สถานการณ์น้ําท่วม

“สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วม

“สุชาติ ชมกลิ่น” สั่งการให้นำบะหมี่หม้อร้อนในตัว จำนวน 1,200 หม้อ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ส่งมอบให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อรับมือกับปัญหาการขาดแคลนอาหารและไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า จากการสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการดำเนินการลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดยนางสาวลลิดา ได้นำผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบ “อุ่นร้อนในตัวโดยไม่ต้องใช้น้ำร้อน” จำนวน 1,200 หม้อ ขึ้นเครื่องบินของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากพบว่าหลายชุมชนกำลังประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้การหุงหาอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งระบบขนส่งยังถูกตัดขาดในบางส่วน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ยี้ไห่ ฟู้ด ประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ไหตี่เลา ที่ได้ร่วมสมทบความช่วยเหลือเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย และอุ่นร้อนรับประทานได้ทันที แม้จะไม่มีแก๊สหรือไฟฟ้าก็ตาม

นางสาวลลิดา กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งบูรณาการกำลังความช่วยเหลือ ทั้งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ เจ้าหน้าที่ภาคสนาม และทีมสนับสนุน เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วที่สุด

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า “นี่เป็นช่วงเวลายากลำบากของพี่น้องในพื้นที่น้ำท่วม เราจึงพยายามนำอาหารที่สามารถรับประทานได้ทันทีไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนก่อนเป็นลำดับแรก และจะรายงานสถานการณ์ให้นายกรัฐมนตรีทราบอย่างใกล้ชิด” รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงเดินหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

“สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วม

ความช่วยเหลือจาก “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ การขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มสะอาดเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข การได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบของบะหมี่หม้อร้อนพร้อมทาน จึงเป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่รัฐบาลมีต่อประชาชน

การที่ “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วมในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการมอบอาหาร แต่เป็นการส่งมอบกำลังใจและความหวังให้กับผู้ประสบภัย ทำให้พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งและยังได้รับการดูแลจากภาครัฐและเอกชน การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

การสนับสนุนของภาคเอกชนอย่าง บริษัท ยี้ไห่ ฟู้ด ประเทศไทย ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนในยามยากลำบาก การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการแก้ไขปัญหาสังคมเป็นตัวอย่างที่ดีที่ควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนต่อไป

การที่รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เร่งให้ความช่วยเหลือ “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและการให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของพวกเขา การทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างๆ จะช่วยให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการได้อย่างทันท่วงที

ถึงเเม้ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อาจจะสร้างความเสียหาย เเละความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก เเต่ความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อน ช่วยน้ำท่วม ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเราจะไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก เเละเราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันได้

ที่มา – “สุชาติ” ส่งบะหมี่หม้อร้อนในตัว 1,200 หม้อ ช่วยน้ำท่วม รับมือขาดแคลนอาหาร ไฟฟ้าดับ

ศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง

รมช.มหาดไทย ยืนยัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม ภาพรวมเมื่อวานช่วยได้ 1,000 คน คุยผู้ว่าฯ สงขลา น้ำลดลงมาก ลั่น อยู่ระหว่างตรวจสอบปมชาวบ้านไล่ยิงกู้ภัย

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ตกค้างในพื้นที่ประสบอุทกภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่า เมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) ภาพรวมสามารถช่วยออกมาได้ประมาณ 1,000 คน แต่ต้องยอมรับว่า ประชาชนบางคนขออยู่บ้าน ไม่ยอมออกจากพื้นที่ ซึ่ง ปภ. จะทำการส่งข้าว ส่งน้ำ และเมื่อเช้าได้พูดคุยกับนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ว่าปริมาณน้ำในพื้นที่ลดลงเยอะแล้ว และเมื่อวานในช่วงเย็นได้พูดคุยกับหน่วยงานราชการต่างๆ ได้นำเครื่องสูบน้ำประมาณ 200-300 เครื่อง ตั้งแต่ 24-40 นิ้ว ในการติดตั้งในพื้นที่ และคาดการณ์ว่าหากสูบน้ำออกได้ก็จะสูบทันที

ส่วนปัญหาหลักๆ ที่ ปภ. เข้าไปในพื้นที่ นายศักดิ์ดา ยอมรับว่า กระแสน้ำมีความเชี่ยว เรือท้องแบนบางจุดเข้าไม่ได้ ขณะที่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการทำงานของ ปภ. ค่อนข้างล่าช้า นายศักดิ์ดา บอกว่า ไม่ได้ล่าช้า แต่อย่าลืมว่าพื้นที่มีความกว้างใหญ่ ไม่ใช่จุดเล็กๆ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ในเขตเทศบาล เราก็เปิดศูนย์รับข้อมูลข่าวสารเข้ามา

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมหนักทั้งในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและจังหวัดสตูล นายศักดิ์ดา กล่าวว่า หนักทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้นเราต้องขนอุปกรณ์จากภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานบางส่วนเข้าไป ขอให้เชื่อมั่นรัฐบาล ทุกคนลงไปอยู่ในพื้นที่ ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี อธิบดี และปลัดกระทรวงอยู่ในพื้นที่หมด

ส่วนเรื่องการสั่งการจะซ้ำซ้อนกันหรือไม่ นายศักดิ์ดา ยืนยันว่า ไม่ซ้ำซ้อน เพราะเรามีศูนย์บัญชาการ และแบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 4 โซน มีหัวหน้าทีมชัดเจน ส่วนเรื่องความโกลาหลอะไรเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ลงไปดูมากกว่า 1,000 คน ที่ช่วยกัน พร้อมระบุอีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบถึงเหตุการณ์ที่ชาวบ้านไล่ยิงหน่วยกู้ภัย และอาสาสมัครในพื้นที่

ศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง

จากกรณีสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่ามีความล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ล่าสุด นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาโต้ตอบข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่า ปภ. ไม่ได้ล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือ และได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่

ปัจจัยที่ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างท้าทาย

นายศักดิ์ดา ชี้แจงว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างท้าทายคือ พื้นที่ประสบภัยมีขนาดกว้างใหญ่ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในเขตเทศบาล ประกอบกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทำให้การเข้าถึงพื้นที่บางแห่งเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนยังคงต้องการอาศัยอยู่ในบ้านของตนเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องจัดส่งอาหารและน้ำดื่มเข้าไปให้

อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์ดา ยืนยันว่า ปภ. ได้เปิดศูนย์รับข้อมูลข่าวสาร และระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยภาพรวมเมื่อวานนี้ สามารถช่วยเหลือประชาชนออกมาจากพื้นที่ประสบภัยได้ประมาณ 1,000 คน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ส่งเครื่องสูบน้ำจำนวนมากเข้าไปติดตั้งในพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัย โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การแก้ปัญหาเรื่องศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และการมีระบบการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน

นายศักดิ์ดา ยังกล่าวถึงกรณีที่มีเหตุการณ์ชาวบ้านไล่ยิงหน่วยกู้ภัยและอาสาสมัครในพื้นที่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป การศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง เป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจในสถานการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ การศักดิ์ดาโต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในหลายมิติ ทั้งเรื่องของการจัดการภัยพิบัติ การช่วยเหลือประชาชน และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐและประชาชน เพื่อให้เราสามารถก้าวผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน

ที่มา – “ศักดิ์ดา” โต้ ปภ. ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม เหตุพื้นที่กว้าง ภาพรวมเมื่อวานช่วยได้ 1 พันคน

หาดใหญ่น้ำท่วมเช้านี้ ลดแล้ว! พบความเสียหาย

เช้าวันนี้ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สถานการณ์ น้ำท่วม เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยระดับน้ำในหลายพื้นที่ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาคือภาพความเสียหายที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งปริมาณขยะจำนวนมหาศาลที่ถูกกระแสน้ำพัดพามา และรถยนต์จำนวนมากที่จอดเสียอยู่ริมถนน หลังจากถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

เมื่อเวลา 08.45 น. ของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า ระดับน้ำในพื้นที่หาดใหญ่ลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว และหน่วยงานต่างๆ กำลังเร่งเข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ถึงแม้สถานการณ์ น้ำท่วม จะเริ่มบรรเทาลง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นค่อนข้างหนักหน่วง เราจะเห็นได้จากภาพที่เผยแพร่ออกมาว่ามีขยะจำนวนมากเกลื่อนถนน และรถยนต์หลายคันจอดเสียเรียงรายอยู่ริมทาง ซึ่งเป็นผลมาจาก น้ำท่วม ที่สูงและกินเวลานานหลายวัน

หาดใหญ่น้ำท่วมเช้านี้ ลดแล้ว! พบความเสียหาย

สถานการณ์ น้ำท่วม ครั้งนี้ถือเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อชาวหาดใหญ่อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน บ้านเรือน หรือแม้แต่การดำเนินชีวิตประจำวัน หลายคนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทาง การทำมาหากิน และการดำรงชีพ

นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนและทรัพย์สินแล้ว ผลกระทบทางด้านจิตใจก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ หลายคนต้องสูญเสียสิ่งของอันเป็นที่รัก ต้องเผชิญกับความเครียดและความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคต

การช่วยเหลือและฟื้นฟูหลังน้ำลด

หลังจากน้ำลด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา ต่างร่วมมือกันในการทำความสะอาดพื้นที่ เก็บกวาดขยะ ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน

นอกจากนี้ การให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและสิ่งของจำเป็น ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในเบื้องต้น การเยียวยาจิตใจก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การให้คำปรึกษา การสนับสนุนทางด้านจิตใจ จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

แม้ว่าสถานการณ์ น้ำท่วม จะสร้างความเสียหายและความยากลำบากให้กับชาวหาดใหญ่อย่างมาก แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาสวยงามและน่าอยู่ได้อีกครั้ง

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต การวางแผนป้องกัน การสร้างระบบเตือนภัย และการให้ความรู้แก่ประชาชน จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติได้

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวหาดใหญ่ทุกคน ขอให้ทุกท่านเข้มแข็งและก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างรวดเร็วครับ

ที่มา – บรรยากาศหาดใหญ่เช้านี้ “น้ำท่วม” ส่วนใหญ่ลดลงแล้ว พบความเสียหายโผล่หลายจุด

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

หลังจากเดินทางนานกว่า 24 ชั่วโมง “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ได้ทอดสมอที่หาดสมิหลาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่อย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายหลักคือการนำผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่วิกฤต

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ได้ออกเดินทางจากฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของคืนก่อนหน้า และใช้เวลาเดินทางรวม 23 ชั่วโมง ก่อนจะมาถึงหาดสมิหลาในเวลา 23.00 น. ของวันนี้ สาเหตุที่การเดินทางใช้เวลานานกว่า 24 ชั่วโมง เนื่องจากการบรรทุกสิ่งของบริจาคจากประชาชนจำนวนมากถึง 20 ตัน ทำให้เรือสามารถทำความเร็วได้เพียง 16 นอตต่อชั่วโมง

บรรยากาศบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ตลอดช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารเรือและกรมแพทย์ทหารเรือได้ทำการคัดแยกสิ่งของบริจาค ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม ข้าวสารอาหารแห้ง ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ก่อนที่จะทำการบรรจุหีบห่อตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมเรือท้องแบนกว่า 12 ลำ เพื่อรองรับภารกิจเร่งด่วนของกองทัพเรือ ซึ่งประกอบด้วย:

  • ลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าถึงยาก
  • เคลื่อนย้ายและอพยพประชาชนออกจากจุดวิกฤตที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
  • สนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการฟื้นฟูเบื้องต้น
  • ตรวจประเมินพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะสองข้อแรกที่ต้องดำเนินการทันที

มีการเตรียมลานจอดเฮลิคอปเตอร์สำหรับเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำของกองทัพเรือ เพื่อใช้ในการรับเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤต และขนส่งสิ่งของจำเป็นไปยังผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ภายในเรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังมีครัวพระราชทานที่สามารถปรุงอาหารสุกได้ถึง 3,000 ชุดต่อวัน เพื่อส่งมอบให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ

เรือหลวงจักรีนฤเบศร เตรียมช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

ความคืบหน้าของสถานการณ์จะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

ภารกิจเร่งด่วนของเรือหลวงจักรีนฤเบศร ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ถือเป็นกำลังสำคัญในการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ด้วยศักยภาพและทรัพยากรที่มีอยู่ กองทัพเรือพร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ที่มา – เรือหลวงจักรีนฤเบศร ทอดสมอแล้วที่หาดสมิหลา เตรียมช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่เร่งด่วน

กู้ภัยเผยนาทีถูกปืนยิงไล่หลัง: เหตุผลที่คาดไม่ถึง

“โทน บางแค” อาสากู้ภัยชื่อดัง เผยนาทีระทึกขวัญ ถูกปืนยิงไล่หลังขณะนำเรือเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหาดใหญ่ เผยห่วงความปลอดภัยของเด็กที่อยู่ในเรือ ก่อนเจรจาจนทราบถึงเหตุผลเบื้องหลัง

เมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า บริเวณถนนบางแฟบ – คลองวาด หมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายมูลนิธิได้ทำการเก็บอุปกรณ์และเรือออกจากพื้นที่ หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา กลุ่มของ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดังจากมูลนิธิสยามนนทบุรี ถูกยิงไล่หลังประมาณ 2-3 นัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไกล่เกลี่ยกับผู้ก่อเหตุจนมีการขอโทษกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณดังกล่าวตัดสินใจยุติภารกิจในพื้นที่บางแฟบ-คลองวาด

“โทน บางแค” เล่าว่า ตนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เย็นวานนี้ เพื่อมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ประมาณ 100 คน แต่ระหว่างที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย กลับถูกชายคนหนึ่งยิงไล่หลังหลายนัด ที่น่ากังวลคือมีเด็กอยู่บนเรือด้วย เรือกู้ภัยต้องเร่งเครื่องเพื่อต่อสู้กับกระแสน้ำ หากช้าอาจเกิดการชนกันได้ โชคดีที่ได้ประสานงานกับผู้นำชุมชนจนมีการขอโทษขอโพยกันในที่สุด

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทีมกู้ภัยส่วนใหญ่ได้ถอนกำลัง เหลือเพียงทีมของตนเอง จากการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุ ทราบว่าเขาเกิดความเครียดสะสม เนื่องจากตั้งแต่เมื่อคืนมีเรือเข้าออกพื้นที่ แต่ไม่มีใครช่วยเหลือเขาเลย จนกระทั่งก่อเหตุในช่วงเย็น

กู้ภัยเผยนาทีถูกปืนยิงไล่หลัง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน พวกเขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากภัยธรรมชาติ หรือจากบุคคลภายนอก

บทเรียนจากเหตุการณ์ถูกปืนยิงไล่หลัง

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารและการทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤต ผู้ประสบภัยอาจมีความเครียดและความวิตกกังวล การรับฟังและให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยควรมีการประสานงานกับผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

  • การสื่อสาร: การสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง
  • ความเข้าใจ: การทำความเข้าใจถึงความรู้สึกและความต้องการของผู้ประสบภัยจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล
  • ความร่วมมือ: ความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่กู้ภัย ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก การมีน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะช่วยให้สังคมของเราก้าวผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้อย่างเข้มแข็ง

การทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยนั้นเสียสละและน่าชื่นชม พวกเขาเหล่านั้นยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น สมควรได้รับการยกย่องและให้กำลังใจ

ที่มา – กู้ภัยเผย นาทีถูกปืนยิงไล่หลัง ในเรือมีเด็ก สุดท้ายพูดคุยจนรู้เหตุผล

“ไชยชนก” ประสาน SpaceX แก้ปัญหาสื่อสารล่มในสงขลา

จากเหตุการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ล่าสุด นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งประสาน SpaceX เพื่อนำเทคโนโลยี Starlink เข้ามาแก้ปัญหา โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า

เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ทำให้ระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้ การวางระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในการให้ความช่วยเหลือและอพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยนายไชยชนกได้ดำเนินการประสานงานกับ บริษัท SpaceX เพื่อขอความร่วมมือในการวางระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูง (satellite internet broadband) โดยใช้อุปกรณ์ดาวเทียม Starlink ในการเชื่อมต่อระบบ

ผลจากการหารือร่วมกันระหว่าง บริษัท SpaceX และ กสทช. ได้ข้อสรุปว่า SpaceX ยินดีสนับสนุนดาวเทียม Starlink เพื่อใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ และ กสทช. จะดำเนินการออกใบอนุญาตนำเข้า พร้อมเงื่อนไขหลักเกณฑ์การใช้งานเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น หลังจากที่นายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามอนุญาตนำเข้าแล้ว

นายไชยชนกกล่าวเพิ่มเติมว่า “รัฐบาล และกระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ที่ยังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ติดขัดอุปสรรคระบบการสื่อสารในภาคพื้นดินล่ม ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้กระทรวงดีอี ดำเนินการกู้ระบบสื่อสารอย่างเร่งด่วน เพื่อให้หน่วยงานช่วยเหลือและทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลืออพยพประชาชนผู้ประสบภัยได้ โดยกระทรวงดีอีขอขอบคุณความร่วมมือจากบริษัท SpaceX และ กสทช. ในการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน พื้นที่ จ.สงขลา เท่านั้น ตามอำนาจของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่ง ศป.กฉ.ส่วนหน้า จะดำเนินการกำหนดจุดติดตั้งต่อไป”

“ไชยชนก” ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม ในสงขลา

การแก้ไขปัญหาระบบสื่อสารที่ล่มในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชน การที่ “ไชยชนก” ประสาน SpaceX เพื่อนำ Starlink มาใช้งาน ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจและอาจเป็นต้นแบบสำหรับการรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตได้อีกด้วย การมีระบบสื่อสารสำรองที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น และทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที

Starlink ช่วยแก้ปัญหาสื่อสารล่มในสงขลา

การนำเทคโนโลยี Starlink มาใช้แก้ปัญหาสื่อสารล่ม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้ในสถานการณ์ต่างๆ ที่มีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีอวกาศในการเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือมนุษย์ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ผมมองว่าการที่รัฐบาลและภาคเอกชนร่วมมือกันในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้แก้ปัญหา ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องและควรได้รับการสนับสนุนต่อไป การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มีความทันสมัย จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่นาย “ไชยชนก” ประสาน SpaceX เพื่อให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน และเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ

การประสานงานของ “ไชยชนก” กับ SpaceX ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทย การแก้ไขปัญหาระบบสื่อสารล่มในสงขลาด้วย Starlink ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับระบบสื่อสารสำรองที่มีประสิทธิภาพในระยะยาวอีกด้วย

ที่มา – “ไชยชนก” ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม ในสงขลา

ศป.กฉ. อัปเดต: ประชาชนร้องเรียน 40,000 เคส Starlink ช่วย!

ศป.กฉ. อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมใต้ นายกฯ สั่ง อส. เสริมทัพ พบว่ามีประชาชนร้องเรียนเข้ามาถึง 40,000 เคส โดยมีเคสสีแดงกว่า 3,000 เคส “สิริพงศ์” เผย Starlink ติดต่อเข้ามาแล้ว เพื่อช่วยเรื่องสัญญาณ แนวโน้มสถานการณ์น้ำคาดว่าจะลดต่ำกว่าตลิ่งใน 1-2 วัน

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) พร้อมนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นโฆษกศูนย์ ศป.กฉ. และ พล.ท.วันชนะ สวัสดี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ส่วนหน้า แถลงรายงานสถานการณ์อุทกภัยประจำวัน

นายสิริพงศ์ รายงานสถานการณ์ทั้งจากส่วนหน้าและส่วนหลัง ว่า ได้รวบรวมข้อมูลจากการร้องขอของประชาชนรวมทั้งสิ้น 40,000 เคส หรือคิดเป็นจำนวนประชาชนทั้งหมด 77,000 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุ 2,000 คน เด็กเล็กประมาณ 1,000 คน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ เพราะขณะลงทะเบียนนั้น การใช้ชื่อมีความซับซ้อนและแตกต่างกัน ข้อมูลที่ให้มาอาจมีความคลาดเคลื่อน โดยรัฐบาลจะใส่อัลกอริทึมใหม่เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด และจะส่งข้อมูลนี้ให้ส่วนหน้าทุก 1 ชั่วโมง ขณะที่ผลการดำเนินการของส่วนหน้าจะรวบรวมผลช่วงเวลา 19.00 น.ของทุกวัน และรายงานให้ทราบในวันถัดไป

ขณะที่รายงานสถานการณ์ปริมาณฝน 24 ชั่วโมงย้อนหลัง จากการคาดการณ์จากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. (15.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน – 15.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568) 5 อันดับสูงสุดคือ อำเภอนาหม่อม 208 มิลลิเมตร, อำเภอสิงหนคร 159 มิลลิเมตร, อำเภอจะนะ 151 มิลลิเมตร, อำเภอเทพา 148 มิลลิเมตร, อำเภอสะบ้าย้อย 119 มิลลิเมตร แนวโน้มสถานการณ์แบ่งเป็น 3 จุดดังนี้

1. คลองอู่ตะเภา-อำเภอสะเดา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.33 เมตร มีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งคืนนี้ ช่วง 20.00-22.00 น.
2. คลองอู่ตะเภา-อำเภอหาดใหญ่ สูงกว่าตลิ่ง 0.99 เมตร แนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งคืนนี้ 24.00-02.00 น.
3. คลองวัดสูง-ตลาดสูง สูงกว่าตลิ่ง 1.43 เมตร แนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 15.00-17.00 น.

โฆษก ศป.กฉ. เผยต่อไปว่า จากการลงพื้นที่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้นำกำลังพลของกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เข้าไปสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพิ่มเติมตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (27 พฤศจิกายน) เป็นต้นไป โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายภราดร ได้รับแจ้งจากกองทัพอากาศว่าจะจัดเครื่องบิน C-130 อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ C-130 จะออกเดินทางเวลา 08.00 น., 09.00 น. และ 11.00 น. รวม 3 เที่ยว

ในส่วนของ 40,000 เคส ได้จำแนกทีมแบ่งตามความต้องการ เช่น อาหาร ยา เพื่อให้ส่งสิ่งของได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเคสสีแดงมีประมาณ 3,000 เคส ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต้องอพยพ ส่วนสีเหลือง และสีเขียว สามารถทยอยออกได้

เมื่อถามว่ารัฐบาลต้องมีการปรับแผนการปรับอพยพกรณีพบผู้เสียชีวิตหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้วางแผนตั้งแต่วันแรก แต่วันนี้ข้อมูลส่วนหลังที่มีความละเอียดมากขึ้น จะช่วยให้ส่วนหน้าทำงานตรงจุดมากกว่าเดิม จากเดิมที่ต้องตระเวนค้นหาอย่างกว้าง ตอนนี้ใช้ข้อมูลจำเพาะช่วยเจาะพื้นที่ให้แม่นยำขึ้น เช่น เคสช่วยเหลือเร่งด่วนช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้ได้มีการนำเรือส่งอาหารเข้าไปช่วยแล้ว และล่าสุด Starlink ได้ติดต่อเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกด้านสัญญาณ ทีมจึงพยายามนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพิ่มศักยภาพให้เร็วขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะต้องปรับแผนหรือไม่เนื่องจากการแถลงข่าวของโฆษกรัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้ผิดพลาด ขณะที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นความผิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น นายภราดร กล่าวเสริมว่า วันนี้ไม่ควรโทษใคร หน้าที่หลักของรัฐบาลและทุกศูนย์ทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง คือการช่วยเหลือประชาชน ส่วนข้อผิดพลาดทุกฝ่าย ทั้งประชาชน รัฐบาล และหน่วยปฏิบัติ จะถอดบทเรียนและทบทวนหลังเหตุการณ์ร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำอีก ส่วนกรณีฝ่ายค้านเสนอให้ขอความร่วมมือจากต่างประเทศนั้น นายสิริพงศ์ ระบุว่า รัฐบาลไม่ปิดรับ ถือเป็นข้อเสนอที่ดี แต่ขณะนี้การดำเนินงานของไทยยังเพียงพอ ยังไม่เกินศักยภาพของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา

ทางด้าน พล.ท.วันชนะ แถลงถึงการแบ่งพื้นที่ช่วยเหลือเหตุอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ โดยแบ่งเป็น 4 เขตพื้นที่ คือ เขต 1 รับผิดชอบโดย กองบัญชาการกองทัพไทย, เขต 2 รับผิดชอบโดย กองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 5, เขต 3 รับผิดชอบโดย กองพันที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และเขต 4 รับผิดชอบโดย กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 42

ทั้งนี้ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือทั้ง 4 เขต ในภาพรวม ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์อพยพชั่วคราวทั้งหมด 9 ศูนย์ ได้แก่

  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รับได้ 3,000 ปัจจุบัน 5,000)
  • สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านพรุ (รับได้ 100 ปัจจุบัน 600)
  • วัดเทพชุมนุม (รับได้ 600 ปัจจุบัน 1,500)
  • โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองบ้านพรุ (รับได้ 200 ปัจจุบัน 800)
  • วัดชินวงศ์ประดิษฐ์ (รับได้ 400 ปัจจุบัน 100)
  • วัดภูผาเบิก (รับได้ไม่จำกัด ปัจจุบัน 200)
  • บริษัทหาดทิพย์ (รับได้ไม่จำกัด ปัจจุบัน 200)
  • ศูนย์บริการ (ปัจจุบัน 15 เน้นผู้ป่วยติดเตียง)
  • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่สาม (รับได้ 200 ปัจจุบัน 200)

นอกจากนี้ พล.ท.วันชนะ ยังกล่าวถึงจำนวนกำลังพลทหารในการช่วยเหลือครั้งนี้มีทั้งหมด 3,091 นาย, รถสัมภาระ 180 คัน, เรือ 85 ลำ, อากาศยานปีกหมุน 12 ลำ, ชุดแพทย์เคลื่อนที่ 3 ชุด, ชุดสื่อสารดาวเทียม 2 ชุด, รถสนาม 2 คัน, รถสูบน้ำ 3 เครื่อง, เครื่องชีพจร 1 เครื่อง, เครื่องบินลำเลียง C-130 5 ลำ และเรือหลวงจักรีนฤเบศ ด้านพลเรือนได้เข้ามาช่วยมีกำลังพลทั้งหมด 444 นาย มีรถยกสูง 24 คัน เรือทั้งหมด 107 ลำ, เจ็ตสกี 81 ลำ อีกทั้งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังการสัมภาษณ์ว่า อาจจะมีโอกาสในการตั้งศูนย์พักพิงผู้อพยพเพิ่มเติมหากสถานการณ์ที่คลี่คลายลง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเพียง 5 ศูนย์ แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 9 ศูนย์.

ศป.กฉ. อัปเดต ประชาชนร้องรวม 40,000 เคส เผย Starlink ติดต่อช่วยเรื่องสัญญาณ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ศป.กฉ. อัปเดต

จากข้อมูลล่าสุด ศป.กฉ. อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมและรายงานว่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากถึง 40,000 เคส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้าง การที่ Starlink เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านสัญญาณ ถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยให้การสื่อสารและการช่วยเหลือเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างทันท่วงที หากคุณได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ

ศป.กฉ. อัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์ล่าสุด และสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – ศป.กฉ. อัปเดต ประชาชนร้องรวม 40,000 เคส เผย Starlink ติดต่อช่วยเรื่องสัญญาณ

น้ำท่วมหาดใหญ่ สาวถูกงูกะปะกัด ได้เซรุ่มแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดมีรายงานข่าวหญิงสาวรายหนึ่งถูกงูกะปะกัดข้ามวัน ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ยากลำบาก เธอต้องรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีอาการเลือดเริ่มออกตามไรฟันและหายใจเร็ว โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลและได้รับเซรุ่มรักษาอาการแล้ว

น้ำท่วมหาดใหญ่ สาวถูกงูกะปะกัดข้ามวัน เลือดเริ่มออกตามฟัน ถึง รพ. ได้เซรุ่มแล้ว

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Cartoon Chutikan” ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเนื่องจากเธอถูกงูกะปะกัด โดยเธอเล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันนั้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก

เธอได้อัปเดตสถานการณ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “โดนงูกะปะกัดเกิน 24 ชม. น้ำท่วมต้องมาทางเรือ เจ็ทสกี โทรหาเป็น 10+ หน่วยงานตั้งแต่ตี 3 เมื่อคืนกับแฟน บอกมาไม่ได้เลย พอออกข่าวก็มีเเต่คนโทรมาแต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครมารับตัวได้เลย ยังไม่มีใครเข้ามาช่วยรับตัวได้เลย #ตอนนี้เลือดออกตามไรฟัน น้ำลายเป็นเลือดแล้ว หายใจเต้นเร็ว ตุบๆ ขาจะระเบิดช่วยหน่อย หนูรออยู่ (ก่อนจะไม่ไหว)” ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากและความสิ้นหวังที่เธอต้องเผชิญ

ความช่วยเหลือมาถึง: สาวถูกงูกะปะกัดในน้ำท่วมหาดใหญ่

ในที่สุด ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เธอได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่และนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ความพยายามในการขอความช่วยเหลือของเธอประสบผลสำเร็จ

ล่าสุด เธอได้โพสต์อัปเดตอาการของเธอว่า ขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา และเพิ่งได้รับเซรุ่มแก้พิษงู เธอกล่าวว่าแพทย์ต้องทำการเจาะเลือดทุก 4-6 ชั่วโมงเพื่อติดตามผลการรักษาและวางแผนการรักษาแผลงูกัดต่อไป เธอยังได้ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ความช่วยเหลือและกำลังใจ

“ขอบคุณทุกๆ คนเลย คิดว่าต้องอดทน ต้องไม่ร้องไห้ให้ลูกเห็น ลูกหันมาต้องยิ้ม เป็นแม่คนต้องไม่ตาย ลูกยังเล็กอยู่ ขอบคุณทุกคนมาก” ข้อความนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความมุ่งมั่นของเธอที่จะต่อสู้เพื่อลูกน้อย แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงใดก็ตาม

หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ได้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจและส่งความห่วงใยให้กับเธอ ขอให้เธอหายป่วยและกลับมามีสุขภาพแข็งแรงโดยเร็ว

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงการมีสติและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

เรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกงูกะปะกัดท่ามกลางน้ำท่วมหาดใหญ่เป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากที่ประชาชนต้องเผชิญในสถานการณ์ภัยพิบัติ และความสำคัญของการได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที การมีระบบเตือนภัยและช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดผลกระทบจากภัยพิบัติ

ที่มา – น้ำท่วมหาดใหญ่ สาวถูกงูกะปะกัดข้ามวัน เลือดเริ่มออกตามฟัน ถึง รพ. ได้เซรุ่มแล้ว

ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ สั่งช่วยเหลือ!

“ไชยชนก” ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ประสาน กสทช. กระจายสัญญาณ สั่งการ NT-ปณท. ระดมโดรนกู้ภัย เปิดบริการส่งสิ่งของช่วยเหลือฟรี พร้อมรวมพลังเอกชนช่วยเหลือประชาชน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่าจากกรณีสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตนได้สั่งการระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานในสังกัดไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยให้ใช้ศักยภาพของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งการสนับสนุนด้านระบบการสื่อสาร และการขนส่งถุงยังชีพ และสิ่งของเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้จัดตั้ง War Room เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ-น้ำ และศูนย์กลางระบบสื่อสารโทรคมนาคม เตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. รายงานสถานการณ์สภาวะอากาศและสถานการณ์น้ำได้ตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่

ขณะเดียวกันตนได้มอบหมายให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือ โดยประสานงานร่วมกับ กสทช. ผู้ให้บริการเครือข่าย และหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่ร่วมบูรณาการข้อมูลและการทำงาน ดังนี้

  1. การบริหารจัดการระบบสื่อสารและเครือข่าย ให้ดำเนินการย้ายหน่วยโครงสร้างเครือข่าย (Node) ที่มีปัญหาไปยัง Node ที่ใช้งานได้ (branching) และเตรียมการเรื่องเครื่องปั่นไฟ พร้อมกับการเตรียมความพร้อมติดตั้งระบบสื่อสารในพื้นที่ศูนย์พักพิง โดยประสาน กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย ตรวจสอบเสาสัญญาณที่มีศักยภาพ เพิ่มความแรงสัญญาณ และปรับทิศทางของเสาสัญญาณจากพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อปล่อยสัญญาณให้ประชาชนในพื้นที่สามารถรับสัญญาณได้โดยไม่จำกัดเครือข่าย
  2. การปฏิบัติงานและการเตรียมพร้อมรับมือของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยกำหนดหน้าที่ พร้อมการสนับสนุนหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการจัดทำแผนฉุกเฉินบูรณาการการรับมือ
  3. การพัฒนาระบบงานกู้ภัยและการสื่อสาร เร่งจัดทำระบบการรับข้อมูล พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูล เนื่องจากบริการ Digital Trunk Radio Service DTRS ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ยังสามารถให้บริการ จึงมอบหมายให้ NT นำรถโมบายของบริการ DTRS จาก จ.สุราษฎร์ธานี ไปสนับสนุนเพิ่มเติม และเตรียมเครื่องลูกข่ายไว้สนับสนุนการประสานงานของ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นจำนวน 50 เครื่อง เพื่อใช้ในการประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ NT จะดำเนินการประสานงานเครือข่ายอาสาสมัครผู้ใช้งานโดรนเข้าร่วมให้ความช่วยเหลือใน 2 รูปแบบ คือ 1) การใช้โดรนสำรวจ ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ และต้องการความช่วยเหลือ 2) ใช้โดรนเพื่อการขนส่งสิ่งของ อาหาร และน้ำดื่ม เข้าสู่พื้นที่ซึ่งเข้าถึงได้ยาก

ด้านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) จะสนับสนุนการขนส่งสิ่งของให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยสามารถติดต่อได้ที่ THP Contact Center 1545 เพื่อประสานรายละเอียดการรวบรวมและรับส่งสิ่งของเพื่อส่งต่อให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด

“ขณะนี้กระทรวงดีอี จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่หาดใหญ่ และใกล้เคียงตลอด 24 ชม. เพื่อบูรณาการข้อมูลให้กับหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยตนได้ร่วมหารือ และประสานงานกับภาคเอกชน อาทิ SpaceX เรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณในพื้นที่ผ่านดาวเทียม Starlink และ Line Thailand ซึ่งเบื้องต้น Line ได้เปิดบริการ LineAlert แจ้งเตือนสถานการณ์ฉุกเฉิน และ Open Chat หัวข้อ “ประสานงานน้ำท่วมหาดใหญ่” เพื่อให้ประชาชน หรือญาติของผู้ประสบภัย ได้ระบุพิกัด “ที่อยู่ และจำนวนคน” ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานกู้ภัยได้ดำเนินการอย่างทันท่วงที” นายไชยชนก กล่าว

ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

NT ใช้โดรนกู้ภัย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

หนึ่งในมาตรการสำคัญของการ ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ คือการใช้เทคโนโลยีโดรนในการกู้ภัย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้ระดมโดรนเพื่อสำรวจพื้นที่ ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดค้าง และขนส่งสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก การใช้โดรนช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเปิดบริการส่งสิ่งของช่วยเหลือฟรี เพื่อให้ประชาชนสามารถส่งมอบความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างสะดวก การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก

การดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ เป็นการดำเนินการที่ทันท่วงทีและเหมาะสมกับสถานการณ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ได้ในเร็ววัน

ร่วมกันเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจในการช่วยเหลือครั้งนี้

ที่มา – “ดีอี” ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ สั่ง NT ใช้โดรนกู้ภัย-ไปรษณีย์ไทย ส่งของฟรี

Scroll to top