พายุ

ระทึก “พายุงวงช้าง” ถล่มพนัสนิคม

คุณเคยเห็น พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม ด้วยตาตัวเองหรือไม่? เหตุการณ์สุดระทึกเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 ที่ ต.ทุ่งขวาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ทำให้ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องผวา แรงลมพายุหมุนวนพัดเอาสังกะสีและหลังคาบ้านปลิวว่อนขึ้นฟ้า บ้านเรือนเสียหายหนักหลายหลัง โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีบาดเจ็บเล็กน้อย

พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม

พายุงวงช้าง หรือที่เรียกกันว่าพายุทอร์นาโดขนาดเล็ก เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากลมหมุนวนรุนแรง มักเกิดในช่วงอากาศร้อนอบอ้าวแบบบ้านเรา โดยเฉพาะในภาคตะวันออกอย่างชลบุรี เมื่อ พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม ครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบความเสียหายกระจายไปทั่วหมู่ 4 ต.ทุ่งขวาง หลังคาบ้านถูกพัดกระเด็น กระเบื้องแตกหัก สังกะสีลอยฟ้าเหมือนใยแมงมุม

นายปฏิพันธ์ ทันใจ อายุ 44 ปี เจ้าของร้านค้าในพื้นที่ เล่าว่าตอนนั้นกำลังนั่งอยู่ในร้าน จู่ๆ ลมพัดแรงมาก พายุงวงช้างพุ่งตรงมาทำให้หลังคาร้านปลิวหายไปทั้งแผ่น ข้อเท้าขวาของเขาได้รับบาดเจ็บต้องรีบส่งโรงพยาบาล โชคดีที่ตัวเขาและครอบครัวปลอดภัย

คำบอกเล่าจากชาวบ้านผู้รอดชีวิต

นายประกอบ ยิ่งยง อายุ 69 ปี ชาวบ้านในหมู่ 4 เล่าแบบขนลุกว่า "ได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังสองครั้ง ตามด้วยลมวิ้วๆ เห็นฝุ่นใบไม้หมุนเป็นกรวยแบบงวงช้าง พุ่งตรงบ้านผมเลย หลังคาเกินครึ่งปลิวไปกระแทกพื้นแตกหมด โครงไม้ลอยไปตกป่ากล้วยข้างบ้าน" โชคดีไม่มีใครเจ็บหนัก

นายภาณุพงศ์ ชยอยรัมย์ อายุ 28 ปี เจ้าของคลิปวิดีโอไวรัล บอกว่า "กำลังให้อาหารไก่อยู่ ได้ยินลมดัง เงยหน้าขึ้นเห็น พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม ชัดๆ สังกะสีลอยขึ้นฟ้า รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เลยหยิบมือถือมาถ่ายไว้ เป็นครั้งแรกที่เจอของจริง เคยเห็นแต่ในทีวี"

นายอนุศาสตร์ บทกระโทก อายุ 46 ปี เสริมว่า "ลมมาเร็วมาก แรงหิน พายุงวงช้างหมุนร้านค้าจนหลังคาปลิวว่อน เหมือนหนัง災難เลย"

ความเสียหายและมาตรการช่วยเหลือ

จากการสำรวจ เบื้องต้นมีบ้านเสียหาย 5 หลัง ส่วนใหญ่เป็นหลังคาและโครงสร้าง นายนันธวุฒิ วงศ์วัชราดิเรก รองนายก อบต.ทุ่งขวาง กล่าวว่า "เราลงสำรวจทันที ให้ชาวบ้านยื่นคำร้อง ช่างลงตรวจ เพื่อช่วยเหลือตามระเบียบราชการ เร่งด่วนเลย"

  • หลังคาบ้านพัง 5 หลัง
  • แผ่นสังกะสีปลิวว่อนหลายสิบแผ่น
  • กระเบื้องแตกหัก โครงไม้หัก
  • ร้านค้าบาดเจ็บ 1 ราย
  • ไม่มีผู้เสียชีวิต

พายุงวงช้างเกิดจากอะไร? โดยทั่วไปเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศร้อนชื้น ลมวนรวมตัวเป็นกรวยพัดลงพื้น ในไทยพบไม่บ่อยแต่รุนแรงมาก โดยเฉพาะพื้นที่เปิดโล่งอย่างทุ่งขวาง

วิธีป้องกันพายุงวงช้างและวาตภัย

เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ ชาวบ้านควร:

  • ยึดหลังคาให้แน่น ใช้ตะปูหรือสกรูเพิ่ม
  • หลบในห้องมุมบ้านที่แข็งแรง
  • ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ
  • เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินอย่างน้ำ อาหาร ยา
  • อย่ายืนดูใกล้ๆ ถ้าเห็นเมฆหมุน

เหตุการณ์ พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพง ภัยธรรมชาติมาแบบไม่บอกกล่าว แต่เราสามารถเตรียมตัวได้ ในความเห็นผม ชาวชลบุรีควรตรวจสอบบ้านเรือนให้พร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังมา ลองแชร์ประสบการณ์พายุดุเดือดของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ ช่วยกันเตือนใจเพื่อนๆ!

ที่มา – ระทึก “พายุงวงช้าง” ถล่มพนัสนิคม พัดแผ่นสังกะสี-หลังคาชาวบ้านปลิวว่อนขึ้นท้องฟ้า

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุฤดูร้อน” 11-13 มี.ค.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้อากาศร้อนๆ แล้วยังมีข่าวเตือนจาก กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุฤดูร้อน” 11-13 มี.ค. มาอีกแล้วนะ อากาศตอนบนของไทยกำลังจะวุ่นวายด้วยพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บบางพื้นที่ และฝนตกหนักเป็นแห่งๆ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงนั้น อย่าประมาทเลยครับ มาดูรายละเอียดกันดีกว่า

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุฤดูร้อน” 11-13 มี.ค.

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ระบุว่าช่วง 11-13 มี.ค. นี้ บริเวณประเทศไทยตอนบนจะเจอพายุฤดูร้อนแบบเต็มๆ สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาเจอกับอากาศร้อนปกคลุมตอนบน บวกกับลมใต้ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามา ผลคือเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมแรง ลูกเห็บ ฟ้าผ่า และฝนหนักบางจุด โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก

ส่วนตอนนี้ (24 ชม. ข้างหน้า) อากาศยังร้อนกลางวัน แต่มีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ขอให้ระวังอันตรายจากฟ้าผ่า ลมแรง และฝนครับ ภาคใต้ก็ยังมีฝนต่อเนื่อง คลื่นสูง 1-2 เมตร ชาวเรือหลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง

ลักษณะสำคัญของพายุฤดูร้อน

  • ฝนฟ้าคะนอง: ตกหนักบางแห่ง น้ำท่วมฉับพลันได้
  • ลมกระโชกแรง: ต้นไม้ล้ม หลังคาพัง ระวังรถเสียหลัก
  • ลูกเห็บ: พื้นที่สูงชันเสี่ยงมาก
  • ฟ้าผ่า: หลีกเลี่ยงโดดเด่น อย่ายืนใต้ต้นไม้

พยากรณ์อากาศรายภาค 06:00 น. วันนี้ถึง 06:00 น. พรุ่งนี้

ภาคเหนือ: ร้อนกลางวัน ฝนฟ้าคะนอง 10% ลมแรงบางแห่ง จังหวัดหลัก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 19-24°C สูงสุด 34-37°C ลมใต้ 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ร้อนกลางวัน ฝนฟ้าคะนอง 10% จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ต่ำสุด 19-23°C สูงสุด 33-35°C ลมตะวันออกเฉียงเหนือ 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง: ร้อนกลางวัน ฝนฟ้าคะนอง 10% ลมแรง จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ต่ำสุด 24-25°C สูงสุด 35-37°C ลมตะวันออกเฉียงใต้ 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: ร้อนกลางวัน ฝน 20% ลมแรง จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ต่ำสุด 23-26°C สูงสุด 34-36°C ลมตะวันออกเฉียงใต้ 15-30 กม./ชม. ทะเลคลื่น 1 ม. ฝน>2 ม.

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: ฝน 20% ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีฯ พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ต่ำสุด 23-25°C สูงสุด 33-35°C ลมและคลื่นตามประกาศ

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: ฝน 20% ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล ต่ำสุด 22-25°C สูงสุด 32-36°C ลมตะวันออก 15-30 กม./ชม. คลื่น 1 ม.

กรุงเทพฯ และปริมณฑล: ร้อนกลางวัน ฝน 10% ลมแรง ต่ำสุด 26-27°C สูงสุด 36-38°C ลมตะวันออกเฉียงใต้ 10-15 กม./ชม.

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และเคล็ดลับป้องกัน

ช่วงนี้ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ภาคกลาง กทม. สะสมปานกลาง-ค่อนข้างมาก เพราะอากาศระบายตัวอ่อนๆ ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้านนะครับ

วิธีรับมือพายุฤดูร้อนให้ปลอดภัย

  • ตรวจสอบหลังคาบ้าน รถยนต์ ให้แข็งแรง
  • หลบฝนในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงสะพานลอย ต้นไม้ใหญ่
  • เก็บของกลางแจ้งเข้าบ้าน
  • ขับรถช้าๆ เปิดไฟ ระวังลมแรง
  • หากเจอลูกเห็บ อย่าออกไปเก็บทันที รอให้หยุด
  • ดาวน์โหลดแอพพยากรณ์อากาศไว้เช็ค real-time

ส่วนตัวผมคิดว่าพายุฤดูร้อนแบบนี้เป็นสัญญาณว่าฤดูร้อนกำลังจะจบ แต่ก็อันตรายไม่เบา สรุปคือเตรียมตัวดีๆ ครับ อย่ารอให้เจอค่อยวิ่งหนี จะแย่เอา ใครมีประสบการณ์เจอพายุแรงๆ แชร์กันในคอมเมนต์ได้นะ!

ติดตามพยากรณ์อากาศอัปเดตทุกวันเพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัว

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน “พายุฤดูร้อน” ช่วง 11 – 13 มี.ค. ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 ฝนตกหนักหลายจังหวัด

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยตอนบนให้เตรียมตัวรับมือกับพายุฤดูร้อนที่กำลังมาเยือน โดยจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2567 นี้ พายุลูกนี้จะนำฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่ามาให้เราได้เจอ ทำให้หลายพื้นที่อาจมีน้ำท่วมฉับพลันหรือต้นไม้ล้มได้นะครับ

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6

ประกาศฉบับที่ 6 นี้ กรมอุตุฯ ออกมาเพื่อให้ทุกคนรู้ตัวก่อน โดยเฉพาะในบริเวณประเทศไทยตอนบนที่กำลังร้อนอบอ้าว พายุฤดูร้อนเกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่ปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดความชื้นเข้ามา ผสมกับอากาศร้อนในประเทศและคลื่นกระแสลมจากเมียนมา ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองแบบกะทันหัน ลักษณะเด่นคือลมแรงมาก สามารถพัดบ้านเรือนหรือป้ายโฆษณาล้มได้ง่าย

รายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจาก “เตือน \”พายุฤดูร้อน\” ฉบับที่ 6″

จังหวัดที่ต้องระวังเป็นพิเศษมีดังนี้ โดยแบ่งตามภาคเพื่อให้ง่ายต่อการเช็ก

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, สุโขทัย
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง: กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี

ทั้งหมดนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่จะเจอฝนตกหนักถึง 70 มม. ใน 1 ชั่วโมง ลมกระโชก 60-80 กม./ชม. และลูกเห็บขนาดเท่าเหรียญบาท หากคุณอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ อย่าประมาทเลยครับ

สภาพอากาศและสาเหตุของพายุฤดูร้อน

พายุฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดบ่อยในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ของทุกปี เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างอากาศร้อนชื้นกับมวลเย็น ทำให้เกิดเมฆฝนขนาดใหญ่ พัฒนาเร็วมาก ภายใน 30 นาทีก็เทฝนลงมาได้ สาเหตุหลักในครั้งนี้คือความกดอากาศสูงจากจีนที่เคลื่อนลงมาปกคลุม ทำให้ลมพัดความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามา ประกอบกับคลื่นลมจากเมียนมา ทำให้พายุแรงกว่าปกติ

จากข้อมูลประวัติศาสตร์ พายุฤดูร้อนปีที่แล้วสร้างความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ทั้งรถล้ม ต้นไม้หัก และน้ำท่วมขัง ปีนี้คาดว่าจะคล้ายกัน โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและเมืองใหญ่ที่โครงสร้างไม่แข็งแรง

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน

เพื่อความปลอดภัย กรมอุตุฯ แนะนำดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายโฆษณาที่โยกเยก
  • เกษตรกรควรยึดมัดไม้ผลให้แน่น เตรียมหลังคาคลุมสัตว์เลี้ยง และเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกแล้ว
  • ผู้ขับขี่ระวังทัศนวิสัยต่ำจากฝนและลมแรง หลีกเลี่ยงทางลูกรัง
  • ติดตั้งสายล่อฟ้าในบ้าน หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฟ้าผ่า
  • ดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ จากอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

นอกจากนี้ ควรเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย วิทยุ และน้ำดื่มเผื่อไฟดับหรือน้ำท่วม

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 นี้เป็นสัญญาณว่าฤดูร้อนกำลังเข้มข้น ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th โทร. 1182 หรือ 02-399-4012-13 ตลอด 24 ชม. การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายได้มาก ลองเช็กพยากรณ์อากาศทุกวัน แล้วปรับแผนการเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งให้เหมาะสมนะครับ สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากพายุครั้งนี้ และอย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ในจังหวัดเสี่ยงด้วย!

ที่มา – เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 เปิดรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

เตือนฉบับ 3 พายุฤดูร้อน เช็กฝนตกหนัก 3-6 มี.ค.

เตือนฉบับ 3 พายุฤดูร้อน มาแล้ว! กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนประชาชนทั่วไทยตอนบนให้เตรียมตัวรับมือพายุฤดูร้อนที่กำลังมาเยือนในช่วงวันที่ 3-6 มีนาคม 2569 ครั้งนี้เป็นฉบับที่ 3 แล้วนะคะ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคเหนือที่จะได้รับผลกระทบตามลำดับ พายุจะมาพร้อมฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บบางแห่ง และฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ ใครที่อยู่ในจังหวัดเสี่ยงต้องเช็กเลย!

สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่เคลื่อนลงมาปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ขณะที่ไทยตอนบนอากาศร้อนอบอ้าว บวกกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่พัดผ่านภาคเหนือและอีสานตอนบน ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนแบบนี้ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหันแบบนี้ ประชาชนต้องระวังสุขภาพด้วยนะคะ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว

เตือนฉบับ 3 พายุฤดูร้อน: รายละเอียดจังหวัดเสี่ยงแต่ละวัน

กรมอุตุฯ ได้แจ้งรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบชัดเจน แบ่งตามระดับความเสี่ยงปานกลางและสูง เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ทัน มาดูกันเลยค่ะ

วันที่ 3 มีนาคม 2569

เสี่ยงปานกลาง (ฝนฟ้าคะนอง ลมแรง):

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ร้อยเอ็ด, ยโสธร, สุรินทร์
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี, ตราด

เสี่ยงสูง:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี

วันแรกพายุเริ่มจากอีสานตะวันออก ใครไปเที่ยวหรือทำงานในพื้นที่เหล่านี้ อย่าลืมพกร่มและเช็กพยากรณ์อากาศ real-time นะคะ

วันที่ 4 มีนาคม 2569

เสี่ยงปานกลาง:

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, น่าน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี, ตราด

เสี่ยงสูง:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ยโสธร, อำนาจเจริญ, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี

วันที่ 5 มีนาคม 2569

เสี่ยงปานกลาง:

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่, พิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, กรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด

เสี่ยงสูง:

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, ลพบุรี, สระบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา

วันนี้กรุงเทพฯ เริ่มโดนด้วย ระวังรถติดจากฝนหนักนะคะ

วันที่ 6 มีนาคม 2569

เสี่ยงปานกลาง:

  • ภาคเหนือ: ลำพูน, ลำปาง, สุโขทัย
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง

เสี่ยงสูง:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ตาก, กำแพงเพชร
  • ภาคกลาง: อุทัยธานี, ชัยนาท, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, กรุงเทพฯ และปริมณฑล

พายุจะแผ่ปกคลุมกว้างขึ้น โดยเฉพาะภาคกลางและเหนือตอนล่าง

คำแนะนำสำคัญ: หลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายโฆษณาไม่มั่นคง เกษตรกรรีบยึดมัดไม้ผล ป้องกันสัตว์เลี้ยง และสำรองอาหารน้ำเผื่อไฟดับ ถ้าอยู่ในเสี่ยงสูง ให้เตรียมถุงทรายกันน้ำท่วมด้วย สภาพอากาศแบบนี้มักทำให้ต้นไม้หัก ล้ม โครงสร้างเสียหาย ฟ้าผ่า ดังนั้นความปลอดภัยต้องมาก่อน

อย่าลืมติดตามอัปเดตจากกรมอุตุฯ สม่ำเสมอ เพราะพยากรณ์อาจเปลี่ยนได้ เคล็ดลับส่วนตัวคือดาวน์โหลดแอป TMD Weather เพื่อแจ้งเตือนทันที สนุกกับฤดูร้อนแต่ปลอดภัยไว้ก่อนนะคะ!

ที่มา – เตือนฉบับ 3 “พายุฤดูร้อน” เช็กเลยช่วงวันที่ 3-6 มี.ค. “ฝนตกหนัก” จังหวัดไหนบ้าง

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน 23-25 ก.พ. ฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน แล้วนะครับ เพื่อเตือนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศไทยตอนบนให้เตรียมตัวรับมือกับพายุฤดูร้อนที่กำลังมาเยือนในช่วงวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569 ใครที่กำลังวางแผนออกนอกบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงนี้ อย่าประมาทเลย เพราะอาจเจอฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าด้วย

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน ครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน นี้เริ่มมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นลุยต่อไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก พื้นที่เสี่ยงสูงได้แก่ จังหวัดในอีสานตอนบนอย่างเลย หนองคาย อุดรธานี แล้วตามด้วยเชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก นครสวรรค์ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง เป็นต้น

ผลกระทบหลักจากประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน

  • ฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง
  • ลมกระโชกแรง อาจทำให้ต้นไม้หัก โครงสร้างเสียหาย
  • ลูกเห็บตก โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและภูเขา
  • ฟ้าผ่า เพิ่มความเสี่ยงในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

สภาพอากาศแบบนี้เกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่เคลื่อนลงมาปกคลุมอีสานและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้ามาปะทะกับอากาศร้อนในไทยตอนบน บวกกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่ผ่านภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนแบบนี้แหละครับ

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อมีประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน

เพื่อความปลอดภัย กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ถ้าจำเป็นต้องออกจากบ้าน ควรวางแผนเส้นทางและเช็คพยากรณ์อากาศล่วงหน้า สำหรับเกษตรกรด้วยนะครับ ควรเสริมความแข็งแรงให้เรือนกระจก ฟาร์มไก่ หรือรวบรวมผลไม้ให้เรียบร้อย เตรียมผ้าใบคลุมผลผลิต และย้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวด้วย ดื่มน้ำมากๆ สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม และถ้ามีอาการไม่สบายให้รีบพบแพทย์ทันที พายุฤดูร้อนแบบนี้มักมาเร็วไปเร็ว แต่ถ้าประมาทอาจเสียหายหนักได้

ช่องทางติดตามข้อมูลพายุฤดูร้อน

  • เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา: www.tmd.go.th
  • โทรสอบถาม: 0-2399-4012-13 หรือ 1182 ตลอด 24 ชม.
  • แอปพลิเคชัน TMD Weather

ในมุมมองของผม พายุฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปีในฤดูนี้ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการเตรียมพร้อมล่วงหน้าจึงสำคัญมาก หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ลองแชร์ประสบการณ์พายุครั้งก่อนๆ ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือบอกเพื่อนๆ ให้ช่วยกันแชร์ข่าวนี้เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะครับ สุดท้าย อย่าลืมติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด!

ที่มา – ประกาศฉบับ 2 เตือน “พายุฤดูร้อน” ช่วงวันที่ 23–25 ก.พ. มีฝนตกหนักบางแห่ง

ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ ยอดตายพุ่ง

ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ หลังเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุไซโคลน “ดิตวาห์” สถานการณ์ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 607 ศพ และส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 2 ล้านคน หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ทางการศรีลังกาได้ออกประกาศเตือนภัยดินถล่มฉบับใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณเทือกเขาตอนกลางของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากพายุไซโคลนดิตวาห์ ข้อมูลล่าสุดระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 607 ราย และมีผู้ได้รับผลกระทบรวมแล้วกว่า 2 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติครั้งนี้

สำนักงานวิจัยอาคารแห่งชาติของศรีลังกา ซึ่งมีหน้าที่หลักในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม ได้ออกมาเตือนว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ดินในหลายพื้นที่อุ้มน้ำเกินกำลังและเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มได้ง่ายขึ้น โดยข้อมูลในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบว่ามีปริมาณน้ำฝนสะสมเกิน 150 มิลลิเมตร หากฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากดินถล่ม

ทำไมต้องระวังภัยศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่

ศูนย์จัดการภัยพิบัติแห่งชาติรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในครั้งนี้เป็นผลมาจากฤดูมรสุมที่กำลังเข้าสู่ประเทศ แม้ว่าในบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงบ้างแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้สูญหายจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่จากเดิม 341 ราย เหลือ 214 ราย เนื่องจากเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้สูญหายส่วนใหญ่น่าจะเสียชีวิตจากเหตุการณ์โคลนถล่มครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าจำนวนผู้อพยพที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงของรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือประมาณ 150,000 คน จากเดิมที่เคยมีจำนวนสูงถึง 225,000 คน สาเหตุหลักมาจากการที่ระดับน้ำในพื้นที่กรุงโคลัมโบและจังหวัดใกล้เคียงเริ่มลดลง ทำให้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับไปยังบ้านเรือนของตนเองเพื่อทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหาย

ประธานาธิบดีอนุรา กุมารา ดิษณยเก ได้ออกมากล่าวว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาในระดับที่เป็นสถิติใหม่ในครั้งนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดทั้งน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมทั้งระบุว่าเหตุการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของศรีลังกา

ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ประชาชนต้องเตรียมพร้อมรับมือ

สถานการณ์ปัจจุบันในศรีลังกายังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าความเสี่ยงยังคงมีอยู่ และการเตรียมพร้อมคือสิ่งสำคัญที่สุด

ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่และเหตุการณ์พายุไซโคลนดิตวาห์ที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบอันรุนแรงจากภัยธรรมชาติ การเตรียมพร้อมรับมือ การจัดการความเสี่ยง และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ ขณะที่ยอดตายจากพายุไซโคลน “ดิตวาห์” พุ่ง 607 ศพ

สภาพอากาศวันนี้ ฝนตกหนัก! กทม.ยังอ่วม

“กรมอุตุนิยมวิทยา” เตือน สภาพอากาศวันนี้ หลายจังหวัดยังคงมี “ฝนตกหนัก” อาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

วันที่ 4 พ.ย. 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า “พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งปริมณฑล ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง

ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า

ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนตก รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่

สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น ‘คัลแมกี’ บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนกลาง ในช่วงวันที่ 4–5 พ.ย. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6–7 พ.ย. จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงอย่างรวดเร็ว และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน”

สภาพอากาศวันนี้ อุตุฯ เตือนหลายจังหวัดยังคงมี “ฝนตกหนัก” โดยเฉพาะ กทม.

เตรียมรับมือ! สภาพอากาศวันนี้ มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทยในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในหลายจุด ทำให้การจราจรติดขัดและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน

เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นอีก ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเดินทางให้รอบคอบ หากจำเป็นต้องเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนัก ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และขับรถด้วยความระมัดระวัง

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านและที่อยู่อาศัยให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังภายในบ้าน และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเตรียมสิ่งของจำเป็น ยาประจำตัว และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมใช้งาน

สำหรับเกษตรกร ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและคำแนะนำจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อผ่านพ้นช่วงฤดูฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวล และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการประกอบอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ อุตุฯ เตือนหลายจังหวัดยังคงมี “ฝนตกหนัก” โดยเฉพาะ กทม.

พายุเฟิงเฉินอ่อนกำลัง! ใต้ฝนตกหนัก

“กรมอุตุนิยมวิทยา” ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุเฟิงเฉิน” อ่อนกำลังลงแล้ว ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วงวันที่ 23-26 ต.ค.นี้ ใครที่อยู่ภาคใต้ช่วงนี้ต้องระวังกันด้วยนะครับ

วันที่ 23 ต.ค. 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง “พายุเฟิงเฉิน” ฉบับที่ 16 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ (23 ต.ค.) พายุโซนร้อนเฟิงเฉิน (FENGSHEN) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และเมื่อเวลา 10.00 น. พายุนี้ได้อ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป

ข่าวดีก็คือ “พายุเฟิงเฉิน” อ่อนกำลังลงแล้ว แต่ข่าวร้ายคือภาคใต้ยังต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งนะครับ

สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. 68 เนื่องจากร่องมรสุมกำลังปานกลางที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลางและตอนล่างมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบน ทำให้สถานการณ์ฝนตกหนักยังคงน่าเป็นห่วง

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นนะครับ

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ช่วงนี้ทะเลมีคลื่นลมแรง ชาวเรือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ

กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

  • เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา: http://www.tmd.go.th
  • โทรศัพท์: 0-2399-4012-13 และ 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

พายุเฟิงเฉินอ่อนกำลังลงแล้ว

แม้ว่า “พายุเฟิงเฉิน” จะอ่อนกำลังลง แต่สถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดนะครับ

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อมีฝนตกหนักจากพายุเฟิงเฉิน

ช่วงที่ฝนตกหนักจาก พายุเฟิงเฉิน สิ่งที่เราต้องระวังเป็นพิเศษคือ:

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก: โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและใกล้ทางน้ำ
  • คลื่นลมแรง: ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • อันตรายจากฟ้าผ่า: หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง

สถานการณ์ “พายุเฟิงเฉิน” ในครั้งนี้ สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ และการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เราสามารถป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุเฟิงเฉิน” อ่อนกำลังลงแล้ว ภาคใต้มีฝนตกหนักมากบางแห่ง

เตือน! พายุเฟิงเฉิน ไม่เข้าไทย แต่ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 11 เรื่อง “พายุเฟิงเฉิน” โดยพายุได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 22-23 ตุลาคม 2568 ถึงแม้ว่า พายุเฟิงเฉิน จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบให้บางจังหวัดมีฝนตกหนักถึงหนักมาก

พายุเฟิงเฉิน: ไม่เข้าไทย แต่ใต้ฝนตกหนัก

เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 22 ตุลาคม 2568 พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง ศูนย์กลางของพายุเมื่อเวลา 04.00 น. อยู่ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนามไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 330 กิโลเมตร พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้เล็กน้อยอย่างช้า ๆ

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 22-23 ตุลาคม 2568 หลังจากนั้นพายุจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและทะเลจีนใต้ตอนบน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะปลอดภัยจากผลกระทบจาก พายุเฟิงเฉิน

ถึงแม้ว่า “พายุเฟิงเฉิน” จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ในช่วงวันที่ 22-23 ตุลาคม 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง

จังหวัดที่ต้องระวังฝนตกหนักจากพายุเฟิงเฉิน

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก (ปริมาณตั้งแต่ 90.0 มิลลิเมตร ขึ้นไป):

  • 23 ต.ค. 68: สงขลา ปัตตานี นราธิวาส
  • 24 ต.ค. 68: นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ตรัง สตูล
  • 25 ต.ค. 68: พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก (ปริมาณตั้งแต่ 35.1 ถึง 90.0 มิลลิเมตร):

  • 23 ต.ค. 68: นครศรีธรรมราช พัทลุง ยะลา ระนอง สตูล
  • 24 ต.ค. 68: สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ภูเก็ต กระบี่
  • 25 ต.ค. 68: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล
  • 26 ต.ค. 68: ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 11.00 น.

อย่าตื่นตระหนก แต่เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – เตือน “พายุเฟิงเฉิน” ฉบับ 11 ไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่กระทบบางจังหวัดฝนตกหนัก

Scroll to top