อธิบดีกรมที่ดิน

เลขาธิการ ป.ป.ช. แย้ง DSI ข้อพิพาทที่ดิน รฟท.-เอกชน-ปชช.

ประเด็นข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังเป็นที่จับตามองของประชาชนและหน่วยงานรัฐหลายแห่ง ล่าสุด เลขาธิการ ป.ป.ช. แย้ง DSI ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน รฟท.- เอกชน – ปชช. หน่วยงานรัฐต้องฟ้องเอง โดยชี้แจงว่าปัญหานี้เป็นเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่หน่วยงานรัฐต้องดำเนินการทางกฎหมายด้วยตัวเอง ไม่ใช่หน้าที่ตรวจสอบทุจริตของ ป.ป.ช. แม้ DSI จะส่งสำนวนคดีมาให้ แต่ ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะไต่สวนเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

เลขาธิการ ป.ป.ช. แย้ง DSI ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน รฟท.- เอกชน – ปชช. หน่วยงานรัฐต้องฟ้องเอง

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. ได้แถลงความคืบหน้าคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ส่งสำนวนมาให้พิจารณา ปัญหาหลักคือการออกโฉนดที่ดินที่อาจทับซ้อนเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีหลายแปลงที่เป็นข้อพิพาทระหว่าง รฟท. กับเอกชนและประชาชนที่ถือกรรมสิทธิ์ตามโฉนด

เลขาธิการ ป.ป.ช. ชี้แจงว่า เบื้องต้นไม่พบหลักฐานการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นปัญหาอาณาเขตที่ดิน การครอบครอง และการออกโฉนด ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลปกครองจะตีความ โดยเฉพาะข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐกับเอกชนหรือประชาชนนั้น หน่วยงานรัฐอย่าง รฟท. ต้องยื่นฟ้องเองเพื่อเพิกถอนโฉนดที่ผิดพลาด

ประวัติคดีที่ดินเขากระโดงและมติ ป.ป.ช.

ย้อนไปปี 2554 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ไต่สวนและมีมติเพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลง คือ เลขที่ 3466 และ 8564 ตำบลอีสาน อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เนื่องจากออกโฉนดทับที่ดิน รฟท. ตามมาตรา 99 พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 สำนักงาน ป.ป.ช. ส่งหนังสือแจ้งกรมที่ดินเมื่อ 14 กันยายน 2554 แต่จนถึงปัจจุบัน กรมที่ดินยังไม่ดำเนินการเพิกถอน ขณะที่ รฟท. ในฐานะเจ้าของที่ดิน ก็ไม่ยื่นฟ้องศาลเพื่อบังคับตามมติ

ล่าสุดในการประชุม ป.ป.ช. ครั้งที่ 100/2566 เมื่อ 19 กันยายน 2566 มีมติไต่สวนอธิบดีกรมที่ดิน ผู้ว่าการ รฟท. และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในสมัยนั้น คดีนี้กำลังดำเนินการอยู่

DSI ส่งหนังสือเมื่อ 24 ธันวาคม 2568 กล่าวหาว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมที่ดิน และคณะกรรมการสอบสวนตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ละเว้นหน้าที่ ไม่เพิกถอนโฉนดในพื้นที่เขากระโดง รวมถึง รฟท. ไม่บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาและไม่ฟ้องขับไล่ผู้บุกรุก

  • ปัญหาหลัก: โฉนดทับที่ดิน รฟท. หลายแปลง
  • มติเก่า: เพิกถอน 2 แปลงแต่ยังไม่ทำ
  • การไต่สวนปัจจุบัน: อธิบดีกรมที่ดิน, ผู้ว่าการ รฟท., เจ้าหน้าที่
  • DSI กล่าวหา: ละเว้นไม่เพิกถอนโฉนด

บทบาทของ ป.ป.ช. และ DSI ในคดีนี้

ป.ป.ช. ย้ำว่า เลขาธิการ ป.ป.ช. แย้ง DSI ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน รฟท.- เอกชน – ปชช. หน่วยงานรัฐต้องฟ้องเอง จะเร่งไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องทุจริตของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ส่วนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐไปสู้ศาล ข่าวที่ปรากฏอาจมีข้อเท็จจริงไม่ตรงตามแถลง ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากแหล่ง官方

กรณีนี้สะท้อนปัญหาการจัดการที่ดินรัฐที่ยืดเยื้อมานาน ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงการรถไฟและสิทธิประชาชน หาก รฟท. และกรมที่ดินเร่งฟ้องคดี อาจคลี่คลายได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนให้หน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบโฉนดอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต

ปัญหาที่ดินพิพาทแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้โครงการโครงสร้างพื้นฐาน การมีระบบฐานข้อมูลที่ดินดิจิทัลจะช่วยลดปัญหาได้มาก

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ กรณีนี้แสดงให้เห็นช่องโหว่ในกระบวนการออกโฉนดและการบังคับใช้มติ ป.ป.ช. หากไม่แก้ไข อาจนำไปสู่การบุกรุกที่ดินรัฐเพิ่มขึ้น สุดท้ายแล้ว การฟ้องร้องทางศาลคือทางออกหลักเพื่อความยุติธรรม

คุณคิดอย่างไรกับการจัดการปัญหาที่ดินพิพาทนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัปเดตคดีได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข่าวสารสำคัญ

ที่มา – เลขาธิการ ป.ป.ช. แย้ง DSI ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน รฟท.- เอกชน – ปชช. หน่วยงานรัฐต้องฟ้องเอง

“ภูมิธรรม” เร่งแก้ ปัญหาที่ดินเขากระโดง สั่งเรียกหน่วยงานหารือ

จากกรณีปัญหาที่ดินเขากระโดงที่ยืดเยื้อมานาน ล่าสุด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมหารือ ณ ทำเนียบรัฐบาล

การประชุมดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอธิบดีกรมโยธาธิการ

นายภูมิธรรม เปิดเผยก่อนการประชุมว่า การหารือครั้งนี้เป็นการติดตามงานที่คั่งค้างและต้องการเร่งรัดให้งานเดินหน้าอย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ทั้งนี้ นายภูมิธรรมเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ดีที่สุดและไม่ให้เกิดความสะดุด

ภายหลังการประชุม นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การหารือเป็นการติดตามความคืบหน้าของงบประมาณและเรื่องการกระจายอำนาจ

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่ได้หารือกัน และนายภูมิธรรมจะเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ในรายละเอียดต่อไป

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า ส่วนหนึ่งของการหารือเกี่ยวข้องกับปัญหาที่ดินเขากระโดง และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า “ใกล้แล้ว” ซึ่งบ่งชี้ว่า DSI กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้ามาดำเนินการสืบสวนสอบสวนในประเด็นนี้

“ภูมิธรรม” เร่งแก้ ปัญหาที่ดินเขากระโดง

ปัญหาที่ดินเขากระโดง ถือเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน การที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาที่ดินที่ยืดเยื้อมานาน

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ ปัญหาที่ดินเขากระโดง

แม้ว่ารายละเอียดของการหารือยังไม่ได้รับการเปิดเผยทั้งหมด แต่การที่ DSI พิจารณาที่จะรับปัญหาที่ดินเขากระโดง เป็นคดีพิเศษ ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังให้ความสนใจและพร้อมที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง

  • การเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยนายภูมิธรรม
  • การพิจารณาของ DSI ในการรับเป็นคดีพิเศษ
  • ความคาดหวังของประชาชนในการแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การแก้ไขปัญหาที่ดินเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและซับซ้อน การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน

ที่มา – “ภูมิธรรม” เรียก รมต.-มท.-DSI ลุยคุยงาน ปัญหาที่ดินเขากระโดง

“ภูมิธรรม” ไม่แทรกแซงอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ปมเขากระโดง

“ภูมิธรรม” ย้ำ ปัญหาเขากระโดง หน้าที่อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ยืนยันไม่แทรกแซง ส่งสัญญาณทำให้เร็วที่สุด พร้อมโต้ข่าว “ขจรเกียรติ” ป่วย บอกวันนี้เดี๋ยวก็มา

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีมีการแต่งตั้ง นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี เป็นอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่แล้ว ต่อจากนี้ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ จะเป็นอธิบดีกรมที่ดินดำเนินการได้ทันที หรือจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เป็นเรื่องที่อธิบดีกรมที่ดินต้องไปดำเนินการ มันชัดเจนอยู่แล้วในคำสั่งต่างๆ ของข้อสรุป ที่คณะทำงานดำเนินการแล้ว

นายภูมิธรรม ระบุต่อ ส่วนที่มีข่าวว่าอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ป่วยเข้าโรงพยาบาลทำอะไรไม่ได้นั้น ไม่จริง เพราะเดี๋ยววันนี้ก็มาเจอกับตน ซึ่งเขาต้องทำหน้าที่ของเขา ผู้สื่อข่าวถามต่อ มีกรอบเวลาดำเนินการให้กับอธิบดีกรมที่ดินหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า ไม่มี ให้เขาทำตามหน้าที่ กรอบเวลาหรืออะไรต่างๆ ก็อยู่ในหน้าที่หมดแล้ว

ส่วนคำถามว่าในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย ประเมินหรือไม่ว่าขั้นตอนหรือเวลาที่เหมาะสมที่จะดำเนินการในเรื่องนี้จะใช้เวลานานหรือไม่ นายภูมิธรรม เผยว่า ตนเคยพูดไปแล้วว่าให้เร็วที่สุด ปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้เต็มที่ ให้ศาลรู้ว่าเราได้มาปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ควรจะต้องทำ เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน เดี๋ยวเขาก็ทำเอง ตนไม่แทรกแซง

ขณะที่คำถามว่า อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่จะเซ็นเพิกถอนที่ดินเขากระโดง ได้ทันก่อนวันที่ 29 สิงหาคม 2568 หรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า “ทำได้ทันทีเร็วที่สุด”

“ภูมิธรรม” ไม่แทรกแซงอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ปมเขากระโดง

จากกรณีปัญหาที่ดินเขากระโดงที่ยืดเยื้อมานาน ล่าสุดนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ และบทบาทของท่านในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ และพร้อมสนับสนุนให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับปัญหาที่ดินเขากระโดง

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ปัญหาที่ดินเขากระโดงเป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ที่จะต้องดำเนินการแก้ไข โดยอ้างอิงจากคำสั่งและข้อสรุปต่างๆ ที่คณะทำงานได้ดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้ และย้ำว่าไม่มีความจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบใหม่ เนื่องจากเรื่องนี้มีความชัดเจนอยู่แล้ว

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังได้ปฏิเสธข่าวลือที่ว่าอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ป่วยและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยยืนยันว่าท่านจะมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และจะดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดงให้เร็วที่สุดตามกรอบเวลาและอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่

นายภูมิธรรมได้กล่าวถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดงว่า จะต้องทำให้เร็วที่สุด และปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าหน่วยงานราชการได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และหลีกเลี่ยงการถูกพิจารณาว่าละเมิดอำนาจศาล หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ นายภูมิธรรมได้ตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่จะสามารถลงนามเพิกถอนที่ดินเขากระโดงได้ทันก่อนวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ว่า “ทำได้ทันทีเร็วที่สุด”

การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายภูมิธรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดงให้ลุล่วงโดยเร็ว และเป็นการส่งสัญญาณไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าปัญหาดังกล่าวจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดงยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งในด้านข้อกฎหมาย ความซับซ้อนของข้อมูล และผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การดำเนินการแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นต้องมีความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และสร้างความยุติธรรมให้กับประชาชน

ปัญหาที่ดินเขากระโดง เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาการบุกรุกที่ดิน การออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ และความขัดแย้งที่ดินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การแก้ไขปัญหาที่ดินจึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืนสำหรับทุกคน

ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกฝ่าย คาดหวังได้ว่าปัญหาที่ดินเขากระโดงจะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนในที่สุด การไม่แทรกแซงอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ปมเขากระโดง ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชน

ที่มา – ไม่แทรกแซงอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ปมเขากระโดง “ภูมิธรรม” ส่งสัญญาณทำให้เร็วที่สุด

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย 6 ราย

พระราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง จำนวน 6 ราย โดยนายขจรเกียรติ ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมที่ดิน นายเชษฐา ขึ้นเป็นอธิบดีปภ. และนายภาสกร เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ ระยอง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 22 สิงหาคม เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตำแหน่งเดิม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 6 ราย ดังนี้

  1. นายพรพจน์ เพ็ญพาส พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  2. นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน
  3. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  4. นายสันติ รังษิรุจิ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง
  5. นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง
  6. นายภาสกร บุญญลักษม์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ภูมิธรรม เวชยชัย

รองนายกรัฐมนตรี

รายละเอียดเกี่ยวกับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย

การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย ในครั้งนี้ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญในหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินในส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินงานและนโยบายของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดิน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการพัฒนาจังหวัดต่างๆ

สำหรับนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ มีประสบการณ์ในการบริหารราชการในระดับจังหวัดมาอย่างยาวนาน การเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน จึงเป็นความท้าทายในการนำความรู้และประสบการณ์มาพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของนายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคนใหม่ การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

นอกจากนี้ การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในหลายจังหวัด ซึ่งมีความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในระดับพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละจังหวัด การแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาจังหวัดให้มีความเจริญก้าวหน้า

การติดตามผลการดำเนินงานของข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ในครั้งนี้ จะเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินผลของการเปลี่ยนแปลง และวัดผลสำเร็จของการบริหารราชการแผ่นดินในภาพรวมต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย

Scroll to top