หาดใหญ่

กองทัพเรือ ไม่แจ้งความทนายดัง ปมซีล

กองทัพเรือ ยืนยันไม่แจ้งความ “ทนายดัง” แค่อยากปรับความเข้าใจ ปมโพสต์เขต 8 จับ “หน่วยซีล” เป็นตัวประกัน เรียกค่าไถ่ 40,000 บาท

วันที่ 29 พ.ย. 2568 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่มีทนายความคนหนึ่ง โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “เขต 8 จับหน่วยซีลเป็นตัวประกัน พร้อมเรียกค่าไถ่ 40,000 บาท” ว่า

“เบื้องต้นตนยังไม่ได้รับรายงานข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวตนเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นความจริง และทางกำลังพลก็ยังปฏิบัติงานกันตามปกติ เพราะทางกองทัพเรือตั้งใจจะมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น ซึ่งตนเข้าใจดีว่าหลังจากนี้การช่วยเหลือในพื้นที่เขต 8 จะค่อยๆ ดีขึ้น เพราะระดับน้ำลดลงตามสถานการณ์

ทุกคนเข้าใจว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านอาจจะได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐด้วยความล่าช้า เพราะในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เข้าถึงยาก และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว จึงอาจทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ จนอาจเกิดข้อความที่คลาดเคลื่อนได้ ตนยืนยันว่ากองทัพอยู่ในเขตเมืองไม่ใช่พื้นที่ชายแดน วันนี้ไม่ได้พกอาวุธเข้าไปหาชาวบ้าน แต่พกอาหารน้ำดื่ม และอุปกรณ์ช่วยเหลือ โดยมีจุดประสงค์ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาจากพื้นที่

ส่วนทนายความคนดังกล่าว ตนยืนยันว่า กองทัพเรือ จะไม่มีการแจ้งความเอาผิดแต่อย่างใด แต่ถ้ามีโอกาส ตนก็อยากจะขอเข้าไปพูดคุย เพื่อปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะแต่ละคนอาจจะได้รับการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนจนเกิดความเข้าใจผิดได้

ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพ AI ทหารถืออาวุธเข้าพื้นที่เขต 8 นั้น ตนก็ขอให้ประชาชนดูอย่างมีสติ และเชื่อว่าหลายๆ คนดูออกอยู่แล้วว่าเป็นภาพ AI ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก”

กองทัพเรือ ยืนยันไม่แจ้งความทนายดัง ปมซีล

จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่เขต 8 ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยซีลของกองทัพเรือ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทางกองทัพเรือได้ออกมาแสดงความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว โดยเน้นย้ำถึงเจตนาที่แท้จริงในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และพร้อมที่จะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น

ท่าทีของกองทัพเรือต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า ทางกองทัพเรือยังไม่ได้รับรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่เชื่อมั่นว่าเหตุการณ์ตามที่ปรากฏในโพสต์นั้นไม่น่าจะเป็นความจริง และยืนยันว่ากำลังพลของกองทัพเรือยังคงปฏิบัติงานตามปกติ โดยมีจุดประสงค์หลักคือการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ โฆษกกองทัพเรือยังได้แสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าการช่วยเหลือในพื้นที่เขต 8 อาจมีความล่าช้าเนื่องจากเป็นพื้นที่เข้าถึงยากและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะคุกคามหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่ต้องการที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ในส่วนของทนายความที่โพสต์ข้อความดังกล่าว กองทัพเรือ ยืนยันว่าจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ แต่หากมีโอกาสก็พร้อมที่จะพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจและแก้ไขความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

กองทัพเรือ หวังว่าประชาชนจะใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ และขอให้มั่นใจว่ากองทัพเรือยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

  • การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นภารกิจหลัก
  • พร้อมพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจ
  • ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล

การที่กองทัพเรือเลือกที่จะไม่แจ้งความดำเนินคดีกับทนายความดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความอดทนอดกลั้นและความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าการโพสต์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของกองทัพ แต่การเลือกที่จะพูดคุยและทำความเข้าใจถือเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์กว่า และอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องและความร่วมมือที่ดีในอนาคต

ที่มา – “กองทัพเรือ” ยืนยันไม่แจ้งความ “ทนายดัง” ปมโพสต์เขต 8 จับหน่วยซีลเป็นตัวประกัน

นายกฯ ขอโทษ! เตรียมปล่อยสินเชื่อซ่อมแซมทรัพย์สิน

“อนุทิน” ยอมรับบกพร่อง ขอโทษประชาชนพร้อมยกทัพทีมเศรษฐกิจบุกหาดใหญ่วันพรุ่งนี้ เตรียมปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู-ซ่อมแซมทรัพย์สิน

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย. 68) จะเดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อีกครั้ง พร้อมทีมเศรษฐกิจและผู้บริหารสถาบันการเงินชุดใหญ่ลงพื้นที่ด้วย ซึ่งคณะที่จะร่วมลงพื้นที่จะได้เห็นเหตุการณ์จริงและเตรียมการให้สินเชื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยประกอบด้วย

นายอนุทินกล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ด้วยตัวเองจะช่วยให้เห็นภาพหน้างาน และสามารถนำกลับมาทำงานได้ด้วยความเข้าใจและรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือ ส่วนเงินเยียวยา 9,000 บาท ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.ภายในสัปดาห์หน้าจะถึงมือประชาชนหลังจากรัฐบาลอนุมัติกรอบวงเงินแล้ว และยังมีเรื่องของการซ่อมแซมบ้านตามความเสียหายจริงครัวเรือนละไม่เกิน 45,000 บาท ซึ่งจะระดมคนลงพื้นที่ไปเร่งสำรวจ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะให้สินเชื่อเพื่อฟื้นตัวรายละไม่เกิน 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือน สินเชื่อซ่อมแซมทรัพย์สินครัวเรือนละ 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 1 ปี และกระทรวงพาณิชย์จะจัดสินค้าราคาทุนหรือต่ำกว่าทุน จำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้

เมื่อถามถึงสาเหตุปัญหาที่ทำให้ อ.หาดใหญ่วิกฤติ นายอนุทินยอมรับว่า รัฐบาลมีความบกพร่องยอมรับเป็นความผิดของนายกฯ ที่ไม่สามารถปกป้องประชาชนให้ปลอดภัยได้ ตอนลงพื้นที่เจอใครก็บอกขอโทษ

เมื่อถามต่อว่า ได้มีการสรุปถึงสาเหตุปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ อ.หาดใหญ่วิกฤติหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้มองไปข้างหน้าเรื่องที่มาของปัญหาอย่างไร รัฐบาลก็มีความบกพร่องก็ยอมรับ เมื่อมีคนเสียชีวิตสูญเสียบาดเจ็บมันก็เป็นความผิดของนายกฯ ทั้งนั้น นี่คือเหตุผลที่ต้องลงไปประจำ ต้องใช้องคาพยพ ใช้ความรู้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มีอยู่ทุ่มเทลงไปในจุดแห่งปัญหานี้ และเร่งแก้ปัญหาพลิกฟื้นให้เร็วที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคตได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีบอกว่า ต้นตอมีหลายอย่าง เรื่องของการเตือนภัยจะต้องมีการยกระดับ เตือนปุ๊บต้องออกจากบ้านปั๊บ ซึ่งต้องมาแก้กฎหมายอีก ซึ่งได้สั่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นดำเนินการในเรื่องนี้ ที่สำคัญตัวเมืองหาดใหญ่เป็นแอ่ง กระทะก็ต้องแก้ไข ซึ่งต้องมาดูเพราะรายละเอียดเยอะ

นายกฯ ขอโทษประชาชน ยอมรับบกพร่อง เตรียมปล่อยสินเชื่อซ่อมแซมทรัพย์สิน

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเตรียมมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการปล่อยสินเชื่อซ่อมแซมทรัพย์สินให้กับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ

มาตรการช่วยเหลือ: ปล่อยสินเชื่อซ่อมแซมทรัพย์สิน

รัฐบาลเตรียมปล่อยสินเชื่อซ่อมแซมทรัพย์สินให้แก่ครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • สินเชื่อเพื่อฟื้นตัว: รายละไม่เกิน 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือน
  • สินเชื่อซ่อมแซมทรัพย์สิน: ครัวเรือนละ 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 1 ปี

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะจัดสินค้าราคาทุนหรือต่ำกว่าทุน จำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

นายกฯ ขอโทษประชาชน: ยอมรับความบกพร่อง

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอโทษประชาชนต่อความบกพร่องของรัฐบาลที่ไม่สามารถปกป้องประชาชนให้ปลอดภัยจากสถานการณ์อุทกภัยได้ ท่านยอมรับว่าเมื่อมีคนเสียชีวิต สูญเสีย หรือบาดเจ็บ ถือเป็นความผิดของนายกรัฐมนตรี และนี่คือเหตุผลที่ต้องลงพื้นที่เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและพลิกฟื้นสถานการณ์ให้เร็วที่สุด

แนวทางการป้องกันในอนาคต: ยกระดับการเตือนภัยและแก้ไขผังเมือง

เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยซ้ำรอยในอนาคต รัฐบาลมีแนวทางในการยกระดับการเตือนภัย โดยเมื่อมีการเตือนภัยแล้ว ประชาชนจะต้องออกจากบ้านทันที ซึ่งอาจต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาแก้ไขผังเมืองของอำเภอหาดใหญ่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแอ่งกระทะ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมขัง

การที่รัฐบาลออกมาปล่อยสินเชื่อซ่อมแซมทรัพย์สินและแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาในระยะยาวและการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความมั่นคง

ที่มา – นายกฯ ขอโทษประชาชน ยอมรับบกพร่อง เตรียมปล่อยสินเชื่อซ่อมแซมทรัพย์สิน

อนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ

“อนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ บอกเป็นใครก็โกรธ ลั่น ทุกข์ไม่ต่างกัน ย้ำสัปดาห์หน้าเงินเยียวยาต้องถึงผู้ประสบภัย-ศพละ 2 ล้านต้องถึงครอบครัว

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการเดินทางเข้าเยี่ยมศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงการจัดการศพของประชาชนชาวมุสลิม นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องเร่งดำเนินการพิสูจน์เอกลักษณ์และคืนร่างให้กับครอบครัว ตอนนี้รับรายงานว่ามีจำนวนศพ 100 เศษ มีทีมนิติเวชอยู่ในพื้นที่แล้วกว่า 20 คน และเตรียมพร้อมสนับสนุนเพิ่มอีก 40 คน

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าทำความเข้าใจกับประชาชนที่มาโวยวายในการลงพื้นที่ครั้งนี้อย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เราต้องรับฟังไว้ เป็นใครก็โกรธ เป็นความเครียดที่เกิดขึ้น เราต้องยอมรับให้เขาระบายมา และนำข้อมูลของเขามาแก้ไขให้เป็นประโยชน์ พร้อมย้ำว่าได้ขอโทษไปแล้ว เป็นรัฐบาลไม่ว่าจะอย่างไร รัฐบาลให้ประชาชนมาอยู่ตรงนี้มันก็เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ต้องไม่ให้มีอะไรผิดมากกว่านี้

จากนั้นนายอนุทิน ได้สอบถามว่า อาหารเพียงพอหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่รายงานว่าอาหารเพียงพอ และประชาชนบางส่วนได้เดินทางกลับบ้านไปบ้างแล้ว นายอนุทิน จึงบอกว่าเดี๋ยวต้องจ่ายไฟไปให้ชาวบ้าน ก่อนจะเดินดูภายในศูนย์อพยพ พร้อมบอกว่าหากไม่ได้ที่นี่แย่เลย โดยในช่วงหนึ่งมีผู้ประสบภัยเดินเข้ามาหาพร้อมยกมือไหว้ ซึ่งนายอนุทินได้ถามความเป็นอยู่ ผู้ประสบภัยบอกว่าอยู่คนเดียว ญาติพี่น้องไม่มี นายอนุทินจึงบอกว่าอยู่ที่นี่ก่อน จากนั้นผู้ประสบภัยก็ร้องไห้พร้อมสวมกอดไปที่เอว นายอนุทินกอดปลอบแล้วบอกว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ประสบภัย แต่นายอนุทินขอไม่ให้สัมภาษณ์ และบอกผู้ประสบภัยว่าให้อยู่ที่นี่ก่อน

ต่อมามีหญิงรายหนึ่งมาบอกกับนายกรัฐมนตรีว่า หารถกลับบ้านที่เกาะหมี โดยนายกรัฐมนตรีเอ่ยปากว่าให้กลับไปพร้อมกับตนรวมทั้งสัมภาระที่ติดตัวมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่จะขอนายกรัฐมนตรีไปดำเนินการเรื่องนี้ แต่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะให้หญิงรายดังกล่าวไปด้วยกัน เนื่องจากเป็นทางที่ต้องผ่านอยู่แล้ว และให้นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ช่วยถือสัมภาระ พร้อมระบุว่าจะไปเกาะหมีเพื่อดูสภาพความเสียหายของพื้นที่ดังกล่าวอยู่แล้ว

สำหรับการประเมินด้านการสาธารณสุข นายกรัฐมนตรี ระบุว่ามีการตั้งโรงพยาบาลสนาม 7 แห่งเพื่อรับมือแล้ว ขณะที่การแก้ไขปัญหาระยะยาวเนื่องจากโรงพยาบาลใหญ่หลายแห่งเสียหายหนักนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกโรงพยาบาลมีกองช่างและวิศวกรที่คอยดูแลอยู่แล้ว ส่วนเรื่องโรคหลังน้ำท่วม กระทรวงสาธารณสุขจะมีแผนการรับมืออยู่แล้ว

เมื่อถามต่อไปว่าการมาวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี เผยว่า รู้สึกเครียดที่เห็นประชาชนลำบากแบบนี้ ทุกข์ไม่น้อยกว่าท่านแน่นอน และต้องเร่งคืนความสะดวกสบายให้กับประชาชนมากที่สุด พร้อมย้ำว่าสัปดาห์หน้าเงินเยียวยาจะต้องถึงมือผู้ประสบภัย เงินช่วยเหลือศพละ 2 ล้านบาทต้องถึงครอบครัว และนโยบายพักหนี้ก็ต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วที่สุด จากนั้นนายกรัฐมนตรีขึ้นรถทหารเพื่อเดินทางไปยังเกาะหมี โดยในเวลา 17.00 น. ขบวนรถทหารของนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงเกาะหมี และส่งหญิงรายดังกล่าวถึงที่หมายปลอดภัย

ทั้งนี้ ในระหว่างที่นายอนุทิน พร้อมคณะขึ้นรถทหารจากเดินทางจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ไปยังศูนย์พักพิงในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปรากฏว่ามีชาวบ้าน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่ท้ายรถ ก่อนตะโกนพร้อมชี้ไปนายกรัฐมนตรีและต่อว่าด้วยประโยคว่า “นายกฯ อย่านั่งรถสิ นายกฯ เดินดูเลย ถ้านายกฯ ลงมาเดินดูจะเยี่ยมแบบนี้เลย” พร้อมยกนิ้วโป้งแล้วกล่าวอีกว่า “เอาลูกนักเลงมาเลย คนลำบาก นายกฯ นั่งรถ ชาวบ้านด่าเพราะนายกฯ นั่งรถ ให้ลงเดินเลยเชื่อผม เพราะถ้าเป็นผม ผมลงเดินเลย” ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะตอบว่า “โอเค” ชาวบ้านพูดต่ออีกว่า “นายกฯ กลัวอะไรมีอำนาจอยู่แล้ว ใครมาว่าจับเลย” ก่อนจะขี่รถออกไป

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามนายกรัฐมนตรีว่า ชาวบ้านมาต่อว่าได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านรายดังกล่าวอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี ตอบว่า เราต้องฟังเขา เป็นใครก็โกรธ เราต้องน้อมรับ เพราะเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์แบบนี้ ก็ต้องยอมรับให้เขาระบาย และก็ขอโทษเขา และยังต้องนำข้อมูลของเสียงสะท้อนนั้น มาจัดการแก้ไขให้เป็นประโยชน์ หากเขามาบอกให้เข้าไปดูตรงจุดไหนเราก็ต้องเข้าไปดู ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเครียดจากสถานการณ์ นายกรัฐมนตรี ตอบกลับทันทีว่าเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ทุกคนมีความเครียด และเราเป็นรัฐบาล เราก็ต้องขอโทษที่ทำให้พวกเขาต้องจากที่อยู่อาศัยมาอยู่แบบนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตามก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาด แต่เราต้องไม่ทำให้มีอะไรผิดซ้ำซ้อน หรือผิดไปมากกว่านี้ และต้องเร่งฟื้นฟู และคืนสภาพชีวิตปกติให้ชาวบ้านโดยเร็วที่สุด ซึ่งตรงนี้รัฐบาลกำลังเร่งทำอยู่

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรับฟังเสียงของประชาชน และการน้อมรับความผิดพลาดจากผู้บริหารประเทศ การแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหลังภัยพิบัติเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย

อนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความเดือดร้อนของประชาชนและความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา แม้ว่าความผิดพลาดจะเกิดขึ้น แต่การยอมรับผิดและการเร่งแก้ไขคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

อนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพต่อสถานการณ์ที่ยากลำบาก

การที่นายอนุทินออกมาอนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การเยียวยาและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา

การทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง การที่รัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบ และอนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

ที่มา – “อนุทิน” รับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ บอกเป็นใครก็โกรธ ลั่น ทุกข์ไม่ต่างกัน

รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่ง อส. เคลียร์พื้นที่

รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่ง อส. 2,000 นาย เข้าเคลียร์พื้นที่พรุ่งนี้ พร้อม กสทช. มอบสิทธิ โทรฟรี อินเทอร์เน็ตฟรี 15 วัน

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยว่า รัฐบาลมีความพร้อมในการเริ่มต้นมาตรการรัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด ในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในที่พักอาศัยและศูนย์พักพิงชั่วคราวยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมสนามบินให้กับบริษัทการบินเอกชนที่ร่วมใช้อากาศยานในการขนส่งสิ่งของอุปโภคบริโภคไปยังผู้ประสบภัย โดย ศป.กฉ. ส่วนหน้า ยืนยันว่าการแจกจ่ายสิ่งของยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ประสานงานจัดส่งเครื่องสูบน้ำจำนวน 280 เครื่องไปยังพื้นที่หลักที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอเมืองสงขลา และจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเร่งระบายน้ำ สำหรับการสัญจร กระทรวงคมนาคมได้ทำการสำรวจความเสียหายของถนน พบว่ามีถนน 60 เส้นทางที่ไม่สามารถสัญจรได้ และ 330 เส้นทางที่สามารถสัญจรได้ตามปกติ ในส่วนของการขนส่งมวลชน บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เปิดให้บริการ 9 เส้นทางตามปกติแล้ว ได้แก่ กรุงเทพฯ ไปยัง สงขลา หาดใหญ่ ยะลา สุไหงโก-ลก เบตง นาทวี สตูล ด่านนอก และปาดังเบซาร์ อย่างไรก็ตาม ยังมีสองเส้นทางที่ไม่สามารถให้บริการได้ คือ กรุงเทพฯ-ตรัง-สตูล และ กรุงเทพฯ-ปัตตานี ในส่วนของการขนส่งทางรถไฟ สามารถให้บริการได้แล้ว 12 จุด แต่ยังมีอุปสรรคในการให้บริการอีก 27 จุด

นางสาวรัชดา ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการฟื้นฟูระบบประปา โดยการประปาส่วนภูมิภาคกำลังเร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรผลิตน้ำและเครื่องส่งน้ำจำนวน 16 คันอย่างเร่งด่วน ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีความพร้อมในการจ่ายกระแสไฟฟ้าแล้ว แต่ยังคงต้องรอการประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยในแต่ละพื้นที่ก่อน ทั้งนี้ ยังมีบ้านเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้จำนวน 160,000 หลังคาเรือน จากเดิมที่เคยมีถึง 700,000 หลังคาเรือน แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้แจ้งว่า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในระบบเติมเงินจะได้รับการขยายเวลาการใช้งานออกไปอีก 30 วัน ส่วนผู้ใช้บริการในระบบรายเดือนจะได้รับการขยายเวลาชำระค่าบริการออกไปอีกหนึ่งเดือน นอกจากนี้ กสทช. ยังได้มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับผู้ใช้โทรศัพท์ในพื้นที่ประสบภัย โดยสามารถโทรฟรีได้ 100 นาที และใช้อินเทอร์เน็ตฟรี 10 GB เป็นระยะเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้

ในส่วนของการจัดการปัญหาขยะ นางสาวรัชดาเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีแผนการบริหารจัดการขยะอย่างเร่งด่วน โดยในพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้ว จะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดพื้นที่โดยทันที โดยในวันพรุ่งนี้ (29 พ.ย.) จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมการปกครองจำนวน 2,000 คน เข้าร่วมดำเนินการทำความสะอาดพื้นที่

ส่วนกระแสข่าวลือเรื่องพายุโคโตะที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น นางสาวรัชดา ยืนยันว่า ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาแล้วว่า พายุดังกล่าวจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนาม และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่ง อส. เคลียร์พื้นที่

มาตรการเร่งด่วน รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด

การที่รัฐบาลเร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยหลังน้ำลด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มาตรการต่างๆ ที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านปัจจัยพื้นฐาน การฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ด้านการสื่อสาร ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

การมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์เป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้จะช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมและป้องกันตนเองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

การร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วนเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูประเทศหลังภัยพิบัติ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความช่วยเหลือซึ่งกันและกันจะช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและดูแลประชาชนอย่างทันท่วงที แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่การฟื้นฟูอย่างยั่งยืนและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – ศป.กฉ. ย้ำ รัฐบาลเริ่มมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่ง อส. 2,000 นาย เคลียร์พื้นที่พรุ่งนี้

น้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ ยันทำเต็มที่ ไม่หยุด!

จากสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะยังคงจำภาพความเดือดร้อนของพี่น้องชาวหาดใหญ่กันได้เป็นอย่างดี ล่าสุด นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ นายกแป้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องที่บอกชาวบ้านว่า “เอาอยู่” พร้อมทั้งตอบโต้ “กัน จอมพลัง” ยืนยันว่าการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้นทำอย่างเต็มที่ ไม่ได้หยุดพักแม้แต่วันเดียว และยอมรับว่า “เป้าก็ต้องหาแพะอยู่แล้ว”

น้ำท่วมหาดใหญ่ : นายกแป้นแจงทุกประเด็นดราม่า

นายกแป้นอธิบายถึงกรณีที่เคยกล่าวว่า “เอาอยู่” ว่าในวันนั้นมีฝนตกหนักถึง 196 มิลลิเมตร แต่ทางเทศบาลได้ทำการสูบน้ำและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเช้าน้ำก็แห้งเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ฝน Rain Bomb ที่ตกลงมาอย่างหนักกว่า 300 มิลลิเมตร ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่นั้นเกินกำลังที่จะรับมือได้

นายกแป้นยังกล่าวถึงกรณีของ กัน จอมพลัง ว่าได้มีการประสานงานกันในการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เนื่องจากข้อจำกัดของเรือที่ใช้ในการเดินทาง ทำให้ตนเองต้องเดินทางกลับก่อน อย่างไรก็ตาม นายกแป้นยืนยันว่าได้นำทาง กัน จอมพลัง ไปจนถึงถนนในเขต 8 ไม่ได้ปล่อยให้เข้าไปเพียงแค่ปากทางอย่างที่ถูกกล่าวหา

ความทุ่มเทในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

นายกแป้นกล่าวด้วยความน้อยใจว่า “พูดไปก็เจ็บ เขาไม่เชื่อแล้วตอนนี้” พร้อมทั้งย้ำว่าการทำงานในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่นั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก เทศบาลนครหาดใหญ่เองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ก็ยังคงพยายามช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมีการอพยพประชาชนกว่า 700 คนไปยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารทุกวัน

ในส่วนของประเด็นเรื่องธงแดงที่หายไปนั้น นายกแป้นกล่าวว่าไม่ทราบรายละเอียด แต่ยืนยันว่าได้มีการประกาศและแจ้งเตือนภัยผ่านช่องทางต่างๆ ของเทศบาลแล้ว ส่วนเรื่องที่มีภาพยาเสพติดลอยอยู่ในน้ำนั้น นายกแป้นกล่าวว่าไม่มีข้อมูลในส่วนนี้

เมื่อถามถึงความกังวลว่าจะถูกโยกย้าย นายกแป้นกล่าวว่า “นายกช่วยราชการไม่ได้ มีแต่หยุดทำหน้าที่” และพร้อมที่จะให้ผู้ใหญ่พิจารณาตามสมควร พร้อมทั้งยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และการสื่อสารที่ชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แม้ว่าสถานการณ์จะยากลำบากเพียงใด นายกแป้นและทีมงานเทศบาลนครหาดใหญ่ ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ การทำงานอย่างไม่ย่อท้อ และความเสียสละของทุกฝ่าย จะเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

ที่มา – น้ำท่วมหาดใหญ่ “นายกแป้น” ยืนยันทำเต็มที่ไม่ได้หยุด ลั่นเป้าต้องหาแพะอยู่แล้ว

ใจหาย! **หมอสมนึก** ปิดคลินิกมีบุตรยาก

ใจหาย! “นพ.สมนึก วีระนรพาณิช” ประกาศปิดคลินิกถาวร สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่ หลังเปิดให้การดูแลรักษาคนที่มีลูกยากมายาวนานกว่า 18 ปี ทำให้หลายคนที่เคยหวังพึ่งพาบริการของคุณหมอต้องใจหายไปตามๆกัน

วันที่ 28 พ.ย. 68 สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา หลายจุดเริ่มคลี่คลายหลังระดับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนยังต้องรับมือกับการจัดการปัญหาหลังน้ำท่วม ความเสียหายของอาคารบ้านเรือน รถยนต์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องซ่อมแซมและฟื้นฟู

ขณะที่ นพ.สมนึก วีระนรพานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเจ้าของ คลินิกสูตินรีเวชและมีบุตรยาก นพ.สมนึก วีระนรพาณิช ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวหาดใหญ่ และคนในจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก ได้โพสต์ภาพผ่าน เพจเฟซบุ๊ก คลินิก นพ.สมนึก วีระนรพานิช ระบุว่า ปิดคลินิกอย่างถาวรแล้วครับ …18 ปีที่ให้การดูแลรักษาคนที่มีลูกยาก เริ่มบุกเบิกจากศูนย์ จนคนรู้จักทั่วประเทศ…ขอเก็บความภูมิใจไว้กับตัวละกัน #สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่ 68

ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็น เศร้าเสียใจเป็นจำนวนมาก อาทิ ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ทั้งรักษา ทั้งดูแลและทำคลอด ตั้งแต่ปี 56-58 ลูกชายเป็นหนุ่มน้อย 10 ขวบแล้วค่ะ, ส่งกำลังใจให้คุณหมอนะคะ, ใจหายค่ะ คุณหมอเก่ง และมีความสามารถขอบคุณคุณหมอของน้องแฝด ทำให้บ้านนี้สมหวังได้ลูกแฝดชายหญิง เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ, ใจหายเลยค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอาจารย์ ก็ไม่มีเด็กผู้หญิงที่ตอนนี้, ฮืออออ ใจหายเลยค่ะหมอ ขอบคุณทุกๆการดูแลและความใส่ใจ, ลูกๆคุณหมอเยอะเลย เป็นกำลังใจให้คุณหมอนะคะ

**หมอสมนึก** ปิดคลินิก: ความหวังของผู้มีบุตรยากสิ้นสุด?

ข่าวการปิดคลินิกของ **หมอสมนึก** สร้างความเสียใจให้กับผู้ที่เคยรับการรักษาและผู้ที่กำลังวางแผนจะมีบุตรเป็นอย่างมาก เพราะคลินิกแห่งนี้ถือเป็นความหวังของหลายๆ ครอบครัวที่ต้องการมีบุตร และชื่อเสียงของคุณหมอสมนึกก็เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ถึงความเชี่ยวชาญในการรักษาภาวะมีบุตรยาก

ทำไมการปิดคลินิกของ **หมอสมนึก** ถึงเป็นเรื่องใหญ่?

การปิดคลินิกของ **หมอสมนึก** ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปิดตัวของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่เป็นการสูญเสียความหวังของคู่รักหลายคู่ที่ต้องการมีบุตร ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของคุณหมอ ทำให้หลายครอบครัวสมหวังและมีบุตรได้สำเร็จ การปิดคลินิกจึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนเป็นอย่างมาก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คลินิก **หมอสมนึก** ประสบความสำเร็จคือความใส่ใจในการดูแลคนไข้แต่ละราย คุณหมอและทีมงานให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยและการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทำให้เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้กับผู้ที่เข้ารับการรักษา อีกทั้งยังให้คำปรึกษาและให้กำลังใจแก่คู่รักที่กำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก ทำให้พวกเขามีกำลังใจในการต่อสู้ต่อไป

  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
  • การดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
  • เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย
  • อัตราความสำเร็จในการรักษาที่สูง

ถึงแม้ว่าคลินิกจะปิดตัวลง แต่ความรู้และประสบการณ์ที่คุณหมอสมนึกได้สั่งสมมาตลอด 18 ปี จะยังคงเป็นประโยชน์ให้กับวงการแพทย์ต่อไป หวังว่าจะมีแพทย์ท่านอื่นสานต่อเจตนารมณ์ของคุณหมอ ในการช่วยเหลือผู้ที่มีบุตรยาก ให้พวกเขาสมหวังและมีครอบครัวที่อบอุ่นได้ในอนาคต

การปิดคลินิกของคุณหมอสมนึก ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของผู้มีบุตรยาก แต่เราเชื่อว่าความหวังยังคงอยู่ และด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า จะมีหนทางอื่น ๆ ที่จะช่วยให้หลายครอบครัวสมหวังได้ในที่สุด

ที่มา – “หมอสมนึก” ความหวังของผู้มีบุตรยาก ประกาศปิดคลินิกถาวร สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่

กต.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมใต้

กระทรวงการต่างประเทศ จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ เผยรับแจ้งจากมิตรประเทศ พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านกู้ภัยและฟื้นฟูพื้นที่

จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ว นอกจากพี่น้องชาวไทยแล้ว ยังมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้เช่นกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุม กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติที่ประสบภัยอย่างทันท่วงที ประเทศต่างๆ ที่ได้แสดงความพร้อมให้ความช่วยเหลือ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ จีน โครเอเชีย ฮังการี บังกลาเทศ ภูฏาน แอฟริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้รับการติดต่อจากมิตรประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และภาคเอกชนต่างประเทศ ที่แสดงความจำนงในการให้ความช่วยเหลือด้านการกู้ภัยและฟื้นฟูพื้นที่ ซึ่งกระทรวงฯ จะดำเนินการประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของพื้นที่

กต. จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

เพื่อให้การช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กระทรวงการต่างประเทศจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบอุทกภัยภาคใต้” ขึ้น โดยมีหน้าที่หลักในการประสานงานการช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ รวมถึงประสานงานกับประเทศต่างๆ ที่ประสงค์จะให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของพื้นที่

ช่องทางการติดต่อศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบอุทกภัยภาคใต้:

หากคนไทยต้องการความช่วยเหลือจากเหตุอุทกภัยในต่างประเทศ

สำหรับคนไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในต่างประเทศ สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยในประเทศนั้น ๆ ได้ตลอดเวลา หรือติดต่อกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ที่หมายเลขฉุกเฉิน 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านช่องทางไลน์ Thai consular และแอปพลิเคชัน Thai Consular ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้การช่วยเหลือในทุกช่องทาง

กต. จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของรัฐบาลไทยในการแสดงความรับผิดชอบและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ

การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบากเป็นสิ่งที่พึงกระทำ และการที่ประเทศไทยได้รับความช่วยเหลือจากนานาชาติในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าและควรได้รับการรักษาไว้

ที่มา – กต. จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

สคบ. ช่วยเหยื่อน้ำท่วมใต้: แบงก์-ประกัน-มือถือ ร่วมเยียวยา

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ล่าสุด สคบ. ได้ผนึกกำลังกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งธนาคาร, บริษัทประกันภัย, สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อจัดตั้งทีมช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมใต้ เร่งดำเนินการเยียวยาอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งเรื่องรถยนต์, ที่อยู่อาศัย และภาระหนี้สิน

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตเช่นนี้ จึงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลและกำหนดมาตรการช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมใต้อย่างครอบคลุมมากที่สุด โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.), สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย, สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย, สมาคมธนาคารไทย, สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย, สมาคมรถเช่าไทย และ AIS เพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุดและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

สคบ. ช่วยเหยื่อน้ำท่วมใต้: มาตรการเยียวยาครบวงจร

ที่ประชุมได้นำเสนอข้อมูลและแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายด้าน ดังนี้:

มาตรการจาก ธปท.

ธปท. ได้สั่งการให้สถาบันการเงินทั่วประเทศออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่:

  • ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิต (สูงสุด 12 เดือน)
  • เพิ่มวงเงินฉุกเฉินสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อดิจิทัล
  • ผ่อนปรนสินเชื่อทุกประเภท (พักชำระหนี้, ลดดอกเบี้ย, ยืดระยะเวลา, ปรับโครงสร้างหนี้)

มาตรการจาก คปภ.

คปภ. กำหนดแนวทางการจ่ายสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์และที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม:

กรณีรถยนต์: แบ่งระดับความเสียหาย 5 ระดับ (A-E) โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ระดับ A (ท่วมพื้นรถ): ค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท
  • ระดับ B (ท่วมเบาะ/ระบบไฟฟ้า): ค่าซ่อม 15,000-20,000 บาท
  • ระดับ C (ท่วมถึงล่างคอนโซล): ค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท
  • ระดับ D (ท่วมถึงบนคอนโซล): ค่าซ่อม 30,000 บาทขึ้นไป
  • ระดับ E (จมทั้งคัน): คืนทุนประกันเต็มจำนวน (หากค่าซ่อมเกิน 70% ของราคารถ)

กรณีที่อยู่อาศัย:

  • บ้าน: จ่ายสินไหมเบื้องต้น 20,000 บาท (หากเสียหายมาก เพิ่มอีก 10,000 บาท)
  • ร้านค้า/ห้างร้าน: จ่ายสินไหมเบื้องต้น 30,000 บาท

มาตรการช่วยเหลือรถยนต์และรถจักรยานยนต์

สมาคมเช่าซื้อรถยนต์ไทยและสมาคมเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย เตรียมยกเว้นค่าธรรมเนียม และพักหนี้ 3 เดือน สมาคมรถเช่าไทย เร่งส่งมอบรถทดแทน และงดเรียกค่าเสียหายกับผู้เช่าในพื้นที่ภัยพิบัติ

มาตรการช่วยเหลือด้านการสื่อสารจาก AIS

AIS มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ได้แก่:

  • อินเทอร์เน็ตฟรี 10 GB
  • ยกเว้นค่าบริการ 7 วัน (ทั้งรายเดือนและเติมเงิน)
  • เร่งกู้ระบบสัญญาณในพื้นที่ประสบภัย

การผนึกกำลังของ สคบ. และหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างทันท่วงทีและครอบคลุมทุกด้าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้เหยื่อน้ำท่วมใต้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ที่มา – สคบ.ผนึก “แบงก์-ประกัน-ไฟแนนซ์-มือถือ” ตั้งทีมช่วยเหยื่อน้ำท่วมใต้ เร่งเยียวยาครบวงจร

“ธนกร” ประสาน ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

รมว.อุตสาหกรรม ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ไปช่วยซ่อมรถยนต์ถูกน้ำท่วม

เมื่อเวลา 10.47 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึง การลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมคณะกับนายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า ตอนนี้หาดใหญ่น้ำลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังทำงานไม่ได้ ต้องลงไปดูเรื่องเยียวยา ซึ่งในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เตรียมให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างไปช่วยซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมด้วย

“ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก รถยนต์และทรัพย์สินต่างๆ ได้รับความเสียหาย รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประสานงานกับผู้ประกอบการรถยนต์ เพื่อส่งทีมช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือในการซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ความร่วมมือจากภาคเอกชนในการ “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

การ “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วมในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยผู้ประกอบการรถยนต์หลายรายได้ตอบรับการประสานงานและเตรียมส่งทีมช่างพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นลงพื้นที่ เพื่อให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ให้กับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดในราคาพิเศษ

ขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือในการซ่อมรถยนต์

สำหรับประชาชนที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ตามช่องทางที่กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์ไว้ หรือสามารถติดต่อโดยตรงไปยังศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน และรูปถ่ายความเสียหายของรถยนต์ เพื่อประกอบการพิจารณา

ความสำคัญของการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย

การให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว การที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม ทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

มาตรการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในอนาคต

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น การสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อระบายน้ำ การให้ความรู้และฝึกอบรมประชาชนในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการภัยพิบัติ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

สรุป

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย การที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประสานงานกับผู้ประกอบการรถยนต์เพื่อส่งช่างลงใต้ไปช่วยซ่อมรถที่ถูกน้ำท่วม ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

Scroll to top