สุชาติสั่ง! ตรวจสอบเงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ
“สุชาติ” ขีดเส้นตาย 10 วัน ตรวจสอบเงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ
จากกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินของมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตรวจสอบรายละเอียดภายใน 10 วัน โดยเน้นไปที่ประเด็นการถือครองที่ดินของกรรมการมูลนิธิ และการใช้จ่ายเงินบริจาค
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายสุชาติ ตันเจริญ พร้อมด้วยนายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และนายจักรภพ เพ็ญแข ที่ปรึกษาเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง โดยมีนายปรัชญา เปปะตัง รอง ผวจ.ลพบุรี และหน่วยงานต่างๆ ให้การต้อนรับ
ก่อนการประชุม นายสุชาติได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลในการเดินทางมาที่วัด และกรณีการลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสของพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต ว่า การลาออกน่าจะเป็นไปเพื่อความสบายใจในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
นายสุชาติกล่าวว่า ประเด็นสำคัญมีสองส่วน คือ เงินของวัดที่มาจากงบประมาณ ซึ่งสำนักพุทธศาสนาต้องดูแล กับเงินของมูลนิธิ ซึ่งมีหลายมูลนิธิ และเป็นข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับเงินบริจาคจำนวนมากที่อาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากมูลนิธิขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย การตรวจสอบจึงต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักพุทธศาสนาจะตรวจสอบเฉพาะงบประมาณที่ได้รับมาว่ามีการใช้อย่างถูกต้องหรือไม่
ส่วนประเด็นเรื่องที่ดิน นายสุชาติกล่าวว่า ต้องตรวจสอบว่าเงินที่ใช้ซื้อที่ดินมาจากแหล่งใด และการโอนที่ดินคืนวัดเป็นไปตามกระบวนการหรือไม่
หลังจากการประชุม นายสุชาติกล่าวว่า ยังมีข้อสังเกตหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิต่างๆ ที่วัดเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าการรับบริจาคและการใช้เงินถูกต้องหรือไม่ หากเกี่ยวข้องกับวัด ถือว่าเป็นสมบัติของวัด สำนักพุทธศาสนาต้องเข้ามาตรวจสอบ
นายสุชาติกล่าวถึงข้อสงสัยเรื่องที่ดินหลายพันไร่ที่กรรมการมูลนิธิถือครอง ว่าต้องตรวจสอบว่าเป็นในนามมูลนิธิหรือส่วนตัว หากเป็นส่วนตัว จะต้องตรวจสอบว่ามีปัญหาในการถือครองทรัพย์สินหรือไม่ หากเป็นของมูลนิธิ ต้องตรวจสอบว่าจะพร้อมโอนคืนหรือไม่ และเหตุใดจึงถือครองแทนมูลนิธิ
ตรวจสอบการใช้เงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ
นอกจากนี้ นายสุชาติยังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้เงินมูลนิธิในการสร้างอะคาเดมี่และสนามฟุตบอล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ว่าเป็นการทำเกินหน้าที่ของวัดหรือไม่ และการใช้เงินถูกต้องหรือไม่ ตนสงสัยว่าทำไมต้องบริจาคเป็นมูลนิธิ ทำไมไม่บริจาคเข้าวัดโดยตรง ซึ่งอาจเป็นเทคนิคการใช้เงินผ่านมูลนิธิ
นายสุชาติได้สั่งการให้จังหวัดตรวจสอบเรื่องนี้ภายใน 10 วัน และกล่าวว่า ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งตนจะไม่เข้าไปก้าวก่าย
เกี่ยวกับเงินในบัญชีวัด นายสุชาติกล่าวว่าเหลือน้อย แต่ยังพอจ่ายค่าน้ำค่าไฟได้ และถือเป็นบทเรียนที่ต้องแก้ไขให้รัดกุมในเรื่องการเงินของวัดและมูลนิธิ ส่วนกรณีหลวงพ่ออลงกตลาออกจากเจ้าอาวาส จะมีการตั้งผู้รักษาการแทน
นอกจากนี้ ยังมีข่าวเรื่องการประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมของหลวงพ่อ ซึ่งได้สั่งการให้สำนักพุทธศาสนาไปตรวจสอบข้อมูลจากชาวบ้าน และตรวจสอบวุฒิการศึกษาว่าใช้ในการเลื่อนสมณศักดิ์หรือไม่ หากเป็นวุฒิปลอมจะถูกดำเนินคดี
การที่นายสุชาติลงมาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องการสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัดและมูลนิธิ เพื่อเรียกคืนความศรัทธาของประชาชน
การตรวจสอบ เงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของความศรัทธาและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อศาสนาพุทธ การที่ เงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและโปร่งใส จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริจาคและประชาชนทั่วไป และจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของศาสนาพุทธโดยรวม การตรวจสอบ เงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด
ที่มา – “สุชาติ” ขีดเส้นตาย 10 วัน ตรวจสอบเงินมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ
