ราคาน้ํามันโลก

กต. เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยคนไทย 1,209 คน

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง อย่างต่อเนื่อง รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย หรือ กต. ได้แถลงข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก กต. เผยว่าความขัดแย้งกำลังขยายวงกว้างขึ้น จากเป้าหมายทางทหารไปสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น การโจมตีนิคมอุตสาหกรรม “ราส ลัฟฟาน” ในกาตาร์ ซึ่งเป็นฐานผลิตน้ำมันและปิโตรเคมีชั้นนำของโลก ส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรง และอาจกระทบระบบพลังงานภูมิภาค สะท้อนถึงเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่ผันผวน

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง ขอคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงด่วน

ด้วยความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ กต. ขอให้พี่น้องชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง พิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ ช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบทันที เพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กต. เร่งนำร่างแรงงานไทยกลับประเทศ

สำหรับแรงงานไทย 1 รายที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ประสานงานกับครอบครัวตั้งแต่เกิดเหตุ และกำลังเจรจากับทางการอิสราเอลเพื่อส่งร่างกลับไทยโดยเร็ว ขณะที่กรมการกงสุลจะลงพื้นที่นครราชสีมาเพื่อเยี่ยมญาติผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ กต. และกระทรวงแรงงานยังติดตามเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์จากอิสราเอลอย่างใกล้ชิด

การช่วยเหลือแรงงานไทย

หน่วยงานไทยยังลงพื้นที่เยี่ยมแรงงานไทยในอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังใจ รับฟังปัญหา และส่งผ่านความต้องการ แรงงานส่วนใหญ่ยังมีขวัญกำลังใจดี แต่ขอให้ติดตามประกาศความปลอดภัยจากสถานทูตเสมอ

ในอิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และ ณ กรุงอังการา กำลังอพยพคนไทย 10 คนจากเมืองบันดาอับบาสและกุม โดยเดินทางทางบกข้ามไปตุรกี ใช้เวลา 10 ชั่วโมง นอกจากนี้ รัฐมนตรี กต. ได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่าน เพื่อขอความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือมยุรีนารี รวมถึงการอนุญาตเรือพาณิชย์ไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย

การอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง
การเจรจากับอิหร่าน

กรณีโจมตีนิคมในกาตาร์ แรงงานไทย 35 คนปลอดภัย สถานทูต ณ กรุงโดฮา ติดต่อใกล้ชิดแล้ว ตั้งแต่เกิดเหตุ รัฐบาลช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่หรือไปประเทศที่ 3 แล้วทั้งสิ้น 1,209 คน แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการปกป้องประชาชน

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือสรุปความช่วยเหลือหลัก:

  • ช่วยเหลือคนไทยกลับแล้ว: 1,209 คน
  • นำร่างแรงงานไทยกลับ: กำลังประสานอย่างเร่งด่วน
  • อพยพจากอิหร่าน: 10 คนกำลังเดินทาง
  • เยี่ยมแรงงานอิสราเอล: ต่อเนื่องเพื่อให้กำลังใจ
  • แรงงานกาตาร์: 35 คนปลอดภัย

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เพราะไทยนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก การติดตามข่าวสารจึงสำคัญมาก หากคุณมีญาติหรือเพื่อนในพื้นที่ กรุณาแจ้งให้ลงทะเบียนกับสถานทูตทันที เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ในมุมมองของผม รัฐบาลไทยได้แสดงศักยภาพการทูตได้อย่างยอดเยี่ยม หวังว่าทุกฝ่ายจะหันมาเจรจาเพื่อยุติความรุนแรงเร็ววัน

ที่มา – กต. เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง เร่งนำร่างแรงงานไทยกลับ ช่วยเหลือคนไทยกลับแล้ว 1,209 คน

ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย

ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย เหตุการณ์สุดตึงเครียดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ขณะที่ทีมนักข่าวจากสำนักข่าว RT ของรัสเซียกำลังรายงานสดจากทางตอนใต้ของเลบานอน ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรงที่ยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย

นายสตีฟ สวีนีย์ หัวหน้าสำนักงานเลบานอนของ RT และอาลี ริดา ช่างภาพ ได้เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อรายงานสถานการณ์การปะทะกันระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ขณะที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีขีปนาวุธอิสราเอลถูกยิงตกลงใกล้ๆ เพียงไม่กี่ฟุตด้านหลัง ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบก้มหลบแรงระเบิดที่ดังสนั่น สะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บแต่ยังมีสติพอที่จะขอความช่วยเหลือ

นักข่าว RT บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ส่อประเด็นโจมตีสื่อ

หลังเกิดเหตุการณ์ ทีมนักข่าวทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที นางมาร์การิตา ซิโมนยาน บรรณาธิการข่าว RT ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าทั้งคู่บาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอล และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพความปลอดภัยของนักข่าว โดยย้ำว่านักข่าวไม่ควรตกเป็นเป้าหมายทางทหาร ปัจจุบันเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหลายฝ่าย แต่คลิปวิดีโอที่เผยแพร่แสดงให้เห็นถึงความหวุดหวิดอย่างชัดเจน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักข่าวตกอยู่ในอันตรายในภูมิภาคนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานนักข่าวเลบานอนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล องค์กรคณะกรรมการเพื่อคุ้มครองผู้สื่อข่าว (CPJ) ระบุว่า ปี 2568 เป็นปีที่มีผู้สื่อข่าวเสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อกว่า 30 ปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ตึงเครียดในเลบานอนใต้และผลกระทบต่อสื่อมวลชน

เลบานอนใต้กลายเป็นจุด nóngของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ โดยอิสราเอลโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดตอบโต้ สถานการณ์นี้ทำให้ประชาชนและนักข่าวต้องเผชิญความเสี่ยงสูง นักข่าวต้องทำงานในสภาพที่ขาดการคุ้มครอง ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตพุ่งสูง

  • นักข่าว RT สองคนบาดเจ็บจากสะเก็ดขีปนาวุธอิสราเอล
  • คลิปไลฟ์เผยภาพระทึกขณะก้มหลบระเบิด
  • RT กล่าวหาอิสราเอลโจมตีโดยตรง
  • CPJ เตือนปี 2568 นักข่าวตายมากสุดในประวัติศาสตร์
  • เรียกร้องคุ้มครองสื่อมวลชนในพื้นที่สงคราม

จากสถิติของ CPJ ตั้งแต่ปี 1992 มีนักข่าวเสียชีวิตกว่า 2,400 ราย โดย 60% เกิดจากสงครามและการก่อการร้าย ในตะวันออกกลางอย่างเดียวมีมากกว่า 500 ราย เหตุการณ์ ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย นี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความจำเป็นในการปกป้องสื่อ

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าสื่อมวลชนต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เช่น การใช้เส้นทางสำรองและอุปกรณ์ป้องกัน แต่ที่สำคัญกว่านั้น ทุกฝ่ายในความขัดแย้งควรเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามข่าวสารล่าสุดจากตะวันออกกลางเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ

ที่มา – ระทึก! ขีปนาวุธอิสราเอลตกเฉียดนักข่าวกลางไลฟ์ที่เลบานอน เจ็บ 2 ราย

รมว.ต่างประเทศหารือทูตอิหร่าน ย้ำช่วยลูกเรือมยุรีนารี

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวการต่างประเทศไทยที่น่าสนใจมากเลยนะ รมว.ต่างประเทศหารือทูตอิหร่าน ย้ำเรื่องช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี-ขออนุญาตเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของลูกเรือไทยและเส้นทางการค้าสำคัญของเราอย่างช่องแคบฮอร์มุซนั่นเอง

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าพบปะหารืออย่างเป็นกันเองกับนายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำยี้อีกครั้งเรื่องการช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนที่ติดอยู่บนเรือมยุรีนารี ซึ่งเป็นเรือพาณิชย์ของไทย โดยเฉพาะขอให้กองทัพเรืออิหร่านสนับสนุนภารกิจมนุษยธรรมในการช่วยเหลือพวกเขาให้ปลอดภัย นอกจากนี้ยังขออนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยด้วย

รมว.ต่างประเทศหารือทูตอิหร่าน ย้ำเรื่องช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี-ขออนุญาตเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ในการสนทนาครั้งนี้ เอกอัครราชทูตอิหร่านยืนยันว่า ได้รายงานคำขอของไทยไปยังรัฐบาลอิหร่านเรียบร้อยแล้ว และในหลักการ อิหร่านยินดีช่วยเหลือทั้งสองประเด็นเลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องช่วยเหลือลูกเรือไทย พวกเขาพร้อมสนับสนุนเต็มที่ สำหรับเรื่องเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทูตอิหร่านก็เห็นด้วยว่าประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศ ควรได้รับอนุญาตให้ผ่านได้โดยไม่มีปัญหา และสัญญาว่าจะเร่งติดตามคำตอบกลับมาให้เร็วที่สุด

สถานการณ์เรือมยุรีนารีและลูกเรือไทย

เพื่อนๆ รู้ไหมครับว่า เรือมยุรีนารีคือนาวิกโยธินพาณิชย์ไทยที่ประสบปัญหาในน่านน้ำอิหร่าน ลูกเรือไทย 3 คนติดค้างอยู่นานแสนนาน สถานการณ์ตึงเครียดเพราะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การที่ไทยออกมาเรียกร้องแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลในการปกป้องพลเมืองของเราทุกคน

ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญต่อไทยอย่างไร

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่เรือสินค้าทั่วโลกต้องผ่าน โดยเฉพาะน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซีย ประมาณ 20% ของน้ำมันโลกผ่านที่นี่ ถ้าเรือไทยผ่านไม่ได้ จะกระทบการค้าของเราอย่างหนัก ลองดูจุดสำคัญ:

  • เป็นทางออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและยุโรป
  • ไทยนำเข้าน้ำมันและสินค้าผ่านทางนี้จำนวนมาก
  • หากปิดกั้น จะทำให้ค่าน้ำมันพุ่งสูง กระทบเศรษฐกิจไทย
  • ไทยมีเรือพาณิชย์หลายลำต้องผ่านเป็นประจำ

ดังนั้น การขออนุญาตจากอิหร่านจึงสำคัญมาก เพื่อให้เรือไทยเดินทางได้ปลอดภัย ไม่ต้องอ้อมทางไกลๆ

นอกจากนี้ รมว.ต่างประเทศยังย้ำท่าทีของไทยที่อยากให้ทุกฝ่ายกลับมาคุยกันด้วยการทูต แก้ปัญหาอย่างสันติ ทูตอิหร่านก็ขอร้องให้ไทยและอาเซียนช่วยพูดคุยกับฝ่ายตรงข้าม เพื่อหยุดการโจมตีอิหร่านให้เร็วที่สุด สะท้อนถึงบทบาทของไทยในเวทีโลกที่เป็นกลางและส่งเสริมสันติภาพ

ความสัมพันธ์ไทย-อิหร่านก็ดีมาตลอดนะครับ มีการค้าขายกันมานาน โดยเฉพาะน้ำมันและสินค้าเกษตร ถ้าประเด็นนี้คลี่คลายได้ จะยิ่งเสริมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นไปอีก

โดยรวมแล้ว การหารือครั้งนี้เป็นสัญญาณดีที่อิหร่านตอบรับในทางบวก แสดงให้เห็นว่า รมว.ต่างประเทศหารือทูตอิหร่าน ย้ำเรื่องช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี-ขออนุญาตเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำเร็จในระดับหนึ่ง ลูกเรือไทยน่าจะได้กลับบ้านเร็วๆ นี้

ในมุมมองของผม การทูตแบบนี้แหละที่ทำให้ไทยมีภาพลักษณ์ดีในสายตานานาชาติ ไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริงเพื่อพลเมือง ถ้าเพื่อนๆ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเดินเรือหรือข่าวตะวันออกกลาง บอกเล่าในคอมเมนต์ได้นะครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย!

ที่มา – รมว.ต่างประเทศหารือทูตอิหร่าน ย้ำเรื่องช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี-ขออนุญาตเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง สร้างความหวังให้ตลาดพลังงานโลก ท่ามกลางวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันทะยานสูง

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง

จากบทสัมภาษณ์ของนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กับสำนักข่าว Fox Business เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันจากอิหร่าน เพื่อเพิ่มปริมาณอุปทานน้ำมันในตลาดโลก หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ปัจจุบัน ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลทั่วโลกกำลังอยู่ในระดับที่สูงลิ่ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียอย่างประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก การตัดสินใจดังกล่าวคาดว่าจะปล่อยน้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรลที่กำลังขนส่งทางเรือ ซึ่งเทียบเท่ากับการบริโภคทั่วโลกประมาณ 1.4 วัน เนื่องจากปริมาณการบริโภคน้ำมันโลกอยู่ที่ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน

สาเหตุที่นำไปสู่การพิจารณาผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง เนื่องจากโรงกลั่นและแหล่งผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียได้รับความเสียหายจากสงคราม ทำให้อุปทานขาดแคลน สหรัฐฯ จึงมีแผนเพิ่มอุปทานหลายด้าน เช่น การระงับคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย การระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) จำนวน 172 ล้านบาร์เรล และการอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านแล่นผ่านแม้ในช่วงขัดแย้ง

  • เพิ่มอุปทานทันที: น้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรล จะไหลเข้าตลาดยุโรปและเอเชียอย่างรวดเร็ว
  • ลดราคาพลังงาน: คาดว่าราคาจะปรับตัวลงภายใน 10-14 วัน
  • ผลกระทบต่อไทย: ราคาน้ำมันในประเทศอาจลดลง ส่งผลดีต่อการขนส่งและผู้บริโภค

การผ่อนคลายนี้จะอนุญาตให้ขายน้ำมันดิบอิหร่านที่ถูกจำกัดไว้ สู่ตลาดโลก ซึ่งช่วยบรรเทาความกดดันจากราคาที่พุ่งสูง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าผลกระทบจะมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะต่อราคาน้ำมันในระยะยาว

มุมมองของขุนคลังสหรัฐฯ ต่อข้อกังวลเรื่องการสนับสนุนศัตรู

เมื่อถูกถามถึงความกังวลว่ามาตรการนี้คือการให้เงินสนับสนุนอิหร่านซึ่งเป็นศัตรู นายเบสเซนต์ตอบอย่างชัดเจนว่า “สหรัฐฯ จะใช้น้ำมันของอิหร่านเพื่อจัดการกับอิหร่านเอง” โดยมุ่งกดราคาพลังงานให้ต่ำลง เพื่อลดอิทธิพลทางเศรษฐกิจของอิหร่านในที่สุด

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีประวัติการใช้เครื่องมือเหล่านี้ในอดีต เช่น การปล่อยน้ำมัน SPR ในปีก่อนๆ เพื่อควบคุมราคา ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสำเร็จในการลดความผันผวนของตลาด

สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำมาซึ่งโอกาสในการลดต้นทุนนำเข้าน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ของความต้องการ ส่งผลดีต่อ GDP และอัตราเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันลดลง 10% คาดว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณประชาชนหลายหมื่นล้านบาทต่อปี

ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและผลกระทบต่อไทยได้ที่ ข่าวต่างประเทศ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ มาตรการขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการรักษาเสถียรภาพพลังงานโลก แนะนำให้นักลงทุนติดตามการเคลื่อนไหวของ OPEC+ และข้อมูล EIA รายสัปดาห์เพื่อประเมินแนวโน้มต่อไป

คุณคิดว่ามาตรการนี้จะช่วยลดราคาน้ำมันในไทยได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ เกี่ยวกับข่าวสำคัญ!

ที่มา – ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วตลาดพลังงานโลกแล้วครับ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบที่ทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นักลงทุนหลายคนเริ่มกังวลว่าความขัดแย้งนี้อาจทำให้ราคายังคงพุ่งต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี

เมื่อวันพุธที่ 18 มี.ค. 2569 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงสุด แตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอิหร่านและหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย การโจมตีครั้งนี้ทำให้อุปทานน้ำมันสะดุดชะงัก สร้างความกังวลให้กับตลาดทั่วโลก แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะพยายามบรรเทาสถานการณ์ด้วยการยกเว้นกฎหมายโจนส์ (Jones Act) ชั่วคราว แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการพุ่งขึ้นของราคาได้

รายละเอียดราคาน้ำมันและการโจมตี

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของน้ำมันโลก พุ่งไปถึง 110.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 99.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สื่ออิหร่านรายงานว่า โรงงานน้ำมันในเมืองอัสซาลูเยห์และแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์ พาร์ส ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลก ถูกโจมตี นอกจากนี้ยังมีรายงานนิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟานในกาตาร์ถูกโจมตีด้วย

  • โรงงานน้ำมันอัสซาลูเยห์ ในอิหร่าน: ส่งผลให้การกลั่นน้ำมันหยุดชะงัก
  • แหล่งก๊าซเซาท์ พาร์ส: แหล่งก๊าซใหญ่สุดโลก กระทบการส่งออกก๊าซธรรมชาติ
  • นิคมราส ลัฟฟาน ในกาตาร์: โครงสร้างพลังงานหลักในอ่าวเปอร์เซีย
  • โครงสร้างอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซีย: เพิ่มความเสี่ยง supply disruption

การโจมตีเหล่านี้ขยายตัวจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งทำให้ตลาดน้ำมันตอบสนองทันทีด้วยการ bid ราคาสูงขึ้น

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทย ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับขึ้นตาม ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งและต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น นายร็อบ ธัมเมล ผู้จัดการพอร์ตอาวุโสจาก Tortoise Capital วิเคราะห์ว่า “หากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเสียหาย การฟื้นฟูอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี ตลาดจึงตอบโต้ด้วยการปรับราคาขึ้นทันที”

แม้ทำเนียบขาวจะอนุญาตให้เรือต่างชาติขนส่งสินค้าพลังงานในสหรัฐฯ ชั่วคราว 60 วัน แต่ตลาดยังไม่เชื่อมั่น สถานการณ์ geopolitics ในตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุ โดยเฉพาะสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอลที่ทรัมป์มีส่วน

ผลกระทบต่อประเทศไทยและคำแนะนำ

สำหรับประเทศไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าเกือบทั้งหมด ราคาน้ำมันโลกพุ่งจะทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มแพงขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพและเศรษฐกิจโดยรวม รัฐบาลอาจต้องใช้เงินสำรองน้ำมันหรือเจรจากับ OPEC เพื่อบรรเทา นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

  • เพิ่มสต็อกน้ำมันสำรอง
  • เร่งพัฒนาพลังงานทดแทน เช่น ไฟฟ้า EV
  • ปรับโครงสร้างราคาให้โปร่งใส
  • ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าความมั่นคงพลังงานสำคัญมาก ราคาน้ำมันอาจยังสูงต่อไปอีกหลายเดือน หากความขัดแย้งไม่คลี่คลาย แนะนำให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือด้วยการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา หรือแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ กันนะครับ!

ที่มา – ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี

เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี 24 ล้านบาร์เรล

เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี 24 ล้านบาร์เรล ถือเป็นข่าวดีท่ามกลางวิกฤตการณ์โลกที่กำลังตึงเครียดจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล ซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม รัฐบาลเกาหลีใต้สามารถเจรจาสำเร็จกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เพื่อรับประกันการส่งน้ำมันดิบแบบเร่งด่วน โดยได้รับสิทธิ์เป็น “ลำดับความสำคัญสูงสุด” ในการจัดส่ง

เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี 24 ล้านบาร์เรล

นายคัง ฮุน-ชิก เลขาธิการทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เปิดเผยหลังกลับจากการเยือนยูเออีอย่างเป็นทางการว่า ยูเออีให้คำมั่นว่าจะจัดส่งน้ำมันดิบให้เกาหลีใต้เป็นอันดับแรก ไม่มีประเทศใดได้รับก่อนหน้า นี่คือก้าวสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจด้านพลังงานให้กับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยมีความต้องการประมาณ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ข้อตกลงนี้ครอบคลุมการนำเข้าน้ำมันดิบจำนวน 24 ล้านบาร์เรล แบ่งเป็นส่วนที่ตกลงเดิม 6 ล้านบาร์เรล และส่วนใหม่ 18 ล้านบาร์เรล น้ำมันเหล่านี้จะถูกขนส่งโดยเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาตiyูเออี 3 ลำ และเรือเกาหลีใต้ 6 ลำ ทำให้เกาหลีใต้สามารถสำรองน้ำมันเพิ่มเติมได้ทันท่วงที

รายละเอียดข้อตกลงเกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี 24 ล้านบาร์เรล

  • สิทธิ์ลำดับแรกในการจัดส่งน้ำมันดิบจากยูเออี
  • การจัดซื้อฉุกเฉินได้ทุกเมื่อ
  • แผนลงนาม MOU ด้านห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบ
  • สำรวจเส้นทางขนส่งทางเลือกเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือเรื่องความร่วมมืออื่นๆ แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด โดยเฉพาะประเด็นอาวุธหรือการสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐฯ สำหรับเรือรบเกาหลีใต้ นายคังยืนยันว่า “ยังไม่มีการร้องขออย่างเป็นทางการ” และตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและมาตรการรับมือ

สถานการณ์สงครามทำให้ราคาน้ำมันผันผวน รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องประกาศควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งแรกในรอบ 30 ปี พร้อมเร่งอพยพชาวเกาหลีใต้กว่า 3,000 คนจากยูเออีกลับประเทศ การเยือนครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในรอบเดือน ต่อยอดจากข้อตกลงมูลค่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมโครงการป้องกันประเทศ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ข้อตกลงนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันภาวะขาดแคลนพลังงาน แต่ยังเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้เกาหลีใต้ในระยะยาว โดยหลีกเลี่ยง “สถานการณ์เลวร้ายที่สุด” ตามคำพูดของนายคัง ผู้ประกอบการและประชาชนชาวเกาหลีใต้ต่างโล่งใจกับข่าวนี้ เพราะน้ำมันดิบเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตและขนส่ง

ในมุมกว้างขึ้น เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี 24 ล้านบาร์เรล แสดงให้เห็นถึงการทูตเชิงรุกท่ามกลางความไม่แน่นอนโลก ซึ่งอาจเป็นแบบอย่างให้ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอื่นๆ อย่างญี่ปุ่นหรือจีน

สำหรับผู้อ่านที่สนใจเรื่องพลังงานและ geopolitics ข้อตกลงนี้ย้ำชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับยูเออีแข็งแกร่งเพียงใด หากคุณกำลังกังวลเรื่องราคาน้ำมัน ติดตามอัปเดตข่าวสารล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่ช่วยวางแผนการเงินส่วนตัวได้อย่างชาญฉลาด

ที่มา – เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี 24 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง! หลังอิหร่านเตือน ช่องแคบฮอร์มุซ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง! หลังอิหร่านเตือน ช่องแคบฮอร์มุซ ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกเลยทีเดียว สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดหนัก จนราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นแบบไม่หยุด ส่งผลกระทบต่อทุกคนทั่วโลก รวมถึงคนไทยเราด้วยนะครับ

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังอิหร่านเตือน ช่องแคบฮอร์มุซ

หลังจากที่ประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ออกมาประกาศชัดเจนว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และไม่มีวันปลอดภัยอีกแล้ว เพราะมีกองกำลังสหรัฐฯ กับอิสราเอลบุกเข้ามาในภูมิภาค สัญญาณนี้ทำให้ตลาดน้ำมันโลกสะเทือนหนักทันที

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นกว่า 3% แตะระดับ 103 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ กระโดด 3.7% ไปอยู่ที่ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันเบนซินในอเมริกา ก็ขยับขึ้นถึง 3.79 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 เลยทีเดียว

ช่องแคบฮอร์มุซคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นคอขวดสำคัญของการขนส่งพลังงานโลก รองรับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของปริมาณการค้าทั่วโลก ถ้าปิดกั้นได้ ราคาน้ำมันทั่วโลกจะพุ่งทะลุฟ้าแน่นอน ปกติแล้วเส้นทางนี้ผ่านน้ำมันวันละหลายล้านบาร์เรล แต่ตอนนี้เสี่ยงมากเพราะการโจมตีต่อเนื่อง

สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นหลังอิหร่านเพิ่มปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพลังงานในตะวันออกกลาง ล่าสุด สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต้องหยุดผลิตก๊าซที่แหล่ง Shah ใกล้กรุงอาบูดาบี ท่าเรือน้ำมันฟูไจราห์ถูกโดรนโจมตีจนเพลิงลุกโหม แหล่งน้ำมันในอิรักก็โดนเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีด้วยวัตถุปริศนาใกล้ฟูไจราห์

  • ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักรรายงาน: การโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซมากกว่า 10 ครั้งตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์
  • อิสราเอลอ้างสังหารอาลี ลาริจานี ผู้นำความมั่นคงอิหร่าน ซึ่งอิหร่านยืนยันแล้ว
  • นักวิเคราะห์ชี้: ราคาน้ำมันสูงกว่าช่วงก่อนขัดแย้งกว่า 40%

ผู้นำโลกตอบโต้อย่างไร?

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้พันธมิตรช่วยกันเปิดเส้นทางเดินเรือ ขณะที่ยุโรปยังลังเล สหภาพยุโรปบอกชัด “นี่ไม่ใช่สงครามของเรา” แม้ยอมรับว่าผลกระทบพลังงานหนักหน่วง เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ อังกฤษ บอกว่ากำลังร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อฟื้นฟูเสรีภาพการเดินเรือ แต่จะไม่เข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ยืนยันว่าประเทศสมาชิกมีน้ำมันสำรองฉุกเฉินพอ และเตรียมปล่อยน้ำมันกว่า 400 ล้านบาร์เรลเข้าตลาดในสัปดาห์นี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่เป็นแค่มาตรการชั่วคราว ทางออกจริงๆ ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ปกติ ซึ่งตอนนี้ยังมืดมน

สำหรับคนไทย สถานการณ์ ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง! หลังอิหร่านเตือน ช่องแคบฮอร์มุซ นี้จะกระทบตรงๆ เพราะไทยนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่ผ่านเส้นทางนี้ ราคาน้ำมันหน้าปั๊มอาจแพงขึ้น กระทบค่าครองชีพ ค่าน้ำมันรถ ค่าเดินทางทุกอย่าง คาดว่าราคาน้ำมันวันนี้และสัปดาห์หน้าจะผันผวนสูง ควรเตรียมตัวเก็บสต็อกหรือหันมาใช้รถ EV มากขึ้น

เพื่อนๆ ลองคิดดูนะครับ ถ้าช่องแคบฮอร์มุซปิดนานๆ เศรษฐกิจโลกจะชะงักงันแค่ไหน สุดท้ายแล้ว สันติภาพในตะวันออกกลางคือกุญแจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน

ติดตามข่าวอัปเดตราคาน้ำมันและสถานการณ์โลกได้ที่บล็อกนี้ทุกวันนะครับ! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ถ้าคิดว่ามีประโยชน์

ที่มา – ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง! หลังอิหร่านเตือน ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ตั้งวอร์รูมจับตาสถานการณ์ยาทุกสัปดาห์ อย.ยันคุมได้มีสำรองใช้ 3 เดือน

ในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สิ่งที่เราต้องกังวลมากที่สุดคือการขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ใช่ไหมล่ะ? แต่ไม่ต้องห่วงนะ อย. หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่า ตั้งวอร์รูมจับตาสถานการณ์ยาทุกสัปดาห์ อย.ยันคุมได้มีสำรองใช้ 3 เดือน ทำให้เรายังควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และทำไมเราถึงมั่นใจได้ขนาดนี้

ตั้งวอร์รูมจับตาสถานการณ์ยาทุกสัปดาห์ อย.ยันคุมได้มีสำรองใช้ 3 เดือน

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ อย. เป็นหน่วยงานหลักในการติดตามสถานการณ์ยา เวชภัณฑ์ และสินค้าสุขภาพอื่นๆ ในไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะยาที่สำคัญต่อชีวิต เช่น ยาช่วยชีวิตในห้องผ่าตัดฉุกเฉิน น้ำยาล้างไต น้ำเกลือ ยารักษาโรค NCDs (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) และยามะเร็ง อย. ได้ตั้ง “วอร์รูม” หรือห้อง战情室ขึ้นมาเพื่อรายงานสถานการณ์ทุกสัปดาห์ ทั้งยาสำเร็จรูปและวัตถุดิบผลิตยา โดยโฟกัสที่ยาสำคัญกว่า 60 รายการ

จากข้อมูลล่าสุด เรามียาสำรองเพียงพออย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งถือว่าปลอดภัย แต่ปัญหาที่เจอคือต้นทุนที่สูงขึ้น 10-15% จากค่าขนส่ง ค่าระวางเรือ ค่าน้ำมัน และค่าประกันที่แพงขึ้น รวมถึงเวลาส่งมอบที่ล่าช้า อย. จึงกำลังหาแนวทางแก้ไข เช่น ผ่อนปรนการขึ้นทะเบียนยาโดยใช้วัตถุดิบจากประเทศอื่นทดแทน พร้อมช่องทางพิเศษ “Fast Track” เพื่อเร่งอนุมัติให้เร็วที่สุด

ปัญหาพลาสติกบรรจุยาและแนวทางแก้ไข

ส่วนน้ำเกลือและน้ำยาล้างไตยังไม่มีปัญหาใหญ่ แต่ที่ต้องจับตาคือพลาสติกภาชนะบรรจุ ซึ่งเม็ดพลาสติกดิบมาจากบางประเทศในตะวันออกกลาง ซัพพลายเออร์กำลังหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือก หรือปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ หากจำเป็นสุดโต่งก็อาจนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reused) แต่ต้องรับประกันคุณภาพ ความปลอดภัย ปลอดเชื้อ และมาตรฐานสากล นอกจากนี้ อาจมีการจัดสรรโควตาพลาสติก โดยให้ผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์เป็นลำดับแรก สธ. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • อย. สื่อสารไปยังโรงพยาบาล คลินิก สถานประกอบการ: อย่าซื้อยาเกินความจำเป็นในภาวะปกติ
  • ผู้บริโภคไม่กระทบ เพราะยาและเวชภัณฑ์อยู่ภายใต้การควบคุมราคา
  • ยากลุ่มจิตเวช (ส่วนใหญ่เป็นยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์) อย. กำกับการซื้อขายอย่างใกล้ชิด สถานการณ์ปกติ

การตั้งวอร์รูมนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของระบบสาธารณสุขไทยที่แข็งแกร่ง แม้จะมีปัจจัยภายนอกมากระทบ แต่เรามีแผนสำรองชัดเจน ทำให้ไม่ต้องตื่นตระหนก นอกจากนี้ ยังช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมยาเตรียมตัวได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยง supply chain 断裂

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การจัดการแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของ proactive approach ที่ช่วยรักษาความมั่นคงด้านสุขภาพประชาชน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อย. อาจขยายการติดตามไปยังสินค้าสุขภาพอื่นๆ ด้วย

สุดท้ายนี้ หากคุณเป็นบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ประกอบการ แนะนำให้ติดตามประกาศจาก อย. อย่างใกล้ชิด และใช้ยาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยกันผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ลองแชร์บทความนี้หากคิดว่ามีประโยชน์นะ!

ที่มา – ตั้งวอร์รูมจับตาสถานการณ์ยาทุกสัปดาห์ อย.ยันคุมได้มีสำรองใช้ 3 เดือน

ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 อัปเดตล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวถนนทุกคน! วันนี้เรามีอัปเดตสำคัญมาบอกกันกับ ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 ล่าสุดหลังจากที่ PTT Station และบางจาก (BCP) ประกาศปรับราคาน้ำมันบางชนิดแล้วนะครับ การปรับครั้งนี้มีทั้งขึ้นและลง ทำให้ผู้ใช้รถยนต์หลายคนต้องเช็คราคาก่อนเติม เริ่มมีผลตั้งแต่ตี 5 ของวันพรุ่งนี้ หรือวันที่ 18 มีนาคม 2569 ไปเลย

สรุปการปรับราคาครั้งนี้: น้ำมันโซฮอล์ GSH91S EVO และ GSH95S EVO ปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร, น้ำมัน GSH E20S EVO ลง 0.79 สตางค์, GSH E85S EVO ลง 2 บาท, ส่วนกลุ่มดีเซลและ Hi Premium ปรับขึ้น 50 สตางค์ มาจากประกาศเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นการปรับตามสถานการณ์ตลาดน้ำมันโลกที่ผันผวน

ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569

นี่คือรายละเอียดราคาน้ำมันเต็มๆ (ยังไม่รวมภาษีบำรุง道路 กทม.) มาดูกันเลยครับ:

  • GSH95S EVO: 32.05 บาท/ลิตร (ขึ้น 1 บาท)
  • GSH91S EVO: 31.68 บาท/ลิตร (ขึ้น 1 บาท)
  • GSH E20S EVO: 27.05 บาท/ลิตร (ลง 0.79 สต.)
  • GSH E85S EVO: 23.79 บาท/ลิตร (ลง 2 บาท)
  • เบนซิน: 40.64 บาท/ลิตร
  • Hi Premium 97 (GSH95++): 49.54 บาท/ลิตร (ขึ้น 0.50 บาท)
  • Hi Diesel S: 30.44 บาท/ลิตร (ขึ้น 0.50 บาท)
  • Hi Premium Diesel S: 46.14 บาท/ลิตร (ขึ้น 0.50 บาท)

ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 กลุ่มโซฮอล์และเอทานอล

สำหรับค่าน้ำมันโซฮอล์ GSH95 และ GSH91 ที่หลายคนนิยมใช้ในรถเก๋งทั่วไป ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 32.05 และ 31.68 บาทต่อลิตรตามลำดับ ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แต่ถ้ารถของคุณรองรับ E20 หรือ E85 ดีเลยครับ เพราะราคาลงทำให้ประหยัดกว่าเดิม โดยเฉพาะ E85 ที่ลงหนัก 2 บาท เหมาะสำหรับรถที่ออกแบบมาเพื่อน้ำมันชีวภาพ

ราคาน้ำมันดีเซลและพรีเมียม

กลุ่มดีเซลขึ้น 50 สต. ทำให้ Hi Diesel S อยู่ที่ 30.44 บาท และ Hi Premium Diesel S 46.14 บาท ผู้ขับขี่รถกระบะหรือรถบรรทุกอาจต้องวางแผนงบประมาณกันหน่อย แต่ยังดีกว่าราคาสูงสุดในอดีตนะครับ

การปรับ ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 ครั้งนี้สะท้อนถึงความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกที่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัย geopolitics และอุปสงค์-อุปทาน โดย PTT และบางจากปรับตามกลไกตลาดแบบรายวัน เพื่อให้ราคาสมเหตุสมผล ผู้บริโภคอย่างเราควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับช่วยประหยัดน้ำมันให้เพื่อนๆ: 1) เลือกน้ำมันที่เหมาะกับรถ เช่น E20 สำหรับรถใหม่ๆ 2) ขับขี่นุ่มนวล หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบี่ยงบ่อย 3) ตรวจเช็ครถสม่ำเสมอ เช่น เปลี่ยนไส้กรองอากาศ 4) เติมน้ำมันช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงการระเหย และ 5) ใช้แอปเช็คราคาสถานีใกล้เคียงเพื่อหาที่ถูกที่สุด

ในช่วงนี้เศรษฐกิจยังฟื้นตัว ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลงแบบนี้ส่งผลต่อค่าครองชีพโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ 70% ใช้โซฮอล์ 95 ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้น อาจลองเปลี่ยนมาใช้ E20 ที่ราคาถูกลงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ถึง 10-20% เลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ ขอให้เพื่อนๆ ขับขี่ปลอดภัยและประหยัดน้ำมันนะครับ! ติดตามอัปเดต ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 และข่าวสารอื่นๆ ได้ที่นี่ทุกวัน หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณใช้รถรุ่นไหนและเติมน้ำมันอะไรบ้าง เราจะนำมาวิเคราะห์ให้ในโพสต์หน้า

ที่มา – ราคาน้ำมัน 18 มีนาคม 2569 อัปเดตล่าสุด หลังประกาศปรับขึ้น-ลง ราคาน้ำมันบางชนิด

Scroll to top