หาดใหญ่

ผู้ประสบภัยโอด ลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท

ผู้ประสบภัยจำนวนมากกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท พวกเขาตัดพ้อถึงปัญหาบ้านเรือนจมน้ำ เอกสารสูญหาย และความลำบากในการเดินทางเพื่อยื่นเอกสาร

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้กำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากฤดูฝนปี 2568 โดยจะจ่ายเงินเยียวยาแบบเหมาจ่ายครัวเรือนละ 9,000 บาท ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 4 รูปแบบ (อ่านเพิ่มเติม: เปิดขั้นตอนการลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม ปี 2568)

หน่วยงานในแต่ละจังหวัดได้กำหนดวัน เวลา และสถานที่เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเดินทางไปยื่นเอกสารและแสดงตนเพื่อยืนยันคำร้อง ตัวอย่างเช่น เทศบาลนครสงขลาได้เปิดรับลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม ประจำปี 2568 ในวันที่ 1-3 ธันวาคม 2568 เวลา 9.00-16.30 น.

สถานที่รับลงทะเบียน:

  • เขต 1: วัดตีนเมรุ
  • เขต 2: วัดหัวป้อมนอก
  • เขต 3: อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนเทศบาล 1 (ถนนนครนอก)
  • เขต 4: สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสงขลา

ประชาคม เวลา 17.00 น. ของทุกวัน ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม ออนไลน์แล้ว สามารถมายื่นเอกสารได้ตามเขตของตนเองได้ตามแนวทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เทศบาลนครหาดใหญ่ได้แจ้งผ่านทางเพจเฟซบุ๊กว่าเปิดรับลงทะเบียนและยื่นเอกสารได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2568 บริเวณเต็นท์ด้านข้างอาคารสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่

ประชาชนจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับเอกสารและขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทะเบียนออนไลน์ที่ยังต้องนำเอกสารไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่จำกัด

เพจดังอย่าง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความว่า “สวัสดีค่ะ จ่า อยากให้ช่วยเรื่องลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วมค่ะ ลงออนไลน์แล้วก็ยังต้องไปยื่นเอกสารอีก คนที่อยู่ที่นั่นก็หาร้านถ่ายเอกสารกันวุ่น ร้านก็จมน้ำ บางคนเอกสารหายหมดเกลี้ยงไปกับน้ำ บางคนอยู่ต่างจังหวัดยังไม่สะดวกไปยื่นเอกสาร ช่วยทำให้เรื่องการขอเงินช่วยน้ำท่วมมันง่ายกว่านี้ได้ไหมคะ”

ลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท: ปัญหาที่ผู้ประสบภัยต้องเผชิญ

ปัญหาหลักที่ผู้ประสบภัยหลายรายกำลังเผชิญคือเรื่องเอกสารที่สูญหายหรือเสียหายจากน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถดำเนินการลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม ได้ตามขั้นตอนที่กำหนด นอกจากนี้ การที่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตนเองยังเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจนไม่สามารถเดินทางได้

วิธีแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม

สำหรับผู้ที่เอกสารสูญหาย สามารถติดต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อขอเอกสารใหม่หรือสำเนาเอกสารได้ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบข้อมูลและหลักเกณฑ์การลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม อย่างละเอียด เพื่อเตรียมเอกสารให้พร้อมและดำเนินการตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่รับผิดชอบได้โดยตรง

หน่วยงานภาครัฐควรพิจารณาปรับปรุงกระบวนการลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม ให้มีความสะดวกและเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น อาจพิจารณาเพิ่มช่องทางออนไลน์ หรือจัดหน่วยเคลื่อนที่ลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็วที่สุด

ที่มา – ผู้ประสบภัยพ้อปัญหา ลงทะเบียนรับเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท บ้านจมน้ำ เอกสารหาย

“เท้ง ณัฐพงษ์” จี้รัฐ เร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิตหาดใหญ่

“เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ รัฐบาลเร่งเก็บกู้-ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่หาดใหญ่

“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เรียกร้องรัฐบาล เร่งฟื้นฟูทำความสะอาดหาดใหญ่ หลังน้ำลด พร้อมเร่งระดมคนค้นหาร่างผู้เสียชีวิต เนื่องจากยังมีผู้เสียชีวิตตกค้างอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วม

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงประจำการพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมทีมงานพรรคประชาชน เพื่อทำภารกิจสำคัญหลังน้ำท่วมใหญ่ เฟสต่อไปก็คือการฟื้นฟูบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ รวมทั้งเร่งระดมกำลังค้นหาร่างผู้เสียชีวิตและเยียวยาประชาชน

นายณัฐพงษ์ระบุว่า ขณะนี้บ้านเรือนและร้านรวงต่างๆ รวมทั้งโรงงานในสงขลาหลายร้อยแห่งล้วนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้องอาศัยน้ำประปาทำความสะอาด การปล่อยน้ำก็ต้องค่อยๆ เพิ่มแรงดันเพื่อป้องกันท่อแตก น้ำประปาจึงค่อยๆ ไหลและยังไม่สามารถใช้ได้ตามปกติ

เฟสฟื้นฟูและทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำท่วมต้องอาศัยอุปกรณ์หลายอย่าง ทั้งถุงดำเพื่อขจัดสิ่งปฏิกูล กองขยะมหาศาลที่กำลังล้นเมือง ต้องอาศัยแรงงานจากนอกพื้นที่จำนวนมากเพื่อเร่งกำจัดขยะที่กำลังเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นในหลายแห่งโดยเฉพาะบริเวณตลาดกิมหยง และต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค ต้องมีการจัดการระบบไฟฟ้า ตรวจสอบโครงสร้างบ้าน ตลอดจนจัดการเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน 

นอกจากเฟสฟื้นฟูพื้นที่แล้ว เฟสที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเร่งระดมสรรพกำลังเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งจากสาเหตุน้ำท่วมและไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงเสียชีวิตจากโรคประจำตัวและไม่สามารถเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ อันเนื่องมาจากสาเหตุน้ำท่วมหนัก ตลอดจนร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกกระแสน้ำพัดมาและถูกเก็บกู้โดยหน่วยกู้ภัยที่สามารถเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้ขณะเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนขณะน้ำท่วม 

ปัจจุบันยังมีผู้เสียชีวิตตกค้างอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วมอยู่บ้าง ทำให้ตัวเลขที่ทางการรายงานและตัวเลขจากสถานการณ์จริงอาจยังคลาดเคลื่อนกันอยู่ เนื่องจากยังมีการลำเลียงเคสดำ หรือร่างผู้เสียชีวิตเข้าตรวจสอบ รัฐต้องเร่งระดมกำลังเพื่อค้นหาผู้ประสบภัยเพิ่มเติมและเร่งเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตโดยด่วน

นอกจากนี้ เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือการเร่งเยียวยาประชาชนทั้งผู้ประสบภัยที่เป็นประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ

นายณัฐพงษ์ย้ำว่าประเด็นการเยียวยาประชาชนนั้น รัฐต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ ทั้งในส่วนของเงินช่วยเหลือเยียวยา ค่าครองชีพอื่นๆ เช่น ค่าน้ำ – ค่าไฟ การพักชำระหนี้ การให้กู้ฉุกเฉินแบบปลอดดอกเบี้ย สินเชื่อสำหรับเงินทุนหมุนเวียน ตลอดจนการจัดหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจพื้นที่น้ำท่วมเพื่อคืนวิถีชีวิตปกติของประชาชนโดยเร็ว 

พรุ่งนี้ นายณัฐพงษ์จะเข้าพื้นที่พร้อมทีมงาน เพื่อรวบรวมข้อมูลและเตรียมนำเสนอแผนการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ รวมถึงการฟื้นฟูสภาพเมือง มาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย และแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

ทำไมรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต?

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในหาดใหญ่ครั้งนี้ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ รัฐบาลเร่งเก็บกู้-ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่หาดใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องและจำเป็น เพราะการดำเนินการที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ จะช่วยบรรเทาความทุกข์ของผู้สูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นอกจากนี้ การฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ภาครัฐควรเข้ามาสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง

“เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ รัฐบาลเร่งเก็บกู้-ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่หาดใหญ่ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ รัฐบาลเร่งเก็บกู้-ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่หาดใหญ่

นายกฯ สั่ง! หาดใหญ่ต้องสะอาดใน 14 วัน

นายกรัฐมนตรี ประกาศ 7 วันประชาชนต้องกลับเข้าบ้านได้ ขีดเส้น 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด เดินหน้ามาตรการเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน

วันที่ 30 พ.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์หลังอุทกภัยในจังหวัดสงขลา โดยระบุว่า วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่ได้พบกับผู้แทนภาคเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งภาคการค้า การท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้สะท้อนสภาพความเสียหายที่ประชาชนและผู้ประกอบการกำลังเผชิญ พร้อมทั้งร่วมเสนอแนวทางฟื้นฟูในหลายด้าน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำในเขตเมืองลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว ต้องฟื้นฟูทันที โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพและสาธารณูปโภคเป็นอันดับแรก ซึ่งเริ่มทยอยดำเนินการแล้ว ทั้งการป้องกันสารปนเปื้อน การควบคุมโรค การจ่ายไฟฟ้า และการฟื้นฟูระบบน้ำประปา ส่วนการทำความสะอาดเมือง นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ระดมกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งกองทัพ หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อเร่งเก็บขนสิ่งของเสียหายและขยะมูลฝอยออกจากพื้นที่ โดยตั้งเป้าหมายว่า “ภายใน 7 วันประชาชนต้องได้กลับบ้าน และภายใน 14 วันเมืองหาดใหญ่ต้องสะอาด

เคาะมาตรการเร่งด่วน

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ได้รับข้อมูลจำนวนมาก ทั้งจากสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งหลายประเด็นสามารถสั่งการได้ทันที และบางประเด็นจะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการต่อ โดยย้ำว่าการฟื้นฟูครั้งนี้ให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน” พร้อมทั้งครอบคลุมพื้นที่ประสบภัยอื่น ๆ ในภาคใต้ด้วย

ด้านมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลเตรียมมาตรการเร่งด่วนหลายส่วน ทั้งการเยียวยาตามระเบียบ 90,000 บาทต่อครัวเรือน การช่วยเหลือซ่อมบ้านผู้สูงอายุไม่เกิน 49,000 บาท และเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะเร่งเปิดให้ประชาชนกู้เงินฟื้นฟูครัวเรือนละ 100,000 บาท รวมถึงสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยที่ผ่อนชำระภายในหนึ่งปี เพื่อช่วยเริ่มต้นซ่อมแซมทรัพย์สินและกิจการ ขณะที่สำนักงานประกันสังคมจะออกมาตรการสนับสนุนในลักษณะ “คนละครึ่ง” เป็นเวลา 6 เดือนสำหรับผู้ประกันตนกลุ่มต่าง ๆ

ไม่มีปัญหาติดขัดด้านงบประมาณ

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า งบประมาณหลักสำหรับการเยียวยาได้รับการอนุมัติแล้ว และได้หารือกับสำนักงบประมาณเพื่อจัดสรรงบเพิ่มเติมในส่วนที่จำเป็น โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีปัญหาติดขัดด้านงบประมาณ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมลงพื้นที่ ต่างเห็นภาพความจำเป็นเร่งด่วนตรงกันทั้งหมด มาตรการที่สามารถอนุมัติได้ภายในวันอังคารที่ 2 ธ.ค.นี้ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้เงินช่วยเหลือและการฟื้นฟูเดินหน้าโดยทันทีเพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่–สงขลา และพื้นที่อื่นที่ได้รับผลกระทบ กลับมามีชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด

จัดหาคนขนของเร็วที่สุด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการคืนชีวิต คืนความเป็นปกติสุขให้กับประชาชน ส่วนสิ่งที่เป็นอุปสรรคคืองานเปิดกว้างมาก น้ำท่วมไม่มีแล้ว ไฟมาแล้ว น้ำประปาก็เริ่มเข้ามาแล้ว แต่ติดปัญหาคือเรื่องไฟช็อตภายในบ้านเรือน ต้องเร่งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซ่อมแซมเพื่อจ่ายไฟได้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องขยะมูลฝอยต้องเร่งดำเนินการ เราระดมยานพาหนะและเครื่องจักร จากฝั่งกองทัพ หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน พร้อมทั้งอนุญาตให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายก อบจ. และนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ จัดหาผู้รับจ้างมาขนของออกจากหาดใหญ่ เพื่อให้สิ่งของพ้นจากเมืองหาดใหญ่โดยเร็วที่สุด

ประชุมครม. เศรษฐกิจวางงบประมาณ

นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เงินเยียวยา 9,000 บาทไม่เพียงพออย่างแน่นอน หรือแม้แต่ 9 หมื่นบาทก็ แต่เราต้องทำตามกฎหมายก่อน ทุกหลังหลังคาเรือนจะได้รับเงินเยียวยา โดยในกฎหมายปภ. มีงบซ่อมแซมบ้านเรือน ไม่เกิน 49,000 บาท แต่ต้องทำการสำรวจและตีมูลค่า สิ่งที่กระทรวงการคลังจะเร่งทำ คือ การหาเงินยืม ให้กับประชาชนครัวเรือนละ 1 แสนบาท โดยงบประมาณเยียวยาได้อนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว และในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.68) จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และวางตัวเลขงบประมาณ ส่วนไหนที่สามารถภายในวันอังคาร (2ธ.ค.68) ก็จะอนุมัติผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องเงินงบประมาณได้มีการพูดคุยกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแล้ว ไม่มีอะไรติดขัด

ยอมรับหนักกว่า สึนามิ

“ เมื่อเห็นสภาพเมืองหาดใหญ่แล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด ผมคิดว่ายิ่งกว่าสึนามิ ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนค่าเยียวยาผู้เสียชีวิต รายละ 2 ล้านบาท เป็นไปตามระเบียบอยู่ และพยายามจัดให้ได้มากที่สุด พร้อมปฏิเสธว่าเงินเยียวยาไม่ได้สูงกว่าในอดีตที่ผ่านมา เพราะเคยมีการเยียวยาผู้เสียชีวิต 7 ล้านบาท” นายอนุทินกล่าว

ไม่สน ดราม่า แชทไลน์

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทิน ถึงประเด็นดราม่าแชท LINE ผู้บริหารภายในกระทรวงสาธารณสุขที่ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ บิ๊กโจ๊กนำมาเปิดเผย ว่านายกฯ มองเรื่องคนตายจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่เป็นเรื่องตลก นายอนุทิน ส่ายหน้า พร้อมย้ำว่า “ผมมาทำงาน ผมมาทำงาน” มาทำงานมาช่วยเหลือประชาชน ไม่มีดราม่าอะไร

รอคำยืนยันจากแพทย์ชัดเจนสุด

ผู้สื่อข่าวย้ำถามต่อว่ากรณีที่บิ๊กโจ๊กออกมาเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 1000 คน นั้น นายอนุทิน บอกว่า เรื่องนี้มีแพทย์ออกมาพูดแล้วว่าจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดเท่าไหร่ คำยืนยันจากแพทย์จะถูกต้องและชัดเจนที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าที่มีคนออกมาโจมตีอาศัยช่วงที่สถานการณ์เป็นแบบนี้มองอย่างไร นายอนุทินบอกว่า “ไม่มองๆ ผมทำงาน”

ส่วนมีอะไรจะฝากไปถึง “บิ๊กโจ๊ก” หรือไม่ นายอนุทินส่ายหน้าก่อนบอกว่า ตนทำงานการเมืองมานาน เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่าแต่ก็ยังมีคนมาจ้องโจมตีแบบนี้ นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า “แล้วมาถามอะไรกับผม” ก่อนทิ้งท้ายว่า “นี่คือคนทำงาน ทำงานกันหมด”

นายกฯ สั่ง 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด

มาตรการเร่งด่วนฟื้นฟู หาดใหญ่ต้องสะอาด

จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในหาดใหญ่ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายให้เมืองกลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด การที่นายกรัฐมนตรีขีดเส้นตาย 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ขีดเส้น 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด ชงมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้า ครม.เศรษฐกิจ พรุ่งนี้

หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่คลี่คลาย แต่สิ่งที่ตามมาคือ ปัญหาขยะจำนวนมหาศาล เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่ คาดการณ์ปริมาณขยะสูงถึงแสนตัน ชาวบ้านรวมตัวล่ารายชื่อขับไล่ “นายกแป้น”

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังน้ำลดในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลายหน่วยงานระดมกำลังเร่งกำจัดขยะที่ตกค้างทั่วเมือง

ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์ ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ เผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์ขยะวันละเกือบหมื่นตัน ประเมินว่าปริมาณขยะในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่มีมากถึงแสนตัน เบื้องต้น ขยะถูกนำมากองรวมกันที่ลานบริเวณแยกสะพานดำ ถนนราษฎร์อุทิศ กลางเมืองหาดใหญ่ ก่อนจะขนย้ายไปยังบ่อขยะในตำบลเกาะแก้ว โดยมีรถบรรทุกและรถแบ็กโฮจำนวนมากทำงานอย่างหนัก คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ในการจัดการขยะทั้งหมดให้แล้วเสร็จ

สภาพเมืองหาดใหญ่ในปัจจุบัน น้ำประปายังไม่ไหล หรือไหลเป็นบางพื้นที่ ส่วนกระแสไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้แล้วบางส่วน คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการทำให้ระบบต่างๆ กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

สถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนในหาดใหญ่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น กลุ่มชาวบ้านได้รวมตัวกันล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” ลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นอกจากนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อย่างน้อย 134 ราย

หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

ปัญหา หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่ กำลังเป็นวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การจัดการขยะจำนวนมหาศาลหลังน้ำท่วมเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความท้าทายในการจัดการ หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

  • ปริมาณขยะที่มากเกินคาด ทำให้การขนย้ายและกำจัดเป็นไปอย่างล่าช้า
  • การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยบางแห่งยังคงเป็นไปได้ยากลำบาก
  • ขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากรในการจัดการขยะอย่างเพียงพอ
  • ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากกองขยะ

นอกจากการจัดการขยะแล้ว การเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูเมืองก็เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อให้ประชาชนชาวหาดใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็วที่สุด

สถานการณ์ หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการขยะอย่างยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งจำเป็น แต่การวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคตนั้นสำคัญยิ่งกว่า

การล่ารายชื่อขับไล่นายกเทศมนตรีสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารจัดการที่อาจไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นในการรับฟังเสียงของประชาชนและทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

ที่มา – ภูเขาขยะที่หาดใหญ่ คาดมีไม่ต่ำกว่าแสนตัน ชาวบ้านล่ารายชื่อไล่ “นายกแป้น”

นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจ สำรวจกิมหยง หาดใหญ่

นายกรัฐมนตรีนำทีมเศรษฐกิจ – หน่วยงานการเงิน บินลงหาดใหญ่รอบที่ 5 คุยผู้ประกอบการ พร้อมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง ด้าน “ศุภจี”ยันมีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมการค้าภายใน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ผู้บริหารธนาคารออมสิน ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และรักษาการเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา โดยเป็นการเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นครั้งที่ 5

เมื่อเดินทางถึงนายกฯ จะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ รวมถึงจะร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน โดยนายกฯจะหารือกับผู้ประกอบการและนักธุรกิจในพื้นที่สงขลา จากนั้นนายกฯและคณะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง เพื่อพบปะให้กำลังใจผู้ประกอบการก่อนร่วมประชุมรับฟังปัญหาและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ ก่อนลงพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซึ่งในพื้นที่ได้มีการจัด Big Cleaning Day (บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์) ในวันแรกไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติ ก่อนที่นายกฯและคณะจะเดินทางกลับกทม.

โดยเวลา 12.37 น. นายกฯเดินทางถึงกองบิน 6 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการช่วยเรื่องลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ นายกฯหยุดยืนฟังคำถาม และพยักหน้า แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

ขณะที่ นางศุภจี กล่าวว่า “ขอให้ติดตามดู ยืนยันว่ามีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน.”

นายกรัฐมนตรีนำทีมเศรษฐกิจ – หน่วยงานการเงิน สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง หาดใหญ่

หลังจากเกิดเหตุการณ์ความเสียหายในย่านธุรกิจตลาดกิมหยง หาดใหญ่ รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่อย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์และหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่

การสำรวจความเสียหายในย่านธุรกิจตลาดกิมหยง หาดใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการประเมินผลกระทบอย่างละเอียด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการที่เหมาะสม

มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในตลาดกิมหยง หาดใหญ่

รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในตลาดกิมหยง หาดใหญ่ หลายด้าน เช่น การสนับสนุนด้านเงินทุน การลดหย่อนภาษี และการให้คำปรึกษาทางการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว นอกจากนี้ อาจมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมในพื้นที่

  • การสนับสนุนด้านเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ
  • การลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
  • การให้คำปรึกษาทางการเงินและการจัดการธุรกิจ
  • การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมในพื้นที่

การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจเพื่อสำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง หาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

การแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในย่านตลาดกิมหยงไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมายืนหยัดและสร้างสรรค์เศรษฐกิจของตนเองได้อีกครั้ง การฟื้นฟูตลาดกิมหยงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของหาดใหญ่และประเทศไทยโดยรวม

ในขณะที่มาตรการช่วยเหลือต่างๆ กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและดำเนินการ สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารและข้อมูลจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือที่เหมาะสมและทันเวลา

การฟื้นฟูเศรษฐกิจในย่านตลาดกิมหยง หาดใหญ่ เป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชนทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับหาดใหญ่และประเทศไทย

ที่มา – นายกรัฐมนตรีนำทีมเศรษฐกิจ – หน่วยงานการเงิน สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง หาดใหญ่

“ศศิน” แนะรัฐบาลทบทวน แต่งตั้งเลขาธิการ สทนช.

“ศศิน เฉลิมลาภ” ร่างจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล เรียกร้องให้ทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. พร้อมเร่งปรับปรุงประกาศเตือนภัยพิบัติของ ปภ. โดยเชื่อว่ายังมีโอกาสปิดจุดอ่อนเชิงระบบที่สามารถแก้ไขได้ทันที และมีผลต่อชีวิตคนนับล้าน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายศศิน เฉลิมลาภ กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เป็นร่างจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ โดยมีใจความสำคัญคือ ขอให้รัฐบาลทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. และเร่งปรับปรุงกติกาการประกาศภัยพิบัติของ ปภ. ให้ทันสมัย

นายศศินฯ ระบุว่า ในฐานะประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการจัดการน้ำของประเทศไทย เชื่อว่ารัฐบาลปัจจุบันยังมีโอกาส “ปิดจุดอ่อนเชิงระบบ” ที่แก้ได้ทันทีและมีผลต่อชีวิตผู้คนนับล้าน

“ศศิน” แนะรัฐบาลทบทวน แต่งตั้งเลขาธิการ สทนช.

ข้อเสนอของนายศศินฯ มี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่:

  1. การทบทวนการนำคนนอกวงการน้ำมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สทนช. นายศศินฯ มองว่าตำแหน่งนี้เป็นหัวใจของการบูรณาการข้อมูล และบัญชาการน้ำระดับประเทศ ต้องการประสบการณ์จริงมากกว่าการบริหารทั่วไป ประเทศไทยได้รับบทเรียนอย่างหนักจากการประเมินสถานการณ์ช้า การสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่สะดุด การกลัวผิดจนไม่กล้าประกาศเตือนภัย การขาดความเข้าใจเชิงระบบระหว่างน้ำหลาก–น้ำล้นตลิ่ง–น้ำทุ่ง หากแต่งตั้งคนนอกวงการน้ำเข้ามา จะยิ่งซ้ำเติมรอยร้าวนี้ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ภาคสนามทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่พายุและฝนสุดขั้วกำลังกลายเป็นเรื่องปกติใหม่

เสนอหลักเกณฑ์ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สทนช.

นายศศินฯ เสนอให้รัฐบาลพิจารณาผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเชิงระบบ เป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่สุด และเสนอให้คณะรัฐมนตรีออกหลักคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นเลขาธิการ สทนช. อย่างเป็นทางการ เช่น มีประสบการณ์ด้านบริหารจัดการน้ำอย่างน้อย 20 ปี เคยรับผิดชอบข้อมูลน้ำ/บัญชาการน้ำระดับประเทศ เข้าใจโครงสร้าง สทนช.–ชป.–กรมอุตุ–ปภ.–ชลประทานจังหวัด ผ่านการทำงานร่วมกับพื้นที่จริง ไม่ใช่งานเอกสารอย่างเดียว

  1. การแก้ไขระเบียบของ ปภ. เพื่อให้อำนาจประกาศภัยพิบัติ ‘ก่อนภัยเกิด’ นายศศินฯ ชี้ว่า นี่คือจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ทำให้ประเทศไทยแพ้ภัยธรรมชาติตั้งแต่ยังไม่เริ่มปฏิบัติการ ระเบียบปัจจุบันกำหนดให้ “ต้องเกิดเหตุแล้ว” จึงประกาศภัยได้ ซึ่งขัดกับหลักสากลของระบบ Early Warning System

ประเทศที่จัดการน้ำดี เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม ล้วนให้รัฐประกาศเตือนภัยล่วงหน้าได้ตามข้อมูลคาดการณ์แบบ Nowcast และ Forecast เพื่อให้ชาวบ้านรู้ตัว ก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดเริ่มเตรียมแผนเคลื่อนย้าย ปภ. กระจายทรัพยากรล่วงหน้าได้ กรมอุตุ–สสน.–ชป. มี command ที่ชัดเจนร่วมกัน

นายศศินฯ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (อนุทิน) มีอำนาจ “แก้ระเบียบนี้ได้ทันที” โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย การทำให้ไทยประกาศภัยก่อนภัยมา จะเป็น “ผลงานระดับประเทศ” และช่วยชีวิตประชาชนจริงในฤดูพายุทุกปี

นายศศินฯ สรุปว่า นี่คือโอกาสที่รัฐบาลจะแสดง ‘ภาวะผู้นำเชิงนโยบาย’ โดยสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงตำแหน่งที่ลงตัวทางการเมือง แต่ต้องการ “ระบบจัดการน้ำที่ทันสมัย ปลอดภัย และกล้ารับผิดชอบ” รัฐบาลสามารถส่งสัญญาณเชิงนำได้ทันทีด้วย 3 ข้อ ได้แก่:

  • เลือกเลขาธิการ สทนช. ที่เหมาะสมจริง
  • แก้ระเบียบ ปภ. เพื่อประกาศภัยล่วงหน้าได้
  • ออกเกณฑ์คุณสมบัติผู้บริหารน้ำระดับประเทศแบบโปร่งใส

ทั้งสามเรื่องนี้ “ไม่ขัดการเมือง” และจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งเจ้าหน้าที่–ผู้ว่าราชการจังหวัด–ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ

จดหมายเปิดผนึกนี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของประชาชนต่อระบบการจัดการน้ำของประเทศ และเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. และปรับปรุงระบบเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

การทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. และการปรับปรุงระบบเตือนภัย ถือเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลควรให้ความสนใจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ที่มา – “ศศิน” แนะรัฐบาลทบทวน แต่งตั้งเลขาธิการ สทนช.-ปรับการเตือนภัย เชื่อปิดจุดอ่อนเชิงระบบได้

ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ

ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ลด พร้อมรับผิดชอบทั้ง 10 คัน กรณีใช้รถแบ็กโฮเคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางการจราจร โดยระบุว่ามีความจำเป็นในการเปิดเส้นทางรถฉุกเฉินในเมืองหาดใหญ่ และพร้อมที่จะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ทั้ง 10 คัน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์การเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่กีดขวางเส้นทางการจราจรในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชนและการใช้เส้นทางในกรณีฉุกเฉิน

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่เริ่มคลี่คลาย ประชาชนจำนวนมากเริ่มกลับสู่บ้านเรือนของตนเอง แต่ปัญหาที่ตามมาคือ บนถนนหลายสาย รวมถึงบนสะพาน ยังคงมีรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ หรือรถที่ถูกกระแสน้ำพัดพามาขวางเส้นทางการจราจร สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ต้องการใช้เส้นทางสัญจร

ทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้ทำการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ขอความร่วมมือให้เจ้าของรถที่สามารถเคลื่อนย้ายรถของตนเองได้ ให้รีบดำเนินการเพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้ผู้อื่นได้ใช้สัญจร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้พยายามเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง และขยับรถยนต์บางส่วน เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากรถฉุกเฉินและรถกู้ภัยประสบปัญหาในการเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

แต่จนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ก็ยังมีรถยนต์จำนวนมากที่กีดขวางเส้นทางการจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณแยกโรงปูน และบริเวณหน้าสะพานคลองอู่ตะเภา หน้าอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมจนจม และไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้ช่องทางการจราจรเหลือเพียงช่องทางเดียว ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรสวนทางกันได้ เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อภารกิจของรถพยาบาลและรถกู้ชีพ ที่อาจไม่สามารถนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที ด้วยเหตุนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดการกับรถยนต์ที่กีดขวาง เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้รถฉุกเฉินสามารถสัญจรได้

ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่กีดขวางอยู่นั้น มีรถแบ็กโฮขนาดเล็กขับผ่านมาในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจึงได้ขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่รถแบ็กโฮ ช่วยทำการเคลียร์เส้นทาง โดยใช้อุปกรณ์ตักของรถแบ็กโฮดันบริเวณล้อรถ เพื่อขยับรถยนต์ออกไปด้านข้าง จำนวนประมาณ 10 คัน จนสามารถเปิดช่องทางการจราจรให้รถฉุกเฉินสามารถสัญจรผ่านได้ และทำให้การจราจรบนถนนคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ

ทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้แสดงความเสียใจและขออภัยไปยังเจ้าของรถยนต์ทั้ง 10 คัน ที่อาจได้รับความเสียหายจากการเคลื่อนย้ายรถยนต์เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรในครั้งนี้ โดยยืนยันว่าตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมที่จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติการเปิดเส้นทางการจราจรในบริเวณแยกโรงปูน บริเวณหน้าสะพานคลองอู่ตะเภา รวมถึงจุดอื่นๆ นั้น ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกนอกพื้นที่แต่อย่างใด เป็นเพียงการขยับรถยนต์ไปด้านข้างทางในรัศมีไม่เกิน 300 เมตรเท่านั้น

แผนการเคลื่อนย้ายรถเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ตำรวจภูธรภาค 9 มีแผนที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ ในกรณีที่ยังไม่มีเจ้าของรถมาแสดงตัว หรือทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกไป โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ทั้งหมด ไปจอดไว้ที่สนามกีฬาเทศบาลนครหาดใหญ่ (สนามกีฬากลาง) และลานจอดรถศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่อไป

สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การตัดสินใจของตำรวจภูธรภาค 9 ในการใช้รถแบ็กโฮดันรถยนต์ที่กีดขวางการจราจร แม้จะมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่เร่งด่วนและจำเป็น เพื่อให้รถฉุกเฉินสามารถเข้าถึงผู้ป่วยและผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤต

ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และพร้อมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือเป็นความกล้าหาญที่ควรได้รับการยกย่อง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องทบทวนถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย และการจัดการรถยนต์ที่กีดขวางการจราจรในภาวะฉุกเฉิน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถครั้งนี้เพื่อเปิดทางให้รถฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือประชาชน

ที่มา – ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ลด พร้อมรับผิดชอบทั้ง 10 คัน

สลด! กู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์น่าเศร้าเกิดขึ้นที่หาดใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งเข้ากู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ โดยเพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่าเห็นผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายในสภาพหิวโซ นับเป็นเรื่องราวที่สะเทือนใจท่ามกลางความเสียหายจากอุทกภัย

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากระดับน้ำในพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่เริ่มลดลง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อเปิดประตูเหล็กของบ้านหลังหนึ่งในชุมชนทุ่งเสา เขตเทศบาลเมืองหาดใหญ่ เพื่อเข้ากู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่เสียชีวิตอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน

ผู้เสียชีวิตซึ่งต่อมาทราบชื่อคือ นายจรูญ จารุพงศา อายุ 77 ปี ถูกพบในสภาพเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นรุนแรง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงดำเนินการเก็บกู้ร่างและนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

นางสาวนภาพร เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิต เล่าว่า เธอเห็นนายจรูญครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ในช่วงที่น้ำเริ่มท่วมสูงจนเอ่อล้นเข้าท่วมชั้นหนึ่งของบ้าน ทำให้นายจรูญต้องขึ้นไปอาศัยอยู่บนชั้น 2 โดยออกมานั่งอยู่ที่ระเบียงในสภาพที่ดูหิวโซ และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นนายจรูญอีกเลย

เป็นที่น่าเศร้าใจที่ทราบว่า นายจรูญอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง ภรรยาของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไปก่อนหน้านี้ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ลูกสาวของเขาก็เสียชีวิตด้วยโรคไตเช่นกัน ก่อนหน้านี้เคยมีญาติห่างๆ แวะเวียนมาดูแลบ้าง แต่ก็ไม่สม่ำเสมอ และหลังจากน้ำลดลง เพื่อนบ้านก็ไม่พบว่ามีญาติของนายจรูญมาที่บ้านเลย ทำให้เพื่อนบ้านตัดสินใจแจ้งตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาตรวจสอบ จนกระทั่งพบศพของนายจรูญ

กู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นน้ำท่วม การเข้าถึงความช่วยเหลือและข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบภัยน้ำท่วม

สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถทำได้โดย:

  • บริจาคสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยา และเครื่องนุ่งห่ม
  • ให้กำลังใจและรับฟังปัญหาของพวกเขา
  • ช่วยเหลือในการทำความสะอาดบ้านเรือน
  • แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือ

การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

สถานการณ์กู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในสังคม การให้ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ กำลังใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คือสิ่งที่เราทุกคนสามารถมอบให้แก่กันได้ เพื่อให้เราสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – กู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อนบ้านเล่า เห็นครั้งสุดท้ายสภาพหิวโซ

กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม

“สำนักงาน กสทช.” สั่งค่ายมือถือไม่คิดค่าโทรศัพท์-อินเทอร์เน็ต-ไวไฟ ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม ผนึกทุกค่ายกู้คืนสัญญาณหาดใหญ่ได้แล้ว 85% ดึงไทยคมยิงไวไฟผ่านดาวเทียมเสริมระบบสื่อสาร เน้นจุดเปราะบางโรงพยาบาล ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการสื่อสารของประชาชน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงค่าบริการโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และไวไฟ

นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ยังได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น เอไอเอส ทรู และ NT รวมถึงไทยคม ในการเร่งกู้คืนระบบสัญญาณโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยได้มีการติดตั้งอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในพื้นที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล และศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างต่อเนื่อง

กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม

สำนักงาน กสทช. ได้ปักหลักอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เพื่อประสานงานและแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ให้บริการอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการติดตั้งอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในพื้นที่เปราะบาง เช่น โรงพยาบาลหลัก 2 แห่ง และโรงพยาบาลสนาม 9 แห่ง เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการสื่อสารได้อย่างเท่าเทียมกัน

ความคืบหน้าในการกู้คืนระบบสื่อสาร

นายไตรรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันระบบสื่อสารในพื้นที่หาดใหญ่สามารถกลับมาใช้งานได้แล้วประมาณ 85% หลังจากที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเริ่มทยอยจ่ายกระแสไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสื่อสารจะกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด

สถานการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงมาตรฐานโครงข่ายสถานีฐาน (cell site) ให้มีความแข็งแกร่งและสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น โดยจะต้องมีการปรับโครงสร้างการติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อให้การสื่อสารสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องแม้ในสภาวะวิกฤต

กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม เป็นเพียงหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือที่สำนักงาน กสทช. ดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความจำเป็นในการมีระบบสื่อสารที่มั่นคงและเชื่อถือได้ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่แข็งแกร่งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์-อินเทอร์เน็ต ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม

Scroll to top