พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

ข่าวดีผู้ประกันตน ปรับสิทธิทำฟัน 1 พ.ค. 69

เฮเลยเพื่อนๆ ผู้ประกันตน! ข่าวดีผู้ประกันตน ปรับสิทธิทำฟัน 1 พ.ค. 69 มาแล้วครับ รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม ได้อัปเดตสิทธิทันตกรรมครั้งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ทำให้การรักษาฟันของคุณง่ายและประหยัดขึ้นเยอะ โดยเฉพาะผ่าฟันคุดที่เพิ่มวงเงินสูงสุด 2,500 บาทต่อซี่ ไม่ต้องแย่งงบกับการอุดฟันอีกต่อไป แถมยังมีสิทธิฟันปลอมถอดได้สูงสุด 6,000 บาท และฟันปลอมถอดไม่ได้ด้วย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในปากให้ทุกคนเข้าถึงได้มากขึ้น

ข่าวดีผู้ประกันตน ปรับสิทธิทำฟัน 1 พ.ค. 69

รองโฆษกรัฐบาล นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ได้แถลงข่าวเมื่อ 2 พฤษภาคม 2569 ว่าปัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ในการยกระดับคุณภาพชีวิต ลดค่าดูแลสุขภาพ โดยพัฒนาสิทธิประโยชน์ทันตกรรมให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาฟันแพงอีกต่อไป เพราะประกันสังคมแยกกระเป๋าเงินชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 3 เดือนใน 15 เดือนก่อนรับบริการ สามารถใช้สิทธิได้เต็มที่ แม้แต่คนที่ออกจากงานยังคุ้มครองต่อเนื่องอีก 6 เดือนด้วยนะครับ

สิทธิพื้นฐาน: ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน

สิทธิเดิมยังอยู่ครบ แต่ปรับปรุงให้ดีขึ้น

  • โรงพยาบาลเอกชนและคลินิก: วงเงิน 900 บาทต่อปี เหมือนเดิม
  • โรงพยาบาลรัฐ: เพิ่มเกลารากฟันและขลิบแต่งกระดูก ทำให้ครอบคลุมมากขึ้น

การผ่าฟันคุด – จุดเด่นของการปรับสิทธิใหม่

นี่คือไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย! เดิมทีผ่าฟันคุดต้องรวมในงบ 900 บาท ถ้าค่าใช้จ่าย 2,500 บาทต่อซี่ คุณต้องจ่ายต่างเอง 1,600 บาท แต่ตอนนี้ แยกวงเงินใหม่ ไม่ปนกับสิทธิพื้นฐาน

  • ผ่าไม่ซับซ้อน: สูงสุด 1,500 บาทต่อซี่
  • ผ่าซับซ้อน (กรอกระดูก): สูงสุด 2,500 บาทต่อซี่
  • โรงพยาบาลรัฐคู่สัญญา: เบิกตามจริงตามมาตรฐาน (ยกเว้นคลินิกนอกเวลา)

ช่วยให้หลายคนที่เคยเลื่อนผ่าฟันคุดเพราะแพง สามารถรีบจัดการได้ทันที ป้องกันปัญหาแทรกซ้อนอย่างอักเสบหรือฟันโยก

ฟันปลอมถอดได้ – เพิ่มวงเงินแบบจัดเต็ม

เดิมวงเงินน้อยและครอบคลุมจำกัด แต่สิทธิใหม่อัปเกรดเป็น

  • วงเงิน 1,500 – 6,000 บาท ขึ้นกับจำนวนซี่และชนิด
  • เพิ่มค่าซ่อมฟันปลอม 900 บาทต่อครั้ง

ฝังรากฟันเทียมรองรับฟันเทียมทั้งปาก – สิทธิใหม่เอี่ยม

สำหรับคนสูญเสียฟันทั้งปากและอยากใส่ฟันปลอมถอดไม่ได้

  • ค่าผ่าตัด: 17,500 บาทต่อราย
  • ชุดรากฟันเทียม: 3,300 บาท
  • รวมค่าติดตามผลการรักษา

นี่คือก้าวกระโดดใหญ่สำหรับผู้สูงอายุหรือคนที่ฟันพังทั้งปาก ทำให้เคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้นชัดเจน

หากใช้บริการนอกสถานพยาบาลคู่สัญญา สำรองจ่ายก่อนแล้วยื่นขอคืนผ่าน e-Self Service หรือสำนักงานประกันสังคมได้ สอบถามเพิ่มที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชม.

การปรับสิทธิทำฟันครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจสุขภาพปากของผู้ประกันตนจริงๆ โดยเฉพาะในยุคที่ค่ารักษาฟันแพงขึ้นทุกวัน มันไม่ใช่แค่เพิ่มเงิน แต่ช่วยให้ทุกคนยิ้มได้มั่นใจ รักษาฟันได้ทันเวลา ลดปัญหาสุขภาพเรื้อรังในอนาคต

รีบเช็คสิทธิของคุณเลยวันนี้! ถ้ามีฟันคุดอักเสบหรืออยากใส่ฟันปลอม ไปโรงพยาบาลคู่สัญญาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2569 รับรองคุ้มค่าและสบายใจแน่นอนครับ

ที่มา – ข่าวดีผู้ประกันตน ตั้งแต่ 1 พ.ค. 69 ปรับสิทธิทำฟันครั้งใหญ่ เพิ่มวงเงินผ่าฟันคุดสูงสุด 2,500 บาท

รัฐบาลจัด Back To School 2026 ลดราคาสินค้าศึกษา

รัฐบาลจัด Back To School 2026 โครงการดีๆ ที่มาช่วยลดภาระผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม! ด้วยการร่วมมือกับผู้ประกอบการถึง 49 ราย ลดราคาสินค้าด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ ตั้งแต่ 30 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2569 คาดช่วยประหยัดเงินได้กว่า 300 ล้านบาทเลยทีเดียว ผู้ปกครองอย่างเราจะได้ถอนหายใจโล่งอก เพราะค่าของใช้เรียนลูกหลานแพงขึ้นทุกปี

โครงการ Back To School 2026 คืออะไร?

โครงการ Back To School 2026 หรือ “เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” เป็นส่วนหนึ่งของ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่รัฐบัณณาการทุกฝ่าย ไม่ว่าจะผู้ผลิต 20 ราย ผู้จำหน่าย 17 ราย ผู้ให้บริการ 10 ราย และแพลตฟอร์มออนไลน์ 2 ราย เพื่อนำเสนอส่วนลดสุดคุ้มบนสินค้าและบริการการศึกษาที่จำเป็น ช่วยให้ครอบครัวไทยจัดการค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังท้าทาย

นอกจากจะลดราคาแล้ว ยังครอบคลุมทุกช่องทางการซื้อ ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ทำให้สะดวกสุดๆ ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหนก็ช้อปได้

สินค้าที่เข้าร่วม Back To School 2026

สินค้าหลากหลายที่เด็กๆ ต้องใช้ ถูกจัดโปรโมชันแบบจัดเต็ม ดังนี้:

  • เครื่องแบบนักเรียน จากแบรนด์ดังอย่างศึกษาภัณฑ์ สมใจนึก วัชรากร สมอ และน้อมจิตต์ ลดราคาสุดพิเศษ
  • รองเท้านักเรียน จาก ADDA สวมใส่สบาย ทนทาน ในราคาที่จับต้องได้
  • อุปกรณ์การเรียน จาก The Mall, B2S, OfficeMate, SE-ED เช่น สมุด ดินสอ ปากกา หนังสือเรียน
  • ผลิตภัณฑ์นม จาก F&N, เนสท์เล่, ไฮคิว, หนองโพ, แลคตาซอย, ไทย-เดนมาร์ก, ไวตามิลค์, mMILK, ดัชมิลล์, โฟร์โมสต์ ช่วยเสริมพัฒนาการลูก
  • อุปกรณ์สำนักงานและไอที จากดูโฮม, เพาเวอร์บาย, โกลบอลเฮ้าส์ เช่น กระเป๋าเป้ แล็ปท็อปพื้นฐาน

บริการสุดคุ้มใน Back To School 2026

ไม่ใช่แค่สินค้า แต่บริการก็ลดด้วยนะ!

  • แว่นตา จากท็อปเจริญและแว่นบิวติฟูล ตรวจตาฟรี ลดราคาเลนส์
  • อินเทอร์เน็ต True ลดสูงสุด 68%, AIS มอบ Alisa AI Premium ฟรี 3 เดือน
  • จัดส่ง ไปรษณีย์ไทย เพียง 30 บาท/กก.
  • คอร์สเรียนออนไลน์ OpenDurian ลด 75%, We by The Brain ลด 50%, Yamaha Music School ลด 20%, บางคอร์สเรียนฟรีและยกเว้นค่าเข้า
  • ออนไลน์ช้อป Lazada Flash Sale ลด 70%, Shopee โค้ดส่วนลดพิเศษ

กิจกรรมพิเศษในโรงเรียนทั่วประเทศ

นอกจากโปรในท้องตลาด รัฐบาลยังจัดแจกของในโรงเรียนกว่า 1,000 แห่ง โดยกระทรวงศึกษาธิการคัดโรงเรียนในพื้นที่ขาดแคลน กรมการค้าภายในนำเครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน ไปขายราคาถูก เริ่มพฤษภาคม 2569 ช่วยเหลือตรงจุดให้เด็กยากจน

โครงการนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนจริงๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็ก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากด้วย

สรุปแล้ว Back To School 2026 เป็นโอกาสทองสำหรับผู้ปกครอง อย่าพลาดเด็ดขาด! ไปเช็ครายละเอียดและช้อปเลยวันนี้ เพื่อให้ลูกมีอุปกรณ์ครบ สบายใจคุณพ่อคุณแม่ รีบไปช้อป Back To School 2026 ก่อนโปรหมด!

ที่มา – รัฐบาลจัดโครงการ “Back To School 2026” ลดราคาสินค้าด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ ลดภาระผู้ปกครอง

รัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง

สวัสดีครับทุกท่าน ในยุคที่การค้าขายออนไลน์และชายแดนคึกคัก รัฐบาลไทยไม่ยอมให้สินค้าผิดกฎหมายรุกล้ำเข้ามาง่ายๆ โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญอย่างภาคใต้ตอนล่าง ล่าสุดมีข่าวดีที่ รัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2569 จับกุมได้รวม 622 คดีเลยทีเดียว! ค่าปรับพุ่งสูงถึง 245.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 119% แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยับยั้งปัญหานี้

รัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง

ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐบาลโดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ได้บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ปราบปรามสินค้าละเมิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างเชิงรุก ภายใต้นโยบาย “ปราบปรามเชิงรุก ยุติวงจรผิดกฎหมาย” พื้นที่เป้าหมายคือ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ สงขลา ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา และสตูล ซึ่งเป็นด่านหน้าชายแดนสำคัญใกล้เคียงมาเลเซีย ทำให้เป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย

ผลการปฏิบัติงานเข้มข้นในช่วงดังกล่าว สามารถจับกุมคดีได้ 622 คดี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 8.83% ของคดีทั่วประเทศ! นี่ไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา แต่สะท้อนถึงการทำงานที่ทุ่มเท โดยค่าปรับและประมาณการค่าปรับรวมกว่า 245.55 ล้านบาท สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อน สิ่งนี้ช่วยคืนความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจถูกกฎหมาย และปกป้องรายได้ของชาติที่สูญหายไปกับสินค้าละเมิด

ประเภทสินค้าที่ถูกจับกุมมากที่สุดในรัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง

เมื่อเจาะลึกข้อมูล พบว่าสินค้าหลักที่ถูกปราบปรามคือยาสูบและสุรา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจโดยตรง นี่คือสรุปผลการจับกุมหลัก:

  • ยาสูบ: 317 คดี ค่าปรับ 5.84 ล้านบาท ภาษีสูญเสีย 12.54 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 232.11 ล้านบาท ยึดได้ 200,106 ซอง (ในประเทศ 22,030 ซอง ต่างประเทศ 178,076 ซอง) เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน
  • สุรา: 153 คดี ค่าปรับ 1.57 ล้านบาท ยึดสุราในประเทศ 1,482 ลิตร สุราต่างประเทศ 101 ลิตร
  • น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน: 125 คดี ค่าปรับ 5.56 ล้านบาท ยึดได้ 67,402 ลิตร
  • เครื่องดื่ม: 16 คดี ค่าปรับ 0.14 ล้านบาท ยึด 4,436 ลิตร
  • ไพ่: 10 คดี ค่าปรับ 65,750 บาท ยึด 285 สำรับ
  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเครื่องดื่ม: 1 คดี ค่าปรับ 7,125 บาท ยึด 44 กิโลกรัม

ตัวเลขเหล่านี้มาจากการสกัดกั้นเส้นทางลักลอบตั้งแต่ต้นทางจนปลายทาง โดยเฉพาะยาสูบที่เพิ่มขึ้นกว่า 50,000 ซอง แสดงถึงความสำเร็จในการตัดวงจรการกระจายสินค้าผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน

ความสำคัญของการปราบปรามในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

ภาคใต้ตอนล่างไม่ใช่แค่พื้นที่ท่องเที่ยว แต่เป็นประตูการค้าสำคัญ การลักลอบสินค้าผิดกฎหมายอย่างยาสูบ สุรา และน้ำมัน ทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่เถื่อนที่ไม่มีมาตรฐาน และอาชญากรรมข้ามชาติ รัฐบาลจึงเน้นการบริหารจัดการของกลางให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำน้ำมันยึดมาขายทอดตลาดคืนประโยชน์สาธารณะ นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจถูกกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อยับยั้งตั้งแต่ต้นตอ ไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง สุดท้ายแล้ว มาตรการนี้ไม่เพียงเพิ่มรายได้ให้ประเทศ แต่ยังปกป้องสังคมจากสินค้าคุณภาพต่ำที่อาจก่ออันตราย

ในมุมมองของผม การที่ รัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง สำเร็จขนาดนี้ เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความจริงจัง หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ปัญหานี้จะหมดไปในอนาคตอันใกล้ คุณล่ะคิดอย่างไรกับผลงานนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ-การเมืองเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – รัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ช่วง ก.พ. – มี.ค. จับกุมรวม 622 คดี

อย่ากังวล รัฐบาลแจงลูกหนี้ กยศ. ยอดหนี้แอปไม่ตรง

อย่ากังวล รัฐบาลแจงลูกหนี้ กยศ. หลังจากที่แอปพลิเคชัน กยศ. Connect แสดงยอดหนี้คงเหลือไม่ตรงกับที่ชำระไปจริง สร้างความกังวลให้กับผู้กู้ยืมเงินนับล้านราย ล่าสุดรัฐบาลได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ความมั่นใจว่าข้อมูลทุกอย่างยังปลอดภัยและครบถ้วน ไม่มีการสูญหายของรายการชำระหนี้เด็ดขาด

อย่ากังวล รัฐบาลแจงลูกหนี้ กยศ. ยืนยันระบบบันทึกครบถ้วน

จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์แพร่กระจายข้อมูลเกี่ยวกับยอดหนี้ในแอป กยศ. Connect ที่ไม่เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังจากผู้กู้ยืมชำระเงินแล้วแต่ตัวเลขยังไม่ปรับลด นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ว่ารัฐบาลได้กำชับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง ให้เร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างรอบคอบ และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับลูกหนี้ กยศ. และประชาชน

กยศ. เองก็ได้ยืนยันชัดเจนว่ารายการชำระหนี้ของผู้กู้ทุกคนถูกบันทึกในระบบอย่างครบถ้วนและถูกต้อง ไม่มีข้อมูลสูญหายแม้แต่รายการเดียว ผู้กู้สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองผ่านแอป กยศ. Connect โดยเข้าไปที่เมนู บริการ > รายการอื่น ๆ > รายการชำระเงินย้อนหลัง ซึ่งจะแสดงรายละเอียดการชำระทั้งหมด สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ทันที รัฐบาลย้ำว่าลูกหนี้จะไม่เสียสิทธิประโยชน์ใดๆ จากปัญหานี้แน่นอน

สาเหตุที่ยอดหนี้ในแอป กยศ. Connect ยังไม่ตรง

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดหนี้คงเหลือยังไม่แสดงผลแบบเรียลไทม์ เกิดจากการที่ กยศ. กำลังปรับปรุงระบบการคำนวณหนี้ให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ ซึ่งต้องตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังจำนวนมหาศาล ครอบคลุมผู้กู้กว่า 4 ล้านบัญชี และธุรกรรมนับไม่ถ้วน ทำให้การพัฒนาระบบล่าช้ากว่ากำหนดชั่วคราว ส่งผลให้ข้อมูลในแอปบางส่วนยังไม่อัปเดตทันทีหลังชำระเงิน

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับระบบขนาดใหญ่แบบนี้ แต่ กยศ. กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไข โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไม่ช้า ลูกหนี้ กยศ. ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้เพิ่มหรือเสียสิทธิ เพราะระบบหลักยังทำงานปกติ

วิธีตรวจสอบและจัดการหนี้ กยศ. ด้วยตัวเอง

เพื่อความสบายใจ ลูกหนี้ กยศ. สามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้ทันที:

  • ดาวน์โหลดแอป กยศ. Connect: จาก App Store หรือ Google Play Store
  • ล็อกอิน: ด้วยเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน
  • ตรวจสอบย้อนหลัง: ไปที่ บริการ > รายการอื่น ๆ > รายการชำระเงินย้อนหลัง เพื่อดูหลักฐานการชำระ
  • ชำระเงิน: ใช้แอปชำระผ่านธนาคารพันธมิตรได้สะดวก
  • ติดต่อสอบถาม: โทรสายด่วน กยศ. 02-131-5599 หรือ Line Official @studloan

นอกจากนี้ ลูกหนี้ยังสามารถสมัครโครงการช่วยเหลือ เช่น พักชำระหนี้ชั่วคราว หรือปรับโครงสร้างหนี้ได้ หากมีปัญหาการเงิน สิ่งสำคัญคือต้องชำระตามกำหนดเพื่อรักษาสิทธิ์ใบรับรองหนี้ดี และไม่กระทบเครดิตบูโร

เคล็ดลับจัดการหนี้ กยศ. ให้ยั่งยืน

อย่าปล่อยให้หนี้กยศกลายเป็นภาระหนัก เริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น จัดสรรงบรายเดือน 10-20% สำหรับชำระหนี้ ใช้เครื่องมือคำนวณหนี้ในแอปเพื่อประมาณยอด และติดตามข่าวสารจาก กยศ. อย่างสม่ำเสมอ รัฐบาลกำลังผลักดันนโยบายช่วยเหลือผู้กู้เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินในอนาคต

สรุปแล้ว อย่ากังวล รัฐบาลแจงลูกหนี้ กยศ. เรียบร้อยแล้ว ปัญหายอดหนี้ไม่ตรงในแอปเป็นแค่ชั่วคราว ระบบหลักยังแข็งแกร่ง ลูกหนี้ทุกคนมั่นใจได้เต็มที่ หากมีข้อสงสัยรีบตรวจสอบผ่านแอปหรือติดต่อ กยศ. เลยวันนี้ เพื่อความโปร่งใสและสบายใจยิ่งขึ้น

คำแนะนำจากเรา: ความโปร่งใสของระบบกยศ. แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนจริงจัง ดาวน์โหลดแอปและตรวจสอบหนี้ของคุณเดี๋ยวนี้ แล้วแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ลูกหนี้ กยศ. รู้ เพื่อกันความสับสน!

ที่มา – อย่ากังวล รัฐบาลแจงลูกหนี้ กยศ. หลังแอป กยศ. Connect แสดงยอดหนี้ไม่ตรง ย้ำระบบบันทึกครบถ้วน

ทีมโฆษกรัฐบาล ผนึกกำลัง สื่อสารรวดเร็ว ตรงเป้า

ทีมโฆษกรัฐบาล ผนึกกำลังทำงานเป็นทีม สื่อสารรวดเร็ว ตรงเป้า ผุดรายการใหม่โชว์ผลงานรัฐบาล กำลังกลายเป็นข่าวร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจในช่วงนี้! ด้วยการนำทีมโดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับรองโฆษกสาวสวยอีก 3 คน ได้แก่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา, น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ และ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร พวกเธอได้จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยืนยันความเป็นทีมที่แข็งแกร่งในการสื่อสารนโยบายรัฐบาลให้ถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ทีมโฆษกรัฐบาล

น.ส.รัชดา เปิดใจว่าการทำงานกับสื่อมาตั้งแต่สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความสุขมาก เพราะสื่อคือช่องทางสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลไปยังประชาชน ทีมโฆษกรัฐบาล ผนึกกำลังทำงานเป็นทีมนี้ จะให้ข้อมูลครบทุกด้านอย่างเต็มที่ โดยยึดหลักความถูกต้องและรวดเร็ว แม้บางครั้งเอกสารทางการอาจล่าช้าเพราะต้องปรับให้ตรงนโยบาย แต่เป้าหมายคือสื่อสารให้ตรงจุดที่สุด

ทีมโฆษกรัฐบาล ผนึกกำลังทำงานเป็นทีม สื่อสารรวดเร็ว ตรงเป้า ผุดรายการใหม่โชว์ผลงานรัฐบาล

สิ่งที่น่าสนใจคือ การสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีจะยึดนโยบาย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ถ้ามีประเด็นสำคัญ นายกฯ จะลงมาชี้แจงเอง หากไม่สะดวก ทีมโฆษกจะจัดการแทน โดยคำนึงถึงจังหวะและความเหมาะสมในการสื่อสาร ไม่ใช่พูดทุกเรื่องทุกวันแบบไม่เลือก น.ส.รัชดา เน้นย้ำว่า “พวกเราทำงานเพื่อสร้างหลักการสื่อสารที่เป็นทีม ไม่ใช่เพื่อตัวเองหรือรัฐบาลชุดใด” พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้หญิง 4 คนทำงานด้วยกันได้อย่างลงตัว สร้าง “นารีสโมสร” ที่มีเป้าหมายเดียวกัน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก

การแบ่งงานทีมโฆษกรัฐบาล สื่อสารให้ครอบคลุมทุกมิติ

แม้สมาชิกทีมมาจากพรรคต่าง ๆ อย่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย แต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวคือสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ โดยแบ่งงานชัดเจนเพื่อติดตามประเด็นต่าง ๆ:

  • ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์: ดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย และประเด็นทางการเมือง
  • น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา: ติดตามสาธารณสุขและทรัพยากร
  • น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์: รับผิดชอบคมนาคมและท่องเที่ยว
  • ประเด็นกลาง: ทีมช่วยกัน เพื่อชี้แจงให้ครบถ้วน

ทีมโฆษกการประชุมทีม

นอกจากนี้ ทีมโฆษกรัฐบาล ผนึกกำลังทำงานเป็นทีมยังผุดรายการใหม่เพื่อโชว์ผลงานรัฐบาล โดย “เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” เริ่ม 1 พฤษภาคม ทุกวัน 07.00 น. สลับกันชี้แจงผลงาน 1 นาทีต่อวัน และ “คุยให้เคลียร์กับโฆษก” ดีเดย์ 16 พฤษภาคม ชวนคุยแจงงานรัฐบาลแบบเคลียร์สุด ๆ รายการเหล่านี้จะช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลตรงจากแหล่งจริง รวดเร็ว ตรงเป้า ไม่ต้องรอข่าวลือ

รายการใหม่

การทำงานแบบนี้ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งให้รัฐบาล ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารล้นหลาม การมีทีมโฆษกที่รวดเร็วและน่าเชื่อถือคือกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงรัฐกับประชาชน คุณคิดเห็นอย่างไรกับกลยุทธ์นี้? ติดตามรายการใหม่และอัปเดตผลงานรัฐบาลได้เลย แล้วอย่าลืมแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์นะ!

ที่มา – ทีมโฆษกรัฐบาล ผนึกกำลังทำงานเป็นทีม สื่อสารรวดเร็ว ตรงเป้า ผุดรายการใหม่โชว์ผลงานรัฐบาล

ทีมโฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ มอบนโยบายสื่อสารเข้าใจง่าย

วันนี้เรามีข่าวดีจากแวดวงการเมืองที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ นั่นคือ ทีมโฆษกรัฐบาล เผยนายก ฯ มอบนโยบาย สื่อสารเข้าใจง่าย ข้อมูลครบถ้วน รอบด้าน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้น ในวันที่ 16 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษก และนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ว่าที่รองโฆษก ได้เปิดเผยหลังไหว้ขอพรนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เนื่องในวันสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ทีมโฆษกรัฐบาล เผยนายก ๅ มอบนโยบาย สื่อสารเข้าใจง่าย ข้อมูลครบถ้วน รอบด้าน

นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายสำคัญให้ทีมโฆษก โดยเน้นการสื่อสารที่เข้าใจง่าย ข้อมูลครบถ้วนทุกด้าน และรอบด้าน รวมถึงต้องฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเสมอ ไม่ใช่แค่ประกาศนโยบายฝ่ายเดียว แต่ต้องอธิบายเหตุผลให้ชัดเจน โดยเฉพาะมาตรการที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ นโยบายนี้ถือเป็นหัวใจหลักในการทำงานของทีมโฆษกรัฐบาลยุคใหม่ ที่นำความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนมาเป็นที่ตั้ง สื่อสารความจริงจากรัฐบาลสู่ประชาชน และย้อนกลับมาปรับปรุงนโยบาย

การปรับปรุงเพจไทยคู่ฟ้าให้เป็นแหล่งข้อมูลหลัก

ทีมโฆษกรัฐบาลตั้งเป้าให้เพจ ไทยคู่ฟ้า เป็นเพจหลักในการชี้แจงนโยบายรัฐบาลอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันสมัย โดยได้ปรับภาษาให้อ่านง่าย ลดความเป็นทางการ เพิ่มกราฟิกสวยงาม และโพสต์เนื้อหาให้รวดเร็วตามสถานการณ์ ปิดยุคสื่อสารแบบเก่าๆ ที่ยึดติดมานานหลายสิบปี ให้เข้ากับสังคมดิจิทัลยุคโซเชียลมีเดียที่มีข้อมูลหลากหลาย ในยุคที่ข่าวลือและเฟคนิวส์ล้นโลก เพจไทยคู่ฟ้าจะเป็นช่องทางหลักที่ประชาชนไว้วางใจได้สำหรับข่าวจริงจากรัฐบาล

ไม่ใช่แค่ตอบโต้ทางการเมือง แต่ทีมโฆษกยืนยันว่าจะชี้แจงบนพื้นฐานความจริงและข้อมูลถูกต้อง เพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างรัฐบาล สื่อ และประชาชน ธีมการทำงานคือ ‘ตรงไปตรงมา ครบถ้วน’ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าใจง่ายที่สุด

จุดแข็งของทีมโฆษกรัฐบาลแต่ละคน

ทีมโฆษกชุดนี้มีจุดเด่นที่หลากหลาย ทำให้ครอบคลุมการสื่อสารทั้งในและต่างประเทศ

  • นางสาวรัชดา ธนาดิเรก: พี่ใหญ่ที่มีประสบการณ์ยาวนาน คอยนำทีมและประสานงาน
  • นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา: เชี่ยวชาญภาษาจีน ช่วยสื่อสารนโยบายไปยังชุมชนจีนและต่างชาติ
  • นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์: คนรุ่นใหม่ คล่องภาษาอังกฤษ สื่อสารเรื่องต่างประเทศได้ดี โดยเฉพาะมาตรการระยะสั้น กลาง ยาวในวิกฤต

นอกจากนี้ ทีมยังไม่กลัวการถูกโจมตีด้วย IO หรือข้อมูลเท็จ แต่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยไม่คาดหวังยอดไลค์หรือคำชม แต่เน้นข้อมูลจริง นางสาวลลิดายังย้ำว่าจะนำประสบการณ์เก่ามาปรับใช้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ส่วนนางสาวพลอยทะเลจะเน้นสื่อสารกับเด็กรุ่นใหม่ผ่านช่องทางส่วนตัวและไทยคู่ฟ้า เพื่อต่อสู้เฟคนิวส์ด้วยข้อเท็จจริง

การสื่อสารแบบนี้ไม่เพียงช่วยให้ประชาชนเข้าใจนโยบายรัฐบาลมากขึ้น แต่ยังเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในรัฐบาล ท่ามกลางโลกออนที่มีข้อมูลปลอมมากมาย หากรัฐบาลทำได้จริง คงช่วยลดความเข้าใจผิดได้เยอะเลยทีเดียว

คุณคิดอย่างไรกับนโยบายสื่อสารใหม่นี้? ลองติดตามเพจไทยคู่ฟ้า แล้วมาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์กันนะ จะได้ช่วยกันสร้างสังคมข้อมูลจริง!

ที่มา – ทีมโฆษกรัฐบาล เผยนายก ๅ มอบนโยบาย สื่อสารเข้าใจง่าย ข้อมูลครบถ้วน รอบด้าน

Scroll to top