หลวงพ่ออลงกต วันนี้

เร่งสอบ “ทิดอลงกต” พบ 24 ประเด็น โยงตลกดัง

ความคืบหน้าคดีของ “ทิดอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อ “บิ๊กเต่า” สั่งเร่งสอบสวน “ทิดอลงกต” อย่างเข้มข้นในเรือนจำ พร้อมเผยว่าตลก 3 พยางค์ชื่อดังยังไม่ได้เข้าชี้แจงกับตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าล็อต 2 ของคดีนี้เป็นเรื่องใหม่ทั้งหมด เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน และไม่เกี่ยวข้องกับ “หมอบี” แต่อย่างใด

เร่งสอบ “ทิดอลงกต” พบ 24 ประเด็นข้อสงสัย โยงตลก 3 พยางค์-ซ่อมโรงแรม

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดี “ทิดอลงกต การละคร” หรือ นายอลงกต พลมุข อายุ 65 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ว่า หลังจากการประชุมได้มีการเร่งให้มีการสอบสวนทิดอลงกตในเรือนจำ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงเร่งสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มูลนิธิต่างๆ และผู้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัด ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมด

ส่วนกรณีของตลก 3 พยางค์ชื่อดัง ที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดนั้น ชุดสืบสวนกำลังเร่งดำเนินการ เนื่องจากเข้ามาเกี่ยวข้องในช่วงที่วัดมีปัญหา และเข้ามาช่วยเหลือในหลายส่วนจนเกิดความน่าสงสัย โดยกองบังคับการปราบปรามกำลังทำคดีนี้อยู่ และตลกคนดังกล่าวยังไม่ได้เข้ามาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด

ประเด็นโรงแรมกับการซ่อมบำรุงที่น่าสงสัย

เมื่อถามถึงการสืบทรัพย์สินของวัดพระบาทน้ำพุ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า มีข้อเท็จจริงจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งประเด็นขึ้นมามากมาย บางประเด็นจบลงแล้ว แต่บางประเด็นได้หยิบยกมาทำต่อ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังเป็นข้อสงสัยจากหลักฐานที่ยึดมาได้ โดยเฉพาะประเด็นโรงแรม ที่มีการนำเงินวัดเข้าไปซ่อมบำรุงห้องพัก โดยยืนยันว่าโรงแรมนี้ได้นำเงินวัดเข้าไปซ่อมบำรุงภายในห้องพักและตัวโรงแรมจริง แต่ยังไม่ทราบว่าเงินจากวัดเข้าไปทั้งหมดเท่าไหร่ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 24 ประเด็นที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อสงสัย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า มีบางประเด็นที่ชัดเจนแล้ว และสามารถแจ้งข้อกล่าวหาทิดอลงกตได้ แต่ขณะนี้กำลังสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมก่อน

เมื่อถามถึงการออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ตอบว่า ขอสอบปากคำก่อน เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกรรมการเงินของวัดทั้งหมด และในล็อต 2 นี้ จะก่อคดีขึ้นมาใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีของหมอบีและทิดอลงกต แต่ถ้าพบความเชื่อมโยงกันก็พร้อมที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

สรุปคือ คดีของทิดอลงกตยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงินของวัดที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือความเกี่ยวข้องของบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะตลก 3 พยางค์ชื่อดังที่ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลใดๆ หวังว่าการสอบสวนอย่างเข้มข้นนี้จะนำไปสู่ความกระจ่างและความยุติธรรมในที่สุด

ที่มา – เร่งสอบ “ทิดอลงกต” พบ 24 ประเด็นข้อสงสัย โยงตลก 3 พยางค์-ซ่อมโรงแรม

คืบหน้าคดีวัดพระบาทน้ำพุ ยังไม่มีหมายจับเพิ่ม

ความคืบหน้าคดี วัดพระบาทน้ำพุ ที่หลายคนติดตาม ล่าสุดยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม รอง ผบก.ป. เผยความคืบหน้าล่าสุด ในขณะที่ “บิ๊กเต่า” สั่งตรวจสอบกรณีเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ หลังมีผู้ร้องเรียน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสอบสวนกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ หลังจากที่ นายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือ ถั่วแระ เชิญยิ้ม พร้อมด้วยกลุ่มศิลปินนักแสดงรุ่นใหญ่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ภายหลังถูกพาดพิงเชื่อมโยงในคดีดังกล่าว โดยเบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ถั่วแระ เชิญยิ้ม และบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกพาดพิง เป็นผู้บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ จำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนเสียก่อน

ส่วนกระแสข่าวที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่น โดยเฉพาะตลกชื่อดัง 3 พยางค์นั้น หากบุคคลดังกล่าว หรือผู้ที่ถูกพาดพิงประสงค์จะให้ข้อมูล จะต้องประสานผ่าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ก่อนจะส่งเรื่องให้กองปราบปรามตรวจสอบตามขั้นตอน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประสานเข้ามาอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ หรือแจ้งข้อกล่าวหาใครเพิ่มเติม ทุกอย่างต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวว่า ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ และพิสูจน์หาทรัพย์สินของวัดพระบาทน้ำพุ ที่อาจถูกยักย้ายถ่ายเทไป หรือเล่นแร่แปรธาตุ ขอเวลาในการตรวจสอบ เช่นเดียวกับกรณีวัดบางคลานที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ

ส่วนเรื่องวัดโสธรฯ ที่มีการสั่งสอบอยู่นั้น ก่อนหน้านี้ตนพร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้เข้าพบพระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ที่กุฏิสมเด็จป๋า วัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมืองฉะเชิงเทรา มาแล้ว ครั้งนั้นได้นำหลักฐานของอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ มาชี้แจงถึงพฤติกรรมการกระทำผิดวินัยสงฆ์จนถึงขั้นปาราชิก กรณีที่เข้าไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกากอล์ฟ รวมทั้งพอจะได้ยินกระแสข่าวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าอาวาสด้วย ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบว่า มีข้อร้องเรียนกรณีเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโสธร เข้ามาที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงทางพระพุทธศาสนาหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่ต้องการร้องเรียน สามารถนำหลักฐานเข้ามาที่กองปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้โดยตรง

คืบหน้าคดีวัดพระบาทน้ำพุ ยังไม่มีหมายจับเพิ่ม

รายละเอียดล่าสุดเกี่ยวกับคดีวัดพระบาทน้ำพุ

  • ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่มเติมในคดีวัดพระบาทน้ำพุ
  • กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของวัด
  • รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนสรุป

คดีวัดพระบาทน้ำพุยังคงต้องติดตามกันต่อไปถึงผลสรุป และการดำเนินการทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การตรวจสอบอย่างละเอียดและรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – กองปราบฯ เผยความคืบหน้าคดี “วัดพระบาทน้ำพุ” ยืนยันยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม

“ถั่วแระ” แจงปมวัดพระบาทน้ำพุ ยันแค่ทำบุญ

“ถั่วแระ” เชิญยิ้ม เข้าพบตำรวจเพื่อชี้แจงกรณีวัดพระบาทน้ำพุ พร้อมแสดงหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ เผยว่าเคยทำบุญให้วัดด้วยความศรัทธาจริง แต่ปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 13.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ศิลปินตลกชื่อดัง “ถั่วแระ” เชิญยิ้ม เดินทางมาพร้อมทนายความเพื่อเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีที่มีชื่อถูกพาดพิงเชื่อมโยงกับคดีวัดพระบาทน้ำพุ เรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับ “ถั่วแระ” เป็นอย่างมากจึงตัดสินใจเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ นาย“ถั่วแระ” ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้เขาตั้งใจมาแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างเต็มที่ และได้เตรียมหลักฐานทั้งหมดเพื่อมอบให้ตำรวจตรวจสอบ เขาได้ยอมรับว่าเคยร่วมทำบุญและบริจาคให้กับวัดพระบาทน้ำพุจริง แต่ยืนยันว่าเป็นการทำด้วยความศรัทธา และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องที่ดินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น การตัดสินใจทำบุญของ “ถั่วแระ” เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกต่อกรณีที่อดีตหลวงพ่อซักทอดถึงตน นายถั่วแระเพียงยิ้มและส่ายหน้า ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ แต่ยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เข้ามาให้ข้อมูลด้วยตนเอง “ถั่วแระ” ต้องการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับความสัมพันธ์กับ “ทิดอลงกต” นายถั่วแระกล่าวว่าไม่สามารถระบุได้ว่ารู้จักกันตั้งแต่เมื่อใด และยืนยันว่าการทำบุญของตนส่วนใหญ่ทำด้วยแรงกายและแรงใจ เนื่องจากไม่ได้มีเงินทองมากมายนัก แต่ก็ทำอย่างสม่ำเสมอในหลายวัดหลายแห่ง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำความดีของ “ถั่วแระ”

นอกจากนี้ “ถั่วแระ” พร้อมทนายความได้เดินทางต่อไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หลังจากนั้นคาดว่าจะมีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกครั้ง

“ถั่วแระ” แจงปมวัดพระบาทน้ำพุ

ทำไม “ถั่วแระ” ถึงเข้าพบตำรวจ?

การเข้าพบตำรวจของ “ถั่วแระ” ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความตั้งใจที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เขาต้องการที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเองและคลายข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้นในสังคม

การที่ “ถั่วแระ” ออกมายืนยันว่าการทำบุญของเขานั้นเป็นไปด้วยความศรัทธาและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ใด ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างความกระจ่างในประเด็นนี้ การบริจาคด้วยใจที่บริสุทธิ์และการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นสิ่งที่สังคมควรให้ความสำคัญ

กรณีของ “ถั่วแระ” เป็นเครื่องเตือนใจให้เราพิจารณาถึงเจตนาในการทำบุญและการช่วยเหลือผู้อื่น การทำบุญที่แท้จริงควรมาจากความศรัทธาและความปรารถนาดีอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อหวังผลประโยชน์หรือชื่อเสียงใด ๆ

การที่ “ถั่วแระ” กล้าออกมาให้ข้อมูลและแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อสาธารณชนเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง การกระทำของเขาแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและความมุ่งมั่นที่จะรักษาชื่อเสียงของตนเอง

เรื่องราวของ “ถั่วแระ” ในครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สอนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และการทำความดีด้วยใจบริสุทธิ์ การมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมควรเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น

ที่มา – “ถั่วแระ” เข้าพบ ตร. แจงปมวัดพระบาทน้ำพุ ยอมรับเคยทำบุญ ปัดเอี่ยวเรื่องที่ดิน

เรียกสอบ 2 ตลก 1 นักธุรกิจ โยงเงินอลงกตการละคร

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการ! ตำรวจเตรียมเรียก 2 ตลกชื่อดัง และ 1 นักธุรกิจ เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับคดี “อลงกตการละคร” งานนี้มีข้อมูลว่าบางคนรับเงินไปหลักร้อยล้านบาทเลยทีเดียว ส่วนกระแสข่าวที่ลือกันว่าโยงไปถึง “เจน ญาณทิพย์” และ “หมอดู ล.” นั้น ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่ายังไม่มีชื่อบุคคลดังกล่าวในขณะนี้

พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าของคดีเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ว่า ทางทีมงานได้รับผลวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางการเงินจาก ปปง. เรียบร้อยแล้ว พบว่ามีบุคคลที่ต้องสงสัยเกือบ 30 คน ที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยในจำนวนนี้มีข้อมูลพยานบุคคลระบุว่ามีดาราตลกถึง 2 คน และนักธุรกิจ 1 คน ที่มีความเกี่ยวข้องกับอดีตพระอลงกต

เรียกสอบ 2 ตลก 1 นักธุรกิจ โยงเงินอลงกตการละคร จริงหรือ?

พ.ต.อ.เอนก กล่าวถึงพฤติการณ์ของตลกคนแรกว่า มีการรับเงินจากอดีตพระอลงกตเป็นจำนวนหลักล้านบาท โดยช่วงแรกรับเงินโดยตรง แต่ต่อมาเปลี่ยนไปใช้นอมินีในการโอนเงินแทน ซึ่งนอมินีที่ว่านี้ไม่ใช่ “หมอบี” อย่างแน่นอน ส่วนรายละเอียดว่าเงินจำนวนนี้ถูกนำไปใช้อย่างไรนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ จะเป็นการว่าจ้างให้ไปเล่นตลก หรือเป็นการขอยืมเงินกันแน่ ก็ต้องรอสอบสวนกันต่อไป

สำหรับตลกคนที่ 2 นั้น ยังไม่พบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับอดีตพระอลงกต แต่พบว่ามีพฤติกรรมเข้าไปนำทรัพย์สินบางอย่างออกจากกุฏิของอดีตพระอลงกต หลังจากที่ท่านได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุไปแล้ว

ส่วนนักธุรกิจที่ถูกพาดพิงนั้น พบว่าเป็นคนนอกจังหวัดลพบุรี และได้รับเงินสดจากอดีตพระอลงกตไปถึงหลักร้อยล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้ถูกนำไปลงทุนในธุรกิจส่วนตัว

แล้วจะทำอย่างไรต่อไปกับคดี “เรียกสอบ 2 ตลก 1 นักธุรกิจ โยงเงินอลงกตการละคร”?

พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ทางตำรวจจะทยอยเชิญบุคคลเหล่านี้เข้ามาให้ข้อมูลในฐานะพยาน เพื่อดูว่าพวกเขามีข้อแก้ต่างอย่างไร หากพบว่ามีการพยายามปกปิด หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง ก็จะพิจารณาว่ามีเจตนาที่ไม่สุจริตหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานงานไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้วบางส่วน ส่วนการออกหมายเรียกผู้ต้องหาในล็อตที่ 2 นั้น ยังต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อน

เรื่องกระแสข่าวลือที่ว่า มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยัง “เจน ญาณทิพย์” และ “หมอดู ล.” นั้น พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อมูลในส่วนนี้ แต่รายชื่อที่ได้รับรายงานจาก ปปง. ในเบื้องต้นนั้น ยังไม่มีชื่อของบุคคลทั้งสอง

พ.ต.อ.เอนก ยืนยันว่า แม้ว่าตนเองจะได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น และไม่ได้ดูแลคดีนี้โดยตรงแล้ว แต่คดีนี้ยังคงดำเนินการต่อไปในรูปแบบของคณะทำงาน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า จะมีผู้รับผิดชอบในการขยายผลคดี “เรียกสอบ 2 ตลก 1 นักธุรกิจ โยงเงินอลงกตการละคร” อย่างต่อเนื่องแน่นอน และจะนำความจริงมาเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ

คดี เรียกสอบ 2 ตลก 1 นักธุรกิจ โยงเงินอลงกตการละคร นี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย และมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ น่าจะมีข้อมูลใหม่ๆ ที่น่าสนใจออกมาให้เราได้ติดตามกันอีกแน่นอน

ที่มา – เรียกสอบ 2 ตลก 1 นักธุรกิจ โยงเงิน “อลงกตการละคร” พบบางคนรับไปหลักร้อยล้านบาท

จ่อสอบ! อดีต ผอ.สำนักพุทธ คดีอลงกต

“บิ๊กเต่า” เผยคดี “อลงกตการละคร” เตรียมประชุมทีมคลี่คลายคดี จ่อเรียกสอบ อดีต ผอ.สำนักพุทธ-ตลกดัง และนักแสดงเพิ่ม หลังพบเส้นเงินพัวพัน เชื่อมีความเสียหายสูงมาก อาจมีแบ่งผลประโยชน์กัน 70/30 หรือรูปแบบอื่น ๆ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 กันยายน 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีอดีตพระอลงกต ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากสมาชิกวงดนตรีออร์เคสตราชื่อดัง เพื่อขอเข้าให้ข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเล่นดนตรีให้กับวัด โดยเฉพาะข้อมูลการโอนเงินจำนวน 400,000-500,000 บาทต่อครั้ง คาดว่าจะเป็นการโอนจากคนใกล้ชิดหลวงพ่อโดยตรง ไม่ได้ผ่านทางวัด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า จากการพูดคุยเบื้องต้นพบว่าข้อมูลยังไม่ชัดเจน ต้องรอให้บุคคลที่เกี่ยวข้องนำเอกสารทางการเงิน เช่น สเตทเมนต์การโอนเงิน มาชี้แจงอย่างละเอียดภายในสัปดาห์นี้ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นการเล่นดนตรีจริงหรือไม่ และมีการจ้างงานกันอย่างไร เชื่อว่าการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมออกหมายเรียกพยานบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งดารา นักแสดง ตลก และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน จะเรียกเข้าให้ปากคำในฐานะพยานเพื่อประกอบการพิจารณาคดี

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่าการตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีนี้ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่ามีความเสียหายสูงมาก เพราะเงินบริจาคบางส่วนไม่ได้เข้าวัดทั้งหมด แต่เข้าสู่บัญชีของบุคคลใกล้ชิดและประชาชนบางส่วนผ่านโครงการรับตู้บริจาค ซึ่งอาจจะมีการแบ่งผลประโยชน์กัน 70/30 หรือรูปแบบอื่น ๆ

ดังนั้น ในสัปดาห์นี้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีจะมีการประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนการบริหารจัดการคดีให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากเอกสารและข้อมูลมีจำนวนมหาศาล เพื่อป้องกันไม่ให้คดีล่าช้าไปกว่าเดิม

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ในส่วนของอดีตพระอลงกต เจ้าหน้าที่ยังคงมีการทำงานกันอย่างต่อเนื่อง เพราะเอกสารมีจำนวนมาก แต่ไม่เป็นกังวลเนื่องจากทั้งตัวอดีตพระอลงกต และ หมอบี ไม่ได้รับการประกันตัวอยู่แล้ว แต่สำหรับกรณีอื่นๆ ที่จะมีการเปิดเผยใหม่ ตำรวจจะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีการยืมเงินจากวัด ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินของวัดจริง ผู้ให้ยืมเงินไปจะมีความผิดตามกฎหมาย ส่วนผู้ยืมจะต้องไปตรวจสอบเจตนาว่าตั้งใจที่จะยืมเงินวัดจริงหรือไม่ ถ้าหากตั้งใจยืมเงินวัดจริงจะมีความผิดเช่นกัน.

จ่อเรียกสอบ อดีต ผอ.สำนักพุทธ-ตลกดัง

ทำไมถึงต้องจ่อเรียกสอบ อดีต ผอ.สำนักพุทธ?

การจ่อเรียกสอบ อดีต ผอ.สำนักพุทธ-ตลกดัง ในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการพบเส้นทางการเงินที่พัวพันกับคดีอลงกต ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก การตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดถี่ถ้วนจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เกิดความกระจ่างและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

นอกจากอดีต ผอ.สำนักพุทธ และตลกดังแล้ว ยังมีดารา นักแสดง และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการเรียกสอบเพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาคดี

ความสำคัญของการตรวจสอบเส้นทางการเงิน

  • เพื่อค้นหาความจริงและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ
  • เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงการศาสนา
  • เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
  • เพื่อปกป้องเงินบริจาคของประชาชนที่ตั้งใจทำบุญ

คดีนี้ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เพราะมีรายละเอียดและข้อมูลที่ต้องทำการตรวจสอบอีกมากมาย การจ่อเรียกสอบ อดีต ผอ.สำนักพุทธ-ตลกดัง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสืบสวนสอบสวน เพื่อค้นหาความจริงและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ

การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และแสดงให้เห็นว่ากฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์และสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้

ที่มา – จ่อเรียกสอบ อดีต ผอ.สำนักพุทธ-ตลกดัง เส้นเงินพัวพันคดีอลงกต เชื่อมีแบ่ง 70/30

สมปอง แจงปมยืมเงินอลงกต 13 ล้านที่กองปราบ

สมปอง” ดอดเข้าพบตำรวจกองปราบ แจงปมยืมเงิน “อดีตพระอลงกต” 13 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนรักษาแม่ป่วยติดเตียง ยืนยันไม่ได้มีเจตนาใดแอบแฝง ด้าน “พ.ต.อ.เอนก” เผยความคืบหน้าคดี อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการสอบเส้นทางเงินอย่างละเอียด

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 68 พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีหมอบี และอดีตพระอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน กก.1 บก.ป. ยังอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ทราบว่านอกเหนือจากผู้ต้องหาทั้งสองรายที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้าแล้ว ยังมีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นร่วมกระทำผิดอีกด้วยหรือไม่ รวมไปถึงเพื่อพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดว่าเงินของวัดถูกผ่องถ่ายไปยังที่ใดบ้าง

พ.ต.อ.เอนก กล่าวอีกว่า ในส่วนของการสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ยังคงมีการเชิญตัวคนใกล้ชิด รวมถึงเจ้าหน้าที่ต่างๆ ของวัด มาสอบปากคำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็เพื่อให้พยานหลักฐานรวมไปถึงถ้อยคำต่างๆ ในสำนวนคดีมีความชัดเจนรอบคอบ และแน่นหนา

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นวานที่ผ่านมา (29 ส.ค.) นายสมปอง นครไธสง หรือ อดีตพระมหาสมปอง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้เดินทางมาขอเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เคยยืมเงินจำนวน 13 ล้านบาท จากอดีตพระอลงกต

โดยนายสมปอง ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่า เคยขอยืมเงินจากอดีตพระอลงกต จำนวน 13 ล้านบาทจริง ทั้งนี้ก็เพื่อจะนำไปใช้เป็นทุนรักษาแม่ที่ป่วยติดเตียง ไม่ได้มีเจตนาใดแอบแฝง หรือเข้าไปรู้เห็นหรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการนำเงินของวัดมาใช้แต่อย่างใด เพียงแต่ไม่ได้มีการทำสัญญากู้ยืมเป็นหลักฐานทางการเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาตนเองก็รับผิดชอบ ทยอยโอนเงินใช้หนี้คืนไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งมีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงิน

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวนของนายสมปองในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าเป็นการติดต่อขอเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางคดี โดยไม่ได้ถูกเชิญตัวจากทางพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ซึ่งทางพนักงานสอบสวนกองปราบเองก็พร้อมรับฟังและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย.

สมปอง แจงปมยืมเงินอลงกต 13 ล้านที่กองปราบ

เรื่องราวของสมปองที่เข้าพบตำรวจกองปราบเพื่อชี้เแจงประเด็นการยืมเงินอดีตพระอลงกตจำนวน 13 ล้านบาทนั้น ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก หลายคนอาจสงสัยว่า เงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้ในเรื่องใด และมีความเกี่ยวข้องกับคดีความที่เกิดขึ้นกับวัดพระบาทน้ำพุหรือไม่

ข้อเท็จจริงจากปากสมปอง

จากคำให้การของสมปองเอง เขาได้ยืนยันว่าเงินจำนวน 13 ล้านบาทที่ยืมมาจากอดีตพระอลงกตนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับคุณแม่ที่ป่วยติดเตียง และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการทุจริตเงินของวัด นอกจากนี้ เขายังได้แสดงหลักฐานการทยอยชำระหนี้คืนให้กับอดีตพระอลงกตไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง

ความคืบหน้าของคดี

ในส่วนของคดีความที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเร่งดำเนินการสอบสวนเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบว่ามีการกระทำความผิดอื่นใดเกิดขึ้นอีกหรือไม่ และเพื่อติดตามเงินของวัดที่ถูกผ่องถ่ายไปยังที่ต่างๆ

ถึงแม้ว่าสมปองจะออกมาให้ข้อมูลและแสดงความบริสุทธิ์ใจแล้ว แต่ก็ยังคงต้องรอผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อความชัดเจนในทุกประเด็น การให้ความร่วมมือของสมปองในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจ และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายคดี

ที่มา – “สมปอง” ดอดเข้าพบตำรวจกองปราบ แจงปมยืมเงิน “อดีตพระอลงกต” 13 ล้าน

บิ๊กเต่าคาดเส้นเงิน อลงกตการละคร แตะหมื่นล้าน!

“บิ๊กเต่า” คาดการณ์เส้นทางการเงินของ “อลงกตการละคร” อาจสูงถึงหมื่นล้านบาท หลังพบเครือข่ายจำนวนมาก ยืนยันจะดำเนินคดีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือนักการเมือง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินคดีเครือข่าย “หมอบี” และ “อดีตพระอลงกต” ว่า หลังจากนี้จะมีผู้เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจเรื่อยๆ เช่น วันนี้จะมีคณะกรรมการมูลนิธิพุทธสถานลพบุรีศรีสุวรรณภูมิ จังหวัดลพบุรี เข้ามา ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มบุคคลที่พบเห็นการกระทำความผิดหลายเรื่อง รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่จะมาให้ข้อมูลด้วย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยว่า ตอนนี้ตำรวจมีข้อมูลจำนวนมาก เพียงแต่อาจต้องขอหลักฐานเส้นทางการเงินมาประกอบ พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้มีลักษณะเป็นบริษัท “อลงกตการละคร” มีเจ้าหน้าที่แต่ละตำแหน่งคอยเก็บเงินและบริหารการเงิน หากตำรวจมีความชัดเจนในทุกเรื่องจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ขอให้ตำรวจทำงานให้เกิดความชัดเจนอีกสักระยะหนึ่ง

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเส้นทางการเงินของวัดหรือ “อดีตพระอลงกต” และเครือข่ายเชื่อมโยงกับดาราหรือกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์นั้น ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น ไม่ว่าจะเป็นดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือนักการเมือง หากใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินหรือผลประโยชน์ ก็จะต้องดำเนินคดีทั้งหมด หากตนเองยังดำรงตำแหน่งอยู่ เพราะคดีนี้ “อดีตพระอลงกต” ได้ตระเวนเรี่ยไรเงินไปทั่วประเทศ ไม่เหมือนกับวัดทั่วไปที่จะมีคนเข้ามาบริจาคแค่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นคดีนี้จึงมีความเสียหายอยู่ทั่วประเทศ และอาจไม่ใช่แค่หลักพันล้านบาท แต่อาจแตะถึงหลักหมื่นล้านบาท หรือมากกว่านั้น ซึ่งตำรวจจะขยายผลให้ชัดเจน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับวัดบางวัดที่มีพฤติกรรมคล้ายๆ กันนี้

บิ๊กเต่าคาดเส้นเงิน อลงกตการละคร อาจแตะหมื่นล้าน!

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีอดีตพระอลงกตและเครือข่าย ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องของเส้นทางการเงินที่คาดว่าจะมีความซับซ้อนและโยงใยไปถึงบุคคลหลากหลายวงการ

เส้นเงิน อลงกตการละคร ที่อาจแตะหมื่นล้านคืออะไร?

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างมากคือตัวเลข “หมื่นล้านบาท” ที่ถูกคาดการณ์ว่าเป็นมูลค่ารวมของเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ “อลงกตการละคร” ตัวเลขนี้สร้างความตกตะลึงให้กับหลายฝ่าย และนำไปสู่คำถามมากมายเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเงินจำนวนมหาศาลนี้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ว่า ทางตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบถึงที่มาของเงิน และหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับดาราและอินฟลูเอนเซอร์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของ “อลงกตการละคร” ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้น และจะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน

คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการฉ้อโกงเงินบริจาค แต่ยังเป็นเรื่องของการทำลายความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาสนา ดังนั้น การดำเนินคดีอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ดังนั้น การตรวจสอบเส้นทางการเงินของ “อลงกตการละคร” อย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทราบถึงที่มาที่ไปของเงิน และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ การดำเนินคดีกับดาราและอินฟลูเอนเซอร์ที่เกี่ยวข้องก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อแสดงให้เห็นว่ากฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์และทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสังคมไทย ที่จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงินขององค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคและการกุศล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตและฉ้อโกงขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – “บิ๊กเต่า” คาดเส้นเงิน “อลงกตการละคร” อาจแตะหมื่นล้านบาท โยงใครดำเนินคดีหมด

“ทิดจอร์จ” ไม่เครียด นอนคุกคืนแรก “หมอบี” เครียดเล็กน้อยจริงหรือ?

จากกรณีที่เป็นข่าวใหญ่โต เกี่ยวกับการจับกุมอดีตพระอลงกต หรือที่รู้จักกันในนาม “ทิดจอร์จ” และหมอดูชื่อดัง “หมอบี” ในข้อหายักยอกเงินบริจาค ทำให้หลายคนจับตามองว่าชีวิตในเรือนจำวันแรกของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า “ทิดจอร์จ” ไม่เครียด นอนคุกคืนแรก “หมอบี” เครียดเล็กน้อย นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ รองโฆษกกรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงสภาพความเป็นอยู่ของทั้งสองคนในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า “ทิดจอร์จ” อดีตหลวงพ่ออลงกต ไม่ได้แสดงอาการเครียดให้เห็นมากนัก สามารถเดินได้เอง ไม่ต้องใช้รถเข็น ในขณะที่ “หมอบี” มีความเครียดเล็กน้อย แต่ยังคงพูดคุยได้ปกติ ไม่ได้ซึมเศร้าหรือแยกตัวแต่อย่างใด

“ทิดจอร์จ” ไม่เครียด นอนคุกคืนแรก “หมอบี” เครียดเล็กน้อย

ในส่วนของสุขภาพร่างกาย ทั้งสองคนแจ้งว่ามีโรคประจำตัวและมียาที่ต้องรับประทาน ซึ่งทางเรือนจำอนุญาตให้ใช้ยาได้ และจะมีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์ประจำเรือนจำอีกครั้งในวันที่ 28 สิงหาคม โดยจะมีการนำประวัติการรักษามาร่วมพิจารณาด้วย

สำหรับอาหารมื้อแรกในเรือนจำของทั้งสองคน เป็นเมนูแกงเผ็ดไก่ ปลาราดพริก และข้าวสวย ซึ่งทั้งคู่สามารถรับประทานได้ตามปกติ แสดงให้เห็นว่าแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ทั้งสองก็ยังคงดูแลตัวเองได้

ทางเรือนจำได้แนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ต้องขังใหม่ให้กับทั้งสองคน ซึ่งทั้งคู่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หลังจากนั้นได้นำตัวไปแยกกักโรคเป็นเวลา 5 วัน เมื่อครบกำหนด จะมีการประชุมคณะทำงานเพื่อจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง และพิจารณาแดนขังที่เหมาะสมต่อไป โดยเบื้องต้นคาดว่าจะไม่ได้นำตัวทั้งสองคนไปขังรวมกัน

ความเป็นอยู่ของ “ทิดจอร์จ” และ “หมอบี” ในเรือนจำ

เรื่องของการเยี่ยม ทางเรือนจำอนุญาตให้ทนายความสามารถเข้าเยี่ยมได้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ส่วนญาติสามารถเข้าเยี่ยมได้หลังจากการกักโรคครบ 5 วัน ในวันที่ 2 กันยายน สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัยและการควบคุมดูแลผู้ต้องขัง จะเป็นไปตามมาตรฐานสากลและหลักสิทธิมนุษยชน

โดยรวมแล้ว ทั้ง “ทิดจอร์จ” และ “หมอบี” อยู่ในระหว่างการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ในเรือนจำ และสามารถนอนหลับได้ตามปกติ สำหรับอาหาร 3 มื้อในวันที่ 28 สิงหาคม ประกอบด้วย:

  • มื้อเช้า: แกงจืดวุ้นเส้นและไข่เจียวใส่ผัก
  • มื้อกลางวัน: ข้าวต้มเครื่องใส่หมูและผลไม้
  • มื้อเย็น: แกงกะหรี่ไก่ใส่ผักและผัดผักใส่ไก่

เรื่องราวของ “ทิดจอร์จ” ไม่เครียด นอนคุกคืนแรก “หมอบี” เครียดเล็กน้อย ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และหลายคนยังคงติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเคารพกระบวนการยุติธรรม

สรุป “ทิดจอร์จ” กับ “หมอบี” ในเรือนจำ

ถึงแม้ว่าข้อมูลเบื้องต้นจะบ่งชี้ว่า “ทิดจอร์จ” ปรับตัวได้ดีกว่า “หมอบี” ในการใช้ชีวิตในเรือนจำวันแรก แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปอะไรในตอนนี้ การใช้ชีวิตในเรือนจำเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับทุกคน และต้องใช้เวลาในการปรับตัว การสนับสนุนและกำลังใจจากคนรอบข้างจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “ทิดจอร์จ” ไม่เครียด นอนคุกคืนแรก “หมอบี” เครียดเล็กน้อย แต่กินข้าวได้ปกติ

“หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร”

คดีอดีตพระอลงกต หรือ ทิดจอร์จ ยังคงเป็นที่จับตา ล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของคดี พร้อมทั้งให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “หมอบี” และความสัมพันธ์ภายในวัดพระบาทน้ำพุ

“หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร” จริงหรือ?

จากกรณีที่ “บิ๊กเต่า” พบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังคนใกล้ชิดของ “ทิดอลงกต” ประมาณ 30 คน ความขัดแย้งภายในเริ่มปะทุขึ้นเมื่อหนึ่งในหญิงคนสนิทของ “หมอบี” พบว่ามีการเขียนหนังสือระบุว่าทั้ง 4 คนเป็นพี่น้องกัน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามว่าในวันที่ตำรวจเข้าจับกุม นักร้องสาวชื่อดังอยู่ในบ้านด้วยหรือไม่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า หลักฐานที่ยึดมาได้มีจำนวนมาก ทั้งเงินสดหลายล้านบาท ปืน เอกสาร สังหาริมทรัพย์ และที่ดิน ซึ่งอยู่ระหว่างการคัดแยกและตรวจสอบอย่างละเอียด

เกี่ยวกับประเด็นคนใกล้ชิดของหมอบีที่ออกมาแฉ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยว่า พบคนใกล้ชิดหมอบีทั้งหมด 3 คน และคนใกล้ชิดห่างๆ อีก 1 คน โดยทั้งหมดอยู่ในบ้านในวันที่เข้าตรวจค้น ส่วนเลขาของหมอบีก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงนักร้องสาวชื่อดัง รองผบช.ก. ตอบว่า “เห็นแว้บๆ” ทำให้เกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของคนกลุ่มนี้

เมื่อถามถึงระยะเวลาที่ทั้ง 3 คนอาศัยอยู่ที่บ้านสีดำกับหมอบี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เลี่ยงที่จะตอบโดยตรง แต่กล่าวว่า หมอบีมีความสามารถในการสะกดจิตใจให้ทุกคนเชื่อได้ โดยการเขียนหนังสือว่าทุกคนเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน หมอบีเป็นคนที่มีความสามารถในการโน้มน้าวใจคน

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ความขัดแย้งภายในบ้านเกิดจากการปันความรักไม่เท่ากัน หรือการบริหารงานของหมอบีไม่ดีเท่าที่ควร พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวติดตลกว่า อยากจะไปเรียนรู้การบริหารของหมอบีบ้าง แต่คิดว่าตนเองอาจจะไม่มีความสามารถพอ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการจ้างคอนเสิร์ตโดยดารานักร้อง และการนำเงินบริจาคไปใช้ ซึ่งอดีตพระอลงกตได้บ่นถึงเรื่องนี้ว่า กลุ่มนักร้องที่มาแสดงดนตรีโกงค่าใช้จ่ายที่ตกลงกันไว้

เกี่ยวกับการโอนชื่อบ้านดำของหมอบีไปยังบุคคลอื่น พบว่า หมอบีได้โอนไปให้อดีตพระอลงกตก่อนที่จะมีเรื่องกัน นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลการเดินบัญชีที่แสดงให้เห็นว่ามีการนำเงินไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม

ส่วนกระแสข่าวเรื่องพินัยกรรมที่ระบุว่า หากอดีตพระอลงกตเสียชีวิต บ้านหลังดังกล่าวจะกลับมาเป็นชื่อของหมอบี ตำรวจยังไม่พบข้อมูลดังกล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า ตำรวจมีนโยบายที่จะนำทรัพย์สินของคนที่บริจาคและมีผู้อื่นเป็นผู้ครอบครอง คืนให้กับวัด หากไม่คืนจะถือว่ามีเจตนานำทรัพย์สินของวัดไปเป็นของตนเอง

ในส่วนของโรงเรียนและใจฟ้าอคาเดมี รัฐบาลได้เข้าไปดูแลแล้ว อดีตพระอลงกตมีความห่วงใยเพียงแค่เรื่องผู้ป่วย HIV ที่พักรักษาตัวอยู่ในวัด ซึ่งกองปราบได้ประสานกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูแลแล้ว

ประเด็นเรื่องภรรยาและลูกของอดีตพระอลงกตยังคงเป็นข้อสงสัยที่ต้องตรวจสอบต่อไป โดยได้เก็บดีเอ็นเอของอดีตพระอลงกตเพื่อตรวจสอบแล้ว

เส้นทางการเงินที่ซับซ้อน และ “อลงกตการละคร

การตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนในเรื่องการเบิกถอน และมีผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการประมาณ 30 คน ซึ่งเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดกับอดีตพระอลงกต เชื่อว่าเงินน่าจะผ่านบัญชีวัดหลายพันล้านบาท เรื่องนี้ ปปง. ได้ตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว และจะมีการขยายผลต่อไป โดยผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นเงินเหล่านี้จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การที่อดีตพระอลงกตสามารถเดินได้สะดวกระหว่างถูกจับกุม ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่นั่งวีลแชร์เป็นประจำ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า อาจจะเป็น “อลงกตการละคร” เพื่อตบตาประชาชนและได้รับเงินบริจาค

เรื่องราวของ “หมอบี” และอดีตพระอลงกตยังคงมีเงื่อนงำอีกมากมายที่ต้องติดตามกันต่อไป การบริหารจัดการภายในวัด การใช้จ่ายเงินบริจาค และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ล้วนเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับอดีตพระอลงกตและคนใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานขององค์กรการกุศล และความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินบริจาค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก

คดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับอดีตพระอลงกต และ “หมอบี” สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหา และความจำเป็นในการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเพื่อให้สังคมได้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น การออกมาแฉเรื่องราว “หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร” นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการสงฆ์และการบริจาค

ที่มา – “หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร” นั่งวีลแชร์ตบตาเพื่อเงินบริจาค

Scroll to top