วลาดิเมียร์ ปูติน

โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ

เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อ โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฝูงโดรนของกองทัพยูเครนบุกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของรัสเซีย โดยเฉพาะเหตุการณ์ โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รัสเซียกำลังเปิดฉากงานประชุมเศรษฐกิจระดับนานาชาติ SPIEF ครั้งสำคัญ การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการแสดงศักยภาพทางยุทธวิธีของยูเครนที่สามารถรุกคืบเข้าสู่ดินแดนลึกของรัสเซียได้อย่างแม่นยำ

รายงานระบุว่า แรงระเบิดจากการโจมตีส่งผลให้คลังน้ำมันขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงมีความพยายามโจมตีฐานทัพเรือโครนสตัดท์ สร้างความตระหนกให้กับผู้ร่วมงานประชุมเศรษฐกิจกว่า 20,000 คนจากทั่วโลก สำหรับเหตุการณ์ โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ ในครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงหลังจากที่รัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธถล่มเมืองต่างๆ ในยูเครนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และยุทธศาสตร์ของรัสเซีย

ไม่เพียงแต่เรื่องของความเสียหายทางกายภาพ แต่การที่มีภาพกลุ่มควันดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในระหว่างที่กำลังมีงานประชุมระดับโลกได้กลายเป็นภาพลักษณ์ที่รัสเซียไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีกลาโหมยูเครนกล่าวว่า นี่คือการเปิดฉากงานประชุมอย่างไม่เป็นทางการด้วยพลังของโดรน ข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีการสกัดโดรนได้จำนวนมาก แต่ก็มีบางส่วนที่เล็ดลอดผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าไปสร้างความเสียหายได้จริง

  • สนามบินหลักอย่างปูลโกโวต้องสั่งปิดชั่วคราว
  • เที่ยวบินกว่า 20 เที่ยวบินได้รับผลกระทบ ต้องยกเลิกหรือเลื่อนเวลา
  • โรงงานผลิตอุปกรณ์ระบบควบคุมขีปนาวุธในพื้นที่อื่นก็ตกเป็นเป้าหมายด้วย

สถานการณ์ โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ ในครั้งนี้กำลังเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าการทำสงครามในยุคใหม่ การควบคุมน่านฟ้าและการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากสำหรับกองทัพรัสเซียเอง ยูเครนกำลังเลือกใช้กลยุทธ์การโจมตีระยะไกลเพื่อกดดันทางเศรษฐกิจและขัดขวางขีดความสามารถทางทหารโดยตรง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์นี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยกระดับสงครามที่เน้นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์จะนำไปสู่การเจรจาหรือการปะทะที่รุนแรงกว่าเดิมคงต้องจับตากันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่มีพื้นที่ไหนที่ปลอดภัยจากสงครามอีกต่อไป

ที่มา – โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ รับงานประชุมเศรษฐกิจใหญ่

รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อล่าสุดมีรายงานข่าวใหญ่ว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อยราย เหตุการณ์ระลอกใหญ่นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนใจและยกระดับความกังวลไปทั่วโลก

รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ ยกระดับสงคราม

การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการที่รุนแรงที่สุด โดยกองทัพรัสเซียระดมทั้งโดรนกว่า 600 ลำและขีปนาวุธอีกกว่า 90 ลูกเข้าใส่ยูเครน แม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศจะทำงานอย่างหนัก แต่ความร้ายกาจของขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือไฮเปอร์โซนิก รุ่น “โอเรชนิก” (Oreshnik) นั้นยากเกินกว่าจะรับมือได้

ทำไมขีปนาวุธโอเรชนิกถึงน่ากลัว?

ขีปนาวุธโอเรชนิกที่รัสเซียนำมาใช้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ขีปนาวุธธรรมดา แต่เป็นอาวุธพิสัยกลางที่มีความเร็วสูงมากจนระบบเรดาร์และป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนแทบจะตรวจจับและสกัดกั้นไม่ได้ นี่ถือเป็นเพียงครั้งที่ 3 เท่านั้นที่ถูกนำมาใช้งานจริงในสงครามครั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการส่งสัญญาณข่มขู่เชิงการเมืองและยุทธศาสตร์

  • ผลกระทบต่อประชาชน: มีรายงานผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 4 รายและบาดเจ็บจำนวนมากในเขตกรุงเคียฟ
  • ท่าทีนานาชาติ: ผู้นำยุโรปและฝรั่งเศสต่างออกมาประณามการกระทำนี้ว่าเป็นการยกระดับความรุนแรงที่บ้าบิ่น
  • สถานการณ์ปัจจุบัน: รัสเซียอ้างว่าเป็นการตอบโต้ที่ยูเครนโจมตีหอพักนักศึกษาในลูฮานสค์

ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้ออกมาประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมย้ำว่ารัสเซียจะต้องไม่ลอยนวลจากการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบนี้ หากถามว่าทำไม รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ ในเวลานี้ คำตอบอาจอยู่ที่เกมการเมืองระดับโลกที่ใช้ชีวิตพลเรือนเป็นเดิมพัน

เราคงได้แต่หวังว่าความขัดแย้งนี้จะหาทางออกในทางสันติได้โดยเร็วที่สุด เพราะผลกระทบจากความรุนแรงไม่เคยส่งผลดีต่อใคร โดยเฉพาะประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องกลายเป็นเหยื่อของสงครามในครั้งนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะดำเนินไปอย่างไร เราต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตมนุษย์เป็นสำคัญ

ที่มา – รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ

ปูตินลั่นจะตอบโต้ หลังกล่าวหายูเครนโจมตีหอพักนักศึกษาดับ 16 ศพ

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า รัสเซียจะดำเนินการตอบโต้ขั้นเด็ดขาด ปูตินลั่นจะตอบโต้ หลังกล่าวหายูเครนโจมตีหอพักนักศึกษาดับ 16 ศพ ในแคว้นลูฮานสค์ ซึ่งเป็นดินแดนที่รัสเซียยึดครองอยู่ในขณะนี้ สร้างความสะเทือนใจและยกระดับความตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น

ปูตินลั่นจะตอบโต้ หลังกล่าวหายูเครนโจมตีหอพักนักศึกษาดับ 16 ศพ

เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงข้ามคืนของวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีการระบุว่าอาคารที่พักนักศึกษาในเมืองสตารูบิลสค์ (Starobilsk) ถูกโจมตีอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 16 ราย บาดเจ็บอีก 42 ราย และยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารอีกหลายราย ทางการรัสเซียกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกองทัพยูเครนโดยตรง

รายละเอียดการโจมตีและการตอบโต้

ในขณะที่ฝ่ายรัสเซียกล่าวอ้างถึงความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ ทางฝั่งกองทัพยูเครนก็ได้ออกมาให้ข้อมูลในมุมที่แตกต่างออกไป โดยอ้างว่าการปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการมุ่งเป้าไปที่สำนักงานใหญ่ของหน่วยโดรนระดับหัวกะทิของรัสเซียที่มีชื่อว่า “รูบิคอน” อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีปูตินได้ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยเขายืนยันว่าในพื้นที่บริเวณนั้นไม่มีอาคารทางทหาร หน่วยข่าวกรอง หรือโครงสร้างพื้นฐานทางยุทธวิธีใดๆ เลย

ประธานาธิบดีปูตินกล่าวในช่วงงานเลี้ยงรับรองที่ทำเนียบเครมลินว่า การโจมตีดังกล่าวมีการใช้โดรนถึง 16 ลำ และเป็นการจู่โจมถึง 3 ระลอกติดต่อกัน ซึ่งนับเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุในมุมมองของมอสโก การที่ ปูตินลั่นจะตอบโต้ หลังกล่าวหายูเครนโจมตีหอพักนักศึกษาดับ 16 ศพ จึงกลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจนำไปสู่การขยายขอบเขตของการสู้รบครั้งใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม

  • ยอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้นรวม 16 ราย
  • ผู้บาดเจ็บมีรายงานอย่างเป็นทางการที่ 42 ราย
  • รัสเซียยืนยันการใช้โดรน 16 ลำเข้าโจมตี
  • กองทัพยูเครนอ้างว่าเป็นการพุ่งเป้าไปที่ฐานทัพโดรน “รูบิคอน”

ในขณะนี้ กองทัพรัสเซียกำลังเร่งวางแผนและจัดทำหนังสือข้อเสนอเพื่อดำเนินการตอบโต้ตามคำสั่งของประธานาธิบดีปูติน ความสูญเสียในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างบาดแผลให้กับครอบครัวของผู้ที่ต้องจากไป แต่ยังเป็นชนวนเหตุสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของสงครามในระยะยาว เราคงต้องติดตามต่อไปว่า ฉากทัศน์ครั้งถัดไปของความขัดแย้งจะดำเนินไปในรูปแบบใด และจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาคนี้อย่างไรบ้าง

ที่มา – ปูตินลั่นจะตอบโต้ หลังกล่าวหายูเครนโจมตีหอพักนักศึกษาดับ 16 ศพ

ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ในสุนทรพจน์วันชัยชนะเหนือนาซี ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ยืนยันจุดยืนชัดเจน ท่ามกลางพิธีสวนสนามที่ย่อส่วนลงเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียด

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 หรือวันชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ปูตินกล่าวต่อหน้าขบวนทหารที่จัตุรัสแดงในมอสโก โดยชูวีรกรรมบรรพบุรุษเพื่อกระตุ้นกำลังใจทหารรัสเซียในยูเครน เขาระบุว่ากองทัพของเขากำลังเผชิญ “กองกำลังก้าวร้าว” ที่ได้รับการสนับสนุนจากนาโต้ (NATO) ทั้งหมด

ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

สุนทรพจน์ครั้งนี้ ปูตินประกาศอย่างหนักแน่นว่า “ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าภารกิจของเรานั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว” โดยเปรียบเทียบการรบในยูเครนกับชัยชนะในอดีต เพื่อระดมแรงสนับสนุนจากประชาชนรัสเซียที่เริ่มเหนื่อยล้าจากสงครามยืดเยื้อกว่า 3 ปี

รายละเอียดสุนทรพจน์ปูตินและบริบทวันชัยชนะ

พิธีสวนสนามปีนี้แตกต่างจาก以往 เนื่องจากยูเครนโจมตีด้วยโดรนระยะไกลหลายครั้ง รัฐบาลเครมลินจึงลดขนาดลง ไม่นำรถถังหรือยุทโธปกรณ์มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี มีผู้นำต่างชาติน้อยราย เช่น จากเกาหลีเหนือเท่านั้น ขณะที่ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิง 3 วันตามข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

  • ปูตินโจมตีนาโต้ว่าเป็นผู้จุดชนวนความขัดแย้ง
  • ชูทหารรัสเซียและพันธมิตรอย่างเกาหลีเหนือเป็นวีรบุรุษ
  • ยืนยัน ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว เพื่อรักษาขวัญกำลังใจ

วันชัยชนะเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์หลักของปูตินมาตลอด 25 ปี ใช้เชื่อมโยงประวัติศาสตร์สหภาพโซเวียตกับนโยบายปัจจุบัน แต่ปีนี้บรรยากาศเงียบเหงา ประชาชนบางส่วนไม่สนใจเพราะปัญหาอินเทอร์เน็ตล่มและความล้าจากสงคราม

เอเลนา นักเศรษฐศาสตร์วัย 36 ปี ให้สัมภาษณ์ AFP ว่า “ไม่รู้สึกอะไรเลย อยากใช้อินเทอร์เน็ตแต่ใช้ไม่ได้” เธอไม่ดูสวนสนาม สะท้อนความรู้สึกของชาวรัสเซียจำนวนมากที่สงครามยูเครนส่งผลกระทบชีวิตประจำวัน

ผลกระทบสงครามยูเครนต่อพิธีเฉลิมฉลองและเศรษฐกิจรัสเซีย

สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เริ่มตั้งแต่ปี 2022 สร้างความเสียหายมหาศาล ทั้งสองฝ่ายสูญเสียทหารและพลเรือนนับแสน ส่งผลให้รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากตะวันตก นาโต้เพิ่มการสนับสนุนยูเครนด้วยอาวุธล้ำสมัย ปูตินมองว่านี่คือภัยคุกคามต่อความมั่นคงรัสเซีย จึงยืนกรานจุดยืนเดิม

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า คำกล่าว ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว เป็นกลยุทธ์เพื่อยุติการเจรจาสันติภาพที่อาจเสียเปรียบ ขณะที่ยูเครนภายใต้เซเลนสกีเรียกร้องให้รัสเซียถอนทัพเต็มรูปแบบ สถานการณ์ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะการโจมตีเคียฟที่มอสโกขู่ว่าจะตอบโต้หนัก

นอกจากนี้ สงครามยังกระทบเศรษฐกิจโลก น้ำมันและธัญพืชราคาพุ่ง ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น รัสเซียพึ่งพาพันธมิตรอย่างจีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือมากขึ้น

อนาคตสงครามยูเครน: สันติภาพอยู่ไกลแค่ไหน?

แม้ปูตินจะยืนยันจุดยืน แต่กระแสเรียกร้องสันติภาพในรัสเซียเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการสูญเสียและปัญหาภายใน การหยุดยิงชั่วคราวในวันชัยชนะอาจเป็นสัญญาณบวก แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเจรจาจริงจังยังต้องรอ

ติดตามพัฒนาการสงครามยูเครนและข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ คุณคิดอย่างไรกับสุนทรพจน์ของปูตินครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา สร้างความสนใจไปทั่วโลก เมื่อทั้งสองฝ่ายออกแถลงการณ์ในช่วงเวลาที่ต่างกัน โดยรัสเซียมุ่งเน้นฉลองวันชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ยูเครนมองว่าไม่สมเหตุสมผล เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อมานาน

รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 รัสเซียประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวกับยูเครนในวันที่ 8-9 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันฉลองครบรอบ 81 ปีแห่งชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือที่รัสเซียเรียกว่า “สงครามแห่งความรักชาติครั้งยิ่งใหญ่” การประกาศนี้มาจากกระทรวงกลาโหมรัสเซีย โดยอ้างคำสั่งของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ในแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม MAX รัสเซียระบุว่า “เราหวังว่าฝั่งยูเครนจะปฏิบัติตาม” แต่ขู่ว่าหากยูเครนละเมิด จะมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่ใส่ใจกลางกรุงเคียฟ พร้อมเตือนพลเรือนและนักการทูตให้อพยพออกจากเมืองโดยด่วน รัสเซียจัดงานสวนสนามยิ่งใหญ่ที่จัตุรัสแดงทุกปีในวันดังกล่าว

ยูเครนตอบโต้ด้วยการหยุดยิงคนละวัน

ทางฝั่งยูเครนไม่ยอมตามน้ำ ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี โพสต์บน X ว่า การหยุดยิงเพื่อให้รัสเซียฉลองเป็นเรื่อง “ไม่สมเหตุสมผล” และกลัวโดรนยูเครนบินว่อนเหนือจัตุรัสแดง ยูเครนจึงประกาศหยุดยิงของตัวเองระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 00:00 น. (21:00 GMT) โดยระบุว่าเป็นโอกาสสร้างความสงบจริง

เซเลนสกียังย้ำว่า ยังไม่ได้รับคำร้องขออย่างเป็นทางการจากรัสเซีย เหตุการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดที่ยังสูง โดยก่อนหน้านี้รัสเซียโจมตียูเครนทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย ขณะที่โดรนยูเครนพุ่งชนอาคารในย่านหรูของมอสโก

บริบทสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สงครามรัสเซียบุกยูเครนเริ่มตั้งแต่ปี 2022 ความพยายามเจรจาสันติภาพนำโดยสหรัฐฯ ชะงักงัน เพราะวอชิงตันหันไปโฟกัสตะวันออกกลาง รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา จึงเป็นเพียงการหยุดชั่วคราวที่ไม่ประสานกัน

  • วันที่ 8-9 พ.ค.: รัสเซียหยุดยิงเพื่อฉลองวันชัยชนะ
  • วันที่ 5-6 พ.ค.: ยูเครนหยุดยิงตอบโต้
  • ภัยคุกคาม: รัสเซียขู่อัดขีปนาวุธหากถูกโจมตี
  • ผลกระทบ: ผู้เสียชีวิตเพิ่มจากโจมตีล่าสุด

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ยังคงผันผวน การหยุดยิงชั่วคราวนี้ไม่น่าจะนำไปสู่สันติภาพถาวร

วิเคราะห์เพิ่มเติม: การที่ทั้งสองฝ่ายประกาศคนละวัน แสดงถึงการไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน รัสเซียใช้โอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ภายใน ขณะที่ยูเครนแสดงจุดยืนแข็งกร้าวเพื่อรักษาขวัญกำลังใจทหารและประชาชน

สำหรับผู้อ่านที่สนใจ ติดตามพัฒนาการสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้ที่เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศของเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึก คุณคิดว่าการหยุดยิงนี้จะนำไปสู่อะไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย

ที่มา – รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่าน-ยูเครน อาจจบในเวลาใกล้เคียงกัน

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่าน-ยูเครน อาจจบในเวลาใกล้เคียงกัน นี่คือประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการข่าวต่างประเทศ ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว CNN ในห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาว โดยเปิดเผยข้อมูลสำคัญหลังจากสนทนาทางโทรศัพท์กับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย นานกว่า 1.5 ชั่วโมง

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่าน-ยูเครน อาจจบในเวลาใกล้เคียงกัน

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ทรัมป์ได้ตอบคำถามของเคตแลน คอลลินส์ ผู้สื่อข่าว CNN เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามที่กำลังลุกลาม โดยระบุว่า “สงครามไหนจะจบก่อนน่ะหรือ? บางทีพวกมันอาจจะจบลงในกรอบเวลาที่ใกล้เคียงกันก็ได้” คำพูดนี้สร้างความฮือฮา เพราะแสดงถึงความหวังในการยุติความขัดแย้งทั้งสองฝั่งในเวลาใกล้ชิดกัน

รายละเอียดการสนทนาระหว่างทรัมป์กับปูติน

ในการให้สัมภาษณ์ ทรัมป์ย้ำว่าประเด็นหลักของการสนทนาคือเรื่องยูเครน แต่ก็มีการพูดถึงอิหร่านเล็กน้อย เขากล่าวว่า “ผมคิดว่าเราจะหาทางออกได้ในเวลาอันรวดเร็ว ผมหวังและผมคิดว่าเราอยากเห็นทางออกที่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย” การโทรศัพท์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิเคราะห์สถานการณ์ทางทหาร โดยบอกว่า “ผมคิดว่ายูเครนพ่ายแพ้แล้วในทางทหาร” แต่ CNN ชี้ว่าอาจเป็นการพูดผิด และทรัมป์น่าจะหมายถึงอิหร่านมากกว่า เพราะเขาเอ่ยถึงกองทัพเรือของอิหร่านที่ถูกทำลายหนัก

สถานการณ์ทางทหารในอิหร่านและยูเครน

ทรัมป์อธิบายเพิ่มเติมว่า “คุณไม่มีทางรู้เรื่องนี้หรอกถ้ามัวแต่อ่านข่าวลวง แต่ในทางทหารน่ะ ดูสิ มีเรือ 159 ลำ—ตอนนี้เรือทุกลำจมอยู่ใต้น้ำหมดแล้ว ซึ่งนับว่าดีทีเดียว… ตอนนี้มันยากที่พวกเขาจะกลับมามีกองทัพเรือได้อีกครั้ง คุณคิดว่าพวกเขาจะไปได้สวยหรือ ในเมื่อไม่มีทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือแม้แต่ระบบต่อต้านอากาศยาน?”

คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองของทรัมป์ต่อความเสียหายทางทหารของอิหร่านที่รุนแรง ในขณะที่สงครามยูเครนกับรัสเซียก็ยืดเยื้อมานาน สถานการณ์ทั้งสองอาจนำไปสู่การเจรจาเพื่อยุติความรุนแรง

  • ทรัมป์สนทนากับปูตินนาน 1.5 ชั่วโมง
  • คาดหวังทางออกที่เป็นประโยชน์ทุกฝ่าย
  • อิหร่านสูญเสียกองทัพเรือเกือบทั้งหมด
  • ยูเครนเผชิญความพ่ายแพ้ทางทหารตามการประเมิน
  • สงครามทั้งสองอาจสิ้นสุดพร้อมกัน

ข้อมูลเหล่านี้มาจากการให้สัมภาษณ์โดยตรง ทำให้ทรัมป์เผย สงครามอิหร่าน-ยูเครน อาจจบในเวลาใกล้เคียงกัน เป็นข่าวที่นักวิเคราะห์การเมืองจับตา

ในบริบทกว้างขึ้น สงครามยูเครนเริ่มตั้งแต่รัสเซียบุกเมื่อปี 2022 และลุกลามต่อเนื่อง ขณะที่ความขัดแย้งอิหร่านอาจเกี่ยวข้องกับการตอบโต้ทางทหารกับอิสราเอลหรือชาติอื่นๆ การที่ผู้นำสหรัฐฯ อย่างทรัมป์มองในแง่บวก อาจเร่งให้เกิดการไกล่เกลี่ยจากนานาชาติ เช่น สหประชาชาติหรือกลุ่ม G7

นักวิเคราะห์บางคนเห็นด้วยว่าการเจรจาระหว่างผู้นำมหาอำนาจเป็นกุญแจสำคัญในการยุติสงคราม แต่ก็มีเสียงคัดค้านจากฝ่ายที่ต้องการให้สนับสนุนยูเครนและพันธมิตรต่อไป

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่าน-ยูเครน อาจจบในเวลาใกล้เคียงกัน สร้างความหวังใหม่ให้โลก แต่ต้องติดตามพัฒนาการต่อไป หากเกิดการเจรจาจริง อาจเปลี่ยนโฉมหน้า geopolitics ไปเลย

คุณคิดอย่างไรกับคำกล่าวของทรัมป์? สงครามเหล่านี้จะจบจริงในเร็ววันหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – ทรัมป์เผย สงครามอิหร่าน-ยูเครน อาจจบในเวลาใกล้เคียงกัน

ทรัมป์-ปูติน โทรคุยกัน 1.5 ชม. หารือเรื่องหยุดยิงอิหร่าน

ทรัมป์-ปูติน โทรคุยกัน 1.5 ชม. หารือเรื่องหยุดยิงอิหร่าน เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองโลก เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กันนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยมีประเด็นสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดกับอิหร่านและสงครามในยูเครน การสนทนาครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวกต่อการคลี่คลายความขัดแย้งระดับโลก

ทรัมป์-ปูติน โทรคุยกัน 1.5 ชม. หารือเรื่องหยุดยิงอิหร่าน

ตามการเปิดเผยจากนายยูริ อูชาคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลิน รัสเซียเป็นฝ่ายริเริ่มการโทรครั้งนี้ ปูตินชื่นชมหัวใจสำคัญของทรัมป์ที่ขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่าน โดยบอกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ “ถูกต้อง” เพราะจะเปิดโอกาสให้มีการเจรจาและสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค ปูตินยังเตือนถึงผลกระทบร้ายแรงหากสหรัฐฯ และอิสราเอลกลับมาใช้กำลังทหาร ซึ่งไม่เพียงกระทบอิหร่านและเพื่อนบ้าน แต่จะลุกลามไปทั่วโลก

ประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ: ปูตินเสนอช่วยเหลือ

หนึ่งในไฮไลต์ของการสนทนาคือเรื่องแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ปูตินเสนอตัวช่วยสหรัฐฯ จัดการคลังยูเรเนียมนี้ ซึ่งคล้ายกับบทบาทที่รัสเซียเคยทำในข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ทรัมป์เล่ากับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า “เขา (ปูติน) อยากช่วย เขาบอกว่าสามารถจัดการเรื่องยูเรเนียมได้” แต่ทรัมป์ตอบโต้ด้วยว่า “ก่อนที่คุณจะช่วยผม ผมต้องการให้สงครามของคุณในยูเครนยุติลงก่อน” แสดงให้เห็นถึงการต่อรองที่เข้มข้น

หยุดยิงยูเครนตรงวันชัยชนะ?

นอกจากข่าวต่างประเทศเรื่องอิหร่านแล้ว ทั้งคู่ยังพูดถึงสงครามยูเครน ปูตินเสนอหยุดยิงให้ตรงกับวันแห่งชัยชนะ 9 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันสำคัญของรัสเซียที่รำลึกชัยชนะเหนือ纳ซีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรัมป์มองว่าการสนทนาเป็นไปอย่าง “ดีมาก” และเชื่อว่าทางออกในยูเครนใกล้เข้ามา “ผมรู้จักปูตินมานาน เขาพร้อมทำข้อตกลง แต่มีคนบางกลุ่มขัดขวาง”

  • ประเด็นหลักที่หารือ:
  • หยุดยิงอิหร่านและเสี่ยงภัยนิวเคลียร์
  • จัดการยูเรเนียมอิหร่านโดยรัสเซีย
  • สถานการณ์ยูเครนและวันชัยชนะ 9 พ.ค.
  • ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-รัสเซียในอนาคต

การสนทนาทรัมป์-ปูติน โทรคุยกัน 1.5 ชม. หารือเรื่องหยุดยิงอิหร่านครั้งนี้ สะท้อนถึงการทูตแบบตัวต่อตัวที่อาจเปลี่ยนเกมการเมืองโลก แม้ทรัมป์จะไม่ปฏิเสธข้อเสนอยูเรเนียมชัดเจน แต่ย้ำว่ายูเครนต้องมาก่อน นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นก้าวแรกสู่การลดความตึงเครียด โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่อิหร่านกำลังเป็นจุดร้อน

ในมุมมองของผู้เขียน การโทรคุยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้นำทั้งสองเข้าใจถึงความเสี่ยงของสงครามนิวเคลียร์ หากนำไปสู่ข้อตกลงจริง โลกอาจสงบสุขมากขึ้น ลองนึกภาพถ้ารัสเซียช่วยควบคุมยูเรเนียมอิหร่านได้ ขณะที่ยูเครนหยุดยิง มันจะเป็นชัยชนะ外交ใหญ่หลวง

ติดตามข่าวสารล่าสุด: อย่าพลาดอัปเดตสถานการณ์โลกได้ที่ ข่าวต่างประเทศไทยรัฐ คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับการสนทนาครั้งนี้!

ที่มา – ทรัมป์-ปูติน โทรคุยกัน 1.5 ชม. หารือเรื่องหยุดยิงอิหร่าน

ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียครั้งที่ 3 จนต้องสั่งอพยพผู้คน

ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียครั้งที่ 3 จนต้องสั่งอพยพผู้คน สร้างความเสียหายรุนแรงและไฟไหม้ใหญ่โตที่เมืองตูอัปเซ ริมทะเลดำ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้เกิดเพลิงลุกโหมกระหน่ำ แต่ยังบังคับให้ทางการรัสเซียต้องอพยพชาวบ้านใกล้เคียงออกจากพื้นที่ด่วน สถานการณ์ตึงเครียดจากสงครามยูเครน-รัสเซียที่ยืดเยื้อยังคงส่งผลกระทบหนักหน่วงต่ออุตสาหกรรมพลังงาน

ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียครั้งที่ 3 จนต้องสั่งอพยพผู้คน

โรงกลั่นน้ำมันตูอัปเซ (Tuapse) ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ของรัสเซียตั้งอยู่ริมทะเลดำ ถูกโดรนยูเครนโจมตีเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือนนี้ สองครั้งก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ ส่งผลให้เกิดน้ำมันรั่วไหลลงทะเลจำนวนมาก ชาวเมืองถึงกับรายงานว่าเกิด “ฝนสีดำ” ตกลงมา คราบน้ำมันเกาะติดทุกหนแห่ง สร้างมลพิษรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่า การโจมตีครั้งล่าสุดก่อให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง จนต้องสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงทันที นายเวเนียมิน คอนดราตีเยฟ ผู้ว่าการแคว้นคราสโนดาร์ กล่าวยกย่องเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยที่ทำงานภายใต้สภาวะยากลำบากว่าเป็น “การกระทำที่กล้าหาญอย่างแท้จริง” ขณะที่นายเซอร์เก บอยโค หัวหน้าเขตเทศบาล จัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวในโรงเรียนท้องถิ่น

ผลกระทบจากการโจมตีและมาตรการรับมือ

ศูนย์จัดการวิกฤตส่วนภูมิภาคเตือนว่าควันจากเพลิงไหม้กระจายสู่ชั้นบรรยากาศ สารพิษอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประชาชนได้รับคำแนะนำดังนี้

  • สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นและควัน
  • ล้างจมูก ตา และลำคอเป็นประจำ
  • ปิดหน้าต่างประตูให้มิดชิด
  • จำกัดเวลาอยู่นอกบ้านให้น้อยที่สุด

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินบินด่วนไปยังตูอัปเซ เพื่อดูแลการดับเพลิงและฟื้นฟูความเสียหาย ดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน กล่าวหายูเครนว่าโจมตีคลังน้ำมันเพื่อการส่งออก สร้างความสั่นคลอนให้ตลาดพลังงานโลก ซึ่งกำลังขาดแคลนอยู่แล้ว

จุดยืนของทั้งสองฝ่าย

กองทัพยูเครนยอมรับว่าเป็นผู้ก่อการโจมตี โดยระบุว่าโรงกลั่นเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญที่สนับสนุนการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2565 รัฐบาลรัสเซียมองว่าเป็นการกระทำที่ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงานโลก สถานการณ์นี้สะท้อนถึงสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ

เหตุการณ์ ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียครั้งที่ 3 จนต้องสั่งอพยพผู้คน ไม่เพียงกระทบต่อรัสเซีย แต่ยังส่งผลต่อราคาน้ำมันทั่วโลกที่อาจผันผวนมากขึ้น ผู้บริโภคในไทยเองก็อาจรู้สึกถึงผลกระทบทางอ้อมผ่านราคาน้ำมันที่แพงขึ้น

ในมุมมองของเรา สงครามครั้งนี้กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์พลังงานโลกอย่างสิ้นเชิง เราแนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อเข้าใจสถานการณ์ หากสนใจข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม สามารถคลิกที่นี่ เพื่ออ่านต่อ

ที่มา – ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียครั้งที่ 3 จนต้องสั่งอพยพผู้คน

รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศไทยอิหร่าน ได้เดินทางถึงรัสเซียและเข้าพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ทันที เพื่อหารือเรื่องสำคัญๆ ที่อาจเปลี่ยนทิศทางของความขัดแย้งในภูมิภาค

รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 นายอับบาส อารักชี เดินทางถึงนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ในฐานะส่วนหนึ่งของทริปการทูตเร่งด่วน ท่ามกลางสงครามที่ลุกลามในตะวันออกกลาง การเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่มีปากีสถานเป็นตัวกลาง ล้มเหลวไปก่อนหน้านี้ ทำให้อารักชีออกมาโทษสหรัฐฯ อย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นต้นเหตุหลัก

“แนวทางของสหรัฐฯ ทำให้การเจรจารอบก่อนไม่บรรลุผล แม้จะมีความคืบหน้า เนื่องจากเรียกร้องเกินขอบเขต” อารักชีกล่าวในการสนทนากับปูติน ก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งเยือนโอมานและปากีสถาน เพื่อสานสัมพันธ์กับชาติพันธมิตร

รัสเซียยืนยันช่วยเหลืออิหร่านเต็มที่

ประธานาธิบดีปูตินตอบโต้ด้วยการยืนยันว่ารัสเซียจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาสันติภาพในตะวันออกกลาง “เราจะทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่ออิหร่านและประชาชนในภูมิภาค เพื่อบรรลุสันติภาพโดยเร็ว” ปูตินกล่าว พร้อมยกย่องความกล้าหาญของชาวอิหร่านที่ต่อสู้เพื่อเอกราช

สำนักข่าว TASS รายงานเพิ่มเติมว่ารัสเซียตั้งใจสานต่อความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับอิหร่านต่อไป ซึ่งเป็นสัญญาณบวกท่ามกลางแรงกดดันจากตะวันตก

เบื้องหลังการเจรจาที่ล้มเหลว

การเจรจารอบล่าสุดที่มีปากีสถานเป็นกลาง ไม่ประสบความสำเร็จ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยกเลิกการส่งผู้แทนไปอิสลามาบัด อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องทางสื่อสารรองดำเนินอยู่ อิหร่านส่งข้อความลายลักษณ์อักษรผ่านปากีสถาน ระบุเส้นตายเรื่องนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การเจรจาอย่างเป็นทางการ

เว็บไซต์ Axios ของสหรัฐฯ รายงานว่า อิหร่านเสนอข้อเสนอใหม่เพื่อยุติสงคราม โดยยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และเลื่อนประเด็นนิวเคลียร์ไปหารือรอบหลัง สำนักข่าว IRNA ของอิหร่านนำเสนอข่าวนี้โดยไม่ปฏิเสธ

  • จุดสำคัญของข้อเสนออิหร่าน: เปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อการเดินเรือเสรี
  • ยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย
  • เลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ไป阶段ถัดไป
  • รักษาสายสัมพันธ์กับรัสเซียและปากีสถาน

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของ geopolitics ในตะวันออกกลาง ที่อิหร่านหันไปพึ่งพารัสเซียมากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงกดดันด้วยมาตรการคว่ำบาตรและการทูต

ผลกระทบต่อภูมิภาคและอนาคตการเจรจา

รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม อาจนำไปสู่การรวมตัวของชาติต่อต้านสหรัฐฯ อย่างรัสเซีย จีน และอิหร่าน ซึ่งจะทำให้สงครามยืดเยื้อ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าหากไม่มีทางออก ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูง และความมั่นคงในอ่าวเปอร์เซียเสี่ยง

ในมุมมองของผู้เขียน การเยือนรัสเซียครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ฉลาดของอิหร่าน ที่ช่วยเสริมสร้างพันธมิตร ท่ามกลางแรงกดดันจากวอชิงตัน หากสหรัฐฯ ไม่ยอมถอย ความขัดแย้งอาจลุกลาม

ติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – รมต.อิหร่านเดินทางถึงรัสเซียแล้ว โทษสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

Scroll to top