ร่างรัฐธรรมนูญ

“กรวีร์” เชื่อ งบฯ 70 ผ่านฉลุย-ร่างรัฐธรรมนูญ เห็นพ้องรอภาคประชาชน

“กรวีร์” เชื่อ งบฯ 70 ผ่านฉลุย-ร่างรัฐธรรมนูญ เห็นพ้องรอภาคประชาชน

เรียกได้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในสภาตอนนี้กำลังเข้มข้นเลยทีเดียวครับ โดยล่าสุดนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการประชุมสภาในภาพรวม ซึ่งงานนี้ “กรวีร์” เชื่อ งบฯ 70 ผ่านฉลุย-ร่างรัฐธรรมนูญ เห็นพ้องรอภาคประชาชน เพื่อให้งานทุกอย่างเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด

หากพูดถึงการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 นายกรวีร์ได้กล่าวขอบคุณทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตลอดการอภิปราย 2 วันที่ผ่านมาแทบไม่มีการพาดพิงหรือเสียดสีกันรุนแรง ทำให้การทำงานมีความสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงค่ำวันนี้จะมีการลงมติอย่างเป็นทางการ โดยเชื่อมั่นว่าคะแนนเสียงจะผ่านไปได้ด้วยดีครับ

ก้าวสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีประชาชนร่วมด้วย

ในอีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกรวีร์ย้ำชัดว่า “กรวีร์” เชื่อ งบฯ 70 ผ่านฉลุย-ร่างรัฐธรรมนูญ เห็นพ้องรอภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นตรงกัน โดยมีการประสานงานกับวุฒิสมาชิกและประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้วว่า ควรให้ร่างจากภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาเคียงคู่ไปกับร่างของพรรคการเมืองต่างๆ

ประเด็นที่น่าจับตาหลังจากนี้มีดังนี้:

  • การเตรียมความพร้อมในการลงมติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
  • การเปิดช่องทางพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชนในสมัยประชุมหน้า
  • การประสานงานร่วมกันระหว่างวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการแก้ไขรายประเด็นนั้น ยังต้องรอความชัดเจนจากประธานรัฐสภาว่าจะมีการบรรจุเข้าสู่วาระอย่างไร แต่โดยส่วนตัวนายกรวีร์มองว่าการรอให้ร่างของภาคประชาชนเข้ามาพร้อมกันจะส่งผลดีต่อภาพรวม ทั้งในแง่ของความศรัทธาและความรอบคอบของกฎหมายสูงสุดฉบับนี้

ถือเป็นเทรนด์การเมืองยุคใหม่ที่เน้นความร่วมมือเป็นหลัก ไม่แบ่งแยกพรรคพวกจนเกินไป และให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งนับว่าเป็นแนวทางที่น่าชื่นชมครับ สุดท้ายนี้ “กรวีร์” เชื่อ งบฯ 70 ผ่านฉลุย-ร่างรัฐธรรมนูญ เห็นพ้องรอภาคประชาชน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตากันต่อไปว่า หลังจากนี้การแก้ไขกฎหมายสำคัญเหล่านี้จะมีความคืบหน้าอย่างไร เชื่อว่าทุกคนที่ติดตามการเมืองไทยต้องลุ้นไปพร้อมๆ กับผมแน่นอนครับ

ที่มา – “กรวีร์” เชื่อ งบฯ 70 ผ่านฉลุย-ร่างรัฐธรรมนูญ เห็นพ้องรอภาคประชาชน

“สุทิน” เชื่อมือ “อนุทิน” ควบคุมมหาดไทยได้ ชี้ปมขัดแย้งเกิดจากระบบโยกย้ายไม่ยึดคุณธรรม

ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่กำลังเข้มข้น ประเด็นความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทยได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน ล่าสุด นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในมุมมองที่น่าสนใจโดยระบุว่า “สุทิน” เชื่อมือ “อนุทิน” ควบคุมมหาดไทยได้ ชี้ปมขัดแย้งเกิดจากระบบโยกย้ายไม่ยึดคุณธรรม โดยเขามองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้นำรัฐบาล มีความสามารถเพียงพอที่จะจัดการปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

“สุทิน” เชื่อมือ “อนุทิน” ควบคุมมหาดไทยได้ ชี้ปมขัดแย้งเกิดจากระบบโยกย้ายไม่ยึดคุณธรรม

นายสุทินได้วิเคราะห์ปัญหาภายในกระทรวงมหาดไทยว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกินความสามารถของผู้นำ เนื่องจากปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งการมีอำนาจที่ครบถ้วนเช่นนี้ ย่อมทำให้การสั่งการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีอำนาจภายนอกใดเข้ามาแทรกแซงได้ง่าย ทั้งนี้ เขายังชี้ให้เห็นถึงต้นตอของปัญหาว่ามักเกิดจากรากฐานสำคัญในระบบราชการ

เหตุผลที่ระบบคุณธรรมคือหัวใจสำคัญในการบริหาร

ปัญหาความขัดแย้งสะสมมักมีสาเหตุหลักมาจากการบริหารงานบุคคลที่ไม่โปร่งใส นายสุทินมองว่า “สุทิน” เชื่อมือ “อนุทิน” ควบคุมมหาดไทยได้ ชี้ปมขัดแย้งเกิดจากระบบโยกย้ายไม่ยึดคุณธรรม ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นบทเรียนที่ทุกภาคส่วนต้องตระหนัก หากกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการยึดถือผลประโยชน์หรือระบบเส้นสายมากกว่าการยึดมั่นในคุณธรรม ความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • ระบบคุณธรรมช่วยลดแรงเสียดทานในหน่วยงาน
  • ความโปร่งใสคือเกราะป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง
  • ผู้นำที่เข้มแข็งต้องกล้าเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรที่ล้าหลัง

นอกจากประเด็นกระทรวงมหาดไทยแล้ว นายสุทินยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจร่วมกับทุกฝ่าย พรรคพยายามปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยและพร้อมที่จะรอการพิจารณาร่วมกับร่างของภาคประชาชน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมและได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งถือเป็นย่างก้าวสำคัญของทิศทางประชาธิปไตยไทยในอนาคต

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์ เราอาจพบว่าการบริหารจัดการหน่วยงานใหญ่ระดับกระทรวงมหาดไทยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่ผู้บริหารระดับสูงอย่างนายอนุทินเข้ามาจับงานด้วยตนเอง อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ระบบปกติได้ สิ่งที่น่าจับตาต่อไปไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาระยะสั้น แต่คือการปฏิรูปโครงสร้างทางความคิดในการแต่งตั้งข้าราชการให้ยึดมั่นในความสามารถอย่างแท้จริง หากทำได้สำเร็จ จะถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ยั่งยืนที่สุด

ที่มา – “สุทิน” เชื่อมือ “อนุทิน” ควบคุมมหาดไทยได้ ชี้ปมขัดแย้งเกิดจากระบบโยกย้ายไม่ยึดคุณธรรม

จุลพันธ์ เผยมติเพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไข รธน. ปรับแก้เพื่อความสบายใจ

การเดินหน้าของ จุลพันธ์ เผยมติเพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไข รธน. ปรับแก้เพื่อความสบายใจ

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับ จุลพันธ์ เผยมติเพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไข รธน. ปรับแก้เพื่อความสบายใจ โดยทางพรรคเพื่อไทยได้มีมติเดินหน้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ผ่านกลไกการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

รายละเอียดการปรับเปลี่ยนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ นายจุลพันธ์ย้ำว่าทางพรรคมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วนเพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพรรคร่วมรัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จุลพันธ์ เผยมติเพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไข รธน. ปรับแก้เพื่อความสบายใจ จึงไม่ใช่แค่การเลื่อนหรืองดออกเสียง แต่เป็นการทำหน้าที่เพื่อให้กระบวนการนิติบัญญัติสามารถเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นที่สุด โดยรายละเอียดโครงสร้างที่ปรับปรุงใหม่นั้น จะเน้นการประสานความร่วมมือทั้งในส่วนของตัวแทนจังหวัดและสภาวิชาชีพต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แก่:

  • การนำเสนอรูปแบบ ส.ส.ร. ที่มีความหลากหลายและเป็นธรรม
  • การรักษาหัวใจสำคัญของสิทธิเสรีภาพและอำนาจการปกครอง
  • การเตรียมความพร้อมในการล่ารายชื่อ สส. ให้ครบตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

แม้หลายฝ่ายจะตั้งคำถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องยาก แต่ทางพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าไม่ได้มีความกังวลเรื่องการล่ารายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลย เนื่องจากมั่นใจในเอกภาพและความพร้อมของ สส. ในการผลักดันเรื่องนี้สู่สภาฯ แต่อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่นายจุลพันธ์เน้นคือ การทำให้วุฒิสภา (สว.) และสมาชิกรัฐสภาเห็นชอบร่วมกัน เพราะนั่นคือด่านสำคัญที่จะทำให้ร่างนี้ผ่านการพิจารณาในวาระที่หนึ่งไปได้

สำหรับใครที่ติดตามประเด็นนี้ จะพบว่า จุลพันธ์ เผยมติเพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไข รธน. ปรับแก้เพื่อความสบายใจ สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยยุคปัจจุบันต้องใช้การประนีประนอมเป็นหลัก เพื่อก้าวข้ามผ่านกับดักทางกฎหมายที่ซับซ้อน การเดินเกมของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ถือเป็นการวัดใจทุกฝ่ายว่าจะร่วมสร้างกติกาใหม่ไปพร้อมกันได้หรือไม่ เราต้องรอติดตามกันต่อไปว่ารายละเอียดร่างฉบับปรับปรุงนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร และจะได้รับการตอบรับจากประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – “จุลพันธ์” เผยมติเพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไข รธน. แต่ปรับแก้เพื่อความสบายใจ ไม่กังวลล่ารายชื่อ สส.

“ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้

“ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้

การเมืองไทยในช่วงนี้กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกลายเป็นหัวข้อที่ทุกฝ่ายต่างจับตามอง ล่าสุด “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน โดยย้ำถึงความตั้งใจจริงที่จะมุ่งหน้าทำงานการเมืองเพื่อสร้างกติกาที่เป็นธรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้ เพื่อให้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

นายพริษฐ์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐสภา โดยเฉพาะกรณีที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งสร้างคำถามมากมายในสังคมว่านี่เป็นสัญญาณของเกมการเมืองที่หวังจะผูกขาดการร่างกฎหมายสูงสุดหรือไม่ โดยเขามองว่าหากพรรคใดจะใช้อำนาจหรือหลักเกณฑ์ใดในการเปลี่ยนท่าที ก็ควรออกมาชี้แจงต่อประชาชนให้ชัดเจน

บทสรุปของเกมบีบรัฐธรรมนูญในสายตาพรรคประชาชน

ปัญหาที่น่ากังวลคือการที่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจถูกบีบให้เหลือเพียงช่องทางเดียว ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม “ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้ ท่ามกลางความท้าทายจากกระแสข่าวที่ว่าอาจมีการพยายามทำให้เหลือเพียงร่างของพรรคกลุ่มระบอบสีน้ำเงินเท่านั้นที่จะผ่านเข้าไปได้ ซึ่งนายพริษฐ์มองว่านี่คือความพยายามที่จะผูกขาดกติกา

ในมุมมองของพรรคประชาชน สิ่งที่สำคัญที่สุดในนาทีนี้ไม่ได้อยู่ที่เกมต่อรองทางการเมือง แต่มุ่งเน้นไปที่:

  • การขับเคลื่อนร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมจริง
  • การป้องกันไม่ให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องสะดุดลง
  • การผลักดันให้ร่างกฎหมายที่เน้นประโยชน์ของประชาชนผ่านความเห็นชอบในวาระแรก

สำหรับแนวทางต่อจากนี้ นายพริษฐ์ยืนยันว่าถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่พรรคประชาชนจะยังคงยืนหยัดสู้ในทุกขั้นตอน แม้จะเป็นเสียงข้างน้อยในสภา แต่หากเสียงนั้นได้รับพลังสนับสนุนจากประชาชนที่มองเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างแรงกดดันเพื่อให้เกิดการถกเถียงในชั้นกรรมาธิการได้อย่างสร้างสรรค์

การผลักดันในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของพรรคประชาชนว่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะนำพาเจตนารมณ์ไปสู่ความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน ในท้ายที่สุด รัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นเพียงแค่กระดาษ แต่เป็นกติกาที่กำหนดชีวิตของพวกเราทุกคน การจับตามองวาระแรกของการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง

ที่มา – “ไอติม”ย้ำเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชนให้ผ่านวาระแรกให้ได้

เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อพรรคเพื่อไทยตัดสินใจชะลอการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา หลังจากที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทยได้ถอนชื่อสนับสนุนจำนวน 30 รายชื่อออกไป ทำให้สถานการณ์การเมืองตอนนี้ต้องหันมาจับตามองว่าก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการที่ เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในรัฐบาล

เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าดังกล่าว โดยยอมรับว่าพรรคจำเป็นต้องถอยออกมาเพื่อทบทวนทิศทางใหม่ การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยพรรคเดียว แต่ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ดังนั้นการมุ่งเป้าไปที่ความสำเร็จมากกว่าการฝืนสถานการณ์จึงถูกหยิบยกมาเป็นตัวตั้ง

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้

การที่ เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก ในครั้งนี้ มีปัจจัยที่น่าสนใจดังนี้:

  • พรรคเพื่อไทยมีเสียงเพียง 74 เสียง ไม่เพียงพอต่อการยื่นร่างกฎหมายสำคัญได้ด้วยตัวเอง
  • ต้องการรักษาสัมพันธภาพกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่มีเสียงในมือจำนวนมาก
  • ต้องการหาจุดร่วมในตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การผลักดันเข้าสู่กระบวนการในสภามีความราบรื่น ไม่ถูกตีตกตั้งแต่วาระแรก
  • มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของ สสร. เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้รับความยอมรับจากทุกฝ่าย

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การถอยครั้งนี้จะทำให้เสียหลักการหรือไม่ แต่นายจุลพันธ์ยืนยันหนักแน่นว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่สามารถเริ่มจากความขัดแย้งได้ การตั้งหลักใหม่เพื่อหาจุดที่เห็นตรงกันคือกลยุทธ์สำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่ทางออก โดยพรรคเพื่อไทยพร้อมเปิดโต๊ะเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลในสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

บทสรุปของเรื่องนี้เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับการเมืองไทยที่ว่า การทำงานร่วมกันย่อมมีความเห็นที่แตกต่าง แต่หากเรายึดหลักการพูดคุยมากกว่าการยืนประจันหน้า การแก้ปัญหาใหญ่ของชาติอย่างเรื่องรัฐธรรมนูญก็ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าการดึงดัน ท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อนการเอาชนะคะคานกันทางการเมือง เราต้องติดตามกันต่อไปว่า เมื่อการพูดคุยสิ้นสุดลง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ที่มา – เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก ยันไม่สร้างรอยร้าวพรรคร่วม

ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย

ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที หลังจากที่มีข่าวว่า ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย โดยทางพรรคได้แสดงจุดยืนชัดเจนผ่านการแถลงการณ์ของโฆษกพรรค เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับมวลชนและสมาชิกพรรคทุกคนที่ได้ร่วมลงชื่อไปก่อนหน้านี้

หากถามถึงเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังที่ทำให้เกิดการตัดสินใจอย่างฉับพลันเช่นนี้ คำตอบที่สำคัญที่สุดคือความกังวลในเรื่องข้อกฎหมาย และความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบตามมาในอนาคตครับ

ทำไมต้อง ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย

เหตุผลหลักที่ทางพรรคภูมิใจไทยต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ สืบเนื่องมาจากความห่วงใยว่าเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวอาจจะมีความสุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความสำคัญสูงมากในเชิงบริหารและกฎหมายระดับประเทศ

ประเด็นที่น่าสนใจจากการประชุมพรรคมีดังนี้:

  • มีการพิจารณาและตรวจสอบเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญอย่างถี่ถ้วน
  • พบว่าเนื้อหาบางส่วนอาจไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์หรือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีต
  • มติที่ประชุมจึงเห็นชอบให้สมาชิกพรรคทุกคนที่เคยร่วมลงชื่อในร่างของพรรคเพื่อไทยทำการถอนชื่อออกทันที

การตัดสินใจที่รวดเร็วนี้แสดงให้เห็นว่าทางพรรคต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งเชิงกฎหมายที่อาจบานปลาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยสำหรับการแก้ไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ภาพรวมความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า พรรคการเมืองแต่ละพรรคเริ่มกลับมาเข้มงวดกับกระบวนการลงชื่อในร่างกฎหมายต่างๆ มากขึ้น เพราะชื่อเสียงและความถูกต้องตามหลักการบริหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เห็นได้ชัดจากข่าว ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย ในครั้งนี้ ที่ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนของการนำเสนอเข้าสู่สภา

ในฐานะประชาชน เราคงต้องจับตาดูต่อไปว่าหลังจากนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะมีการปรับแก้ร่างอย่างไร และบรรยากาศความร่วมมือของพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นไปในทิศทางใด ท่ามกลางความกดดันและความคาดหวังของสังคมที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ยึดโยงกับหลักสากลและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย หวั่นเนื้อหาขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.

“ไอติม” หวังสมาชิกรัฐสภาทุกคน โหวตรับหลักการทุกร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระหนึ่ง

“ไอติม” หวังสมาชิกรัฐสภาทุกคน โหวตรับหลักการทุกร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระหนึ่ง

กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับการเมืองไทย เมื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกี่ยวกับการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่า “ไอติม” หวังสมาชิกรัฐสภาทุกคน โหวตรับหลักการทุกร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระหนึ่ง ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการโหวตรับหลักการทุกร่าง?

ในมุมมองของพรรคประชาชน การพิจารณาในวาระแรกนั้นคือการแสดงเจตจำนงร่วมกันเพื่อก้าวไปสู่หมวด 15/1 แม้ว่าในรายละเอียดของแต่ละร่างจะมีจุดยืนที่แตกต่างกัน แต่การ “ไอติม” หวังสมาชิกรัฐสภาทุกคน โหวตรับหลักการทุกร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระหนึ่ง คือการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้นำรายละเอียดที่แตกต่างไปถกเถียงและหาข้อสรุปในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) อย่างเป็นรูปธรรม

นายพริษฐ์ ได้ชี้แจงถึงหลักการ 3 ข้อที่พรรคประชาชนยึดมั่นเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาร่างกฎหมาย ดังนี้:

  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านคูหาเลือกตั้ง สสร.
  • การป้องกันการผูกขาด: กติกาทั้งหมดต้องไม่เอื้อต่อการกินรวบหรือผูกขาดอำนาจโดยฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
  • ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.: กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เปิดช่องให้สมาชิกวุฒิสภาหรือกลุ่มสมาชิกรัฐสภาชุดใดมาชี้ขาดหรือมีเงื่อนไขพิเศษเกินความจำเป็น

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ พรรคประชาชนได้ให้ความร่วมมือกับร่างของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากพบว่ามีเนื้อหาที่สอดคล้องกับหลักการข้างต้น ในขณะที่ร่างของพรรคอื่นๆ อาจต้องมีการหารือเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับที่มาของ สสร. และอำนาจพิเศษต่างๆ ที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงสำคัญ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความเชื่อมั่นที่ว่า “ไอติม” หวังสมาชิกรัฐสภาทุกคน โหวตรับหลักการทุกร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระหนึ่ง ไม่ใช่เพียงคำเรียกร้องทางการเมือง แต่เป็นการสะท้อนเสียงของประชาชนที่เคยแสดงเจตจำนงไว้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สมาชิกรัฐสภาทุกคนจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อเสียงของประชาชนด้วยการให้โอกาสร่างกฎหมายเหล่านี้ผ่านเข้าสู่การพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า สมาชิกรัฐสภาจะเลือกเดินหน้าเพื่อสร้างกติกาที่เป็นธรรมและยั่งยืนร่วมกัน หรือจะปล่อยให้โอกาสในการปฏิรูปการเมืองไทยต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง นี่คือเวลาที่ทุกคนต้องพิสูจน์บทบาทของตนเองเพื่ออนาคตของประเทศ

ที่มา – “ไอติม” หวังสมาชิกรัฐสภาทุกคน โหวตรับหลักการทุกร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระหนึ่ง

“ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ

“ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ

กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงและน่าจับตาที่สุดในแวดวงการเมืองไทยขณะนี้ หลังจากที่มีการยืนยันว่า “ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ กันอย่างจริงจัง ล่าสุด นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ทางพรรคเพื่อไทยเตรียมจะเดินหน้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นี้ เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตอบโจทย์ประชาชน

รายละเอียดการขับเคลื่อน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่เป็นการรวมพลังของหลายพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงเดียวกัน โดยนายชูศักดิ์ระบุว่ามีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตติดังกล่าวมากถึง 189 คน จากหลากหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ฯลฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายคือการสร้างกติกาที่เป็นธรรมและยั่งยืน

สาระสำคัญของร่างฉบับนี้มีหัวใจหลักที่น่าสนใจดังนี้:

  • คงความเป็นรัฐเดี่ยวและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • ยึดมั่นในหลักนิติรัฐและนิติธรรมอย่างเคร่งครัด
  • เน้นความเสมอภาคและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้โปร่งใส
  • ส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายชูศักดิ์ย้ำว่า แม้ที่ผ่านมาอาจมีความเห็นต่างในรายละเอียดของแต่ละพรรค แต่เชื่อมั่นว่าในขั้นตอนการตั้งกรรมาธิการจะสามารถพูดคุยปรับจูนให้เป็นเอกภาพได้ เพื่อให้การแก้ไขครั้งนี้สมบูรณ์ที่สุด และเป็นชัยชนะของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่เคยส่งเสียงผ่านการลงประชามติมาแล้ว

การผลักดันให้รัฐธรรมนูญเป็นวาระแห่งชาตินั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือรากฐานสำคัญของการเมืองไทยในอนาคต หากทุกฝ่ายร่วมมือกันได้จริงโดยไม่ยึดติดกับผลประโยชน์ส่วนตน เราก็มีโอกาสที่จะเห็นรัฐธรรมนูญที่มาจากความต้องการของประชาชนจริงๆ อีกครั้ง การจับมือกันในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ จึงเป็นการตัดสินใจบนเส้นทางที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังว่า “ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งเดิมๆ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบรัฐสภาไทย เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การยื่นร่างในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับและผลักดันไปจนถึงฝั่งฝันได้สำเร็จหรือไม่

ที่มา – “ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ ยื่นสภาฯ 4 มิ.ย.

สส. 180 คน ร่วมลงชื่อร่าง รธน. พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นประธานสภาฯ ในสัปดาห์นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาติดตามสถานการณ์ทางการเมืองที่น่าสนใจกันหน่อยครับ เพราะล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปประเทศในยุคปัจจุบัน โดยล่าสุดมีรายงานว่า สส. 180 คน ร่วมลงชื่อร่าง รธน. พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นประธานสภาฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองกันอย่างใกล้ชิดครับ

สส. 180 คน ร่วมลงชื่อร่าง รธน. พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นประธานสภาฯ ในสัปดาห์นี้

นางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ทางพรรคมีความพร้อมเต็มที่แล้วสำหรับการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้รวบรวมรายชื่อจากบรรดา สส. ทั้งจากพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชาติ รวมถึงพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหลายพรรค รวมแล้วกว่า 180 ท่าน ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการขับเคลื่อนเรื่องนี้

รายละเอียดความคืบหน้าการยื่นเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สำหรับประเด็นสำคัญที่นางมนพรเน้นย้ำ คือการที่พรรคเพื่อไทยได้พยายามดึงการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้ามาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการดำเนินการทั้งหมดนั้นต้องตั้งอยู่บนความถูกต้องและไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การแก้ไขในครั้งนี้มีความราบรื่นและนำไปสู่การบังคับใช้ที่ยั่งยืน โดยในสัปดาห์นี้ ทางพรรคจะนัดหมายเพื่อยื่นเอกสารต่อประธานรัฐสภาตามขั้นตอนต่อไปครับ

หากเรามาไล่เรียงเหตุผลและความพยายามในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า:

  • มีการรวมเสียงจากหลายพรรคการเมืองใหญ่ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่น
  • เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหัวใจหลัก
  • ต้องอยู่ในกรอบที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้

หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วถ้ามีร่างจากพรรคอื่น เช่น พรรคภูมิใจไทย จะสามารถนำมารวมกันได้หรือไม่? คำตอบคือต้องมาดูในรายละเอียดรายมาตราว่าสามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้ไหม แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการหารือในที่ประชุมรัฐสภา ว่าจะหาสูตรสำเร็จที่ลงตัวที่สุดได้อย่างไร

เราคงต้องติดตามกันต่อไปครับว่าเมื่อยื่นต่อประธานสภาฯ เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการตรวจรับรายชื่อและการบรรจุระเบียบวาระจะมีความคืบหน้าอย่างไร การที่ สส. 180 คน ร่วมลงชื่อร่าง รธน. พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นประธานสภาฯ ในสัปดาห์นี้ ถือเป็นการเริ่มนับหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถ้าถามมุมมองส่วนตัว ผมมองว่านี่คือก้าวย่างที่สะท้อนถึงการเมืองที่พยายามปรับตัวเพื่อหาจุดร่วมท่ามกลางความเห็นที่แตกต่าง เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นกติกาของทุกคนอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – สส. 180 คน ร่วมลงชื่อร่าง รธน. พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นประธานสภาฯ ในสัปดาห์นี้

Scroll to top