นายกฯ ชี้อย่าให้นักการเมืองชักนำ รัฐบาลช่วยทุนแต่ไม่ให้ชี้นำ
ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นคำฮิต นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025 โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของรัฐบาลในการสนับสนุนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากสงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ นายกฯ ชี้อย่าให้นักการเมืองชักนำ บอกรัฐบาลช่วยเหลือกลุ่มทุน แต่ต้องไม่มาชี้นำ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าอย่างมั่นคง
นายกฯ ชี้อย่าให้นักการเมืองชักนำ รัฐบาลช่วยเหลือกลุ่มทุน
วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในเวทีสัมมนา Sustainability Expo 2025 หัวข้อ “ยกระดับอุตสาหกรรม-การค้า-การลงทุนสู่ความยั่งยืน” โดยชื่นชมรัฐบาลชุดก่อนที่นำโดย “สองพิชัย” คือ นายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่สามารถต่อรองกับสหรัฐอเมริกาเพื่อลดกำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเหลือเพียง 19% ส่งผลดีต่อผู้ส่งออกไทย นอกจากนี้ ยังเป็นตัวกลางในการสงบศึกชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลมีเวลาจำกัดเพียง 4 เดือน แต่จะทำงานแบบ Quick Win เพื่อวางรากฐานความยั่งยืน โดยไม่ให้รัฐบาลชุดถัดไปต้องล้มเลิกนโยบายเก่า หากทำเช่นนั้น คำว่าความยั่งยืนจะไร้ความหมาย นายกฯ ชี้อย่าให้นักการเมืองชักนำ เพราะการเมืองที่ติดหล่มอาจทำให้ไทยชะงักงัน แต่ไทยยังมีอนาคตสดใส หากรัฐบาลเข้มแข็ง สนับสนุนกลุ่มทุนโดยไม่ให้พวกเขาชี้นำนโยบาย

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นายกฯ กล่าวถึงคือสังคมผู้สูงอายุ โดยคาดการณ์ว่าคนไทยอาจมีอายุยืนถึง 90 ปี หากสุขภาพดี รัฐบาลจึงควรปรับอายุเกษียณเป็น 65 ปี เพื่อให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระลูกหลาน กระทรวงสาธารณสุขกำลังเตรียมระบบดูแลสุขภาพที่ครอบคลุม เพื่อรับมือกับสังคมสูงวัยที่กำลังมาถึง
ศักยภาพไทยในฐานะศูนย์กลางอาเซียน
นายกฯ มองว่าประเทศไทยมีตำแหน่งยุทธศาสตร์เป็นไข่แดงของอาเซียน มีทั้งภูเขา ทะเล และเส้นทางเชื่อมโยงตะวันออก-ตะวันตก รัฐบาลจะผลักดันให้ไทยเป็นจุดแวะพักสำหรับการค้าและการลงทุน ไม่ใช่แค่เก็บค่าผ่านทาง แต่ให้เกิดการผลิตและลงทุนจริง นายกฯ ชี้อย่าให้นักการเมืองชักนำ แต่ให้ประชาชนและเอกชนนำทาง เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ติดขัดจากกลุ่มอิทธิพล

ด้านการเมือง นายกฯ เชื่อว่ามีเสถียรภาพพอสมควร นักการเมืองรู้ดีไม่ควรแทรกแซงผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจะสนับสนุนทุกมาตรการ แต่ต้องรักษาความเป็นอิสระ ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน กฎการค้าซับซ้อนขึ้น ผู้ประกอบการต้องปรับตัว รัฐบาลไทยจะช่วยหาตลาดใหม่เมื่อสหรัฐฯ ขึ้นภาษี 19% โดยยกตัวอย่างสินค้าไทยอย่างกุ้งและเบียร์ที่ไม่มีใครเทียบได้ หากขึ้นภาษีสูง สหรัฐฯ เองก็เดือดร้อน
นายกฯ ชื่นชมทีมเจรจาของรัฐบาลเก่าที่ใช้กลไกทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ไทย และเสนอว่าอาจต่อรองลดภาษีเพิ่ม หากสหรัฐฯ ช่วยสงบศึกภูมิภาค ซึ่งจะเป็นประโยชน์ร่วมกัน สุดท้าย นายกรัฐมนตรีย้ำว่าไทยไม่ขาดอนาคต เพียงแต่การเมืองอาจชะงักบ้าง หากประชาชนสามัคคี ไม่ให้ นายกฯ ชี้อย่าให้นักการเมืองชักนำ แต่ให้ประชาชนนำนักการเมือง รัฐบาลจะทำหน้าที่สนับสนุนเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพให้ยั่งยืน
เศรษฐกิจไทยปี 2569: ลดความเสี่ยง สนับสนุนเอกชน
หลังปาฐกถา นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยต้องลดทุกความเสี่ยง โดยรับฟังภาคเอกชน สนับสนุนค่าเงินบาทให้เหมาะสม เพิ่มการส่งออก โลคอลคอนเทนต์ และการลงทุน เมื่อถามถึงกำแพงภาษีสหรัฐฯ นายกฯ ตอบสั้นๆ ว่า “กังวลทุกเรื่อง” แต่รัฐบาลพร้อมปรับตัว

จากมุมมองนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมุ่งเน้นความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยไม่ปล่อยให้การเมืองมาขัดขวาง ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมพร้อมปรับตัวตามนโยบาย เพื่อคว้าโอกาสในอาเซียนและตลาดโลก
ในฐานะนักธุรกิจที่ผันตัวสู่นักการเมือง นายกฯ อนุทินเข้าใจดีถึงความท้าทายของภาคเอกชน หากเราร่วมมือกัน สร้างธรรมาภิบาลและการแข่งขันที่โปร่งใส เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแข็งแกร่ง ลองคิดดูสิ ถ้าเราไม่ปล่อยให้นักการเมืองชักนำ แต่เอกชนและประชาชนนำทาง ไทยจะก้าวไปไกลแค่ไหน
เชิญชวนผู้อ่านติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการเมืองไทย เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่ช่วยวางแผนธุรกิจของคุณ
ที่มา – นายกฯ ชี้อย่าให้นักการเมืองชักนำ บอกรัฐบาลช่วยเหลือกลุ่มทุน แต่ต้องไม่มาชี้นำ






