รัฐธรรมนูญ มาตรา 236

“พริษฐ์” ชี้ต้องแก้ ม.236 ตัดดุลพินิจประธานสภาฯ

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่การทุจริตยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง “พริษฐ์” หรือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยชี้ว่าจำเป็นต้องแก้ ม.236 ตัดดุลพินิจประธานสภาฯ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลและ ป.ป.ช. ฮั้วกัน ซึ่งเป็นช่องโหว่ใหญ่ที่อาจทำให้กลไกตรวจสอบล้มเหลว

แก้ ม.236 ตัดดุลพินิจประธานสภาฯ : ทำไมถึงจำเป็น

วันที่ 19 เมษายน 2569 นายพริษฐ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้ให้เห็นปัญหาการทำงานของ ป.ป.ช. ที่ถูกตั้งคำถามหนัก หลังมีมติยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม ในกรณีซุกหุ้นนอมินีและแจ้งทรัพย์สินเท็จ ซึ่งเคยนำไปสู่การตัดสินพ้นสภาไปแล้ว หาก ป.ป.ช. ไม่โปร่งใส ประเทศจะแก้คอร์รัปชันไม่ได้

นายปกรณ์วุฒิ รองหัวหน้าพรรค ได้ตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นแล้ว และรอคำชี้แจงจากเลขาธิการ ป.ป.ช. ที่จะเผยแพร่เร็วๆ นี้ แต่ประเด็นสำคัญคือ หากประชาชนพบว่าป.ป.ช. ทำผิด กลไกตรวจสอบคืออะไร?

ช่องโหว่ใหญ่ในมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ

กฎหมายปัจจุบันเปิดให้ประชาชน 20,000 คน เข้าชื่อกล่าวหา ป.ป.ช. เพื่อให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนอิสระ ซึ่งดีกว่าองคค์กรอื่น แต่มีปัญหาใหญ่คือ ต้องส่งเรื่องให้ประธานรัฐสภากลั่นกรองก่อน โดยประธานสภาฯ มีดุลพินิจตัดสินว่าจะส่งต่อศาลหรือปัดตก

  • ประธานสภาฯ มักมาจากฝ่ายรัฐบาล ทำให้เสี่ยงถูกกดดัน
  • หากรัฐบาลกับ ป.ป.ช. ฮั้วกัน ข้อร้องเรียนจากประชาชนจะถูกตีตกง่ายๆ
  • ไม่ว่าประชาชนจะร้องกี่ล้าน ก็ไปไม่ถึงศาล
  • บทบัญญัตินี้เปิดช่องให้ปกปิดทุจริตได้

ลองนึกภาพ หาก ป.ป.ช. ละเว้นตรวจสอบนักการเมืองรัฐบาล ประธานสภาฯ ก็แค่ใช้อำนาจปัดทุกเคส ทำให้กลไกนี้ไร้ประสิทธิภาพ การแก้ ม.236 ตัดดุลพินิจประธานสภาฯ จึงเป็นทางออกเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้จริง

พรรคประชาชนลงมือแล้ว ยื่นร่างกฎหมายเข้าสภา

พรรคประชาชนได้ยื่นร่างแก้ไขมาตรา 236 แล้ว เพื่อตัดอำนาจดุลพินิจของประธานรัฐสภาให้เรื่องไปตรงถึงศาลฎีกา โดยหวัง ส.ส.ทุกพรรคร่วมผลักดัน ตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงว่าจะแก้คอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง

ปัญหาคอร์รัปชันในไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ว่าจะคดีหุ้นนอมินีหรือการแจ้งทรัพย์สินเท็จ สะท้อนระบบที่อ่อนแอ หากไม่แก้โครงสร้างใหญ่แบบนี้ ประชาชนจะหมดหวัง การตัดดุลพินิจประธานสภาฯ จะช่วยเสริมความเป็นอิสระให้ ป.ป.ช. และเพิ่มพลังให้ภาคประชาชนในการกำกับดูแล

นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการเมืองแบบเก่าที่นักการเมืองใช้อำนาจปกป้องตัวเอง ทำให้การตรวจสอบโปร่งใสและเที่ยงธรรมมากขึ้น ในยุคที่ประชาชนตื่นตัวเรื่องนี้ การผลักดันร่างกฎหมายนี้คือก้าวสำคัญสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

สุดท้าย การแก้ ม.236 ตัดดุลพินิจประธานสภาฯไม่ใช่แค่แก้ช่องโหว่ แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม หากส.ส.ทุกคนมองเห็นประโยชน์ส่วนรวม เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้จริง คุณคิดว่ากลไกนี้ควรแก้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายกว้างขึ้น

ที่มา – “พริษฐ์” ชี้ จำเป็นต้องแก้ ม.236 ตัดดุลพินิจประธานสภาฯ ป้องกันรัฐบาล-ป.ป.ช. ฮั้วกัน

ทนาย”โจ๊ก” ร้อง สว. ชงศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระสอบอำนาจ ปปป.-ป.ป.ช. ปมสินบนทองคำ

ทนาย “โจ๊ก” บุกสภาร้อง สว. ชงศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระสอบอำนาจ ปปป.-ป.ป.ช. ปมสินบนทองคำ อ้างกระบวนการขัดต่อกฎหมาย

วันที่ 9 มกราคม 2569 นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เข้ายื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อไต่สวนการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ปปป. และ ป.ป.ช. ในคดีสินบนทองคำแท่ง โดยอ้างว่ากระบวนการที่ผ่านมาขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

นายสัญญาภัชระระบุว่า คดีนี้มีบุคคลที่ถูกกล่าวหารวม 6 คน หนึ่งในนั้นคือกรรมการ ป.ป.ช. ตามกฎหมายพนักงานสอบสวนตำรวจไม่มีอำนาจสอบสวน และ ป.ป.ช. ก็ไม่มีอำนาจตรวจสอบพวกเดียวกันเองได้ การดำเนินการที่ผ่านมาจึงส่อว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยช่องทางที่ถูกต้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือต้องยื่นผ่านประธานรัฐสภา หรือเข้าชื่อ สว. เพื่อให้ศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระที่เป็นกลางมาไต่สวน

เมื่อถูกถามถึงคลิปหลักฐานการให้สินบนทองคำ ทนายความย้ำว่า ภาพจำกับข้อกฎหมายต่างกัน พร้อมปฏิเสธว่าการยื่นเรื่องครั้งนี้ไม่ใช่การแก้เกี้ยวหรือดึงเช็งเพื่อต่อรองคดี แต่เป็นการทำให้กระบวนการยุติธรรมเริ่มต้นอย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้นคดีอาจฟาล์วในภายหลัง

นายสัญญาภัชระยืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่ได้หนี ยังคงอยู่ในประเทศและพบปะพูดคุยเรื่องคดีกับตนทุกวัน เหตุที่ไม่ปรากฏตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้ไปมาที่อาจถูกมองว่าเป็นการชี้นำสังคม อย่างไรก็ตามหากการสอบสวนเริ่มต้นโดยหน่วยงานที่ไม่มีอำนาจ พยานหลักฐานต่างๆ ก็อาจรับฟังไม่ได้ในชั้นศาล การยื่นเรื่องต่อวุฒิสภาจึงเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ได้รับความเป็นธรรมตามครรลองที่กฎหมายบัญญัติไว้

ทนาย “โจ๊ก” ร้อง สว. ชงศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระสอบอำนาจ ปปป.-ป.ป.ช. ปมสินบนทองคำ

คดีความที่เกี่ยวข้องกับสินบนทองคำกำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่นายสัญญาภัชระ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้ยื่นเรื่องต่อวุฒิสภาเพื่อให้มีการพิจารณาอำนาจของ ปปป. และ ป.ป.ช. ในการสอบสวนคดีดังกล่าว การเคลื่อนไหวนี้จุดประกายคำถามสำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสและความถูกต้องในกระบวนการยุติธรรม

ทำไมทนาย “โจ๊ก” ถึงร้องเรียนเรื่องนี้?

เหตุผลหลักที่ทนาย “โจ๊ก” ยื่นเรื่องร้องเรียนคือความกังวลเกี่ยวกับอำนาจในการสอบสวนคดีของ ปปป. และ ป.ป.ช. โดยอ้างว่าการที่หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เอง ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์และอาจนำไปสู่การสอบสวนที่ไม่เป็นกลาง นอกจากนี้ ทนายยังชี้ให้เห็นถึงช่องทางตามกฎหมายที่ควรดำเนินการ ซึ่งก็คือการยื่นเรื่องผ่านประธานรัฐสภาหรือ สว. เพื่อให้ศาลฎีกาแต่งตั้งกรรมการอิสระเข้ามาไต่สวนข้อเท็จจริง

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในคดีทนาย “โจ๊ก” ร้อง สว. ชงศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระสอบอำนาจ ปปป.-ป.ป.ช. ปมสินบนทองคำ

  • อำนาจในการสอบสวน: หน่วยงานใดมีอำนาจในการสอบสวนคดีทนาย “โจ๊ก” ร้อง สว. ชงศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระสอบอำนาจ ปปป.-ป.ป.ช. ปมสินบนทองคำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย?
  • ความเป็นกลาง: กระบวนการสอบสวนมีความเป็นกลางและโปร่งใสหรือไม่? มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือไม่?
  • หลักฐาน: หลักฐานที่นำมาใช้ในการสอบสวนมีความน่าเชื่อถือและสามารถรับฟังได้ในชั้นศาลหรือไม่?
  • ผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม: การดำเนินการที่ผ่านมามีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมอย่างไร?

การที่ทนาย “โจ๊ก” ออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ จึงเป็นการกระตุ้นให้สังคมหันมาพิจารณาถึงความสำคัญของการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ และการรักษากระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย

เรื่องนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าศาลฎีกาจะมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเข้ามาไต่สวนหรือไม่ และผลการสอบสวนจะออกมาในทิศทางใด อย่างไรก็ตาม การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของคดี และความจำเป็นในการตรวจสอบความโปร่งใสในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม

การยื่นเรื่องทนาย “โจ๊ก” ร้อง สว. ชงศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระสอบอำนาจ ปปป.-ป.ป.ช. ปมสินบนทองคำต่อวุฒิสภา เป็นการแสดงออกถึงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมที่อาจไม่เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น หวังว่าการดำเนินการดังกล่าวจะนำไปสู่การตรวจสอบอย่างละเอียดและรอบด้าน เพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ที่มา – ทนาย “โจ๊ก” ร้อง สว. ชงศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระสอบอำนาจ ปปป.-ป.ป.ช. ปมสินบนทองคำ

Scroll to top