สิทธิเลือกตั้ง

“ศุภจี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ

สวัสดีชาวไทยทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญที่กำลังเป็นกระแสกันทั่วประเทศ นั่นคือ “ศุภจี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่มาพร้อมครอบครัว แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ใครที่ยังลังเลอยู่ว่าจะไปโหวตดีไหม บทความนี้จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมเหตุผลเจ๋งๆ ที่คุณไม่ควรพลาด!

“ศุภจี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ

เช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09:09 น. ที่โรงเรียนประเสริฐอิสลาม หน่วยเลือกตั้งที่ 143 ตำบลบางตลาด เทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พี่ศุภจีเดินทางมาพร้อมคุณแม่ ลูกชาย และน้องชาย สวมเดรสสีน้ำเงินเข้ม สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสสุดๆ รายชื่อของแกนนำพรรคภูมิใจไทยคนนี้อยู่ลำดับที่ 694 ในหน่วยเลือกตั้งเลยนะ

บรรยากาศวันนั้นคึกคักมาก ผู้คนทยอยมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ รวมถึงการออกเสียงประชามติที่ทุกคนรอคอย พี่ศุภจีให้สัมภาษณ์สื่ออย่างอบอุ่นว่า “วันนี้เป็นวันที่สำคัญมากของประเทศไทย ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์กำหนดอนาคตได้ด้วยตัวเอง เสียงของเรามีพลังจริงๆ นะคะ”

ศุภจี ใช้สิทธิเลือกตั้ง
ศุภจี กับครอบครัวที่หน่วยเลือกตั้ง

เชิญชวนคนไทย ออกมาแสดงพลังกำหนดทิศทางประเทศไทย

หลังจากใช้สิทธิเรียบร้อย พี่ศุภจียังย้ำชัดเจนว่า “ศุภจี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ เพื่อเป็นตัวอย่าง และขอเชิญชวนทุกคนออกมาโหวตตั้งแต่ 08:00 น. – 17:00 น. ของวันเดียวกัน เพื่อกำหนดทิศทางประเทศไทยไปด้วยกัน แกนนำคนนี้ยังพาครอบครัวทั้งหมดไปโหวตให้ครบ ถือเป็นโมเดลครอบครัวที่ลงตัวมาก!

ทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงสำคัญ? เพราะนี่คือโอกาสที่เราจะได้เลือก ส.ส. ที่จะทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ แบบแบ่งเขตคือตัวแทนท้องถิ่น ส่วนบัญชีรายชื่อคือภาพรวมพรรค ส่วนประชามติก็เป็นการตัดสินใจเรื่องใหญ่ของชาติ ถ้าคุณไม่ออกมา เสียงคุณหายไป อนาคตชาติอาจไม่เป็นอย่างที่หวัง

ประโยชน์ของการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

  • กำหนดอนาคตตัวเอง: เลือกคนที่ใช่ ทำงานให้คุณ
  • แสดงพลังประชาชน: ยิ่งคนมาเยอะ ยิ่งมีน้ำหนัก
  • เป็นตัวอย่างให้ลูกหลาน: เหมือนพี่ศุภจีที่พาครอบครัวมา
  • มีส่วนร่วมประชาธิปไตย: อย่าให้คนอื่นตัดสินแทน

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของพี่ศุภจี มีนโยบายที่ตอบโจทย์คนไทยหลายเรื่อง เช่น เศรษฐกิจ การศึกษา สุขภาพ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ทุกพรรคต้องพิสูจน์ตัวเอง เราเห็นแล้วว่าพี่ศุภจีเริ่มต้นด้วยการลงมือทำก่อนใคร

สำหรับเพื่อนๆ ที่พลาดไปแล้ว ครั้งหน้าก็อย่าลืมเช็คบัตรประชาชน เตรียมใจ และไปโหวตให้ถูกต้อง สามารถเช็คหน่วยเลือกตั้งได้ที่เว็บไซต์ กกต. เลยนะ ทุกเสียงมีค่า!

สรุปแล้ว “ศุภจี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ ไม่ใช่แค่ข่าว แต่เป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคน ลุกขึ้นมาทำหน้าที่พลเมืองที่ดี ประเทศไทยจะก้าวหน้าด้วยมือเรานี่แหละ คุณพร้อมแสดงพลังแล้วหรือยัง? ไปแชร์โพสต์นี้ ชวนเพื่อนๆ ออกมาโหวตครั้งหน้า อนาคตสดใสรออยู่!

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ดื่มน้ำเยอะ กินข้าวเช้าก่อนไป อากาศร้อนแต่คุ้มค่าเสมอ!

ที่มา – “ศุภจี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ เชิญชวนคนไทย ออกมาแสดงพลังกำหนดทิศทางประเทศไทย

ศาลฎีกาสั่งถอน 22 ผู้สมัคร สส. 14 พรรค ไม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง

ศาลฎีกา สั่งถอน 22 รายชื่อ ผู้สมัคร สส. จาก 14 พรรค เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทยล่าสุด เมื่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ออกคำสั่งถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 22 ราย จากพรรคการเมืองถึง 14 พรรค เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้งที่ผ่านมา สิ่งนี้สะท้อนถึงความเข้มงวดของกฎหมายเลือกตั้งที่กำหนดให้ผู้สมัครต้องปฏิบัติตามหลักประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด

ศาลฎีกา สั่งถอน 22 รายชื่อ ผู้สมัคร สส. จาก 14 พรรค เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ตามรายงานเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวเผยว่า ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยให้ถอนชื่อผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 22 ราย ออกจากรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สาเหตุหลักมาจากการที่ผู้สมัครเหล่านี้ละเลยไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อบังคับสำคัญตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 151 ที่ระบุชัดเจนว่าผู้สมัครต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มิฉะนั้นจะเสียสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในครั้งถัดไป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการตรวจสอบข้อมูลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่พบว่าผู้สมัครบางรายไม่ได้ไปลงคะแนน ทำให้ถูกเพิกถอนสิทธิ์ การตัดสินของศาลนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อตัวผู้สมัครเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องด้วย โดยพรรคเล็กๆ หลายพรรคได้รับผลกระทบหนักเพราะสูญเสียลำดับในบัญชีรายชื่อ

รายชื่อผู้สมัคร สส. ที่ถูกศาลฎีกาสั่งถอน

นี่คือรายชื่อผู้สมัครทั้ง 22 รายที่ถูกถอนชื่อ แบ่งตามพรรคและลำดับในบัญชีรายชื่อ:

  • 1. นายวุฒิไกร ศรีจันไชย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลำดับที่ 49
  • 2. น.ส.วาเลน ชื่นโชคสันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 64
  • 3. นาวาอากาศเอกปริญ ไชยเสวกวิ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลำดับที่ 53
  • 4. นายเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวใหม่ ลำดับที่ 40
  • 5. นายวิชัย แซ่เตีย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยพร้อม ลำดับที่ 4
  • 6. นายกัมชัย อภิโชครตนกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยธรรม ลำดับที่ 7
  • 7. น.ส.พนัชกร ตุลานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 38
  • 8. นายปรัชวินทร์ ภาสย์วชิรานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยพร้อม ลำดับที่ 7
  • 9. ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 31
  • 10. น.ส.ชัญญพัชร์ โมอินทร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน ลำดับที่ 3
  • 11. น.ส.วริสรา พังงา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ ลำดับที่ 18
  • 12. นายเทวภัทร พรมเอี่ยม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ ลำดับที่ 21
  • 13. นายพร้อมพณ ทินวงศ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 26
  • 14. นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ลำดับที่ 3
  • 15. นายธนวิชญ์ พานแก้ว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 23
  • 16. สิบตรีสมยศ นุริตานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ลำดับที่ 17
  • 17. นายวชิรชัย คงชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 22
  • 18. นายเลิศบุตร บูรณะคุณาภรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 98
  • 19. นายพุทธชาติ ช่วยราม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ 10
  • 20. นายชญาศักดิ์ พูลทรัพย์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยชนะ ลำดับที่ 20
  • 21. นายสมชาติ อ่อนประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคฟิวชัน ลำดับที่ 9
  • 22. นายชัยนครินทร์ ศรีกุลโรจน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรวมไทย

สาเหตุและผลกระทบจากการไม่ใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้สมัคร

กฎหมายเลือกตั้งกำหนดให้ผู้สมัคร สส. ทุกคนต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาธิปไตย หากฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนชื่อทันที คำสั่งศาลฎีกาครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้พรรคการเมืองคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมากขึ้น ผลกระทบที่ตามมาคือ พรรคเหล่านี้ต้องปรับบัญชีรายชื่อใหม่ ส่งผลต่อกลยุทธ์หาเสียงและโอกาสในการได้ที่นั่ง สส. ในสภา

นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประชาชนทั่วไปที่มองข้ามการไปเลือกตั้ง เพราะแม้แต่ผู้สมัครเองยังถูกบทลงโทษหนักเช่นนี้ การเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย การไม่ไปโหวตอาจทำให้เสียสิทธิสำคัญในอนาคต

ในมุมมองของผู้เขียน คำสั่งนี้ช่วยยกระดับคุณภาพผู้สมัคร สส. ให้สูงขึ้น และกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิเลือกตั้ง หากคุณเป็นสมาชิกพรรคหรือสนใจการเมือง อย่าลืมตรวจสอบสิทธิของตัวเองก่อนเลือกตั้งครั้งหน้า!

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ศาลฎีกา สั่งถอน 22 รายชื่อ ผู้สมัคร สส. จาก 14 พรรค เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

บัตรประชาชนหมดอายุเลือกตั้งได้ไหม ใช้อะไรแทนได้

บัตรประชาชนหมดอายุเลือกตั้งได้ไหม เป็นคำถามที่หลายคนกำลังกังวลใจ โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันสำคัญที่เราจะได้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ รวมถึงการออกเสียงประชามติไปพร้อมกัน อย่าปล่อยให้บัตรหมดอายุมาขัดขวางการใช้สิทธิ์ของคุณนะครับ เพราะตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยืนยันชัดเจนว่า บัตรประชาชนหมดอายุเลือกตั้งได้ไหม ใช้อะไรเพื่อแสดงตนแทนได้บ้าง มีคำตอบให้แล้ว!

บัตรประชาชนหมดอายุเลือกตั้งได้ไหม

คำตอบสั้นๆ คือ ได้ครับ! แม้บัตรประจำตัวประชาชนของคุณจะหมดอายุไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถนำไปใช้แสดงตนเพื่อขอลงคะแนนได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกปฏิเสธที่หน่วยเลือกตั้ง สิ่งสำคัญคือต้องพกติดตัวไปให้เรียบร้อย และตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อ-รูปถ่ายตรงกับในทะเบียนราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. ดังนั้น รีบตื่นเช้าและไปให้ถึงหน่วยเร็วๆ เพื่อหลีกเลี่ยงคิวยาว

ใช้อะไรเพื่อแสดงตนแทนได้บ้าง

นอกจากบัตรประชาชนหมดอายุแล้ว ยังมีเอกสารอื่นๆ ที่ใช้แทนได้ตามกฎหมาย ดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชน: ใช้ได้ทั้งแบบยังไม่หมดอายุและหมดอายุ เหมาะสำหรับทุกคน
  • เอกสารจากทางราชการอื่นๆ: เช่น ใบอนุญาตขับขี่, หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต), บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรข้าราชการ แต่ต้องยังไม่หมดอายุนะครับ ถ้าหมดก็ใช้ไม่ได้
  • หลักฐานดิจิทัล: สะดวกสุดในยุคดิจิทัล สามารถโชว์ผ่านแอป ThaID สำหรับบัตรประชาชนดิจิทัล หรือ DLT QR LICENCE สำหรับใบขับขี่ดิจิทัล แค่สแกน QR Code ก็เรียบร้อย ไม่ต้องพกกระดาษ

สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจ สามารถตรวจสอบสิทธิ์และลำดับคิวได้ผ่านแอป Smart Vote หรือเว็บไซต์ของ กกต. ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก โดยเฉพาะในเขตที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เยอะ

ทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงสำคัญ

การเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือกตัวแทนในสภา แต่ยังรวมถึงประชามติที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตประเทศไทยไปอีกขั้น ทุกคะแนนมีค่า อย่าคิดว่าเสียงตัวเองเล็กน้อย ถ้าทุกคนคิดแบบนั้น ผลลัพธ์ก็จะถูกกำหนดโดยคนกลุ่มน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับในการเลือกตั้งให้ได้คนที่ใช่ เช่น ศึกษานโยบายพรรค, ดูประวัติผู้สมัคร, และอย่าหลงเชื่อข่าวลือในโซเชียลมีเดีย ควรเช็คข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างเว็บ กกต. หรือสื่อหลัก

เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อม

1. ตรวจสอบสถานที่หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า
2. เตรียมเอกสารตามที่กล่าวมา โดยเฉพาะบัตรประชาชนหมดอายุที่ใช้ได้
3. แต่งตัวสุภาพ สวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง
4. ถ้าต้องการช่วยเหลือผู้พิการหรือผู้สูงอายุ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อใช้สิทธิ์พิเศษได้

นอกจากนี้ หากคุณพลาดไปลงคะแนน ก็ยังสามารถติดตามผลแบบเรียลไทม์ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ได้ แต่การไปใช้สิทธิ์ด้วยตัวเองต่างหากที่สร้างความแตกต่าง

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านออกไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆ นะครับ บัตรประชาชนหมดอายุเลือกตั้งได้ไหม ไม่ใช่ปัญหาแล้ว ไปเลือกคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ แล้วประเทศไทยเราจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ลองคิดดูสิ ถ้าทุกคนไปโหวต อนาคตจะสวยงามขนาดไหน!

ที่มา – บัตรประชาชนหมดอายุเลือกตั้งได้ไหม ใช้อะไรเพื่อแสดงตนแทนได้บ้าง

เลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ไม่มี! ต้อง 8 ก.พ. เท่านั้น

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้ง 2569 สิ่งสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องทราบคือ การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีเลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ท่านจะต้องเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งในวันจริง 8 กุมภาพันธ์ เท่านั้น เพื่อทำการลงคะแนนเสียง อย่าลืมตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งของท่านล่วงหน้า ก่อนเดินทางไปใช้สิทธิ เพื่อให้แน่ใจว่าท่านมีรายชื่ออยู่ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ

สำหรับการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการลงคะแนนเสียงนอกเขตเลือกตั้ง (คนละจังหวัดกับทะเบียนบ้าน) จะสามารถทำได้ในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยบัตรลงคะแนนจะมีสีเหลือง และคำถามในการลงประชามติคือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ซึ่งท่านสามารถเลือกที่จะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือไม่ประสงค์แสดงความคิดเห็น

ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ไม่มีเลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ท่านจะต้องไปลงคะแนนในวันจริงเท่านั้น

สิ่งที่สำคัญคือ ห้ามมิให้ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทำการฉีกบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากถือเป็นความผิดทางกฎหมาย และห้ามแสดงสัญลักษณ์อื่นใดนอกเหนือจากการกากบาทในช่องที่กำหนด หากฝ่าฝืนจะถือว่าบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นบัตรเสียทันที

เลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ไม่มี! ต้อง 8 ก.พ. เท่านั้น

วิธีการตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง

ท่านสามารถตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งของท่านได้อย่างง่ายดาย โดยกรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักของท่านในช่องทางออนไลน์ต่างๆ ดังนี้

1. ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ได้ที่:

https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelection/

2. ตรวจสอบสิทธิการออกเสียงประชามติ ได้ที่: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelectionpm/

นอกจากช่องทางออนไลน์แล้ว ท่านยังสามารถตรวจสอบข้อมูลการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ ได้ง่ายๆ ผ่าน Application Smart Vote ซึ่งพร้อมให้ท่านใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ ไม่มีเลือกตั้งประชามติล่วงหน้า การเตรียมตัวให้พร้อมและตรวจสอบสิทธิของท่านล่วงหน้า จะช่วยให้การไปใช้สิทธิเลือกตั้งของท่านเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

สรุป: อย่าลืมว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีเลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ต้องไปลงคะแนนเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เท่านั้น ตรวจสอบสิทธิและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตของประเทศ

ที่มา – เลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ย้ำว่าไม่มี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องไปวันจริง 8 ก.พ. เท่านั้น

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569: ยอดทะลุ 4 แสน!

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้ง! ใครที่มีธุระสำคัญในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่าลืมใช้สิทธิลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 กันนะครับ ตอนนี้ยอดผู้ลงทะเบียนพุ่งสูงถึง 4 แสนรายในเวลาเพียง 4 วันเท่านั้น! มาอัปเดตข่าวสารและวิธีการลงทะเบียนกัน

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569: ยอด 4 วัน พุ่ง 4 แสนราย!

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาสรุปตัวเลขผู้ที่ได้ทำการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ทั้งในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักร ในช่วง 4 วันแรกของการเปิดลงทะเบียน (20-23 ธันวาคม 2568) พบว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้วถึง 403,182 คน! แบ่งเป็น:

  • ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง: 565 คน
  • ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง: 369,463 คน
  • ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร: 33,154 คน

ทำไมต้องลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569?

สำหรับใครที่มีเหตุจำเป็น ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 เป็นทางออกที่ดีที่สุด! ไม่ว่าคุณจะมีธุระสำคัญ เดินทาง หรือทำงานนอกพื้นที่ ก็ยังสามารถใช้สิทธิของตัวเองได้

ขั้นตอนการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569

การลงทะเบียนนั้นง่ายมาก เพียงแค่เข้าไปที่เว็บไซต์ของ กกต. หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote แล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยันด้วยนะครับ

ช่องทางการลงทะเบียน:

  • เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • แอปพลิเคชัน Smart Vote

เอกสารที่ต้องเตรียม:

  • บัตรประชาชน
  • ข้อมูลที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

อย่าลืม! หมดเขต 5 มกราคม 2569

สิ่งสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ การเปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 จะสิ้นสุดในวันที่ 5 มกราคม 2569 เท่านั้น! ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบดำเนินการด่วนเลยนะครับ อย่าปล่อยให้เสียสิทธิอันสำคัญนี้ไป

หลังจากปิดรับลงทะเบียน กกต. จะทำการสรุปรายชื่อผู้ลงทะเบียนทั้งหมด และนำไปจัดทำเป็นทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อนำไปติดประกาศ ณ สถานที่เลือกตั้งกลางต่อไป ดังนั้น อย่าลืมไปตรวจสอบรายชื่อของตัวเองด้วยนะครับ

การเลือกตั้งเป็นสิทธิและหน้าที่ของทุกคน อย่าลืมออกมาใช้สิทธิของท่านเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศนะครับ

ที่มา – ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ยอด 4 วัน พุ่ง 4 แสนราย ย้ำหมดเขต 5 ม.ค. 69

Scroll to top