พายุ

ประกาศฉบับ 1 พายุดีเปรสชัน ฝนตกหนักหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง พายุดีเปรสชัน ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แม้ว่าจะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่จะส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเกี่ยวกับ พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว และเมื่อเวลา 04.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 19.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 120.0 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 19-20 กันยายน 2568 พายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จากอิทธิพลของพายุจะทำให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 เตือนฝนตกหนัก

ดังนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะนี้ ขอให้ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จับตา! พายุดีเปรสชันทวีกำลัง

สถานการณ์พายุในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน

ผลกระทบจากพายุไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงฝนตกหนักเท่านั้น แต่อาจรวมถึงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ดังนั้น การเตรียมความพร้อมจึงควรครอบคลุมถึงการตรวจสอบเส้นทางน้ำ การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม และอาหารแห้ง รวมถึงการวางแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยในชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญ หากพบเห็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ เช่น น้ำท่วมขัง หรือสัญญาณของดินโคลนถล่ม ควรรีบแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและป้องกันได้อย่างทันท่วงที

การรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน การเตรียมความพร้อม การติดตามข่าวสาร และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศไทยมักเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม หรือภัยแล้ง การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม การให้ความรู้ การฝึกอบรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคมในการเผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อทวีกำลังแรงขึ้น ไม่เข้าไทย แต่หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

โซนร้อน “ตาปะฮ์” ฝนหนัก! ไทยไม่กระทบ?

พายุ “ตาปะฮ์” ทวีความแรงเป็นพายุโซนร้อน แต่ถึงแม้ โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตก และตกหนักในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีฝนตกร้อยละ 80 ของพื้นที่

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 68 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 9 เรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว โดยเมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในวันนี้ (8 ก.ย. 68) พายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวด้วย

ขณะที่พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำรอการระบายโดยเฉพาะบริเวณชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง 

โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส 

ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

แล้วเราควรเตรียมตัวอย่างไรกับสถานการณ์ โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง นี้?

ถึงแม้ว่า โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่สถานการณ์ฝนที่อาจจะตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงหากไม่จำเป็น และตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัย

สรุปแล้ว แม้ว่าพายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุดังกล่าว

ที่มา – โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

ประกาศฉบับ 1: พายุดีเปรสชัน จ่อขึ้นฝั่งจีน!


เพื่อนๆ ทุกคนคงได้ยินข่าวเรื่องสภาพอากาศกันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ วันนี้มีข่าวสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยามาแจ้งให้ทราบกัน เกี่ยวกับ “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนในช่วงวันที่ 8-9 กันยายนนี้ มาดูกันค่ะว่ารายละเอียดเป็นยังไงบ้าง

ประกาศฉบับ 1: พายุดีเปรสชัน จ่อขึ้นฝั่งประเทศจีน ช่วงวันที่ 8–9 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง “พายุดีเปรสชัน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยระบุว่าเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 6 กันยายน 2568 พายุดีเปรสชันได้ก่อตัวขึ้น โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แล้วพายุดีเปรสชันนี้จะส่งผลกระทบกับประเทศไทยไหม?

ข่าวดีก็คือพายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8–9 กันยายน 2568 โดยพายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ขอให้เพื่อนๆ ที่มีแผนเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันเวลาดังกล่าวด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า แม้ว่าพายุ “พายุดีเปรสชัน” จะไม่เข้าไทย แต่ก็อาจส่งผลทางอ้อมให้เกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ ดังนั้นอย่าลืมติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดนะคะ จะได้เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที

เพื่อความไม่ประมาท ขอแนะนำให้ทุกคนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พวกเราจะได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์

นอกจากนี้ การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านให้พร้อมใช้งาน หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนที่เรารัก

สรุปแล้ว สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนนี้ แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงกับประเทศไทย แต่เราก็ไม่ควรประมาท ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยธรรมชาตินะคะ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีน ช่วงวันที่ 8–9 ก.ย.นี้

พายุหนองฟ้า ฉบับสุดท้าย! ฝนตกหนักหลายจังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ “พายุหนองฟ้า” ฉบับสุดท้าย เตือนหลายจังหวัดยังคงต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โปรดติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้เผยแพร่ประกาศฉบับที่ 9 เกี่ยวกับ “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” โดยระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “หนองฟ้า” ได้เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเมียนมาในวันพรุ่งนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลให้ภาคเหนือด้านตะวันตกยังคงมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในบางพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในจังหวัดลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน เฝ้าระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในบางบริเวณ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีความสูงของคลื่นอยู่ที่ 2-3 เมตร และอาจสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนควรระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2568

พายุหนองฟ้า และสถานการณ์ฝนตกหนัก

ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์ “พายุหนองฟ้า” ในครั้งนี้

รับมือสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากจากพายุหนองฟ้า

เพื่อให้การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ที่อาจเกิดขึ้นจาก “พายุหนองฟ้า” เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขอแนะนำให้ทุกท่านดำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์พายุและปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกในพื้นที่ของท่าน
  • ตรวจสอบและทำความสะอาดท่อระบายน้ำรอบบ้าน เพื่อป้องกันการอุดตันและช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างราบรื่น
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน และเอกสารสำคัญ
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ควรเตรียมแผนอพยพและฝึกซ้อมการอพยพ เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง หรือพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
  • ระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้า หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาด หรือเสาไฟฟ้าล้ม โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าโดยด่วน

การเตรียมพร้อมและการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติอย่างมีสติ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจาก “พายุหนองฟ้า” และสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

ที่มา – ประกาศ “พายุหนองฟ้า” ฉบับสุดท้าย เตือนหลายจังหวัดยังมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักหลายพื้นที่

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 8 เตือนพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ หลายจังหวัดต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 8 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “หนองฟ้า” ได้เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดเลย และคาดว่าจะเคลื่อนปกคลุมภาคเหนือในวันนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่านตอนล่าง แพร่ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน

ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, ชัยภูมิ และขอนแก่น

ภาคกลาง: นครสวรรค์ และกาญจนบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, ชัยภูมิ, นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนควรระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์“พายุหนองฟ้า” ที่กำลังจะมาถึงนี้

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบเส้นทางน้ำ เตรียมสิ่งของจำเป็น และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 8 ไทยมีฝนตกต่อเนื่อง ตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

มาแล้วจ้า! อัปเดตข่าวพยากรณ์อากาศล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยจากพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ โดยหลายจังหวัดอาจเจอกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เลยทีเดียว เตรียมตัวรับมือกันให้พร้อมนะคะ!

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 6 โดยแจ้งว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันนี้ พายุโซนร้อน “หนองฟ้า” ได้ขึ้นฝั่งบริเวณเมืองห่าติ๋ญ ประเทศเวียดนามแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจากอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬไปทางทิศตะวันออกประมาณ 180 กิโลเมตร พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเมื่อเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวตอนบน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย บริเวณจังหวัดบึงกาฬและนครพนมในคืนนี้ และจะเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 สิงหาคม)

ผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” หลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, เลย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ) ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 (น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, นครสวรรค์)

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัยและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์กันด้วยนะคะ

พื้นที่เสี่ยง “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” จากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เลย, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, ลพบุรี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” บางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

สถานการณ์พายุ “หนองฟ้า” ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ไทยมีฝนเพิ่ม หลายจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

น้ำท่วมสุโขทัย: วัดปากแควอ่วม! สถานการณ์ล่าสุด

สถานการณ์ น้ำท่วมสุโขทัย ยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะบริเวณวัดปากแควที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำยมที่เอ่อล้นเข้าท่วมอีกครั้ง จังหวัดสั่งการทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 สถานการณ์ น้ำท่วมสุโขทัย ยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทหารจาก กอ.รมน.จังหวัดสุโขทัย และ ชป.บรรเทาสาธารณภัย มทบ.39 ร่วมกับพระลูกวัดปากแคว ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการนำกระสอบทรายมาเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำที่ถูกกระแสน้ำพัดเสียหายไปก่อนหน้านี้ เพื่อเตรียมรับมือกับมวลน้ำก้อนใหม่ที่กำลังไหลมาจากอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ในปริมาณมหาศาลถึง 1,233 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

แต่ความพยายามดังกล่าวไม่เป็นผลสำเร็จ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันคือน้ำผุดขึ้นจากใต้ดินบริเวณพนังกั้นน้ำยมหลังวัดปากแคว ทำให้กระแสน้ำจากแม่น้ำยมทะลักเข้าท่วมบริเวณพนังกั้นน้ำด้านหลังวัดด้วยความสูงกว่า 1 เมตร และเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณวัด รวมถึงถนนจรวดวิถีถ่อง ช่วงหน้าวัดอีกครั้งหนึ่ง สถานการณ์ น้ำท่วมสุโขทัย ครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับวัดและพื้นที่โดยรอบอย่างมาก

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมยังคงน่าเป็นห่วง ที่จุดวัดน้ำประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ระดับน้ำสูงถึง 11.36 เมตร และมีความเร็วน้ำไหลผ่าน 726 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยม ตั้งแต่อำเภอสวรรคโลก ศรีสำโรง และตัวเมืองสุโขทัยมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่อำเภอเมืองสุโขทัย ระดับน้ำในแม่น้ำยมสูง 7.66 เมตร และความเร็วน้ำไหลผ่าน 414.30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทางจังหวัดสุโขทัยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานสนธิกำลังและเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายลงไปอีก

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยพิบัติ แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขา ให้ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม พร้อมทั้งแนะนำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ยกสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพหากจำเป็น และเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปยังสถานที่ปลอดภัย

สถานการณ์พายุที่ทะเลจีนใต้มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 30 สิงหาคม 2568 และจะอ่อนกำลังลง อิทธิพลจากพายุจะทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ในพื้นที่จังหวัดน่านตอนล่าง แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

น้ำท่วมสุโขทัย

สถานการณ์โดยรวมยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสิ่งของจำเป็น การให้กำลังใจ หรือการช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย

การรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมสุโขทัย

  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมอพยพหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ยกสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง
  • ดูแลสุขภาพและสุขอนามัย
  • ช่วยเหลือและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

สถานการณ์ น้ำท่วมสุโขทัย ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมและการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – น้ำท่วมสุโขทัย ยังคงขยายวงกว้าง บริเวณหน้า “วัดปากแคว” น้ำยมทะลักท่วมอีกรอบ

เตือน! “พายุดีเปรสชัน” ฉบับ 2 เช็กจังหวัดเสี่ยง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 2 เตือนภัย “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ขอให้ประชาชนในจังหวัดเสี่ยงเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชัน” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 2 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันดังกล่าว พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงเย็นวันที่ 30 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

จากอิทธิพลของ “พายุดีเปรสชัน” ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ รวมถึงลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้

“พายุดีเปรสชัน” จังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และเลย

ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น และชัยภูมิ

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 1 กันยายน 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – เตือน “พายุดีเปรสชัน” ฉบับที่ 2 จ่อทวีกำลังแรงขึ้น เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

เตือน! พายุดีเปรสชัน ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนภัย “พายุดีเปรสชัน” ที่มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ประเทศไทยมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เรามาเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้ไปด้วยกันค่ะ

พายุดีเปรสชัน ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้พัฒนาเป็น พายุดีเปรสชัน แล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายของวันที่ 30 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน และอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

ผลกระทบจากพายุดีเปรสชันที่ทวีกำลัง

จากอิทธิพลของ “พายุดีเปรสชัน” ที่ทวีกำลังขึ้น จะส่งผลให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งลมกระโชกแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ

ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2568

สิ่งสำคัญคือ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะกลายเป็น “พายุโซนร้อน” นี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนัก น้ำท่วม และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นนะคะ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอุตุนิยมวิทยา จะช่วยให้เราทุกคนปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือน “พายุดีเปรสชัน” มีแนวโน้มทวีกำลังเป็น “พายุโซนร้อน” กระทบไทย

Scroll to top