงานระดับโลก

การจัดงาน Gastech 2026 ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นเวทีรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และผู้นำนโยบายพลังงานจากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก การที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของเราในสายตาชาวโลก โดยเฉพาะในหัวข้อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ก๊าซธรรมชาติ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคพลังงานอนาคต

เหตุผลที่คุณต้องจับตาดู ครม.อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดงาน นวัตกรรมพลังงานระดับโลก

การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อประสานงานในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น:

  • ด้านการอำนวยความสะดวกและพิธีการต้อนรับระดับนานาชาติ
  • ด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการการจราจรในกรุงเทพมหานคร
  • ด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ประเทศไทย

งานนี้คาดการณ์ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนกว่า 50,000 คน เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภาคการจัดประชุม (MICE) ได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีที่บริษัทพลังงานไทยจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ จากพันธมิตรระดับโลก

ในฐานะประชาชน เราควรภูมิใจที่ประเทศไทยจะได้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงทางพลังงานที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของโลก ถือเป็นการปูทางสู่ความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง หากคุณเป็นผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีพลังงาน นี่คืองานที่คุณไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ประเทศไทยจะฉายแสงบนเวทีโลกอย่างแท้จริง

ที่มา – ครม.อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดงาน นวัตกรรมพลังงานระดับโลก

รัฐบาลเปิดตัวระบบ AI Psoriasis คัดกรองโรคสะเก็ดเงินแม่นยำ 95%

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาเมื่อพบความผิดปกติบนผิวหนัง แต่ไม่มั่นใจว่านั่นคือโรคอะไร โดยเฉพาะโรคผิวหนังเรื้อรังอย่างสะเก็ดเงิน ล่าสุดมีข่าวดีเมื่อรัฐบาลเปิดตัวระบบ AI Psoriasis คัดกรองโรคสะเก็ดเงินผ่านภาพถ่าย แม่นยำถึงร้อยละ 95 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ไทยที่นำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ทำความรู้จักกับนวัตกรรม รัฐบาลเปิดตัวระบบ AI Psoriasis คัดกรองโรคสะเก็ดเงินผ่านภาพถ่าย แม่นยำถึงร้อยละ 95

ระบบนี้ถูกพัฒนาโดยสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยวิเคราะห์รอยโรคผ่านภาพถ่าย ไม่ว่าจะเป็นความแดง ความหนา หรือขุยสะเก็ดเงิน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินความรุนแรงของโรค ทำให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีแพทย์เฉพาะทางผิวหนังประจำอยู่ สามารถรับการคัดกรองเบื้องต้นได้ทันที

จุดเด่นและเป้าหมายของ รัฐบาลเปิดตัวระบบ AI Psoriasis คัดกรองโรคสะเก็ดเงินผ่านภาพถ่าย แม่นยำถึงร้อยละ 95

การนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในนโยบาย MOPH PLUS+ ของกระทรวงสาธารณสุขนั้นมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีข้อดีที่น่าสนใจดังนี้:

  • ความแม่นยำสูง: จากการทดสอบเบื้องต้น AI สามารถวิเคราะห์ได้แม่นยำถึง 95%
  • ลดภาระการเดินทาง: ผู้ป่วยสามารถคัดกรองใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อเข้าเมือง
  • รวดเร็ว: กระบวนการประเมินทำได้ในเวลาไม่กี่นาที
  • เชื่อมโยงการรักษา: หาก AI ตรวจพบความผิดปกติ ระบบจะช่วยให้การส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่แค่เรื่องผิวหนัง แต่ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและความมั่นใจ นอกจากนี้ยังอาจสัมพันธ์กับโรคร่วมอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือข้ออักเสบสะเก็ดเงิน การมีเครื่องมือคัดกรองที่เข้าถึงง่ายจึงเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ระบบจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ในระยะแรกนี้จะเริ่มนำร่องในหน่วยบริการสุขภาพที่มีความพร้อมก่อน เพื่อเก็บข้อมูลและพัฒนาประสิทธิภาพให้ครอบคลุมประชากรที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต

นับเป็นนวัตกรรมที่น่าจับตามองและแสดงให้เห็นว่าไทยกำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัวในด้านสาธารณสุข หากโครงการนี้ขยายผลไปทั่วประเทศ จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อผู้ป่วยโรคผิวหนังเรื้อรังทุกคนครับ

ที่มา – รัฐบาลเปิดตัวระบบ “AI Psoriasis” คัดกรองโรคสะเก็ดเงินผ่านภาพถ่าย แม่นยำถึงร้อยละ 95

กรมบัญชีกลางออกหลักเกณฑ์ใหม่ เพิ่มสิทธิข้าราชการเบิกค่ายา “รักษากระดูกพรุน” เริ่ม 1 ส.ค.

ข่าวดีสำหรับข้าราชการและครอบครัวครับ! ล่าสุดทางกรมบัญชีกลางได้ออกมาตรการเชิงรุกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยมีการประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่ในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ซึ่งไฮไลท์สำคัญคือการเพิ่มสิทธิข้าราชการเบิกค่ายา “รักษากระดูกพรุน” สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูกหัก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาที่มีประสิทธิภาพได้อย่างทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น

กรมบัญชีกลางออกหลักเกณฑ์ใหม่ เพิ่มสิทธิข้าราชการเบิกค่ายา “รักษากระดูกพรุน”

การปรับปรุงระเบียบในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ช่วยแบ่งเบาภาระของข้าราชการได้อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนรุนแรง ซึ่งยาในกลุ่ม Teriparatide และ Romosozumab เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงแต่เดิมนั้นมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง การที่ภาครัฐขยับตัวเข้ามาดูแลตรงจุดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ายกย่องครับ โดยการดำเนินการครั้งนี้แบ่งออกเป็นรายละเอียดสำคัญที่ทุกคนควรทราบ ดังนี้ครับ

รายละเอียดการเพิ่มสิทธิข้าราชการเบิกค่ายา “รักษากระดูกพรุน”

เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่าและผู้ป่วยได้รับยาที่เหมาะสม ทางกรมบัญชีกลางได้กำหนดอัตราการเบิกจ่ายไว้ชัดเจนเพื่อให้สถานพยาบาลยึดถือปฏิบัติ:

  • ยา Teriparatide: เบิกจ่ายได้ในอัตราไม่เกิน 7,710 บาทต่อ 1 ด้ามต่อกล่อง
  • ยา Romosozumab: เบิกจ่ายได้ในอัตราไม่เกิน 16,670 บาทต่อ 2 ด้ามต่อกล่อง

ข้อควรระวังสำคัญคือ การเบิกจ่ายยาเหล่านี้จะต้องดำเนินการผ่านระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเท่านั้น และต้องเป็นไปตามแนวทางที่กรมบัญชีกลางกำหนดอย่างเคร่งครัด หากสถานพยาบาลออกใบเสร็จมาให้ในรูปแบบค่ายาที่เบิกไม่ได้ ท่านจะไม่สามารถนำมาเบิกคืนภายหลังได้ ดังนั้นก่อนเข้ารับการรักษาแนะนำให้สอบถามกับทางโรงพยาบาลให้แน่ใจว่าอยู่ในเงื่อนไขหรือไม่ครับ

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับตัวของระบบสาธารณสุขไทยให้ทันสมัยและตอบโจทย์วิถีชีวิตในสังคมสูงวัยได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย หากท่านหรือคนในครอบครัวมีภาวะเสี่ยงสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินการใช้สิทธิดังกล่าวตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ ถือเป็นข่าวดีที่น่าชื่นชมของข้าราชการไทยจริงๆ ครับ

ที่มา – กรมบัญชีกลางออกหลักเกณฑ์ใหม่ เพิ่มสิทธิข้าราชการเบิกค่ายา “รักษากระดูกพรุน” เริ่ม 1 ส.ค.

เริ่ม 1 ส.ค. 69 ต่อภาษีรถ พบใบสั่งจราจรค้างชำระ ไม่ได้ป้ายภาษีฉบับจริง

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับผู้ใช้รถทุกคน เพราะตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป กฎหมายจราจรจะมีความเข้มข้นขึ้น โดยมีมาตรการสำคัญคือ เริ่ม 1 ส.ค. 69 ต่อภาษีรถ พบใบสั่งจราจรค้างชำระ ไม่ได้ป้ายภาษีฉบับจริง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนและลดอุบัติเหตุทั่วประเทศให้เหลือเพียง 12 คนต่อประชากร 1 แสนคนตามเป้าหมายของรัฐบาล

เริ่ม 1 ส.ค. 69 ต่อภาษีรถ พบใบสั่งจราจรค้างชำระ ไม่ได้ป้ายภาษีฉบับจริง

การปรับระบบครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มภาระ แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เมื่อระบบมีการเชื่อมโยงข้อมูลกันอย่างสมบูรณ์ ประชาชนจะสามารถตรวจสอบใบสั่งของตนเองได้ง่ายขึ้นผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะมีหลักฐานครบถ้วนชัดเจน ทั้งสำเนาใบสั่งและภาพถ่ายเหตุการณ์ หากใครที่ยังมีใบสั่งค้างชำระ ระบบจะแจ้งเตือนและให้เวลาดำเนินการตามขั้นตอน

สรุปขั้นตอนเมื่อต้องต่อภาษีรถยนต์

สำหรับคำถามที่ว่า เริ่ม 1 ส.ค. 69 ต่อภาษีรถ พบใบสั่งจราจรค้างชำระ ไม่ได้ป้ายภาษีฉบับจริง จะมีผลอย่างไรบ้าง นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้:

  • เมื่อไปต่อภาษีประจำปี ระบบจะดึงข้อมูลใบสั่งจราจรค้างชำระขึ้นมาทันที
  • คุณสามารถชำระค่าปรับที่ค้างอยู่ ณ กรมการขนส่งทางบกได้เลยในคราวเดียว
  • หากคุณเลือกชำระเฉพาะภาษีรถโดยไม่จ่ายค่าปรับ คุณจะได้รับเพียงใบแทนชั่วคราว แต่จะยังไม่ได้รับป้ายภาษีตัวจริง
  • เมื่อชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว คุณจึงจะได้รับป้ายภาษีฉบับจริง เพื่อนำไปติดรถตามระเบียบ

มาตรการนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการสร้างวินัยจราจรให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การที่คุณปฏิบัติตามกฎจราจรและชำระค่าปรับให้ครบถ้วนถือเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลดอุบัติเหตุและสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ดังนั้นก่อนถึงกำหนดต่อภาษี อย่าลืมตรวจสอบใบสั่งค้างชำระผ่านช่องทางออนไลน์ให้เรียบร้อย จะได้ขับขี่อย่างสบายใจและไม่เสียเวลาที่สำนักงานขนส่งครับ

หากคุณยังไม่แน่ใจว่ามีใบสั่งค้างชำระหรือไม่ แนะนำให้ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือช่องทางที่ได้รับมอบหมาย เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมและไม่พลาดการได้รับป้ายภาษีตัวจริงในปีนี้ครับ

ที่มา – เริ่ม 1 ส.ค. 69 ต่อภาษีรถ พบใบสั่งจราจรค้างชำระ ไม่ได้ป้ายภาษีฉบับจริง

รัฐบาลเร่งช่วยผู้ถูกสวมสิทธิ์เป็นกรรมการบริษัท

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีสำหรับใครที่กำลังกังวลเรื่องการไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะกลายเป็นว่าเราถูกชื่อไปผูกกับบริษัทต่างๆ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งปัญหานี้ทางรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญอย่างมากครับ ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า รัฐบาลเร่งช่วยผู้ถูกสวมสิทธิ์เป็นกรรมการบริษัท ที่มีความเดือดร้อนจริงๆ แต่กลับพลาดโอกาสได้รับสิทธิ์เพียงเพราะชื่อไปโผล่ในฐานะผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัททั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง

รัฐบาลเร่งช่วยผู้ถูกสวมสิทธิ์เป็นกรรมการบริษัท ให้กลับมาได้รับสิทธิ์อีกครั้ง

หลายคนอาจจะงงว่าทำไมเราถึงกลายเป็นเจ้าของบริษัทได้ ทั้งที่เราไม่ได้ไปลงทะเบียนอะไรเลย กรณีนี้เกิดขึ้นกับประชาชนจำนวนมากที่พบว่าตนเองไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบตรวจพบว่ามีชื่อเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนในนิติบุคคล ซึ่งล่าสุดยอดผู้สมัครที่มายื่นคำร้องตรวจสอบ กรณี รัฐบาลเร่งช่วยผู้ถูกสวมสิทธิ์เป็นกรรมการบริษัท มีจำนวนกว่า 700 รายแล้ว และรัฐบาลก็ได้เตรียมส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนสิทธิ์ให้ใหม่ครับ

วิธีตรวจสอบสิทธิ์หากคุณถูกสวมสิทธิ์เป็นกรรมการบริษัท

หากคุณสงสัยว่าชื่อของตัวเองกำลังถูกสวมสิทธิ์อยู่ หรือต้องการทราบข้อมูลว่าเรามีรายชื่อไปผูกกับนิติบุคคลใดหรือไม่ เพื่อนๆ สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ:

  • ไปที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
  • ยื่นเรื่องตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเอง หรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนก็ได้
  • ที่สำคัญคือ การตรวจสอบนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • สามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1570 หรือหมายเลข 0 2547 4376

ความช่วยเหลือในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะช่วยปกป้องสิทธิ์ของผู้มีรายได้น้อยที่อาจจะเสียโอกาสเพียงเพราะการถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ หากใครที่กำลังเจอปัญหานี้ อย่าปล่อยผ่านนะครับ ให้รีบไปยื่นเรื่องที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดใกล้บ้าน เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองให้เร็วที่สุด เพราะการที่รัฐบาลเข้ามาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง จะช่วยให้ความยุติธรรมกลับคืนสู่ประชาชนที่เดือดร้อนได้อย่างแท้จริงครับ

ที่มา – รัฐบาลเร่งช่วย 700 รายชื่อ ถูกสวมสิทธิ์เป็นกรรมการบริษัท ทำไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน

Scroll to top