หมอบี

ค้นบ้าน “หมอบี” พบเงินสด 3 ล้าน อ้างเงินปรึกษาญาติ

ตำรวจกองปราบฯ บุกค้นบ้านพักของ “หมอบี” พบเงินสดจำนวนมากถึง 3 ล้านบาท! งานนี้เจ้าตัวรีบออกมาชี้แจงว่าเงินทั้งหมดนี้เป็นของผู้ที่เข้ามาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับญาติที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยอ้างว่าผู้ที่มาขอคำปรึกษานำมามอบให้เองด้วยความศรัทธา และไม่ได้มีการเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ หมอบียังปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการสื่อสารกับดวงวิญญาณอีกด้วย

ค้นบ้าน “หมอบี” พบเงินสดกว่า 3 ล้าน อ้างเป็นเงินผู้เข้ามาขอคำปรึกษาถึงญาติที่ล่วงลับ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 มีรายงานข่าวว่าภายหลังจากการจับกุมตัวนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม และก็ได้พบกับเงินสดจำนวนมาก ทั้งที่อยู่ในซองและวางไว้ในบ้าน รวมเป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท ซึ่ง “หมอบี” ได้อ้างว่า เงินจำนวนนี้ได้มาจากการที่มีผู้เข้ามาขอคำปรึกษาปัญหาต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับญาติพี่น้อง หรือลูกหลานที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว

ตามรายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เงินที่พบในบ้านนั้น หมอบีอ้างว่าเป็นเงินที่ได้รับมาจากผู้ที่นำมามอบให้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีความศรัทธาในตัวของเขา ซึ่งเคยเขียนจดหมายมาเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับญาติ หรือลูกหลานที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่พวกเขายังคงมีความห่วงใย และเกรงว่าผู้ที่ล่วงลับไปแล้วอาจจะได้รับความลำบาก จึงได้เข้ามาขอคำปรึกษา โดยเชื่อว่าหมอบีมีความสามารถในการสื่อสารกับวิญญาณได้

ภายหลังจากที่ผู้มาขอคำปรึกษาได้พูดคุยกับหมอบี และได้รับคำแนะนำต่างๆ ประกอบกับหมอบีมีสิ่งที่สามารถสื่อสารกับโลกวิญญาณได้ ทำให้ผู้ที่มาขอคำปรึกษารู้สึกสบายใจ และมอบเงินตอบแทนให้ ทั้งมากบ้างน้อยบ้าง แต่หมอบียืนยันว่าตนเองไม่เคยเรียกร้องใดๆ เพราะผู้ที่มาขอคำปรึกษานำมามอบให้เองด้วยความเต็มใจ อย่างไรก็ตาม หมอบีปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการติดต่อสื่อสารกับดวงวิญญาณ และไม่เปิดเผยว่าตนเองมีความสามารถพิเศษนี้ได้อย่างไร

ทำไมถึงมีเงินสดจำนวนมากในบ้าน “หมอบี”?

ส่วนในกรณีของการร่วมทำบุญกับหลวงพ่ออลงกตนั้น หมอบีกล่าวว่า เป็นเพราะความศรัทธาที่มีมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยส่วนตัวมองว่าหลวงพ่อเป็นคนดี จึงได้จัดหาเงินบริจาคให้กับโครงการต่างๆ ของหลวงพ่อ และเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มานั้น ได้ถวายให้กับหลวงพ่อไปจนหมดแล้ว

นอกจากนี้ หมอบียังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตั้งแต่ที่ได้ร่วมทำบุญกับหลวงพ่ออลงกต ผลบุญที่ได้ก็ส่งผลให้หน้าที่การงานของตนเองประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เรื่องราวของ “หมอบี” และเงินสดจำนวน 3 ล้านบาทที่พบในบ้านพัก กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามถึงที่มาของเงินจำนวนดังกล่าว และความสามารถในการสื่อสารกับวิญญาณของ “หมอบี” ซึ่งยังคงเป็นเรื่องที่คลุมเครือ และรอการพิสูจน์ต่อไป อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้เราใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูล และพิจารณาเรื่องราวต่างๆ อย่างรอบคอบ

ที่มา – ค้นบ้าน “หมอบี” พบเงินสดกว่า 3 ล้าน อ้างเป็นเงินผู้เข้ามาขอคำปรึกษาถึงญาติที่ล่วงลับ

ผู้ว่าฯ ลพบุรี สั่งตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

จากกรณีข่าวการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ล่าสุด นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้สั่งตั้งกรรมการชุดพิเศษ เพื่อเร่งดำเนินการตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ โดยให้เหตุผลว่าพบข้อสังเกตหลายจุดที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไทยรัฐทีวีว่า ภายหลังจากการจับกุมหลวงพ่ออลงกต ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปยังวัดพระบาทน้ำพุ ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมกันตรวจสอบการบริหารงานและสถานะทางการเงินของวัดอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลและทรัพย์สินทั้งหมดของวัด เพื่อให้สามารถจัดการทุกอย่างให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้รับข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นของทั้ง 5 มูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุแล้ว และเตรียมที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 5 ชุด เพื่อทำการตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ ในเชิงลึก โดยเน้นการตรวจสอบในแต่ละมูลนิธิอย่างละเอียด เนื่องจากพบข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านเข้ามาช่วยในการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องมากที่สุด

ผู้ว่าฯ ลพบุรี สั่งตั้งกรรมการชุดพิเศษ ตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

ผู้ว่าฯ ลพบุรีกล่าวว่า แต่ละมูลนิธิมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มูลนิธิอาทรประชานาถ ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2559 มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งแตกต่างจากมูลนิธิอื่นๆ ที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน ทำให้การตรวจสอบอาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

ความสำคัญของการตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

การตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้:

  • เพื่อตรวจสอบการบริหารจัดการเงินและทรัพย์สินของมูลนิธิ
  • เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลทางการเงิน
  • เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  • เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริจาคและประชาชนทั่วไป

การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยให้ทราบถึงสถานะทางการเงินที่แท้จริงของมูลนิธิ และทำให้มั่นใจได้ว่าเงินบริจาคที่ได้รับมานั้นถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

การตรวจสอบนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะปรับปรุงระบบการบริหารจัดการของมูลนิธิให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เพื่อให้วัดพระบาทน้ำพุสามารถดำเนินงานช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาสได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ความท้าทายในการตรวจสอบ

แม้ว่าการตรวจสอบจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็มีความท้าทายหลายประการที่ต้องเผชิญ:

  • ความซับซ้อนของข้อมูลทางการเงิน
  • จำนวนธุรกรรมที่มหาศาล
  • การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
  • ระยะเวลาที่จำกัด

อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คาดว่าจะสามารถ overcome อุปสรรคเหล่านี้และดำเนินการตรวจสอบให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเข้ามาดูแลและสั่งการอย่างชัดเจนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความตั้งใจจริงที่จะทำให้เกิดความโปร่งใสและความถูกต้องในการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก การตรวจสอบนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาวัดพระบาทน้ำพุให้เป็นองค์กรที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

ที่มา – ผู้ว่าฯ ลพบุรี สั่งตั้งกรรมการชุดพิเศษ ตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

ทนายเกิดผล เตือน! หลวงพ่ออลงกต โดนจับแน่

จากกรณีข่าวการจับกุม “พระอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ในข้อหาทุจริตยักยอกเงินบริจาค ทำให้หลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็น หนึ่งในนั้นคือ “ทนายเกิดผล แก้วเกิด” ที่ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้

ทนายเกิดผล โพสต์เคยเตือน “หลวงพ่ออลงกต” ถ้าไม่รีบเคลียร์ สุดท้ายจะถูกจับ

ทนายเกิดผลระบุว่า ตนเองเคยเตือน “หลวงพ่ออลงกต” และกรรมการวัดพระบาทน้ำพุแล้วว่า หากไม่รีบจัดการเคลียร์เอกสารและข้อมูลให้ถูกต้อง อาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินได้ในที่สุด ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันก็เป็นไปตามที่ทนายเกิดผลได้เคยเตือนไว้

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ตำรวจกองปราบได้ทำการตรวจค้นพื้นที่ 17 จุด ทั้งในจังหวัดลพบุรีและกรุงเทพมหานคร จนนำไปสู่การจับกุม “พระอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีพฤติกรรมที่ชัดเจนในการทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน นอกจากนี้ “หมอบี” ซึ่งเป็นศิษย์เอกของพระอลงกต ก็ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนด้วยเช่นกัน เบื้องต้นทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

ข้อความที่ทนายเกิดผลโพสต์บนเฟซบุ๊กคือ “ตอนเป็นทนายวัด ผมเคยบอกและเตือนทั้งหลวงพ่อและกรรมการวัดแล้วว่า ถ้าไม่รีบเคลียร์ เอกสารและข้อมูล สุดท้ายจะถูกจับ ในข้อหาฟอกเงิน” ซึ่งหลังจากข้อความนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนแสดงความเห็นใจและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่หลายคนก็แสดงความผิดหวังต่อการกระทำของพระอลงกต

ทำไมทนายเกิดผลถึงออกมาเตือนเรื่องนี้?

การที่ทนายเกิดผลออกมาโพสต์เตือนถึง “หลวงพ่ออลงกต” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าทนายเกิดผลมีความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดการเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุมาโดยตลอด การที่ทนายเกิดผลออกมาเตือนล่วงหน้า แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความห่วงใยที่ทนายเกิดผลมีต่อวัดและผู้ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับวัดพระบาทน้ำพุนั้น เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสถานที่ดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์และเด็กกำพร้าจำนวนมาก วัดแห่งนี้ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนเป็นจำนวนมากในแต่ละปี เพื่อนำไปใช้ในการดูแลและช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ดังนั้น การจัดการเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

คดีของ “พระอลงกต” จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรการกุศลและศาสนสถานต่างๆ ว่าการจัดการเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากประชาชน การขาดความโปร่งใสในการจัดการเงินบริจาค อาจนำไปสู่ปัญหาการทุจริตและการดำเนินคดีทางกฎหมายได้ในที่สุด

เรื่องราวของ ทนายเกิดผล ที่เคยออกมาเตือน “หลวงพ่ออลงกต” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ การให้คำแนะนำและตรวจสอบการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาทุจริตและรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรไว้ได้

สุดท้ายนี้ หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัดพระบาทน้ำพุ จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินบริจาค ให้ตระหนักถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความรับผิดชอบ เพื่อรักษาศรัทธาและความไว้วางใจจากประชาชนต่อไป

ที่มา – ทนายเกิดผล โพสต์เคยเตือน “หลวงพ่ออลงกต” ถ้าไม่รีบเคลียร์ สุดท้ายจะถูกจับ

คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯ สีหน้าเครียด!

คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯแล้ว! พบสีหน้าเคร่งเครียด ปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ตำรวจคุมตัวสอบปากคำทันที เกิดอะไรขึ้นกับหมอบีกันแน่?

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 จากกรณีที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพ ลพบุรี เพื่อควบคุมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี และพวกตามหมายจับ ความผิดตาม ม.147, 157 และฟอกเงิน ดังที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

หมอบี

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ ได้เดินทางมาถึงกองบังคับการปราบปราม โดยสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล และสวมกุญแจมือ มีผ้าดำคลุมไว้ สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชนทั้งสิ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามจะควบคุมตัวขึ้นไปที่กองกำกับการ 1 เพื่อทำการสอบปากคำอย่างละเอียดต่อไป

คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯ

ทั้งนี้ หมอบี ถูกจับกุมในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงาน เบียดบังยักยอกทรัพย์ และสนับสนุนเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้เข้าจับกุมตัวหมอบี ที่บ้านพักย่านจตุจักร เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ก่อนที่จะควบคุมตัวมายังกองปราบฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี

รายละเอียดข้อกล่าวหาต่อ “หมอบี”

ข้อกล่าวหาที่มีต่อหมอบีนั้น ค่อนข้างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิด การเบียดบังยักยอกทรัพย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของประชาชน นอกจากนี้ ข้อหาร่วมกันฟอกเงินยิ่งทำให้สถานการณ์ของหมอบี อยู่ในภาวะที่ยากลำบากมากยิ่งขึ้น การสอบสวนและการดำเนินคดีจึงเป็นไปอย่างเข้มงวด และได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก

การที่หมอบี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อ ทำให้เกิดคำถามและความสงสัยต่างๆ มากมาย ประชาชนต่างจับตามองและรอฟังความจริงจากทั้งสองฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อ คดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และความจริงจะปรากฏออกมาในรูปแบบไหน คงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิด

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานของรัฐ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและความเชื่อมั่นของประชาชน

การดำเนินคดีกับหมอบี และผู้ที่เกี่ยวข้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สังคมว่า การกระทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะมีอำนาจหรืออิทธิพลมากเพียงใด ก็จะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

ต้องติดตามกันต่อไปว่าผลสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และจะมีใครที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม การที่กระบวนการยุติธรรมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ความจริงจะถูกเปิดเผยในที่สุด

ที่มา – คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯ พบมีสีหน้าเคร่งเครียด ปิดวาจา งดตอบคำถามสื่อ

เปิดวินาที! หมายจับ หลวงพ่ออลงกต-หมอบี ทุจริตวัดพระบาทน้ำพุ

เปิดวินาที “ตำรวจกองปราบ” อ่านหมายจับคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต” กับ “หมอบี” ปมทุจริตเงินบริจาค “วัดพระบาทน้ำพุ”

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. นำกำลังปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่ กรุงเทพ ลพบุรี พร้อมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ตามหมายจับ ความผิดตาม ม.147, 157 และฟอกเงิน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า พ.ต.ต.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมตัว พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ นายอลงกต พลมุข ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ จ 81/2568 ลง 22 สิงหาคม 2568 ข้อหาทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

ส่วนกำลังอีกชุดจับกุม นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” เจ้าของเพจ “งมงาย สไตล์หมอบี” ที่ถูกร้องเรียนว่าส่อทุจริตเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ.

เปิดวินาทีอ่านหมายจับ “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ปมทุจริตเงินบริจาค “วัดพระบาทน้ำพุ”

คดีทุจริตเงินบริจาคที่วัดพระบาทน้ำพุกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก การจับกุมหลวงพ่ออลงกตและหมอบีในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัด

รายละเอียดการจับกุม หลวงพ่ออลงกต และ หมอบี

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางดึก โดยตำรวจกองปราบได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุด ทั้งในกรุงเทพฯ และลพบุรี การจับกุมหลวงพ่ออลงกตเป็นไปตามหมายจับของศาลคดีทุจริตฯ ในข้อหาทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ ส่วนหมอบีถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว

ข้อกล่าวหาและบทลงโทษ

หลวงพ่ออลงกตถูกตั้งข้อหาตามมาตรา 147 และ 157 รวมถึงข้อหาฟอกเงิน ซึ่งมีโทษทางอาญาสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต สำหรับหมอบี ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม

ผลกระทบต่อวัดพระบาทน้ำพุ

คดีทุจริตเงินบริจาคที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อ HIV และเด็กกำพร้ามาอย่างยาวนาน

ความสำคัญของความโปร่งใสในการบริจาค

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบและติดตามการใช้เงินบริจาค เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลวงพ่ออลงกตและหมอบี เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกองค์กรการกุศลที่ต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการบริหารจัดการเงินบริจาค เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้บริจาค

ต่อไปนี้ การตรวจสอบและติดตามการใช้เงินบริจาคควรเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทุจริตเงินบริจาคซ้ำรอย

ที่มา – เปิดวินาทีอ่านหมายจับ “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ปมทุจริตเงินบริจาค “วัดพระบาทน้ำพุ” (คลิป)

เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีดังที่กำลังเป็นที่จับตามอง เมื่อแม่บ้านได้เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอการนำตัวผู้ต้องหามาควบคุมตัวภายหลังจากการสอบปากคำเสร็จสิ้น

จากกรณีเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพ ลพบุรี เพื่อควบคุมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี และพวกตามหมายจับ ความผิดตาม ม.147, 157 และฟอกเงิน โดยอยู่ระหว่างการนำตัวผู้ต้องหาเข้ามาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อสอบสวน และจะมีการแถลงข่าวจากผู้บังคับบัญชาต่อไป

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ บช.ก. ว่าในส่วนของห้องขังที่ใช้ควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีสำคัญของกองปราบปราม แม่บ้านได้ทำความสะอาด และเตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบีไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาควบคุมตัวภายหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำ

เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี

ห้องควบคุมของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น มีไว้สำหรับควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีต่างๆ ของแต่ละกองบังคับการ โดยมีการแบ่งแยกห้องควบคุมชายและหญิงอย่างชัดเจน ที่ด้านหน้าประตูห้องควบคุม จะมีป้ายติดไว้ว่า “ห้องควบคุม บก.ป.” และมีป้ายแจ้งเตือน “ห้ามเข้า” ติดตั้งไว้ด้วย

ทำไมต้องเตรียมห้องควบคุม บก.ป.?

การเตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หลังจากที่ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีสำคัญ การเตรียมสถานที่ควบคุมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น และถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในรายละเอียดต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย

การทำความสะอาดห้องควบคุมให้เรียบร้อยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสุขอนามัยของผู้ต้องหาเเละเป็นการรักษาความสะอาดเป็นระเบียบของสถานที่ราชการอีกด้วย การที่แม่บ้านได้ทำความสะอาดเตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และด้วยความรับผิดชอบ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบุคลากรสนับสนุนต่างๆ ที่ต่างมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการอำนวยความยุติธรรมให้กับสังคม การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่สงบสุข

คดีนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปถึงผลสรุปและการดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ความยุติธรรมและความโปร่งใสในการทำงานของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ไม่พลาดทุกข่าวสารสำคัญ ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ได้ที่นี่!

ที่มา – เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี แม่บ้านทำความสะอาดเรียบร้อย

ด่วน! สอบสวนกลางคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ฟอกเงิน


เผย “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” โดนหมายจับ! ตำรวจสอบสวนกลางบุกจับกุม “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และหมอบี หรือ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล ในข้อหาความผิดตามมาตรา 147, 157 และข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของตำรวจสอบสวนกลางได้โพสต์ข้อความที่ระบุถึงปฏิบัติการสำคัญ โดยมีการปิดล้อมตรวจค้นถึง 17 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และลพบุรี ซึ่งนำไปสู่การควบคุมตัวบุคคลสำคัญทั้งสองท่าน คือ หลวงพ่ออลงกต และ หมอบี ตามหมายจับในข้อหาที่กล่าวมาข้างต้น

สอบสวนกลางคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ตามหมายจับ ม.147, 157 ฟอกเงิน

สถานการณ์ล่าสุดขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองท่านมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป และคาดว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่สาธารณชนเกี่ยวกับคดีนี้

คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลวงพ่ออลงกตเป็นที่รู้จักและเคารพในฐานะผู้ที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย HIV และเด็กกำพร้าที่วัดพระบาทน้ำพุมาอย่างยาวนาน การถูกจับกุมในข้อหาร้ายแรงเช่นนี้จึงสร้างความตกใจและเสียใจให้กับผู้ที่ศรัทธาและให้การสนับสนุนท่านเป็นอย่างมาก

ในส่วนของหมอบี หรือ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล นั้น ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทของเขาในคดีนี้มากนัก แต่การที่เขาถูกจับกุมพร้อมกับหลวงพ่ออลงกต ย่อมบ่งบอกถึงความเกี่ยวข้องในคดีที่ตำรวจสอบสวนกลางกำลังดำเนินการสืบสวนอยู่อย่างแน่นอน

สำหรับข้อหาตามมาตรา 147 และ 157 นั้น เกี่ยวข้องกับความผิดของเจ้าพนักงานในเรื่องการยักยอกทรัพย์และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนข้อหาฟอกเงินนั้น เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายไปแปลงสภาพให้เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย เพื่อซุกซ่อนแหล่งที่มาของเงิน

ความคืบหน้าคดี “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ฟอกเงิน

ทางทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด และจะรายงานให้ทราบต่อไปเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม หากใครมีข้อมูลหรือเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ สามารถแจ้งให้ตำรวจสอบสวนกลางทราบได้ทันที

การจับกุม“หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ในข้อหาฟอกเงินครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจสอบสวนกลางในการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครก็ตาม และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย

เหตุการณ์สอบสวนกลางคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการทำธุรกิจและการบริหารจัดการทรัพย์สินด้วยความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายในลักษณะต่างๆ

ที่มา – เผยสอบสวนกลางคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ตามหมายจับ ม.147, 157 ฟอกเงิน

ด่วน! กองปราบจับหลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ

ตำรวจกองปราบได้ทำการจับกุม **หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ** จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี” ตามหมายจับในข้อหาความผิดตามมาตรา 147, 157 และข้อหาฟอกเงิน ถือเป็นข่าวที่สร้างความตกตะลึงให้กับหลายๆ คน

เมื่อเวลา 02:02 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 พ.ต.ต.เอกรัฐ จันทร์มณี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รายงานว่า เมื่อเวลา 01:00 น. ของวันเดียวกัน ได้ร่วมกันจับกุม พระราชวิสุทธิประชานาถ อลงกต ตามหมายจับของศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ จ 81/2568 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2568

มีหลักฐานอันสมควรเชื่อได้ว่า พระราชวิสุทธิประชานาถ อลงกต พูลมุข ได้กระทำการทุจริต ยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ โดยเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเอง หรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือยินยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไป

กองปราบจับหลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ จริงหรือไม่?

ซึ่งต้องสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน กรณีมีหลักฐานสมควรว่า พระราชวิสุทธิประชานาถ อลงกต พูลมุข (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) หรือนายอลงกต พลมุข

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. จึงได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ ได้แก่:

  • สิทธิในการพบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการส่วนตัว
  • สิทธิในการให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ในชั้นสอบสวน
  • สิทธิในการได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อญาติได้ตามสมควร
  • สิทธิในการได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดเจ็บป่วย

นอกจากนั้น ยังได้จัดให้ผู้ต้องหาสามารถติดต่อกับญาติ หรือผู้ซึ่งผู้ต้องหาไว้วางใจ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการจับกุม และสถานที่ที่ถูกควบคุมตัวได้ในโอกาสแรก ที่ผู้ต้องหามาถึงที่ทำการ จากการตรวจสอบร่างกาย พบว่าปกติ และเข้าใจสิทธิของตนเองดีแล้ว

รายละเอียดการจับกุม หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ

ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก ตำรวจสอบสวนกลาง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และลพบุรี โดยสามารถควบคุมตัว **หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ** จังหวัดลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี ตามหมายจับในข้อหาความผิดตามมาตรา 147, 157 และข้อหาฟอกเงิน

คดีของ **หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ** และหมอบี นั้น เป็นที่จับตามองของสังคม เนื่องจากหลวงพ่ออลงกตเป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะผู้ก่อตั้งและดูแลวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์ผู้ป่วยโรคเอดส์ และได้รับความเคารพศรัทธาจากประชาชนจำนวนมาก การถูกจับกุมในข้อหาทุจริตและฟอกเงินจึงสร้างความผิดหวังและเสียใจให้กับหลายๆ คน

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน และผู้ต้องหายังมีสิทธิ์ที่จะต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง เราคงต้องติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความจริงปรากฏและกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้อง

การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ผู้ที่ได้รับการเคารพศรัทธาจากสังคม หากกระทำความผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน

ที่มา – กองปราบจับหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ พร้อมหมอบี คุมตัวเข้า กทม.

สุชาติสั่ง! ตรวจสอบเงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

“สุชาติ” ขีดเส้นตาย 10 วัน ตรวจสอบเงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

จากกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินของมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตรวจสอบรายละเอียดภายใน 10 วัน โดยเน้นไปที่ประเด็นการถือครองที่ดินของกรรมการมูลนิธิ และการใช้จ่ายเงินบริจาค

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายสุชาติ ตันเจริญ พร้อมด้วยนายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และนายจักรภพ เพ็ญแข ที่ปรึกษาเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง โดยมีนายปรัชญา เปปะตัง รอง ผวจ.ลพบุรี และหน่วยงานต่างๆ ให้การต้อนรับ

ก่อนการประชุม นายสุชาติได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลในการเดินทางมาที่วัด และกรณีการลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสของพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต ว่า การลาออกน่าจะเป็นไปเพื่อความสบายใจในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

นายสุชาติกล่าวว่า ประเด็นสำคัญมีสองส่วน คือ เงินของวัดที่มาจากงบประมาณ ซึ่งสำนักพุทธศาสนาต้องดูแล กับเงินของมูลนิธิ ซึ่งมีหลายมูลนิธิ และเป็นข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับเงินบริจาคจำนวนมากที่อาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากมูลนิธิขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย การตรวจสอบจึงต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักพุทธศาสนาจะตรวจสอบเฉพาะงบประมาณที่ได้รับมาว่ามีการใช้อย่างถูกต้องหรือไม่

ส่วนประเด็นเรื่องที่ดิน นายสุชาติกล่าวว่า ต้องตรวจสอบว่าเงินที่ใช้ซื้อที่ดินมาจากแหล่งใด และการโอนที่ดินคืนวัดเป็นไปตามกระบวนการหรือไม่

หลังจากการประชุม นายสุชาติกล่าวว่า ยังมีข้อสังเกตหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิต่างๆ ที่วัดเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าการรับบริจาคและการใช้เงินถูกต้องหรือไม่ หากเกี่ยวข้องกับวัด ถือว่าเป็นสมบัติของวัด สำนักพุทธศาสนาต้องเข้ามาตรวจสอบ

นายสุชาติกล่าวถึงข้อสงสัยเรื่องที่ดินหลายพันไร่ที่กรรมการมูลนิธิถือครอง ว่าต้องตรวจสอบว่าเป็นในนามมูลนิธิหรือส่วนตัว หากเป็นส่วนตัว จะต้องตรวจสอบว่ามีปัญหาในการถือครองทรัพย์สินหรือไม่ หากเป็นของมูลนิธิ ต้องตรวจสอบว่าจะพร้อมโอนคืนหรือไม่ และเหตุใดจึงถือครองแทนมูลนิธิ

ตรวจสอบการใช้เงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

นอกจากนี้ นายสุชาติยังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้เงินมูลนิธิในการสร้างอะคาเดมี่และสนามฟุตบอล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ว่าเป็นการทำเกินหน้าที่ของวัดหรือไม่ และการใช้เงินถูกต้องหรือไม่ ตนสงสัยว่าทำไมต้องบริจาคเป็นมูลนิธิ ทำไมไม่บริจาคเข้าวัดโดยตรง ซึ่งอาจเป็นเทคนิคการใช้เงินผ่านมูลนิธิ

นายสุชาติได้สั่งการให้จังหวัดตรวจสอบเรื่องนี้ภายใน 10 วัน และกล่าวว่า ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งตนจะไม่เข้าไปก้าวก่าย

เกี่ยวกับเงินในบัญชีวัด นายสุชาติกล่าวว่าเหลือน้อย แต่ยังพอจ่ายค่าน้ำค่าไฟได้ และถือเป็นบทเรียนที่ต้องแก้ไขให้รัดกุมในเรื่องการเงินของวัดและมูลนิธิ ส่วนกรณีหลวงพ่ออลงกตลาออกจากเจ้าอาวาส จะมีการตั้งผู้รักษาการแทน

นอกจากนี้ ยังมีข่าวเรื่องการประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมของหลวงพ่อ ซึ่งได้สั่งการให้สำนักพุทธศาสนาไปตรวจสอบข้อมูลจากชาวบ้าน และตรวจสอบวุฒิการศึกษาว่าใช้ในการเลื่อนสมณศักดิ์หรือไม่ หากเป็นวุฒิปลอมจะถูกดำเนินคดี

การที่นายสุชาติลงมาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องการสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัดและมูลนิธิ เพื่อเรียกคืนความศรัทธาของประชาชน

การตรวจสอบ เงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของความศรัทธาและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อศาสนาพุทธ การที่ เงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและโปร่งใส จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริจาคและประชาชนทั่วไป และจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของศาสนาพุทธโดยรวม การตรวจสอบ เงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “สุชาติ” ขีดเส้นตาย 10 วัน ตรวจสอบเงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

Scroll to top