สอบท้องถิ่น 68

ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน

ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อมีรายงานข่าวว่ากรมการปกครองได้มีคำสั่งให้ข้าราชการระดับสูงหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเหตุผลสำคัญจากการถูกดำเนินคดีทางอาญา ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานโดยตรง โดยมีการ ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน หลังจากนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ในตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดีเรียกรับผลประโยชน์เกี่ยวกับการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

รายละเอียดเบื้องลึกและคำสั่งจากกรมการปกครอง

การ ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่ระบุฐานความผิดเกี่ยวกับการเรียกรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้เจ้าพนักงานกระทำการโดยทุจริต หรือใช้อิทธิพลในการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรงและมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอย่างมาก

ทางกรมการปกครองได้ชี้แจงว่า ตำแหน่งปลัดจังหวัดถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารจัดการภายในจังหวัด ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีและได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้าน หากข้าราชการในระดับนี้ถูกตั้งข้อหาคดีอาญาในลักษณะที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ การปล่อยให้ดำรงตำแหน่งต่อไปย่อมนำมาซึ่งความเสียหายแก่ราชการอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีและรักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อรักษาธรรมาภิบาลในองค์กร

ประเด็นสำคัญของข่าวนี้มีดังนี้:

  • นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ถูกดำเนินคดีฐานเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น
  • ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 ได้ออกหมายจับและส่งตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย
  • กรมการปกครองมีความจำเป็นต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากเกรงว่าหากปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและเสถียรภาพของทางราชการ
  • คำสั่งนี้เป็นการดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

ผลกระทบและความโปร่งใสในหน่วยงานราชการ

ในมุมมองของประชาชน การที่หน่วยงานต้นสังกัดออกมา ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน นั้นถือเป็นการแสดงจุดยืนที่ค่อนข้างชัดเจนในการปราบปรามการทุจริต การตรวจสอบข้าราชการที่ทำตัวเหนือกฎหมายหรือใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดเป็นเรื่องที่สังคมเฝ้าจับตามองอยู่เสมอ ซึ่งในกรณีนี้ถือว่ากรมการปกครองได้ดำเนินตามระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเป็นการป้องกันไม่ให้กระบวนการราชการเกิดช่องโหว่

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคลคนเดียว แต่เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับข้าราชการทุกระดับชั้นว่า ความซื่อสัตย์สุจริตคือหัวใจสำคัญของการทำงานรับใช้ประชาชน ความศรัทธาที่สร้างมานานอาจพังทลายลงได้ในชั่วข้ามคืนด้วยการกระทำที่ผิดจริยธรรม เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการสอบสวนในคดีหมายเลขที่ 8/2569 นี้จะมีบทสรุปอย่างไร และขบวนการเรียกรับผลประโยชน์นี้จะมีผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่หน่วยงานป้องกันปราบปรามการทุจริตจะต้องขยี้ลึกไปให้ถึงต้นตอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นคืนกลับสู่ระบบราชการไทยอีกครั้ง

ที่มา – ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน

ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ ปลัดภูเก็ต ปัดปิดปากแชตฉาว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อมีกรณีการบุกจับกุมปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องการกลั่นแกล้งหรือการปิดปากจากกรณีแชตฉาว ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย” โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างชัดเจนเพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคม

ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย”

เหตุการณ์ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ที่เข้าจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ในคดีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งนายพลพีร์ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามหลักยุติธรรม และไม่ใช่การไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย” แต่อย่างใด

เบื้องลึกและเหตุผลสำคัญของการสอบสวน

นายพลพีร์อธิบายประเด็นที่คนสงสัยว่าเป็นการตัดตอนหรือไม่ โดยชี้แจงเหตุผลหลักดังนี้:

  • การตรวจสอบเรื่องทุจริตการสอบท้องถิ่นเป็นกระบวนการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งกุขึ้นมา
  • ปลัดจังหวัดภูเก็ตเผชิญคดีใหญ่ที่ต้องชี้แจง คือเรื่องส่วยและการทุจริต ซึ่งข้าราชการต้องพร้อมเผชิญกระบวนการสอบสวน
  • การออกมาพูดของ รมช.มหาดไทย ตอกย้ำว่า ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย” เพื่อเรียกคืนศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยให้กลับมาเป็นที่ยอมรับของประชาชน

ในฐานะคนทำงาน นายพลพีร์ยังได้ฝากข้อคิดไปถึงข้าราชการว่า “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย” การที่ผู้บริหารนั่งอยู่บนหอคอยอาจไม่เห็นปัญหาทั้งหมด ดังนั้นคนในพื้นที่จึงมีส่วนสำคัญในการสะท้อนภาพความเป็นจริง หากใครบริสุทธิ์ก็ขอให้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตามกฎหมาย เพื่อความโปร่งใสขององค์กร

ท้ายที่สุด การจัดการปัญหาความไม่โปร่งใสในหน่วยงานราชการคือหัวใจสำคัญ หากกระทรวงมหาดไทยต้องการรักษาไว้ซึ่งความศรัทธา การตรวจสอบอย่างเข้มข้นโดยไม่มีข้อยกเว้นเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน

ที่มา – ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย”

เจาะลึกเบื้องหลังคดีเหยื่อร้องเอาผิด ปลัดภูเก็ต

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสสังคมอยู่ในขณะนี้ เกี่ยวกับกรณีที่มีผู้เสียหายรวมตัวกันเข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับอดีตนายอำเภอและปลัดจังหวัดคนปัจจุบัน ซึ่งประเด็นที่สังคมให้ความสนใจมากที่สุดคือเรื่อง เบื้องหลังคดีเหยื่อร้องเอาผิด “ปลัดภูเก็ต” อ้างจ่ายคนละ 3 แสน แต่ผลสอบไม่ผ่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการสอบบรรจุเข้ารับราชการเป็นอย่างมาก

เบื้องหลังคดีเหยื่อร้องเอาผิด “ปลัดภูเก็ต” อ้างจ่ายคนละ 3 แสน แต่ผลสอบไม่ผ่าน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการเข้าจับกุมตัว นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ได้ดำเนินการตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ข้อหาเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบและปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

สรุปจุดเริ่มต้นของคดีและการจ่ายเงิน

จากคำให้การของผู้เสียหาย พบว่ากลุ่มผู้เข้าสอบจำนวน 3 คน ได้รู้จักกับผู้ต้องหาตั้งแต่ปี 2563 สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งนายอำเภอในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยมีการตกลงจ่ายเงินรายละ 3 แสนบาท รวมเป็นเงิน 9 แสนบาท เพื่อแลกกับการการันตีว่าจะสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นได้สำเร็จ ทั้งนี้ เบื้องหลังคดีเหยื่อร้องเอาผิด “ปลัดภูเก็ต” อ้างจ่ายคนละ 3 แสน แต่ผลสอบไม่ผ่าน ยังเผยให้เห็นกลไกการส่งมอบเงินที่ทำกันอย่างเป็นระบบผ่านคนใกล้ชิดในพื้นที่

  • ผู้กล่าวหาประกอบด้วยผู้เสียหาย 3 ราย
  • มีการโอนเงินสดใส่ถุงกระดาษเพื่อหลีกเลี่ยงร่องรอยทางการเงิน
  • ผู้ต้องหาอ้างชื่อผู้ใหญ่ในกรมฯ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

หลังจากการประกาศผลสอบพบว่าผู้เสียหายไม่ผ่านการคัดเลือก แม้จะมีการทวงถามและได้รับคำสัญญาว่าจะคืนเงินให้ แต่ผู้เสียหายเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจเนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าวมีความไม่โปร่งใสและเกรงว่าจะไปหลอกลวงผู้อื่นต่อ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด

เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนว่า การพยายามใช้ทางลัดหรือเส้นสายในการเข้าสู่ระบบราชการไม่ใช่เรื่องดี และมักจะจบลงด้วยความสูญเสีย ทั้งเงินทองและอนาคตที่ควรจะได้มาจากการใช้ความสามารถตัวเองอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม การสอบราชการควรยึดหลักความโปร่งใสเป็นสำคัญ หากใครพบเห็นพฤติกรรมส่อทุจริตแบบนี้ ควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการเอาเปรียบสังคมเช่นนี้อีกครับ

ที่มา – เบื้องหลังคดีเหยื่อร้องเอาผิด “ปลัดภูเก็ต” อ้างจ่ายคนละ 3 แสน แต่ผลสอบไม่ผ่าน

รองเต่าบินด่วนลงสงขลา สอบปากคำปลัดจังหวัดภูเก็ต

รองเต่าบินด่วนลงสงขลา สอบปากคำปลัดจังหวัดภูเก็ต

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีการเข้าจับกุมตัว นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต หลังจากที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้นำหมายจับเข้าควบคุมตัวถึงบ้านพัก โดยล่าสุด “รองเต่า” บินด่วนลงสงขลา สอบปากคำ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” เผยเจ้าตัวยังไม่ให้ข้อมูล อย่างละเอียด เพื่อหวังคลี่คลายคดีสำคัญนี้ให้กระจ่าง

สรุปเหตุการณ์ รองเต่าบินด่วนลงสงขลา สอบปากคำปลัดจังหวัดภูเก็ต

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวปลัดจังหวัดภูเก็ตจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อส่งไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุคดีทุจริต โดยในช่วงเช้าของวันที่ 27 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือที่รู้จักกันในนาม “รองเต่า” ได้เดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง

  • การสอบสวนเน้นไปที่ความเชื่อมโยงของคดี
  • รองเต่าเผยว่าผู้ต้องหายังไม่ให้ข้อมูลใดๆ ในเบื้องต้น
  • เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการขยายผล

จากการลงพื้นที่ของรองเต่าในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งเดินหน้าหาความจริง โดยรองเต่าได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ในการนำตัวมาซักถามเป็นการสอบถามประเด็นเล็กน้อย แต่ทางด้านปลัดจังหวัดภูเก็ตยังคงปิดปากเงียบและไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก ทำให้ตำรวจต้องเน้นรวบรวมพยานหลักฐานจากแหล่งอื่นเพื่อประกอบสำนวนคดีให้แน่นหนาที่สุด

แม้ว่าการติดตามข่าว “รองเต่า” บินด่วนลงสงขลา สอบปากคำ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” เผยเจ้าตัวยังไม่ให้ข้อมูล จะสร้างความสงสัยให้กับประชาชนว่าคดีนี้เกี่ยวพันกับปมโกงข้อสอบหรือคดีค้างเก่าหรือไม่ แต่รองเต่าก็ได้ย้ำว่ายังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ในขณะนี้ ขอเวลาให้ทีมงานทำงานและจะมีการแถลงข่าวให้ชัดเจนในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี เราต้องเฝ้าติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่า การรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมของทางเจ้าหน้าที่จะนำไปสู่การขยายผลสาวถึงตัวการใหญ่หรือผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญของ บก.ปปป. ในการดำเนินคดีกับข้าราชการที่กระทำผิดตามกระบวนการยุติธรรมครับ

ที่มา – “รองเต่า” บินด่วนลงสงขลา สอบปากคำ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” เผยเจ้าตัวยังไม่ให้ข้อมูล

ฝากขังค้านประกันตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต คดีเรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาสำคัญอย่าง นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ส่งฟ้องศาลพร้อมคัดค้านการประกันตัว ในคดีฉาวการเรียกรับสินบนสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น ซึ่งสร้างความตกใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

ฝากขังค้านประกันตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต คดีเรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้เข้าจับกุมตัวนายรุ่งเรืองที่บ้านพักในจังหวัดภูเก็ต โดยมีหลักฐานชี้ชัดว่านายรุ่งเรืองมีพฤติการณ์เป็นตัวกลางในการเรียกรับเงินจากสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินถึง 900,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อช่วยให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้สำเร็จ

รายละเอียดการดำเนินคดีและข้อกล่าวหาหนัก

สำหรับการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนักในฐานความผิดเรียกรับประโยชน์ตอบแทนเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานโดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรง การฝากขังค้านประกันตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต คดีเรียกรับเงินสอบท้องถิ่นในครั้งนี้ เป็นผลมาจากความกังวลใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:

  • อัตราโทษที่สูง: ความผิดนี้มีโทษจำคุกเกิน 3 ปี ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ต้องระมัดระวัง
  • ความเสี่ยงในการหลบหนี: เจ้าหน้าที่เกรงว่าหากให้ประกันตัว ผู้ต้องหาอาจหลบหนีออกนอกพื้นที่
  • การยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน: เนื่องจากเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เกรงว่าจะเข้าไปแทรกแซงหรือข่มขู่พยานที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์ล่าสุดเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทางชุดจับกุมได้คุมตัวนายรุ่งเรืองขึ้นรถตู้มุ่งหน้าไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่จังหวัดสงขลา ท่ามกลางบรรยากาศที่เคร่งเครียด โดยผู้ต้องหาไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ แก่สื่อมวลชนที่ไปติดตามทำข่าว

การสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับหน่วยงานภาครัฐที่จะต้องหันกลับมาตรวจสอบความโปร่งใสภายในองค์กรให้มากขึ้น การที่ปลัดจังหวัดซึ่งเป็นข้าราชการระดับบริหารมาตกเป็นผู้ต้องหาเสียเอง ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่นยังคงเป็นมะเร็งร้ายที่ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

เราในฐานะประชาชนคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการอย่างไรกับกรณีนี้ และจะมีใครที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือความยุติธรรมจะไม่ปล่อยให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหลุดลอยไปได้ง่ายๆ

ที่มา – ฝากขังค้านประกันตัว “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” คดีถูกกล่าวหาเรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

คุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าสงขลา หลังสอบปากคำ

คุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าสงขลา หลังสอบปากคำ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีการคุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าสงขลา หลังสอบปากคำตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากปมปัญหาเรื่องการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการสอบบรรจุเข้ารับราชการ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบราชการไทยอย่างรุนแรง

สรุปเหตุการณ์ คุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าสงขลา

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 มิ.ย. 69 เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้เข้าแสดงหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 เพื่อจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต คาบ้านพัก โดยมีข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นตัวกลางในการเรียกรับเงินจากสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินถึง 900,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำเงินไปให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อช่วยเรื่องผลสอบ

  • สถานที่เกิดเหตุ: พื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
  • หน่วยงานดำเนินการ: บก.ปปป. ร่วมกับกองปราบปราม
  • สถานะปัจจุบัน: ถูกนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9

หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนอย่างเคร่งเครียดตลอดทั้งคืนท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 27 มิ.ย. 69 เจ้าหน้าที่ก็ได้ตัดสินใจคุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าสงขลา โดยมีการจัดรถตู้และรถตำรวจทางหลวงนำขบวนเพื่อความปลอดภัยและความรวดเร็วในการส่งตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในพื้นที่เกิดเหตุ

การปฏิบัติงานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นข้าราชการระดับสูงเพียงใดก็ตาม ซึ่งการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในองค์กรภาครัฐ สำหรับนายรุ่งเรืองนั้น ในขณะที่ถูกนำตัวขึ้นรถตู้ เขาไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน เพียงแต่สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำและใช้ฮู้ดคลุมเพื่อปิดบังใบหน้าเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ได้เดินทางมารอติดตามสถานการณ์ที่หน้าห้องสอบสวนด้วยตนเอง เพื่อเตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ทำให้คดีนี้ถูกจับตามองจากทั้งภาคประชาชนและฝ่ายการเมืองอย่างใกล้ชิด เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของคดีการเรียกรับเงินนี้จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน และจะมีผู้ใดได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากขบวนการนี้อีกหรือไม่

ที่มา – คุมตัว “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” มุ่งหน้าสงขลา หลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบปากคำตลอดคืน

เปิดภาพนาทีตำรวจเข้าคุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อมีการเปิดภาพนาทีตำรวจเข้าคุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินสอบท้องถิ่น ที่บ้านพักในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา สร้างความตื่นตะลึงให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยิ่ง โดยงานนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. และตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ที่เข้าดำเนินคดีกับ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ในข้อหาฉาวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการบรรจุเข้ารับราชการ

เปิดภาพนาทีตำรวจเข้าคุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

เหตุการณ์การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีการสืบสวนเชิงลึกพบว่า นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุงานส่วนท้องถิ่นจำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 900,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำเงินไปเคลียร์กับเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อปูทางให้ผู้เสียหายสอบผ่านบรรจุเข้ารับราชการได้สำเร็จ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

รายละเอียดการเข้าควบคุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำตัวนายรุ่งเรืองมายังสถานีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม บรรยากาศหน้าสถานีเต็มไปด้วยสื่อมวลชนที่มารอติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมี นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.พรรคประชาชน เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นไปอย่างโปร่งใส

  • ตำรวจสอบสวนกลางลงพื้นที่เข้าควบคุมตัวนายรุ่งเรืองจากบ้านพัก
  • หลักฐานเชื่อมโยงถึงการเรียกรับผลประโยชน์สอบเข้ารับราชการ
  • พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ยืนยันมีการจับกุมจริงและกำลังรวบรวมหลักฐาน
  • เตรียมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าวันที่ 27 มิถุนายน 2569

อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในกวาดล้างการทุจริตในแวดวงข้าราชการไทย ซึ่งการเปิดภาพนาทีตำรวจเข้าคุมตัว ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินสอบท้องถิ่น ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีว่ากระบวนการตรวจสอบมีความเข้มข้นขึ้น หากใครที่คิดจะใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ย่อมต้องได้รับผลกรรมตามกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าบทสรุปของคดีนี้จะจบลงอย่างไร และมีใครที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่

หากคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นการเรียกรับเงินในแวดวงข้าราชการ สามารถคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ และอย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดความคืบหน้าของคดีสำคัญนี้

ที่มา – เปิดภาพนาทีตำรวจเข้าคุมตัว “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” คดีถูกกล่าวหาเรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม ทุจริตสอบท้องถิ่น

เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม ทุจริตสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีข่าวการ ทุจริตสอบท้องถิ่น หรือการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโซเชียลมีเดีย โดยล่าสุดทาง เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กรแล้ว

หากคุณได้ติดตามข่าวสารในช่วงนี้ จะพบว่ามีการพาดพิงถึงหน่วยงานหลายแห่งที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว แต่ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ สำนักงานเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ออกประกาศชี้แจงอย่างชัดเจนว่าทางเทศบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับขบวนการทุจริตที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ในขณะนี้

ยืนยันความโปร่งใส เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม ทุจริตสอบท้องถิ่น

ทางเทศบาลฯ ได้ระบุถึงเหตุผลที่ต้องออกมาแถลงการณ์ในครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการป้องกันความเข้าใจผิดของพี่น้องประชาชน โดยทางหน่วยงานขอยืนยันหลักการสำคัญดังต่อไปนี้:

  • ยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าทางเทศบาลไม่มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระบวนการทุจริตแต่อย่างใด
  • พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และ บก.ป.ป.ป. อย่างเต็มที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและความซื่อสัตย์สุจริตในการบริหารงานราชการ

ด้วยเหตุนี้ ทางเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จึงขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และใช้วิจารณญาณก่อนจะแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร เพราะหากพบว่ามีการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของเทศบาล ทางหน่วยงานจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาสิทธิของหน่วยงานต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ การติดตามการดำเนินงานของ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม ทุจริตสอบท้องถิ่น ในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนที่ดีให้กับสังคมไทยในการรอฟังข้อเท็จจริงจากหน่วยงานโดยตรง มากกว่าการเชื่อข่าวปลอมหรือกระแสสังคมที่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน นอกจากจะเป็นการให้ความเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติงานแล้ว ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมการเสพสื่อที่ถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอีกด้วย

ที่มา – เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม “ทุจริตสอบท้องถิ่น” พร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ผ่าน 8,545 ราย เช็ครายชื่อ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้สนใจสอบท้องถิ่นทุกท่าน! วันนี้มีข่าวใหญ่มาบอกกันเลยนะครับ ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ประกาศออกมาแล้ว สำหรับการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 (สอบท้องถิ่น 68) ศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น กสถ. ได้เผยแพร่รายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป) และภาค ข (ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง) รวมทั้งสิ้น 8,545 ราย เลยทีเดียว! ถ้าคุณสอบในภาคใต้ รีบมาดูกันเลยครับว่าชื่อติดหรือยัง

การสอบครั้งนี้มีผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 103,894 ราย แต่มาสอบจริง 66,740 รายเท่านั้น และผ่านภาค ก 10,509 ราย ก่อนกรองผ่านภาค ข เหลือ 8,545 รายที่มีสิทธิ์ลุ้นต่อในภาค ค (ความรู้ความเหมาะสมกับตำแหน่ง) ซึ่งเป็นด่านสำคัญก่อนบรรจุจริงครับ อัตราผ่านรวมๆ แล้วถือว่าดุเดือดเลย เพราะแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะประเภทวิชาการที่สิทธิ์เพียบแต่ผ่านไม่หมด

ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ สรุปตามประเภทตำแหน่ง

มาดูสถิติแบบละเอียดกันครับ ผมสรุปเป็นตารางให้ดูง่ายๆ

ประเภทผู้มีสิทธิ์มาสอบผ่านภาค กผ่านภาค ก และ ข
ประเภททั่วไป23,321 ราย15,426 ราย1,833 ราย1,578 ราย
ประเภทวิชาการ71,784 ราย46,025 ราย8,137 ราย6,450 ราย
ครูผู้ช่วย8,789 ราย5,289 ราย539 ราย517 ราย
รวมทั้งหมด103,894 ราย66,740 ราย10,509 ราย8,545 ราย

เห็นมั้ยครับ ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ครั้งนี้ ประเภทวิชาการผ่านมากสุด 6,450 ราย เพราะสิทธิ์เยอะสุดนั่นเอง อัตราการผ่านภาค ก ข อยู่ที่ประมาณ 10-14% ต่อกลุ่ม ถ้าคุณผ่านแล้วต้องยินดีด้วยนะครับ แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร สอบรอบหน้ามาใหม่ได้!

ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้: ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านได้เลย

อย่ารอช้า! เข้าไปเช็ครายชื่อผู้ผ่านได้ที่ https://dla-local2568.thaijobjob.com/ เลยครับ นอกจากนี้ยังมีรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค และกำหนดวันเวลา สถานที่สอบด้วย

รายละเอียดตามเขตสอบ

ภาคใต้ เขต 1

ภาคใต้ เขต 2

สำหรับใครที่ผ่าน ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ แล้ว อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภาค ค นะครับ ศึกษาระเบียบการสอบ เอกสารที่ต้องใช้ และเช็คสถานที่ให้ชัวร์ ภาค ค มักเป็นการสัมภาษณ์หรือทดสอบปฏิบัติที่วัดความเหมาะสมจริงๆ แนะนำให้ฝึกตอบคำถามเกี่ยวกับตำแหน่งและท้องถิ่นนั้นๆ ด้วยครับ การทำงานส่วนท้องถิ่นดีตรงที่ใกล้บ้าน 福利ดี และมีโอกาสเติบโตในชุมชนตัวเอง

ส่วนใครพลาดรอบนี้ ไม่ต้องท้อ สอบท้องถิ่นมีหลายรอบต่อปี และบางครั้งมีรับเพิ่มด้วย ลองศึกษาข้อมูลการสอบรอบใหม่ไว้เลยครับ สู้ๆ นะ!

รีบคลิกลิ้งค์เช็ครายชื่อ ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ของคุณวันนี้ อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ!

ที่มา – ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ผ่านภาค ก และ ภาค ข รวมจำนวน 8,545 ราย ตรวจสอบรายชื่อที่นี่

Scroll to top