สัตว์ป่า

อัปเดตอาการ “นิกกี้” แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยพลัดหลง

ข่าวดีมาอัปเดตให้คนรักสัตว์ป่าทุกท่านทราบกันแล้ว! อัปเดตอาการ “นิกกี้” แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยพลัดหลง หลังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนนี้อาการดีขึ้นมาก สามารถกินอาหารได้ปกติ และเตรียมตัวไปรวมฝูงเพื่อฟื้นฟูร่างกายก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เรื่องราวน่ารักและน่าปลื้มใจแบบนี้ ทำให้เรายิ่งเห็นความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อัปเดตอาการ “นิกกี้” แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยพลัดหลง หลังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ตามที่เฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์อัปเดตเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่าหลังจาก “นิกกี้” แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยตัวนี้พลัดหลงทางและได้รับการช่วยเหลือ ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตว์แพทย์และเจ้าหน้าที่ ตอนนี้อาการของนิกกี้ดีขึ้นตามลำดับแล้ว ข่าวดีจากขอบกรงที่ทำให้แฟนๆ สัตว์ป่าปลื้มใจสุดๆ

อัปเดตอาการ “นิกกี้” แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยพลัดหลง หลังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ล่าสุดเป็นอย่างไร

พี่หมอและทีมงานรายงานความคืบหน้าอย่างชัดเจน นิกกี้สามารถกินอาหารได้มากขึ้นกว่าเดิม แสดงถึงการฟื้นตัวที่ดีเยี่ยม ในเร็วๆ นี้จะได้ย้ายไปอยู่รวมกับแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยตัวอื่นๆ ที่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์แบบ ก่อนที่จะปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติต่อไป ภาพนิกกี้ที่ดูสดชื่นขึ้นนี้ ทำให้เรามั่นใจว่าการดูแลของทีมงานได้ผลดีจริงๆ

แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย หรือ Himalayan Griffon (Gyps himalayensis) เป็นนกแร้งขนาดใหญ่ที่พบได้ในเทือกเขาหิมาลัยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นสัตว์ป่าที่สำคัญในระบบนิเวศ เพราะช่วยกำจัดซากสัตว์และป้องกันการแพร่กระจายของโรค ในประเทศไทยพบได้ในพื้นที่ป่าทางตะวันตกและภาคเหนือ แต่จำนวนลดลงเนื่องจากมลพิษ พิษจากยาฆ่าแมลง และการบุกรุกป่า ทำให้เป็นสัตว์คุ้มครองที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ การช่วยเหลือ “นิกกี้” จึงไม่ใช่แค่ช่วยนกตัวเดียว แต่ช่วยอนุรักษ์สายพันธุ์ทั้งหมดด้วย

ขั้นตอนการดูแล “นิกกี้” แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย

ทีมเจ้าหน้าที่จาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ ได้ดูแลนิกกี้อย่างใกล้ชิด โดยเริ่มจากการตรวจสุขภาพเบื้องต้น รักษาอาการบาดเจ็บจากการพลัดหลง และให้อาหารที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ เช่น เนื้อสดสะอาดที่ปราศจากสารพิษ นอกจากนี้ยังสังเกตพฤติกรรมเพื่อให้แน่ใจว่านิกกี้ปรับตัวได้ดี

  • กินอาหารได้ดีขึ้น: จากเดิมกินน้อย ตอนนี้กินได้มากและปกติ
  • เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว: บินและเดินได้ดี ไม่มีอาการอ่อนแรง
  • เตรียมรวมฝูง: จะย้ายไปสถานีห้วยขาแข้งเพื่อฝึกสังคมกับตัวอื่นๆ
  • แผนปล่อยคืนธรรมชาติ: เมื่อร่างกายสมบูรณ์ 100% จะปล่อยกลับป่า

นอกจากนิกกี้แล้ว กรมอุทยานฯ ยังดูแลสัตว์ป่าพลัดหลงอีกหลายตัว เช่น ลิง ชะนี และนกชนิดอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงระบบการช่วยเหลือที่ครบวงจร

วิธีช่วยเหลือสัตว์ป่าพลัดหลงแบบถูกต้อง

หากคุณพบสัตว์ป่าพลัดหลง บาดเจ็บ หรือตกอยู่ในอันตราย ห้ามแตะต้องหรือให้อาหารเอง เพราะอาจทำให้สัตว์เครียดหรือติดเชื้อ โปรดแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จะรีบมาช่วยเหลือทันที เพื่อความปลอดภัยของทั้งสัตว์และตัวคุณเอง การแจ้งเบาะแสแบบนี้ช่วยชีวิตสัตว์ป่าได้นับไม่ถ้วน

ในมุมมองของผม การอัปเดตอาการ “นิกกี้” แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยพลัดหลง หลังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด นี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ ด้วยการแจ้งข้อมูลหรือสนับสนุนโครงการกรมอุทยานฯ ลองแชร์โพสต์นี้เพื่อกระจายข่าวดี และช่วยสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมกันเถอะ!

เรียกร้องให้ช่วยเหลือ: สนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่าโดยติดตามเพจกรมอุทยานฯ และโทร 1362 เมื่อพบสัตว์ป่าต้องการความช่วยเหลือ ทุกการกระทำเล็กๆ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่!

ที่มา – อัปเดตอาการ “นิกกี้” แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยพลัดหลง หลังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

กรมอุทยานฯ รับสัตว์ป่า 5 ชีวิต จากบ่อนกาสิโน

เรื่องราวสุดสะเทือนใจ! “กรมอุทยานแห่งชาติ” เข้าช่วยเหลือสัตว์ป่า 5 ชีวิตที่ถูกทิ้งอย่างน่าเวทนาในบ่อนกาสิโนฝั่งกัมพูชา สัตว์เหล่านี้อยู่ในสภาพที่ผอมโซและอ่อนแรงอย่างยิ่ง

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยถึงปฏิบัติการเร่งด่วนนี้ว่า เกิดขึ้นจากการประสานงานของ นาวาเอก อุดม กุลศิริปัญโญ เสนาธิการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (เสธ.กปช.จต.) ที่แจ้งว่าพบสัตว์ป่าในสภาพวิกฤตภายในบ่อนกาสิโนแห่งหนึ่ง

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) พบว่าสัตว์ป่าเหล่านี้ถูกขังทิ้งไว้ในกรงโดยไม่มีใครดูแล บริเวณบ่อนกาสิโนฝั่งกัมพูชา ตรงข้ามบ้านท่าเส้น ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด สัตว์ที่พบประกอบด้วย สิงโต 1 คู่ (เพศผู้และเพศเมีย) หมีควาย 2 ตัว และหมีหมา 1 ตัว รวมทั้งหมด 5 ชีวิต สภาพของพวกมันน่าสงสารมาก ผอมจนเห็นซี่โครง คาดว่าขาดน้ำและอาหารมาเป็นเวลานาน

เมื่อได้รับรายงาน นายอรรถพล เจริญชันษา จึงสั่งการให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นำโดยนายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักฯ เร่งส่งทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เข้าพื้นที่เพื่อประเมินอาการและเคลื่อนย้ายสัตว์ทั้งหมดโดยด่วน

กรมอุทยานฯ เร่งช่วยเหลือสัตว์ป่า 5 ชีวิต

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับภาพที่สะเทือนใจ สัตว์ทุกตัวอยู่ในสภาพที่ผ่ายผอมอย่างมาก ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทีมสัตวแพทย์ต้องวางแผนการช่วยเหลืออย่างรอบคอบ เพราะสัตว์อ่อนแอมาก การใช้ยาสลบอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เจ้าหน้าที่จึงต้องให้วิตามินและเฝ้าสังเกตสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

การเคลื่อนย้ายสัตว์เป็นไปด้วยความทุลักทุเล ทหารและเจ้าหน้าที่อุทยานกว่า 20 นาย ต้องช่วยกันแบกหามกรงออกจากพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากเส้นทางในบริเวณชายแดนค่อนข้างลำบาก และต้องแข่งกับเวลาเพื่อให้สัตว์ได้รับความเครียดน้อยที่สุด

ขบวนรถขนย้ายได้เคลื่อนย้ายสัตว์ไปยังสถานพักฟื้นแล้ว โดยกลุ่มหมีถูกส่งไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนสิงโตถูกนำไปที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี คาดว่าสัตว์ทั้ง 5 ตัวจะถึงที่หมายอย่างปลอดภัยภายในเวลา 02.00 น. ของวันที่ 22 ธันวาคม ทางกรมอุทยานฯ ได้เตรียมทีมสัตวแพทย์ประจำสถานีเพื่อดูแลฟื้นฟูร่างกายของสัตว์เหล่านี้อย่างเต็มที่

ความคืบหน้าล่าสุดของสัตว์ป่า 5 ชีวิต

ขณะนี้สัตว์ป่าทั้ง 5 ชีวิต อยู่ภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด อาการโดยรวมเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงต้องได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ รวมถึงการดูแลด้านสุขภาพจิตใจอย่างต่อเนื่อง กรมอุทยานฯ มุ่งมั่นที่จะให้สัตว์เหล่านี้กลับมาแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

ความสำเร็จในการช่วยเหลือครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ที่ให้การประสานงานอย่างดีเยี่ยม กรมอุทยานฯ ขอขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่ทำให้การช่วยเหลือสัตว์ป่าครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

เรื่องราวนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ การกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก การช่วยเหลือกรมอุทยานฯรับสัตว์ป่า 5 ชีวิตในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เมตตาต่อสัตว์ได้

มาร่วมกันเป็นกระบอกเสียงให้กับสัตว์ป่า เพื่อให้พวกเขามีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ที่มา – กรมอุทยานฯ มารับตัวสัตว์ป่า 5 ชีวิตแล้ว หลังพบถูกทิ้งอิดโรย คาบ่อนกาสิโนกัมพูชา

ทับลานปิดป่ากลางคืน หลังคนแอบค้างแรม-จุดประทัด

“อุทยานแห่งชาติทับลาน” ประกาศปิดป่ากลางคืน หลังพบคนหาเห็ดค้างแรม-จุดประทัดไล่สัตว์ป่า ชี้เป็นการผลักดันให้ช้างป่าออกมาสร้างความเสียหายให้กับชุมชน

ตามที่อุทยานแห่งชาติทับลานได้ออกประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศปิดป่ากลางคืน เนื่องจากพบว่ามีบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องแอบเข้าไปหาของป่าและพักค้างแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจุดประทัดไล่สัตว์ป่า ซึ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญและเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันให้ช้างป่าออกมาหากินนอกเขตป่าอนุรักษ์และสร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน

อุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศปิดป่ากลางคืน

นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เผยว่า ที่ผ่านมามีการผ่อนผันให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บหาเห็ดและผักหวานได้ตามฤดูกาล แต่ปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย เช่น ล่าสัตว์ ตัดไม้ และจุดไฟเผาป่าเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มบุคคลที่เข้าไปพักค้างแรมในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งเนื่องจากอาจหลงทาง หรือถูกทำร้ายโดยสัตว์ป่า

การจุดประทัดไล่สัตว์ป่ายังเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังและผลักดันสัตว์ป่าให้กลับเข้าป่า เพราะเสียงดังของประทัดจะรบกวนสัตว์ป่าและทำให้พวกมันแตกตื่นออกมาหากินนอกป่า

มาตรการ อุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศปิดป่ากลางคืน

ดังนั้น อุทยานแห่งชาติทับลานจึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยห้ามบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปในป่าเพื่อหาเห็ดหรือของป่าหลังพระอาทิตย์ตกดิน และห้ามจุดประทัดในเขตป่า ผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทางอุทยานฯ ขอความร่วมมือชาวบ้านในพื้นที่และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลานช่วยกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเตือนให้บุคคลภายนอกรับทราบและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และชุมชน

ปัจจุบัน อุทยานฯ ยังคงผ่อนผันให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บหาของป่าเล็กน้อย เช่น เห็ดและผักหวาน ได้ในช่วงเวลากลางวัน แต่ต้องได้รับการอนุญาตและปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนด โดยจะมีการออกบัตรประจำตัวผู้ได้รับอนุญาตให้เก็บหาของป่า

ทั้งนี้ หากยังมีการฝ่าฝืน อุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศปิดป่ากลางคืน โดยไม่สนใจคำประกาศของเจ้าหน้าที่ นอกจากจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว อาจมีการยกระดับออกประกาศห้ามเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานอย่างเด็ดขาด

การตัดสินใจของอุทยานแห่งชาติทับลานในการประกาศปิดป่ากลางคืนนี้ ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า รวมถึงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ เราทุกคนควรเคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบ เพื่อให้ป่าทับลานคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป

ที่มา – อุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศปิดป่ากลางคืน หลังพบคนแอบค้างแรม-จุดประทัดไล่สัตว์ป่า

Scroll to top