พายุ

น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีอัปเดตสถานการณ์สำคัญในพื้นที่จังหวัดนครพนมมาฝากกันครับ แม้ว่าภาพรวมของ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง แต่เราก็ยังคงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะปลอดภัยครับ

สถานการณ์ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

จากรายงานล่าสุดพบว่าในเขตเทศบาลเมืองนครพนม สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายจุดเริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติแล้วครับ แต่สิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่และน่ากังวลคือระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันวัดได้สูงกว่า 10 เมตร ซึ่งห่างจากจุดวิกฤตที่ 12 เมตรเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ

ปัจจัยที่ทำให้ระบายน้ำได้ช้า

แม้ว่าการ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง จะเป็นข่าวดี แต่ก็มีอุปสรรคสำคัญที่ทำให้บางพื้นที่ระบายน้ำได้ช้า ได้แก่:

  • การเติบโตของเมืองที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
  • การขาดระบบการผันน้ำที่ได้มาตรฐานรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาหนักๆ
  • มวลน้ำจากลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้ช้ากว่าปกติ

ด้วยเหตุนี้ ทางหน่วยงานเทศบาลเมืองนครพนมจึงต้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อเร่งระบายน้ำจากตัวเมืองลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะมีมวลน้ำระลอกใหม่เข้ามาสมทบจากเหตุการณ์ฝนตกต่อเนื่องครับ

ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกำลังพลไว้พร้อมสำหรับลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ติดลำน้ำสาขา เพราะหากแม่น้ำโขงแตะระดับ 12 เมตรเมื่อไหร่ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทันที ดังนั้นขอให้ทุกท่านที่อาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและเตรียมเก็บของขึ้นที่สูงไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาทนะครับ

สุดท้ายนี้ ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวนครพนมทุกคนให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงในเร็ววันครับ

ที่มา – น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ

คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ

สำหรับพี่น้องชาวนครพนมที่กำลังติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงเช้าวันนี้ วันนี้มีข่าวดีมาบอกครับ หลังจากที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงจนทำให้เกิดภาวะ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ ตามที่หลายคนกังวลใจ โดยล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกมายืนยันแล้วว่าระดับน้ำลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยครับ

เหตุการณ์ฝนถล่มหนักในครั้งนี้ถือเป็นมวลน้ำมหาศาลที่สะสมในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ส่งผลให้การจราจรติดขัดและบางจุดมีน้ำรอการระบายสูง แต่ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่นและ ปภ. ที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้สถานการณ์ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใดครับ

การช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการรับมือครั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ได้บูรณาการร่วมกันเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่:

  • ปภ. เขต 7 สกลนคร: สนับสนุนเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูง 3 ชุด
  • ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT): ส่งเจ้าหน้าที่ 10 นายลงพื้นที่ทันที
  • รถ Mobile Unit: จัดเตรียมเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล 3 กิโลเมตรเพื่อระบายน้ำลงแม่น้ำโขง

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ แล้วก็ตาม แต่ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงไม่ประมาทครับ โดยยังคงมีการจัดเวรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากมีฝนตกลงมาเพิ่มหรือเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง

สรุปภาพรวม: สำหรับผู้ที่ต้องใช้เส้นทางถนนอภิบาลบัญชาหรือย่านเศรษฐกิจในตัวเมืองนครพนม ตอนนี้คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตและสัญจรผ่านได้ตามปกติแล้วนะครับ อย่างไรก็ตาม ขอให้เพื่อนๆ ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือเพจประชาสัมพันธ์ของจังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้วางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำครับ

ที่มา – คลี่คลายแล้ว “น้ำท่วมนครพนม” ฝนหยุดตก-รถสัญจรได้ตามปกติ ปภ.สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด

เตือน 8 จังหวัดริม แม่น้ำโขง เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

ช่วงนี้ใครที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณริมฝั่งโขงต้องฟังทางนี้ด่วนเลยครับ! เพราะล่าสุดทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกมาประกาศแจ้งข่าวสำคัญให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยมีการออกประกาศ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่

เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

สาเหตุหลักที่ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น มาจากอิทธิพลของฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในแถบประเทศเมียนมา สปป.ลาว รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเราเอง ซึ่งทาง สทนช. ได้ประเมินไว้ว่าระดับน้ำมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.0 – 1.5 เมตรเลยทีเดียว โดยเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569 นี้ครับ

พื้นที่เสี่ยงและสิ่งที่ต้องระวัง

การ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 ครั้งนี้เน้นย้ำให้พื้นที่ตั้งแต่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ยาวไปจนถึง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำในจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ และนครพนม ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่ล้นตลิ่งได้ง่าย

  • หลีกเลี่ยงการสัญจรทางน้ำในช่วงที่มีกระแสน้ำเชี่ยว
  • งดกิจกรรมนันทนาการหรือการประมงชั่วคราว
  • คอยติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

สถานการณ์น้ำเป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาทนะครับ แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอด แต่การที่พวกเราทุกคนร่วมมือกันเตรียมความพร้อมจะช่วยลดความสูญเสียได้มากที่สุด การ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 คือสัญญาณเตือนภัยที่ดีเพื่อให้ทุกคนตื่นตัว อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างในพื้นที่ได้รับทราบด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

ที่มา – เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

สวัสดีครับทุกคน! ช่วงนี้ใครที่อยู่ใกล้บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาคงเริ่มสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ เพราะล่าสุดทางกรมชลประทานได้ออกมาเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่

เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรองรับมวลน้ำที่จะไหลมาสมทบ ทางหน่วยงานจึงต้องปรับแผนการทำงานกันใหม่ครับ

ทางกรมชลประทานได้แจ้งการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยการปรับเพิ่มจากเดิม 350 ลบ.ม./วินาที เป็น 450 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่จะไหลผ่าน และช่วยให้การจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดครับ

เตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

นอกจากเรื่องการระบายน้ำแล้ว นายธาราพงศ์ ปราบเสร็จ หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ดังนี้ครับ:

  • ปัจจุบันเรายังคงอยู่ในช่วงสภาวะเอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติในภาพรวม
  • กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต เพื่อให้เพียงพอต่อภาคเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ
  • คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม จะมีฝนตกตามฤดูกาล และอาจมีพายุจรเข้ามาประมาณ 1-2 ลูก

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในอนาคต ทางกรมชลฯ ได้มีการเตรียมตัวตาม 9 มาตรการหลักของ สทนช. อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาครับ

สิ่งที่คุณต้องรู้และควรปฏิบัติในช่วงนี้:

แม้สถานการณ์น้ำจะมีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ของทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที หากใครที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งหรือในพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรหมั่นสังเกตระดับน้ำหน้าบ้านและเตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้าจะเป็นการดีที่สุดครับ

สุดท้ายนี้ การบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและประชาชน หากเราติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เชื่อว่าเราจะผ่านช่วงฤดูน้ำหลากปีนี้ไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนครับ แล้วคุณล่ะครับ เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำปีนี้กันอย่างไรบ้าง? มาแชร์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ!

ที่มา – “เขื่อนเจ้าพระยา” เพิ่มระบายท้ายเขื่อนต่อเนื่อง รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก

ช่วงนี้ใครที่วางแผนเดินทางต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนที่กำลังจะตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 6 – 9 สิงหาคม 2569 นี้

ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก

จากสถานการณ์ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่ทั่วไทยต้องเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่อง สิ่งที่น่ากังวลที่สุดใน ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก คือความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือพื้นที่ลาดเชิงเขา ต้องหมั่นสังเกตระดับน้ำและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะครับ

ผลกระทบและพื้นที่เฝ้าระวังจากประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก

พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบหลักๆ ในรอบนี้ ได้แก่:

  • ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
  • ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล: มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่
  • ภาคใต้: ต้องระวังฝนตกหนักเช่นเดียวกัน

นอกจากเรื่องน้ำท่วมแล้ว ชาวเรือต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ เพราะบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร สำหรับเรือเล็กในพื้นที่ดังกล่าว กรมอุตุฯ แนะนำให้งดออกจากฝั่งเด็ดขาดในช่วงวันที่ 6–9 สิงหาคม 2569 นี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากให้ทุกคนไม่ประมาทกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย หากต้องเดินทางไกลให้ตรวจสอบเส้นทางที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมขัง และเตรียมอุปกรณ์ยังชีพให้พร้อมอยู่เสมอ การติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เราวางแผนรับมือได้ทันท่วงทีครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก

พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ยังไม่เข้าไทย มีแนวโน้มเคลื่อนไปญี่ปุ่น–จีน อาจมีผลทางอ้อม

ช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังกังวลใจเกี่ยวกับข่าวสารเรื่องพายุ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ยังไม่เข้าไทย มีแนวโน้มเคลื่อนไปญี่ปุ่น–จีน อาจมีผลทางอ้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งเตือนและไขข้อข้องใจให้ประชาชนทราบกันอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกจากข่าวลือที่อาจส่งผลกระทบต่อการวางแผนชีวิตประจำวัน

พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ยังไม่เข้าไทย มีแนวโน้มเคลื่อนไปญี่ปุ่น–จีน อาจมีผลทางอ้อม

จากการอัปเดตล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา พายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (DOLPHIN) ขณะนี้ยังคงลอยตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งถือว่าอยู่ไกลจากประเทศไทยมาก โดยทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุลูกนี้มีแนวโน้มมุ่งหน้าไปทางประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีนเป็นหลัก ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่าพายุลูกนี้ไม่ได้มีเส้นทางพุ่งตรงเข้าสู่ประเทศไทยแต่อย่างใด

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในไทย

แม้ว่า พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ยังไม่เข้าไทย มีแนวโน้มเคลื่อนไปญี่ปุ่น–จีน อาจมีผลทางอ้อม แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบในเชิงอ้อมอยู่บ้าง ดังนี้:

  • พายุลูกนี้อาจช่วยดึงดูดให้มรสุมที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น
  • ส่งผลให้บางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน มีปริมาณฝนตกหนักเพิ่มมากขึ้น
  • ฝนที่ตกในขณะนี้ส่วนใหญ่เกิดจากอิทธิพลของร่องมรสุม ไม่ใช่พายุโดยตรง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับพายุดีเปรสชันทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ที่อาจมีการพัฒนาตัวขึ้น แต่คาดว่าจะถูกพายุที่มีขนาดใหญ่กว่าดูดกลืนไปและอ่อนกำลังลงในที่สุด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับข้อมูลที่แชร์กันในโซเชียลมีเดียโดยไม่ผ่านการตรวจสอบ

ทางที่ดีที่สุดคือการติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์สภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่ตกหนักตามคำเตือนจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดครับ หากใครวางแผนจะเดินทางในช่วงดังกล่าว อย่าลืมเช็กสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ก่อนออกเดินทางเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัวนะครับ

ที่มา – พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ยังไม่เข้าไทย มีแนวโน้มเคลื่อนไปญี่ปุ่น–จีน อาจมีผลทางอ้อม

ญี่ปุ่นผวา ไต้ฝุ่น บาหวี่ จ่อถล่มหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้

ช่วงนี้ใครที่วางแผนเดินทางไปเยือนแถบหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นคงต้องปรับแผนกันด่วนเลยครับ เพราะล่าสุดสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงกับข่าวญี่ปุ่นผวา ไต้ฝุ่น บาหวี่ จ่อถล่มหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ เตือนฝนหนัก-ลมแรง ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศเตือนภัยขั้นสูงให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังตัวกันอย่างใกล้ชิด

ญี่ปุ่นผวา ไต้ฝุ่น บาหวี่ จ่อถล่มหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ ของจริง

พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ลูกนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่และทรงพลังมาก โดยเส้นทางเดินพายุได้เคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะซากิชิมะในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเร็วลมจุดศูนย์กลางที่สูงถึง 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องเร่งออกมาตรการรับมือกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปิดท่าเรือเฟอร์รี ชายหาด และสั่งยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่เอง

เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตภัยธรรมชาติ

จากสถานการณ์ที่ญี่ปุ่นผวา ไต้ฝุ่น บาหวี่ จ่อถล่มหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ เตือนฝนหนัก-ลมแรง เราจะเห็นภาพชาวบ้านที่เกาะอิชิงากิพากันไปกักตุนอาหารแห้งและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจนเกลี้ยงชั้นวางสินค้า นี่คือภาพสะท้อนความตื่นตัวของคนญี่ปุ่นที่เตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ ร้านค้าเองก็มีการติดตาข่ายกันลมและใช้เทปกาวแปะกระจกเพื่อป้องกันการแตกกระจายจากกระแสลมแรงจัด ซึ่งถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานที่สำคัญมากในการลดความเสียหาย

  • ตรวจสอบประกาศเตือนภัยจากทางการท้องถิ่นเสมอ
  • กักตุนน้ำ อาหาร และอุปกรณ์จำเป็นให้เพียงพอสำหรับ 2-3 วัน
  • งดการเดินทางทางเรือและเครื่องบินในพื้นที่ที่พายุพาดผ่าน
  • ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางทางการอย่างสม่ำเสมอ

ในขณะที่ฝั่งไต้หวันเอง แม้พายุจะไม่ขึ้นฝั่งโดยตรง แต่ผลกระทบจากพายุก็ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทั่วประเทศจนต้องมีการประกาศปิดตลาดการเงินและสั่งวันหยุดงานฉุกเฉินครับ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่รุนแรงและทุกคนไม่ควรประมาทเป็นอันขาด

ในมุมมองของผม ธรรมชาติเป็นสิ่งที่คาดเดายาก แต่ด้วยเทคโนโลยีการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำในปัจจุบัน ทำให้เรามีเวลาเตรียมตัวได้ดีขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ต้องมีความตื่นตัวและตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเสมอ หวังว่าเหตุการณ์นี้จะผ่านพ้นไปโดยมีความเสียหายน้อยที่สุดและทุกคนในพื้นที่ปลอดภัยครับ

ที่มา – ญี่ปุ่นผวา ไต้ฝุ่น “บาหวี่” จ่อถล่มหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ เตือนฝนหนัก-ลมแรง

เตือนฝนตกหนักมาก ฉบับที่ 5 เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนต้องคอยติดตามข่าวสารสภาพอากาศกันอย่างใกล้ชิดนะคะ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักมาก ฉบับที่ 5 เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญในช่วงวันที่ 28 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 นี้ค่ะ

เตือนฝนตกหนักมาก ฉบับที่ 5 เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

จากประกาศของกรมอุตุฯ ประเทศไทยเรากำลังเผชิญกับอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกค่ะ

สิ่งที่ควรระวังตามคำเตือนฝนตกหนักมาก ฉบับที่ 5 เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สำหรับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา หรือใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษนะคะ เพราะปริมาณฝนที่ตกสะสมอาจนำมาซึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ ดังนี้:

  • เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
  • ติดตามข่าวสารการประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • ชาวเรือในทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวัง คลื่นลมแรงสูง 2-3 เมตร
  • เรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องการเดินทางที่อาจมีความล่าช้า และเช็กสภาพความปลอดภัยของบ้านเรือน หากท่านต้องการตรวจสอบรายละเอียดรายวันสำหรับจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา หรือสอบถามได้ที่สายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

สุดท้ายนี้ ฝากเตือนถึงทุกคนว่า อย่าประมาทกับสภาพอากาศในระยะนี้ หากต้องขับขี่รถยนต์ในช่วงฝนตกหนัก ให้ใช้ความเร็วต่ำและทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวท่านเองและเพื่อนร่วมทางนะคะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นวิกฤตฝนตกหนักนี้ไปด้วยกันค่ะ

ที่มา – เตือนฝนตกหนักมาก ฉบับที่ 5 เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องตรวจสอบสภาพอากาศกันเป็นพิเศษนะครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนที่จะเพิ่มขึ้นทั่วไทยตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคม 2569 นี้ครับ

ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ

สาเหตุหลักของการเกิดฝนตกหนักในระลอกนี้มาจากการที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนอง และฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในโซนภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงครับ

มาตรการเตรียมรับมือจากประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ

สำหรับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขาหรือใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ เพราะฝนที่ตกลงมาสะสมต่อเนื่องอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ การเตรียมเอกสารสำคัญและอุปกรณ์ฉุกเฉินให้พร้อมอยู่เสมอถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย นอกจากนี้ หากท่านจำเป็นต้องเดินทางในช่วงวันดังกล่าว ควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพอากาศจากหน่วยงานราชการก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยครับ

ในส่วนของพี่น้องชาวประมงหรือผู้ที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล ทางกรมอุตุฯ ได้เตือนว่า คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยคลื่นอาจสูงถึง 2-3 เมตร ในจุดที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ดังนั้นแนะนำให้ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด งดออกจากฝั่งหากได้รับคำเตือน หรือหากจำเป็นต้องเดินเรือต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์กรมอุตุฯ หรือสายด่วน 1182
  • ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านและจัดเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือใต้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่มีลมแรง
  • เตรียมหมายเลขฉุกเฉินหรือความช่วยเหลือไว้ให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

สุดท้ายนี้ ทางเราหวังว่าทุกคนจะปลอดภัยและหมั่นดูแลสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยแบบนี้ด้วยนะครับ แม้การเตือนภัยจาก ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ จะดูน่ากังวล แต่หากเรามีการเตรียมตัวล่วงหน้าและไม่ประมาท เราก็จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ

Scroll to top