สถานการณ์น้ําท่วม

ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดมีรายงานว่า ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้ หลังจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภูเขา ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากไหลหลากเข้าสู่พื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุด: ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินเส้นทางน้ำ พบว่ามวลน้ำจากอำเภอปัวกำลังเคลื่อนตัวผ่านอำเภอท่าวังผา และคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงก่อนจะเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองน่านในช่วงคืนนี้ ทาง ปภ. จึงได้ใช้ระบบแจ้งเตือนภัยผ่านเซลล์บรอดคาสต์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งอพยพกลุ่มเปราะบางและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงทันที

มาตรการรับมือเมื่อ ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด ทาง ปภ. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรหนัก และประสานความร่วมมือกับมูลนิธิต่างๆ เพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • หากอาศัยอยู่ริมแม่น้ำหรือพื้นที่ราบเชิงเขา ควรเตรียมตัวอพยพทันทีเมื่อได้รับแจ้งเตือน
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และตัดกระแสไฟฟ้าหากน้ำเริ่มท่วมขังในตัวบ้าน
  • นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในลำธารหรือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในช่วงนี้

นอกเหนือจากอำเภอเมืองน่านแล้ว มวลน้ำก้อนนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่อำเภอเวียงสาในลำดับถัดไป ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งจากการประเมินพบว่าเขื่อนยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกพอสมควร อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่มีความแปรปรวนจากปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทำให้มีฝนตกหนักซ้ำเติมในพื้นที่ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าประมาทและเฝ้าระวังภัยจากดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง

ทางรัฐบาลได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางในศูนย์อพยพ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไปได้โดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัดน่านเผชิญกับอุทกภัยอย่างหนัก ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศยกเลิกภารกิจด่วนเพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้กรมชลประทานระดมเครื่องมือหนักเข้าพื้นที่ทันที

ในวันนี้ การดำเนินงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างเข้มข้น นายสุริยะย้ำว่า รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย เป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำเรื่องการจัดหาอาหารกล่องปรุงสุก การอพยพผู้ประสบภัย และการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในพื้นที่

การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ได้รายงานว่า ปริมาณฝนสะสมในพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอเมืองน่านอยู่ในเกณฑ์สูงมาก ทำให้แม่น้ำน่านมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานจึงต้องปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อให้มั่นใจว่าสถานการณ์น้ำจะถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว ในอำเภอเมืองน่าน
  • การส่งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ไปยังอำเภอเวียงสา
  • การระดมเครื่องจักรกล รถแบคโฮ และรถบรรทุกเทท้ายกว่า 7 คัน เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ความพยายามในการจัดการกับวิกฤตครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐ การที่ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย นั้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสียหายของพื้นที่เกษตรกรรม แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้านที่กำลังลำบาก

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว และขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโปรดติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์น้ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์น้ำหลากเช่นนี้

หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของครอบครัวคุณเองครับ

ที่มา – รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีสถานการณ์ด่วนที่น่าเป็นห่วงมาแจ้งให้ทราบ โดยเฉพาะพี่น้องชาวน่านครับ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน ซึ่งสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง หลังจากที่ฝนตกหนักต่อเนื่องกันหลายวันจนทำให้น้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว

น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

ทางจังหวัดน่านไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จึงได้ลงนามในประกาศจังหวัดฯ เรื่อง เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือพี่น้องชาวอำเภอปัวอย่างเร่งด่วนที่สุดครับ

รายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีพื้นที่ได้รับความเสียหายครอบคลุมถึง 12 ตำบล และ 107 หมู่บ้าน ดังนี้ครับ:

  • ตำบลเจดีย์ชัย (หมู่ 1-9)
  • ตำบลแงง (หมู่ 1-7)
  • ตำบลศิลาเพชร (หมู่ 1-10)
  • ตำบลภูคา (หมู่ 1-14)
  • ตำบลปัว (หมู่ 1-8)
  • ตำบลศิลาแลง (หมู่ 1-8)
  • ตำบลสถาน (หมู่ 1-13)
  • ตำบลไชยวัฒนา (หมู่ 1-8)
  • ตำบลวรนคร (หมู่ 1-8)
  • ตำบลอวน (หมู่ 1-11)
  • ตำบลสกาด (หมู่ 1-4)
  • ตำบลป่ากลาง (หมู่ 1-7)

ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ซึ่งการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจะช่วยให้งบประมาณฉุกเฉินสามารถนำมาใช้ในการเยียวยาผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที โดยมีกรอบเวลาช่วยเหลือภายใน 3 เดือนนับจากวันเกิดเหตุครับ

ในยามวิกฤตเช่นนี้ การรวมพลังของคนในชุมชนและการติดตามข่าวสารจากทางราชการเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ ขอให้พี่น้องในพื้นที่ อ.ปัว และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดน่าน ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าและสัตว์มีพิษที่อาจมากับน้ำด้วยนะครับ สำหรับใครที่อยากช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถติดตามช่องทางการรับบริจาคจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ หรือแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้โดยตรงครับ

เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และหวังว่าสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจะคลี่คลายลงในเร็ววันครับ

ที่มา – น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

กลายเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและสร้างกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยอย่างมาก สำหรับสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะเมื่อ เปิ้ล นาคร ศิลาชัย นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้ออกมาประกาศความพร้อมผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า กำลังเร่งระดมทีมงานมูลนิธิไทนาคาเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน หลังจากที่ได้รับทราบข่าวความเดือดร้อนของชาวบ้านที่กำลังเผชิญกับมวลน้ำมหาศาล

ความเคลื่อนไหวจาก เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

ความมุ่งมั่นของพี่เปิ้ล นาคร ครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเจ้าตัวถึงขั้นสั่งการให้ทีมงานเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด โดยเปิ้ลได้โพสต์ข้อความว่า “ออกจากโรงพยาบาล แล้วบินเลย เจอกันคับน่าน” พร้อมย้ำเตือนให้ชาวบ้านเตรียมของใช้ที่จำเป็นไว้ให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในช่วง 3 วันข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการลงมือทำด้วยใจจริงและมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ทางด้านสถานการณ์ในพื้นที่ จังหวัดน่าน เองนั้น นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน และทีมงานเทศบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งดำเนินการหลายมาตรการเพื่อรับมือกับวิกฤต ดังนี้:

  • เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในเขตบ้านน้ำล้อมเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยง
  • มีการวางแนวกระสอบทรายในจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ชุมชนพระเนตร เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมที่อยู่อาศัย
  • เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่านออกปฏิบัติการสำรวจและเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

การร่วมมือกันระหว่างคนดังอย่าง เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน กับหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของพลังความสามัคคีที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยรู้สึกอุ่นใจขึ้น แม้สถานการณ์ภัยพิบัติจะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่การมีคนพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันแบบนี้ ทำให้รอยยิ้มและกำลังใจของคนในพื้นที่กลับมาได้เสมอ เราขอเป็นกำลังใจให้ทั้งทีมงานของเปิ้ล นาคร และเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอให้พี่น้องชาวน่านปลอดภัยและสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – “เปิ้ล นาคร” ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน บอกชาวบ้านรออยู่

ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

เรียกได้ว่าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือปีนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ ครับ โดยล่าสุดมีการเคลื่อนไหวสำคัญจากรัฐบาล เมื่อ ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน ทันทีหลังจากได้รับคำสั่งการด่วนจากท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งในขณะนั้นกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรวดเร็วในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสครับ

ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในงาน ม.อ.วิชาการ และงานมหกรรมงานวิจัย ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ปรับแผนการเดินทางทันทีเพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.น่าน ในเวลา 15.00 น. เพื่อลงพื้นที่ อ.ปัว อย่างเร่งด่วน โดยการที่ ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน ในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงบทบาทของประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือที่ชัดเจนมากครับ

สถานการณ์ในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน

บรรยากาศที่ อ.ปัว ตอนนี้ค่อนข้างตึงเครียดมากครับ เพราะฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมหลายสายถูกตัดขาด นายยศชนันจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้:

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว ในเขตอำเภอเมือง และเครื่องสูบน้ำ 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เวียงสา เพื่อระบายน้ำให้เร็วที่สุด
  • ระดมเครื่องจักรขนาดใหญ่ ทั้งรถแบ็กโฮและรถบรรทุกเทท้ายกว่า 7 คัน เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและคอสะพานที่ถูกน้ำพัดพามา
  • ประสานงานกับ พมจ.น่าน เพื่อเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ตามจุดพักพิงต่างๆ อย่างเร่งด่วน

การทำงานเชิงรุกในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเหนือ และพร้อมที่จะลงพื้นที่จริงเพื่อแก้ปัญหาหน้างานทันที เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านจะคลี่คลายลงในเร็ววัน และขอส่งกำลังใจให้ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – “ยศชนัน” เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน

ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน

ในช่วงสัปดาห์นี้ จังหวัดน่านกำลังเผชิญกับสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายอำเภอ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ล่าสุดทาง พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. ได้มีคำสั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ ตชด.ภาค 3 และทีมตำรวจจิตอาสา ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน ทันที พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังภัยพิบัติอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์วิกฤต น้ำท่วมน่าน และความช่วยเหลือจากภาครัฐ

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักในขณะนี้ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข ซึ่งมีทั้งน้ำท่วมขัง ถนนขาด และดินสไลด์ปิดเส้นทางสัญจร เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้าน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยที่ ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน เพื่อให้มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องรีบอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

  • เร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน
  • จัดเตรียมกำลังพลเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
  • ประสานงานหน่วยงานท้องถิ่นอพยพผู้ประสบภัยออกจากจุดเสี่ยง
  • เตือนภัยชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำและเชิงเขาให้ระวังดินโคลนถล่ม

นอกจากนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือยังได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนใน จ.น่าน ระมัดระวังปริมาณฝนสะสมที่อาจทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อ สำหรับใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากท่านพบเห็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที

สุดท้ายนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวน่านทุกท่านให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย และขอชื่นชมการปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในยามลำบากเช่นนี้

ที่มา – ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน “น้ำท่วมน่าน” เฝ้าระวัง 24 ชม.

เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

สวัสดีครับพี่น้องชาวน่านทุกท่าน สถานการณ์น้ำในบ้านเราตอนนี้ต้องบอกว่าไม่น่าไว้วางใจเลยครับ ล่าสุดทาง เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม อย่างเร่งด่วน หลังจากมีรายงานฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักกว่า 200 มิลลิเมตรในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณน้ำในลำน้ำน่านและลำน้ำสาขา ทำให้เทศบาลเมืองน่านต้องออกมาแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่กำลังไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะชุมชนที่เคยประสบอุทกภัยหนักในปี 2549 และปี 2567 ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษครับ

มาตรการรับมือเมื่อเทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

การเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยของคนในครอบครัว ทางเทศบาลแนะนำให้ชาวบ้านดำเนินการดังนี้ครับ:

  • เร่งขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูงให้พ้นระดับน้ำ
  • ย้ายรถยนต์และยานพาหนะไปจอดในพื้นที่ที่เทศบาลจัดไว้ให้ หรือในพื้นที่สูงที่ปลอดภัย
  • เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ไปยังศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติในพื้นที่ปลอดภัยทันที
  • สำหรับผู้ที่เลือกจะอยู่ในบ้านต่อ ต้องเตรียมเสบียง อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เช่น ไฟฉายหรือเทียน ให้เพียงพออย่างน้อย 3 วัน

นอกจากนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมโทรศัพท์มือถือให้มีแบตเตอรี่เต็มพร้อมใช้งานตลอดเวลา เพราะทางเทศบาลอาจมีการตัดกระแสไฟฟ้าในบางพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัยครับ

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยนะครับ การตื่นตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความสูญเสียได้มากครับ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากทางเทศบาลและหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่องนะครับ

ที่มา – เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

นายกฯ สั่งด่วนช่วย น้ำท่วมน่าน กำชับอาหารต้องมีคุณภาพ

สถานการณ์วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในจังหวัดน่านจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดเหตุการณ์ นายกฯ สั่งด่วนช่วย น้ำท่วมน่าน กำชับอาหารต้องมีคุณภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด แม้นายกรัฐมนตรีจะอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไทยในพื้นที่ภาคเหนือ

นายกฯ สั่งด่วนช่วย น้ำท่วมน่าน กำชับอาหารต้องมีคุณภาพ

เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้มีความรุนแรงจนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต้องแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทีมงานบูรณาการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำถึงมาตรฐานของศูนย์พักพิงและคุณภาพอาหารเป็นพิเศษ ท่านได้กล่าวอย่างหนักแน่นว่าการจัดการต้องมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในอดีต โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง

มาตรการเร่งด่วนเมื่อเกิด น้ำท่วมน่าน

รัฐบาลได้ประกาศให้จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณเยียวยาได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านส่วนกลาง โดยมีแนวทางการช่วยเหลือดังนี้:

  • การจัดตั้งศูนย์พักพิง: ดูแลความปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชนที่อพยพ
  • อาหารและสิ่งของบรรเทาทุกข์: นายกฯ กำชับว่าอาหารต้องมีคุณภาพเพียงพอและเหมาะสม
  • การเยียวยาหลังน้ำลด: เตรียมแผนซ่อมแซมบ้านเรือนและจ่ายเงินเยียวยาหากน้ำท่วมขังเกิน 3 วัน

ความห่วงใยที่นายกฯ ส่งตรงจากออสเตรเลียสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับกองทัพและส่วนท้องถิ่นจะช่วยให้สถานการณ์ น้ำท่วมน่าน ครั้งนี้คลี่คลายลงโดยเร็วที่สุด เราเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำงานอย่างเสียสละและพี่น้องชาวน่านทุกครอบครัวครับ

ที่มา – นายกฯ สั่งด่วนจากออสเตรเลีย ช่วย “น้ำท่วมน่าน” กำชับดูแลศูนย์พักพิง-อาหารต้องมีคุณภาพ

บึงกาฬน้ำโขงสูงขึ้นอีก 30 ซม. น้ำหลาก 7 อำเภอ พื้นที่การเกษตร 16,000 ไร่จมน้ำ

บึงกาฬน้ำโขงสูงขึ้นอีก 30 ซม. น้ำหลาก 7 อำเภอ พื้นที่การเกษตร 16,000 ไร่จมน้ำ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาฝากกันครับ เกี่ยวกับวิกฤตการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ หลังจากที่มีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องมานานกว่า 3 สัปดาห์ ล่าสุดสถานการณ์ บึงกาฬน้ำโขงสูงขึ้นอีก 30 ซม. น้ำหลาก 7 อำเภอ พื้นที่การเกษตร 16,000 ไร่จมน้ำ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียวครับ

ผลกระทบวงกว้างจากระดับน้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น

สาเหตุหลักที่ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น เกิดจากการที่มวลน้ำเหนือจากจังหวัดเลยและหนองคาย ไหลมารวมกับลำน้ำสาขาต่างๆ รวมถึงปริมาณน้ำที่ไหลมาจากฝั่ง สปป.ลาว ทำให้ในเช้าวันนี้ระดับน้ำที่จุดบ้านพันลำ วัดได้ถึง 12.38 เมตร เพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ปัญหา บึงกาฬน้ำโขงสูงขึ้นอีก 30 ซม. น้ำหลาก 7 อำเภอ พื้นที่การเกษตร 16,000 ไร่จมน้ำ ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรในหลายพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากการรายงานล่าสุดของทางจังหวัด พบว่าพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 16,654 ไร่ ใน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ, โซ่พิสัย, ศรีวิไล, เซกา, ปากคาด, บุ่งคล้า และบึงโขงหลง กำลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนาข้าวที่กำลังเติบโต นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่ขาดแคลนพื้นที่สำหรับปล่อยเลี้ยงดูอีกด้วย

  • เร่งแจกถุงยังชีพและอาหารแห้งให้กับผู้ประสบภัยกว่า 27 หลังคาเรือน
  • เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดเศษซากไม้ที่ขวางทางน้ำเพื่อป้องกันความเสียหายต่อแพสูบน้ำ
  • การประปาส่วนภูมิภาคบางจุดต้องหยุดจ่ายน้ำชั่วคราวเพื่อซ่อมแซมระบบ
  • ท้องถิ่นเตรียมการช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายหลังน้ำลด

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ บึงกาฬน้ำโขงสูงขึ้นอีก 30 ซม. น้ำหลาก 7 อำเภอ พื้นที่การเกษตร 16,000 ไร่จมน้ำ จะยังคงอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง แต่ทางภาครัฐก็ได้กำชับให้ชาวบ้านเตรียมตัวยกสิ่งของขึ้นที่สูงและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินครับ

ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนร่วมสังคม สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือกำลังใจครับ หากใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้หมั่นตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการอยู่เสมอ และหากมีใครต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งไปที่องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ได้ทันที ขอให้สถานการณ์คลี่คลายลงโดยเร็วและพี่น้องชาวบึงกาฬปลอดภัยทุกคนนะครับ

ที่มา – บึงกาฬน้ำโขงสูงขึ้นอีก 30 ซม. น้ำหลาก 7 อำเภอ พื้นที่การเกษตร 16,000 ไร่จมน้ำ

Scroll to top