'ชัยชนะ' ค้าน ใช้สารเร่งเนื้อแดงในไทย หากต้องแก้กฎหมายเอื้อนำเข้าหมูสหรัฐฯ ต้องหารือในสภาฯก่อน

“ชัยชนะ” ค้าน ใช้สารเร่งเนื้อแดงในไทย ควรรอหารือ!

“ชัยชนะ” ค้าน ใช้สารเร่งเนื้อแดงในไทย หากต้องแก้กฎหมายเอื้อนำเข้าหมูสหรัฐฯ ต้องหารือในสภาฯก่อน

นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุขและ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการเปิดนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังเป็นที่กังวลของประชาชนเกี่ยวกับการใช้สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อหมูที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนไทย โดยนายชัยชนะได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดทางให้มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงในประเทศไทย และจะยึดมั่นในการดำเนินการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ. 2546 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีในกลุ่มเบตาอะโกนีสต์ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

ทำไมถึงต้องค้านการใช้สารเร่งเนื้อแดงในไทย?

เหตุผลหลักที่นายชัยชนะและอีกหลายฝ่ายคัดค้านการใช้สารเร่งเนื้อแดงในประเทศไทยนั้น มาจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค สารเร่งเนื้อแดง หรือที่รู้จักกันในชื่อ เบตาอะโกนีสต์ เป็นสารเคมีที่ถูกใช้ในการเลี้ยงสัตว์เพื่อให้มีกล้ามเนื้อมากขึ้นและไขมันน้อยลง แต่สารนี้มีผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก และในบางกรณีอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

การที่ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงนั้น เป็นไปเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ การนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศที่อาจมีการใช้สารเร่งเนื้อแดงจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหมูนั้นปลอดภัยต่อการบริโภค

นายชัยชนะยังกล่าวอีกว่า “ในขณะนี้คณะรัฐมนตรี รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่ได้รับแจ้งรายละเอียดใด ๆ จากท่านพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าทีมไทยแลนด์ เจรจาแก้ปัญหาภาษีนำเข้าสหรัฐฯ แต่หากมีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ผมก็ต้องเรียกร้องให้นำเรื่องนี้มาหารือในที่ประชุมสภาฯเพื่อรับฟังความคิดเห็นจาก สส.ตัวแทนของประชาชนก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ”

ประเด็นนี้แสดงให้เห็นว่า การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ นั้นเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน และต้องผ่านการหารือในสภาฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การตัดสินใจใด ๆ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

การที่ สส. ออกมาคัดค้านการ **ใช้สารเร่งเนื้อแดงในไทย** นั้น แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชน และความตั้งใจที่จะรักษากฎหมายที่มีอยู่เพื่อปกป้องผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การเจรจาการค้าระหว่างประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการปกป้องสุขภาพของประชาชนกับการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย

การออกมาคัดค้านการ**ใช้สารเร่งเนื้อแดงในไทย** ของนายชัยชนะในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังรัฐบาลว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทุกคน การเปิดโอกาสให้มีการหารือในสภาฯ จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นและร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดได้

ดังนั้น การตัดสินใจเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ จึงไม่ใช่เรื่องที่สามารถดำเนินการได้โดยง่าย แต่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชน และการออกมาคัดค้านการ **ใช้สารเร่งเนื้อแดงในไทย** ของ สส. ในครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุนเพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

การปกป้องสุขภาพของประชาชนชาวไทยควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการหารือในสภาฯ จะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นและร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดในประเด็นนี้

ที่มา – “ชัยชนะ” ค้าน ใช้สารเร่งเนื้อแดงในไทย หากต้องแก้กฎหมายเอื้อนำเข้าหมูสหรัฐฯ ต้องหารือในสภาฯก่อน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: